Skip to content

Lord of the Mysteries 343


ตอนที่ 343 : แต่ละคน

หลังจากการสนทนาส่วนตัวระหว่างเดอะเวิร์ลและเดอะซันจบลง ชุมนุมทาโรต์เข้าสู่ช่วงเวลาแลกเปลี่ยนข้อมูลอิสระ ออเดรย์เปิดประเด็นถามถึงความงดงามและเหตุการณ์ประหลาดบนท้องทะเล ด้านอัลเจอร์ก็อธิบายในแง่มุมและประสบการณ์ตัวเองโดยปิดบังบางส่วนไว้

ฟอร์สนั่งฟังอย่างเงียบงันและได้รับแรงบันดาลใจสำหรับเขียนนิยายราชาโจรสลัดเรื่องใหม่ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการลักพาตัวหญิงสาวและบังเอิญเกิดตกหลุมรักเธอเข้า ผสมผสานจินตนาการและอิงความจริงเล็กน้อย

เดอร์ริค เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยเห็นทะเลเลยสักครั้งในชีวิต ทำได้เพียงจินตนาการทะเลตามภาพวาดภายในเมืองเงินพิสุทธิ์ รวมถึงคำอธิบายจากหนังสือเรียน

จนกระทั่งไคลน์ตระหนักว่าพลังวิญญาณของตนใกล้เหือดแห้ง จึงประการจบชุมนุมทาโรต์อย่างเป็นการ และรีบส่งตัวเองกลับโลกจริงพร้อมกับนอนหลับเอาแรง

.

หนึ่งทุ่มครึ่ง

เขตราชินี ภายในบ้านของขุนนางสักคน

ฟอร์สสวมชุดคลุมยาวไปถึงหัว หลังจากห่างหายไปนาน เธอได้กลับมาเข้าร่วมชุมนุมลับของมิสเตอร์ A อีกครั้ง

หญิงสาวนั่งเงียบงันตรงมุมห้องพลางสำรวจสิ่งรอบตัวเป็นระยะ เธอสัมผัสได้ว่ามิสเตอร์ A ผู้นั่งบนโซฟาเดี่ยวตัวใหญ่ มีกลิ่นอายแตกต่างจากเดิมเล็กน้อย

เป็นการเปลี่ยนแปลงอันไม่เกี่ยวกับรูปลักษณ์หรือสีหน้าแววตา เพราะใบหน้าของอีกฝ่ายถูกซ่อนภายใต้ผ้าคลุมหัวเกือบสมบูรณ์ ไม่มีทางมองเห็นหรือสังเกตได้

แต่สัญชาตญาณของฟอร์สบอกว่าชายคนนี้เปลี่ยนไปจากเดิมในแง่มุมอื่น

มิสเตอร์ A มิได้จ้องมองทุกคนในห้องด้วยสาตาดูแคลนเหมือนแต่ก่อน ความเฉยชาและไม่แยแสหายไป หญิงสาวสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเพ่งสมาธิเพื่อสะกดข่มบางสิ่งเอาไว้ มอบความรู้สึกน่าขนลุกและน่าประหวั่นยิ่งกว่าเดิม

ในอดีต มิสเตอร์ A เป็นราวกับขุนเขาไม่สั่นคลอน แต่ปัจจุบันคล้ายกับอสรพิษกำลังแผ่แม่เบี้ยและแลบลิ้นสองแฉก.

นักเขียนนิยายขายดี ฟอร์ส รู้สึกเบาใจเมื่อไม่ได้ชวนซิลมาร่วมชุมนุมวันนี้ด้วย เธอหวังซ่อนชุมนุมทาโรต์ไว้เป็นความลับจากเพื่อนสนิท จึงไม่อยากให้อีกฝ่ายทราบว่าตนกำลังมองหาสมบัติวิเศษเส้นทางสุริยัน

แบบนี้ดีแล้ว เราหลบหนีสะดวกกว่า…หญิงสาวเลื่อนมือขึ้นมาจับกำไลข้อมือซึ่งเหลือหินเพียงสองก้อน

