Skip to content

Lord of the Mysteries 347


ตอนที่ 347 : ซอมบี้และมนุษย์หมาป่า

วิ่งนำมาเป็นคนแรกคือมาริค เส้นผมยุ่งเหยิงของมันถูกกระแสลมอันเกิดจากความเร็วพัดไปด้านหลัง

สีหน้าหน้าแววตาเบี้ยวแลเหี้ยมเกรียม

มาริคกำลังวิ่งด้วยความเร็วเหนือกว่าสปีดสูงสุดของรถจักรไอน้ำ ร่างกายเสียดสีกับอากาศจนเกิดเสียง ‘ฟ้าว’ ลากยาว เพียงพริบตาก็เข้ามาในเขตลานโล่งของโกงดังซึ่งถูกวางแผนไว้ให้เป็นสนามรบ

แต่ถึงกระนั้น มาริคก็ยังไม่เร็วพอจะสลัดหลุดจากสองผู้ไล่ตามด้านหลัง

บุคคลใกล้สุดมีสีหน้าและผิวพรรณคล้ายมาริคมาก แตกต่างกันตรงรอยดำจางหลายจุดบนใบหน้า ประหนึ่งผิวหนังกำลังรักษาตัวเองจากบาดแผลเน่าเปื่อยพุพอง

ดวงตาของมันอัดแน่นด้วยจิตมุ่งร้ายอย่างไม่ปิดบัง คล้ายกับซอมบี้ผู้ปรารถนาจะฉีกขย้ำเลือดเนื้อให้สาแก่ใจ ไม่หลงเหลือเค้าเดิมของมนุษย์อีกแล้ว

ไคลน์เดาได้ทันทีว่ามันคือเจสัน ลำดับ 6

เจสันไล่ตามมาริคด้วยระยะห่าง 7 ถึง 8 เมตรตลอดเวลา บ้างลดลง บ้างเพิ่มขึ้น สลับไปมาเช่นนี้เป็นระยะ

ถัดไปอีกสิบกว่าเมตร คนสุดท้ายค่อนข้างถูกทิ้งห่าง รูปร่างผอมแต่แข็งแกร่ง ผมสั้นในลักษณะตั้งชันคล้ายหนามแหลม

ทุกครั้งเมื่อมันแกว่งแขน ปลายฝ่ามือจะสะท้อนกับแสงจันทร์แดงจนเกิดประกายแวววาว สิ่งนั้นคือกรงเล็บอันแหลมยาวทั้งสิบ มีความคมสูงกว่ามีดธรรมดาหลายเท่าตัว

มนุษย์หมาป่า ไทร์.

ไคลน์พึมพำชื่อและลำดับของอีกฝ่ายในใจ ขณะเดียวกันก็ย้อนนึกถึงฉากกำแพงนองเลือดในซอยเปลี่ยวหลังผับวีรบุรุษ และล้ำไส้สีแดงสดถูกแขวนห้อยอย่างน่าสยดยสยอง

กึก! กึก! กึก!

มาริคสับเท้าด้วยความเร็วสูงสุดของตัวเอง ทางด้านเจสันก็ไม่ยอมรามือ มันเค้นความเร็วออกมาอย่างสุดชีวิต พร้อมกันนั้น จุดสีดำบนใบหน้าเจสันเริ่มยุบพองเป็นระยะ ประหนึ่งว่าสิ่งน่าขยะแขยงด้านในใกล้ระเบิดปะทุ

ทุกย่างก้าวของซอมบี้ทั้งสองตนจะทำให้พื้นดินกลายเป็นน้ำแข็ง ไม่สนว่าตรงนั้นจะเคยเป็นดินเปียกหรือแอ่งน้ำ

การวิ่งด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดสายลมเสียดสี วัชพีชเหี่ยวเฉาด้านล่างจึงโยกเอนเป็นจังหวะ แต่หากพวกมันถูกเหยียบ พืชพรรณจะสิ้นอายุขัยในทันที สามารถมองเห็นการเน่าเปื่อยได้ด้วยตาเปล่า

ทันใดนั้น ฝ่ามือปริศนาผุดขึ้นจากพื้นน้ำแข็งและคว้าข้อเท้าเจสันไว้แม่นยำ

ผัวะ!

เจสันบิดตัวในลักษณะผิดธรรมชาติพร้อมกับทุ่มพละกำลังทั้งหมดเตะใส่ฝ่ามือลึกลับ

ท่อนแขนขาดสะบั้นและลอยไปในอากาศ เศษเนื้อหนังกระจัดกระจายอย่างน่าขยะแขยง หนอนแมลงวันสีขาวจำนวนมากนอนดีดดิ้นอยู่บนพื้นอย่างสยดสยอง

มาริคชะงักฝีเท้า ตามด้วยการสอดนิ้วมือข้างขวาเข้าไปในปากและออกแรงเป่าสุดเสียง

ผลุบ! ผลุบ! ผลุบ!