ฟอร์สไม่ใจร้อนเขียนความต้องการลงบนกระดาษและส่งให้ผู้ช่วย ตรงกันข้าม เธอนั่งสำรวจบรรยากาศรอบตัวอย่างสุขุม

ไม่ใช่ว่าฟอร์สมีนิสัยรอบคอบมาตั้งแต่เกิดหรืออะไรทำนองนั้น แต่ประสบการณ์เก่าได้สั่งสอนเธออย่างหนักหน่วงจนยากจะลืมเลือนหรือทำพลาดซ้ำสอง การเหลือหินบนกำไลข้อมือเพียงสองก้อนสามารถอธิบายทุกสิ่งได้ดี

หลังจากรอนานกว่าสิบนาที หญิงสาวตัดสินใจหยิบปากกาขึ้นมาเขียนด้วยลายมือจงใจหวัด

“ต้องการซื้อวัตถุวิเศษหรืออาวุธวิเศษในขอบเขตพลังสุริยัน”

เมื่อยื่นจดหมายให้ผู้ช่วย ฟอร์สมองไปรอบห้องอีกครั้ง แต่ท่ามกลางกลุ่มคนใส่หน้ากากอันมากมาย เธอกลับไม่พบสาวกของโบสถ์สุริยันคนเดิม ผู้เคยประกอบพิธีชำระล้างและปัดเป่าให้ตนกับซิล

ช่วงซื้อขายแลกเปลี่ยนเริ่มขึ้นตามการขานของผู้ช่วยมิสเตอร์ A บรรยากาศภายในห้องเริ่มเงียบสงบและกลมเกลียว

เมื่อการซื้อขายดำเนินไปถึงครึ่งทาง ข้อเสนอของเธอถูกเขียนบนกระดาษดำหน้าห้อง

เพียงไม่นาน ฟอร์สได้รับคำตอบจากผู้ช่วย

เป็นเศษกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งถูกเขียนไว้ด้วยข้อความตัวเล็กเบียดเสียด :

“สมบัติวิเศษ : แหวนแห่งแสง มีพลังเปลี่ยนให้ผู้สวมกลายเป็นสาวกแห่งแสง สามารถทนต่อโรคร้ายและใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้บางส่วน ผู้สวมสามารถอัญเชิญแสงสว่างอันเจิดจ้ารวมถึงใช้เวทมนตร์พื้นฐานในขอบเขตสุริยันได้สามชนิด มีพลังชำระล้างวิญญาณคนตายภายในรัศมีห้าสิบเมตรรอบตัว ถือเป็นของแสลงสำหรับสิ่งมีชีวิตประเภทดังกล่าว หากผู้สวมถูกแหวนยอมรับ พลังทั้งหมดข้างต้นจะเพิ่มขึ้นหลายระดับ แต่ถ้ากลับกัน พลังก็จะอ่อนแอลง”

“ปัญหาเดียวก็คือ หากผู้สวมแหวนใช้พลังบ่อยครั้งเกินไป จิตใจจะค่อยๆ กลายเป็นสาวกของเทพสุริยันเจิดจรัสทีละนิด ถ้าอาการหนักเข้าก็จะสรรเสริญพระอาทิตย์โดยไม่รู้ตัว หากต้องการ เพียงจ่ายมา 9 000 ปอนด์แบบไม่ผ่อน ราคาสามารถต่อรองได้เล็กน้อย”

9 000 ปอนด์? ฟอร์สพลันอ้าปากค้าง ความรู้สึกคล้ายกับกำลังถูกอีกฝ่ายปล้นเงิน

ด้วยเงินจำนวนมากขนาดนี้ คงไม่มีใครยอมให้ยืมแน่ ถึงจะเป็นคุณหนูออเดรย์ผู้ใจกว้างก็ตาม

หากไม่นับเงินสดหนึ่งหมื่นปอนด์ซึ่งเป็นค่าจ้างในภารกิจลอบสังหารราชทูตอินทิส ฟอร์สไม่เคยเห็นเงินสดจำนวนมากถึงเก้าพันปอนด์มาก่อน ต่อให้นำความทรงจำทั้งชีวิตมาบวกรวมกันก็ตาม!

เงินสด 9 000 ปอนด์ถือเป็นจำนวนมหาศาล หากใครมีในครอบครองก็จะถูกจัดให้เป็นมหาเศรษฐีทันที แม้จะเป็นเมืองแห่งเศรษฐีอย่างกรุงเบ็คลันด์ก็ตาม

ถึงเราจะเคยได้ยินว่าสมบัติวิเศษมีราคาสูง แต่ก็ไม่คิดว่าจะสูงขนาดนี้…หรืออีกฝ่ายหวังได้เงิน 9 000 ปอนด์และไม่เข้าร่วมชุมนุมลับใดอีกเลย ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสุขสบายโดยไม่ต้องทำมาหากิน?

ฟอร์สไม่กล้าตอบกลับคนขาย เธอแสร้งนั่งนิ่งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ข้อความของฟอร์สเธอปรากฏบนกระดานดำหน้าห้องราวสิบนาที แต่ก็ไม่มีการติดต่อใดเพิ่มเติมหลังจากนั้น เธอจึงตัดสินใจลุกไปเข้าห้องน้ำ

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ฟอร์สรีบปิดประตูห้องน้ำและนั่งบนชักโครก สวดภาวนาถึงพระนามเต็มอันศักดิ์สิทธิ์ของมิสเตอร์ฟูล บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด ปิดท้ายด้วยการรบกวนให้ ‘ท่าน’ ส่งต่อไปยังเดอะเวิร์ล

ไคลน์ ผู้ได้ยินเสียงเพรียกมายาดังขัดจังหวะ รีบส่งตัวเองเข้าห้วงมิติเหนือสายหมอกเทาและรับฟังสถานการณ์ภาพรวม

9 000 ปอนด์? ชายหนุ่มทวนคำซ้ำในใจ สีหน้ามีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

หลังจากคำนวณเงินสดโดยรวมซึ่งสามารถหาได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ ไคลน์ถอนหายใจยาวในลักษณะห่อเหี่ยว ตามด้วยการเสกเดอะเวิร์ลปลอมขึ้นและสวดภาวนา

“ผลข้างเคียงรุนแรงเกินไป ผมไม่ต้องการเป็นสาวกของสุริยัน คุณไม่ต้องมองหาสมบัติวิเศษให้ผมแล้ว พวกเราจะแลกเปลี่ยนกันด้วยเงินสดแทน สูตรโอสถนักตุกติกมีมูลค่า 450 ปอนด์”

เมื่อกล่าวจบ ชายหนุ่มตัดการเชื่อมต่อและนั่งมองเดอะเวิร์ลสลายไป มือข้างหนึ่งถูกเลื่อนขึ้นมาก่ายหน้าผากพลางพึมพำ

“คงต้องรอความคืบหน้าจากฝั่งแม่ค้าอาวุธเถื่อน…หากไม่มี เราจะซื้อเข็มกลัดจากเนตรแห่งปัญญาโดยตรง”

.

ภายในห้องน้ำ ฟอร์สถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าผ่อนคลาย เธอวางแผนว่าจะประกอบพิธีกรรมสังเวยเงินสดทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน

น่าเสียดาย เรายังไม่มีสิทธิ์อ่านเนื้อหาของสูตรโอสถนักตุกติกตอนนี้ ไม่อย่างนั้นคงรู้ว่ามีวัตถุดิบหลักใดบ้าง จะได้เตรียมซื้อล่วงหน้า…

เธอเดินกลับห้องโถงและเพ่งมองกระดานดำสองแผ่นหน้าห้อง

หญิงสาวตัดสินใจไม่ตอบข้อเสนอก่อนหน้า ลืมเรื่องต่อรองไปได้เลย ถึงอีกฝ่ายจะยอมลดให้สักพันปอนด์ แต่เธอก็ไม่มีเงินหรือทรัพย์สินมากพอจะซื้ออยู่ดี เหนือสิ่งอื่นใด ฟอร์สมั่นใจว่าเดอะเวิร์ลเองก็มีเงินไม่พอเช่นกัน