ผืนดินใจกลางลานโล่งถูกยกขึ้นหลายจุดอย่างพร้อมเพรียง ซากศพไร้สีหน้าจำนวนมากผุดขึ้นจากพื้น

ในเวลาเดียวกัน สายลมเย็นเฉียบพลันหมุนตัวเป็นเกลียวกะทันหัน เงาดำมายาจำนวนมากโผล่จากอากาศอันว่างเปล่าด้วยอากัปกิริยาหิวโหย พวกมันทุกตนปรี่เข้าหาซอมบี้เจสันประหนึ่งกลัวว่าจะถูกเพื่อนฝูงแย่งอาหาร บ้างรั้งท่อนแขน บ้างรั้งต้นขา บางตนก็กอดรัดศีรษะเจสันไว้

ซอมบี้เจสันหยุดชะงักพลางคำรามเสียงต่ำ

ทันใดนั้น เงาดำทั้งหมดถูกผลักกระเด็นไปคนละทิศละทาง บ้างส่งเสียงโหยหวนและสลายไปในพริบตา แต่บางตนก็ลอยแน่นิ่งราวกับสติกระเจิดกระเจิง

แทบจะในเวลาเดียวกัน มาริคและเจสันต่างยกแขนขวาขึ้นในสภาพกำหมัด ตามด้วยการเหยียดนิ้วชี้และนิ้วโป้งออกเป็นท่ายิงปืน

ต่างฝ่ายต่างเล็งปลายนิ้วชี้ไปทางใบหน้าของกันและกัน

แม้จะไม่เกิดสุ้มเสียงใด แต่อากาศว่างเปล่าซึ่งคั่นกลางระหว่างเจสันและมาริคพลันระเบิดอย่างเป็นปริศนา

มาริคเสียหลักเซถอยหลังทันที เส้นผมยุ่งเหยิงของมันเหี่ยวเฉาและร่วงกราวลงพื้นกระจุกหนึ่ง

“มาริค แกยังอ่อนหัดนัก! ไม่ได้เข้าใจความสุดยอดของการปลดปล่อยแรงปรารถนาเอาเสียเลย!” เจสันเหยียดหยันพลางยกมุมปาก

ในเวลาเดียวกัน มนุษย์หมาป่า ไทร์ ได้ตามทั้งสองมาทันและหยุดยืนข้างเจสัน ส่วนลำดับ 5 อย่างสตีฟนั้นยังไร้วี่แวว

“อย่าเพิ่งรีบร้อนจัดการมาริค รอให้ชารอนโผล่หัวออกมาช่วยมันก่อน ท่านสตีฟกำลังจะถึงในอีกไม่ช้า” มนุษย์หมาป่า ไทร์ ส่งเสียงกระซิบบอกเจสัน

ตามด้วยการแลบลิ้นเลียริมฝีปาก

“ฉันสงสัยมาตลอดว่านังชารอนจะแจ่มแค่ไหนถ้าถอดเสื้อผ้าออกจนหมด…”

ยังไม่ทันกล่าวจบประโยค ไทร์เหลือบเห็นเจสันหันขวับมามองตน

ใบหน้าของมนุษย์หมาป่าพลันขาวซีดกะทันหัน เนื่องจากภาพในดวงตาของเจสันกำลังสะท้อนรูปลักษณ์ของบุคคลผู้หนึ่ง

เดรสโกธิกสีดำ ผมสีทองอ่อน ใบหน้าสง่างามและผิวพรรณขาวซีด!

หมับ!

เจสันใช้สองมือบีบคอมนุษย์หมาป่าไทร์แน่นถนัด เกิดเสียงกระดูกลั่นเป็นระยะจากแรงบีบอันมหาศาล

วิญญาณอาฆาต ชารอน ลงมือแล้ว!

ไทร์สูดลมหายใจเต็มปอด ลำคอของมันพองโตคล้ายลูกโป่งพร้อมกับสร้างแผงขนแข็งหนาและแหลม ช่วยซับแรงกระแทกจากการถูกบีบคอซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหลอดลมระเบิดและคอหัก

แต่การขัดขืนนั้นไร้ผล ดวงตาไทร์ยังคงเหลือกขึ้นจนเหลือเพียงตาขาว ลิ้นแดงยาวแลบออกมาพร้อมกับน้ำลายกลิ่นเหม็นสาปไหลหยดย้อย

ทว่า มือขวาของไทร์แอบล้วงเข้าไปในเสื้อตั้งแต่ตอนไหนไม่มีใครทราบ มันทำการปลดผนึกวิญญาณของวัตถุบางสิ่ง!