หญิงสาวนั่งนิ่งจนกระทั่งการชุมนุมจบลง และด้วยความไม่ปรกติของมิสเตอร์ A ในวันนี้ ฟอร์สจึงไม่กล้าคุยกับใคร รีบสับเท้าออกจากบ้านหลังดังกล่าวทันที

ผ่านไปราวสิบนาที การชุมนุมจบลงอย่างสมบูรณ์ ไม่เหลือสมาชิกแม้แต่คนเดียวนอกจากมิสเตอร์ A

มันลุกยืนและบรรจงเดินลงบันไดห้องใต้ดินอย่างเชื่องช้า

ทันใดนั้น หัวเข่าพลันบิดงอพร้อมกับล้มกลิ้งผ่านหลายขั้นบันไดจนกระทั่งถึงชั้นล่าง

มิสเตอร์ A กำลังนอนแผ่ไปบนพื้น เงาดำใต้ลำตัวพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม

เนื้อหนังของมันเริ่มละลายและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเงา ราวกับสัตว์ประหลาดรูปร่างมนุษย์ไร้ผิวหนังกำลังแยกออกจากร่าง

แฮ่ก! แฮ่ก…ลมหายใจเริ่มกลับเป็นปรกติ ร่างกายชักเกร็งเริ่มผ่อนคลายลง

เลือดเนื้อซึ่งแยกตัวออกไป ได้ไหลกลับมารวมกับร่างหลักอีกครั้ง

ทุกสิ่งคืนสู่ภาพเดิม

มิสเตอร์ A คลานไปบนพื้นสักพักก่อนจะหยุดเพื่อคุกเข่าสารภาพบาปในสภาพน้ำตานองหน้า

มันขอโทษพระองค์ในความประมาทเลินเล่อของตัวเอง จนทำให้แผนการลงมาจุติของทายาทพระองค์ต้องล้มเหลว

.

เมืองเงินพิสุทธิ์ บ้านของเดอร์ริค·เบเกอร์

เด็กหนุ่มเดินวนรอบโต๊ะอย่างเงียบงันคล้ายกับยังตัดสินใจไม่ได้ เหตุผลของแฮงแมนฟังขึ้นและเหมาะสม แต่ใบหน้าของพวกพ้องคนแล้วคนเล่ากำลังผุดขึ้นในสมอง หากตนแสร้งทำเป็นคลุ้มคลั่งตอนนี้ ก็คงไม่ต่างอะไรกับปล่อยให้คนเหล่านั้นไปเสี่ยงอันตราย!

ไม่มีวิธีช่วยพวกเขาเลยหรือ? ควรหาโอกาสไปพบท่านผู้นำดีไหม และบอกกับเขาว่าวิหารกึ่งซากปรักหักพังนั่นเป็นของพระผู้สร้างเสื่อมทราม-เทพมารเจ้าของเส้นทางคนเลี้ยงแกะ…หลังจากนั้น เขาก็จะระแวงอาวุโสโลเฟียร์และเปลี่ยนคนนำทีมสำรวจ…แต่เราจะอธิบายอย่างไรว่าไปได้ข้อมูลนี้มาจากไหน? ในสายตาพวกเขา มิสเตอร์ฟูลก็คงไม่ต่างอะไรกับเทพมารตนหนึ่ง…เดอร์ริคทึ้งผมตัวเองด้วยสีหน้ากระสับกระส่าย

ขวานเฮอริเคนถูกวางไว้ในระยะมือเอื้อมหยิบถึง ขณะเกิดฟ้าแลบด้านนอก คมขวานจะส่องแสงตอบสนองเจือจาง

จนกระทั่ง เดอร์ริคหยุดเดินและแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีดำ

ห้วงอารมณ์ขณะลงมือฆ่าพ่อแม่ด้วยดาบย้อนกลับมาฉายอีกครั้ง ความรู้สึกในวินาทีดังกล่าวยังคงแจ่มชัดและเข้มข้น

ไม่มีเวลาแล้ว…จะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเราค้นพบความจริงเกี่ยวกับพระผู้สร้างเสื่อมทราม.