เพียงพริบตา ไม่ว่าจะลานโล่งหรือเขตโกดังโดยรอบทั้งหมด บรรยากาศอันมืดมิดถูกปกคลุมด้วยแสงจันทร์สีแดงฉานทันใด

แรงบีบของเจสันแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ในทางกลับกัน หญิงสาวสวมหมวกใบเล็กและเดรสโกธิกได้ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังไทร์

มนุษย์หมาป่าไทร์พลันฉีกยิ้มแฝงความป่าบ้าระห่ำ มือขวาของมันรีบล้วงหยิบ ‘จันทร์เต็มดวง’ ขนาดเล็กออกจากเสื้อโค้ท

จันทร์เต็มดวงสีแดงฉาน!

สิ่งนี้คือเครื่องประดับสีแดงแวววาวแผ่บรรยากาศสุขสงบ รูปทรงคล้ายจันทร์เต็มดวงสีแดง เส้นรอบวงประดับประดาด้วยทับทิมหลายเม็ด กึ่งกลางเป็นสัญลักษณ์ดวงจันทร์และอักษรเวทมนตร์หลายชนิด

ชารอนหรี่ตาลงพร้อมกับผงะถอยหลังสองก้าวตามสัญชาตญาณ เรือนร่างมายาของเธอเริ่มกลับมาคมชัดทีละนิดคล้ายกับสูญเสียพลัง

ประหนึ่งแข้งขาไม่สามารถรับน้ำหนักร่างกายได้อีกต่อไป ชารอนทรุดลงกับพื้นในสภาพทิ้งตัว ชายกระโปรงของเดรสโกธิกเปรอะเปื้อนดินโคลนหลายจุด

มนุษย์หมาป่าไทร์ชูเครื่องประดับทรงดวงจันทร์ขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นไปในอากาศพลางฉวยโอกาสพักหายใจ

“ท่านสตีฟกล่าวได้ถูกต้อง เธอจะต้องดักซุ่มโจมตีอยู่แน่นอน และเป้าหมายการสิงร่างก็ต้องเป็นเจสันผู้มีลำดับสูงกว่าฉัน ดังนั้น มงกุฎจันทร์ชาดจึงอยู่ในมือฉันยังไงล่ะ! ลองเดาดูสิ ตอนนี้ท่านสตีฟอยู่ไหน?”

แย่ล่ะสิ…แผนของชารอนไม่ได้เป็นแบบนี้สักหน่อย…หมายความว่าเธอให้เราตัดสินใจด้วยตัวเอง ว่าควรลงมือตอบโต้ตอนไหน.

ไคลน์หรี่ตาลงพลางทำสีหน้าประหวั่น ความวิตกกังวลเริ่มเพิ่มพูนอย่างมิอาจยับยั้ง

ขณะเดียวกัน มนุษย์หมาป่าไทร์ไม่รีบลงมือโจมตีใส่หญิงสาว ขอเพียงมงกุฎจันทร์ชาดยังอยู่ในมือตน ชารอนจะอ่อนแอลงจนไร้เรี่ยวแรงสำหรับขัดขืน และมาริคต้องเผชิญความเจ็บปวดแสนสาหัส

ดวงตาแสนเย็นชาของเจสันซึ่งเคยเปี่ยมด้วยความป่าเถื่อนและจิตสังหาร ยามนี้ไม่หลงเหลือเหตุและผลของมนุษย์อีกต่อไป

มันเองก็ได้รับผลของมงกุฎจันทร์ชาดอย่างรุนแรงเช่นกัน เพียงแต่เจสันเลือกจะปล่อยหัวใจให้เป็นไปตามแรงปรารถนา ไม่ฝืนระงับไว้แบบมาริคและชารอน

เจสันจึงปราศจากความเจ็บปวด สีหน้าแววตาบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังกระหายเลือดมากเพียงใด

โฮกกก!