ใบหน้าเด็กหนุ่มกำลังบิดเบี้ยว มันพึมพำกับตัวเองพลางกำหมัดแน่น เดอร์ริครีบเดินจากหน้าต่างกลับไปยังโต๊ะตัวเดิม เริ่มฝึกใช้พลังผู้ภาวนาแห่งแสงเพื่อทำให้พลังวิญญาณเหือดแห้งโดยเร็ว

.

ณ คฤหาสน์หรูหราของเคาต์ฮอลล์

ภายในห้องวาดรูป ออเดรย์บรรจงลงสีน้ำมันอย่างใจเย็น จนกระทั่งได้ยินเสียงใครบางคนเคาะประตู

เมื่อสาวใช้ส่วนตัว แอนนี่ ผลักบานประตูเข้ามา เด็กสาวพลันเหลือบเห็นมารดาของตน

เคาต์เทสเคทลิน

แม้สตรีผู้นี้จะมีอายุย่างห้าสิบ แต่ยังคงสวยสง่าราวกับหญิงสาวในวัยเพียงสามสิบช่วงต้น เส้นผมสีทองเงางาม ดวงตาเขียวมรกต กิริยาท่าทางสง่างามไร้จุดตำหนิ ชายใดได้เห็นเป็นต้องเหลียวมอง

“ท่านแม่ มีอะไรหรือคะ?” ออเดรย์วางอุปกรณ์วาดภาพในมือพร้อมกับลุกขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ

เคาต์เทสจ้องมองบุตรสาวผู้น่ารักน่าชังและงดงามว่าตนสมัยเด็ก ตามด้วยการเผยรอยยิ้มอ่อนโยน

“แม่เพิ่งกลับจากงานเลี้ยง คุณหญิงไดล่าเล่าว่าเจ้าชื่นชอบวิชาจิตวิทยามาก ถึงขั้นต้องการจ้างครูสอนพิเศษส่วนตัว เรื่องนั้นเป็นความจริงหรือไม่?”

“จริงค่ะ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ…” ออเดรย์จงใจออกอาการลังเล ให้เหมือนกับนิสัยเดิมของเธอตั้งแต่ยังเด็ก

มีหรือ เคาต์เทสจะไม่ทราบความคิดของบุตรสาว เธอฉีกยิ้มและกล่าว

“คุณหญิงไดล่าและนำนักจิตบำบัดนามว่าเอสลันด์มาให้ หากเจ้าไม่ขัดข้อง แม่จะได้ส่งคนไปเชิญหล่อนมาเป็นครูสอนพิเศษประจำตัวสัปดาห์ละสองครั้ง”

“แล้วแต่ท่านแม่เลยค่ะ!” ออเดรย์จงใจเผยรอยยิ้มทีละนิดคล้ายกับเก็บซ่อนความยินดีไว้ไม่อยู่

“ท่านแม่ รบกวนมานั่งเป็นแบบให้ด้วย หนูอยากได้นางแบบสวยๆ”

.

ช่วงเช้าวันอังคาร

ไคลน์ยืนยันจากหนังสือพิมพ์ว่า คืนวันพรุ่งนี้จะมีชุมนุมลับของเนตรแห่งปัญญาในเวลาสองทุ่มตรง

มันกำลังโล่งใจ เพราะเคยกังวลมาตลอดว่าตนจะหาสมบัติวิเศษมาใช้งานไม่ทันก่อนมาดามชารอนจะลงมือจู่โจมโรงเรียนกุหลาบ

เพื่อเป็นการฉลองข่าวดี มันตัดสินใจผ่อนคล้ายตัวเองทั้งวันภายในสโมสรครักซ์

………………….

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version