เจสันคำรามด้วยเสียงและท่าทีห่างไกลจากมนุษย์ ผิวหนังนอกอาภรณ์เริ่มซีดลงจนผิดธรรมชาติ

ในวินาทีดังกล่าว ชารอนฝืนกัดฟันใช้มือซ้ายดึงถุงมือดำออกจากมือขวา เจสันเห็นดังนั้นจึงเตรียมกระโจนเข้าใส่ มันรีบเสกให้พื้นรอบตัวชารอนกลายเป็นน้ำแข็งถ้วนทั่ว

ทว่า แสงสว่างเจิดจ้าพลันแผ่ออกจากฝ่ามือข้างขวาของชารอน

เมื่อเธอถ่ายพลังวิญญาณเข้าไป แสงดังกล่าวเริ่มถักถอกลายเป็นบานประตูทองแดงสลักอักขระลึกลับ มาพร้อมกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ยากจะอธิบาย

บานประตูถูกดีดเปิดออก

เผยให้เห็นรอยแยกของห้วงมิติด้านใน

แทบจะในพริบตา ฝ่ามือจำนวนมากพุ่งพรวดออกจากรอยแยกแห่งความว่างเปล่า ประกอบด้วยแขนขาวซีด ท่อนแขนโปร่งใส ท่อนแขนชุ่มเลือด ท่อนแขนไร้เนื้อหนัง และท่อนแขนถูกฟันขบกัด ทั้งหมดมีจุดประสงค์เดียวคือหวังใช้ฝ่ามือคว้าตัวซอมบี้เจสัน!

ดวงตาแสนลึกลับยากจะอธิบายให้เห็นภาพชัด กำลังจ้องมองออกจากส่วนลึกสุดของประตูโดยไม่ส่งเสียงใด ทำเพียงเฝ้ามองเหยื่อของมันถูกพันธนาการอย่างเชื่องช้า

ยังไม่ทันจะได้ตอบสนอง เจสันถูกฝ่ามือจำนวนมากคว้าหมับ ไม่เพียงเท่านั้น มันยังสัมผัสได้ว่าตนกำลังถูกเถาวัลย์มายาสีเขียวเข้มซึ่งยากจะสังเกตเห็น พันธนาการร่างกายไว้อย่างแน่นถนัด บนผิวเถาวัลย์มีใบหน้าทารกน่าขยะแขยงนูนยื่นออกมา

ตัวตนประหลาดพลันส่งเสียงแหกปาก ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่ามันกำลังหัวเราะหรือร้องไห้ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งชัดเจนก็คือ เจสันกำลังถูกลากเข้าไปในประตูอย่างเชื่องช้า

แม้ว่าสติของมันจะถูกกลืนกินโดยความกระหายเลือดจนเกือบไม่หลงเหลือ แต่เจสันกำลังรู้สึกหวาดกลัวจากก้นบึ้งจิตใจ

โฮกกก!!

เสียงคำรามของเจสันเข้มข้นขึ้นกว่าเก่า เกิดเป็นแผ่นน้ำแข็งหนาเกาะบนท่อนแขนลึกลับและน่าขยะแขยงจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน เถาวัลย์เขียวเข้มซึ่งกำลังรัดพันร่างกายซอมบี้ ได้ถูกของเหลวสีเหลืองขุ่นบนใบหน้าหยดกัดกร่อน จนทารกต้องส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวดเป็นระยะ

พละกำลังในการรัดของเถาวัลย์เริ่มอ่อนลง แต่ยังคงไม่คลายตัวโดยสมบูรณ์

เจสันพยายามควบคุมวิญญาณเร่ร่อนให้ช่วยขัดขวาง แต่ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด เหนื่อยเปล่าประหนึ่งขว้างหินลงทะเล

แม้กระทั่งการลองใช้เวทมนตร์ในขอบเขตเทพมรณาก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

ร่างกายเจสันถูกลากเข้าใกล้บานประตูโดยมิอาจเปลี่ยนแปลงโชคชะตา แต่บางครั้ง มันกัดฟันฮึดสู้จนกระชากตัวเองกลับออกมาได้เล็กน้อย

ย้อนกลับไปก่อนจะเริ่มลงมือทำตามแผน มาริคได้กินยาระงับประสาทเข้าไปล่วงหน้าหนึ่งขวด จึงไม่ได้รับความเจ็บปวดจากมงกุฎจันทร์ชาดโดยสมบูรณ์

ซอมบี้มาริครีบหยิบยาระงับประสาทอีกสองขวดออกมาถือ ดีดนิ้วเปิดผา และเทเข้าปากตัวเองหนึ่งขวดครึ่งในคราวเดียว

จิตสังหารในแววตาพลันบรรเทาลงมาก รวมถึงสีหน้าซึ่งเคยบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดทรมาน

มาริคได้ทีกระโจนเข้าหามนุษย์หมาป่าไทร์

ทันใดนั้น เกิดเสียงสายลมพัดผ่านพร้อมกับการหายไปของร่างอันผอมบางแต่แข็งแกร่งของไทร์ และมันปรากฏกายอีกครั้งในจุดห่างออกไปราวสิบเมตร

ขณะร่างของไทร์กำลังก่อตัวคมชัด เงาดำปริศนาได้พุ่งโจมตีขึ้นจากพื้นดินราวกับมีชีวิต

แต่ก็ทำลายได้เพียงภาพติดตา มนุษย์หมาป่าไทร์หายตัวไปอีกครั้ง

ไทร์มิได้ใช้การเคลื่อนย้ายตำแหน่งในพริบตาหรืออะไรทำนองนั้น โอสถของมันไม่มีพลังสำหรับทำเรื่องดังกล่าว

แต่ทั้งหมดเป็นผลจากอิทธิพลของมงกุฎจันทร์ชาดซึ่งช่วยเร่งความเร็วผู้ใช้งานได้ถึงขีดจำกัด

รวดเร็วจนสามารถสร้างภาพติดตา

ในวินาทีเดียวกัน ไคลน์ผู้กำลังซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืดบนหลังคาโกดังสินค้า ทำการล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อและหยิบกล่องบุหรี่โลหะ

ชายหนุ่มปลดผนึกพลังวิญญาณ และบรรจงเปิดอย่างเบามือ

ไคลน์มั่นใจว่า ‘วิญญาณอาฆาต’ สตีฟ ต้องมาถึงจุดเกิดเหตุแล้ว ไม่อย่างนั้น เจสันคงถูกประตูลึกลับนั่นกลืนกินเข้าไปโดยสมบูรณ์แน่

จริงอยู่ ไทร์อาจว่องไวขึ้นจากผลของมงกุฎจันทร์ชาด แต่ก็ไม่ได้ทรงพลังพอจะเอาชนะมาริคในพริบตา หากชารอนเบนเป้าหมายของประตูไปยังมนุษย์หมาป่าไทร์เมื่อไร มงกุฎจันทร์ชาดก็จะเปลี่ยนเจ้าของทันที

ในวินาทีปลายนิ้วสัมผัสกับดวงตาดำล้วนภายในกล่องบุหรี่โลหะ สมองไคลน์พลันอัดแน่นไปด้วยเสียงเพรียกอันบ้าคลั่งและกัดกร่อนจิตใจหนักหน่วง

เสียงแหบพร่าบัดซบฟังไม่ได้ศัพท์ ส่งผลให้เส้นเลือดใหญ่ทั่วร่างมันเกิดปูดโปนกะทันหัน ดวงตาถลนราวกับจะหลุดจากเบ้า สมองพร้อมระเบิดได้ทุกวินาทีถัดจากนี้

ท่ามกลางภาษาชั่วร้ายดังกังวาน ไคลน์มองเห็นเส้นด้ายมายาสีดำกระจายตัวหลายจุดทั่วสนามรบ บ้างยืดออกจากร่างชารอน บ้างยืดออกจากมนุษย์หมาป่าไทร์ แต่ละเส้นพาดผ่านกันโดยไม่รัดพันจนยุ่งเหยิง สุดปลายเส้นสีดำหายเข้าไปในมิติลึกลับไร้คำตอบ

จากบรรดาด้ายดำเหล่านั้น มีด้ายกระจุกหนึ่งลอยตัวอย่างผิดธรรมชาติในตำแหน่งใกล้กับมาริค เป็นของอีกหนึ่งบุคคลไม่ผิดแน่!

วิญญาณอาฆาต สตีฟ!

มันกำลังจะสิงร่างมาริค!

เมื่อคิดได้ ไคลน์กระชากมือซ้ายออกจากดวงตาบัดซบ

ตรงข้ามกับการชักปืนยิง ไคลน์บรรจงดีดนิ้วให้เกิดเสียงแผ่วเบา

บึ้มมมม!

เกิดระเบิดในจุดระหว่างโกดังสองหลัง เปลวเพลิงและความร้อนส่งให้สุภาพบุรุษชุดโค้ทกระดุมสองแถวสีดำลอยตัวขึ้นฟ้า

เมื่อตัวหลอกกลายเป็นจุดสนใจ ไคลน์รีบชักปืนยิงใส่ตำแหน่งในความทรงจำ

แทบจะพร้อมกัน เข็มกลัดนกสุริยันสีทองบนอกซ้ายพลันส่องแสง

ไคลน์เสริมประสิทธิภาพกระสุนปืนชำระล้างด้วยเวทมนตร์ ‘ฟันชำระล้าง’ จากเข็มกลัดอีกทอดหนึ่ง

ปัง!

กระสุนพุงออกจากปากกระบอกเป็นเส้นตรงสีทองอร่าม

………………….

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version