Chapter 7 เดินทางไปเปวาส
Chapter 7 เดินทางไปเปวาส
พอกินเสร็จแล้วทั้ง 2 ก็นั่งขับรถไปหาติงลี่ แต่ติงลี่ออกไปข้างนอกเหลือแต่ลูกน้องเฝ้าร้าน ทั้ง2 จึงจัดแจงถอดอุปกรณ์แปลงโฉมออกแล้วก็พากันไปเปิดโรงแรมเล็กๆ อยู่ รับรองว่าคนของกรกนกคาดไม่ถึงแน่ ก็จะไปเปิดโรงแรมหรูๆ อยู่เดี๋ยวข่าวก็รั่วไปถึงหูพวกคนร้ายแน่
พรพรรณโทรไปถามเจ้ข้างบ้านก็ได้ความว่ารถตู้ยังจอดอยู่
“มันคงกะอุ้มแกกะฉันไปให้ได้แน่เลย” เธอพูดกับเพื่อน
“อือ” ไผ่หวานพยักหน้ารับรู้แล้วก็บอกว่า “อาบน้ำนอนเถอะแก เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
พรพรรณพยักหน้ารับแล้วก็นั่งคิดถึงโปรแกรมสำหรับพรุ่งนี้ ไหนจะต้องไปซื้ออุปกรณ์แปลงโฉมของใช้เสื้อผ้าเพิ่ม แล้วยังต้องซื้อกระเป๋าเดินทางใบใหม่ด้วย ในเมื่อเข้าบ้านไม่ได้ก็ต้องซื้อใหม่หมดเลย พวกมันอยากเฝ้าก็ให้เฝ้าไปวันมะรืนพวกเธอก็ไปลั้นลาที่ประเทศเปวาสแล้ว รับรองว่าคนของไอ้กรนรกนั่นไม่มีทางเจอพวกเธอแน่
แต่ทั้งไฟซาลและซาคินไม่รู้เลยว่าพี่เลี้ยงของลูกสาวที่พวกเขารับเข้าทำงานใหม่นั้นคนหนึ่งจบด็อกเตอร์เป็นลูกสาวของประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย เพราะไผ่หวานใช้นามสกุลของแม่ไม่ได้ใช้นามสกุลของพ่อ ส่วนพรพรรณก็จบโท แต่ทั้งสองใช้สำเนาวุฒิปริญญาตรีสมัครไปเพราะในไฟล์ที่โหลดฝากเว็บไว้มีแต่วุฒิปริญญาตรีกันทั้งคู่ นี่ถ้ารู้ว่าอนาคตจะเกิดเรื่องให้ต้องระเหเร่ร่อนออกจากบ้านแบบนี้ทั้งสองก็คงจะโหลดไฟล์วุฒิการศึกษาอันอื่นเก็บไว้แน่ แต่เรื่องของอนาคตใครจะรู้ได้ล่ะ แต่อย่างน้อยตอนที่ส่งไฟล์สำเนาวุฒิการศึกษาให้เจ้าหน้าที่สถานทูตตรวจสอบหลังจากที่กษัตริย์ไฟซาลตกลงรับทั้งคู่เข้าทำงานแล้วก็ไม่เห็นเจ้าหน้าที่จะว่าอะไรอีกเลย
เมื่อถึงวันเดินทางไผ่หวานกับพรพรรณลากกระเป๋าเดินทางคนละใบลงจากรถแท็กซี่ ยามหน้าสถานทูตก็ออกมาเปิดประตูให้ “เชิญครับ”
“ขอบคุณค่ะ” 2 สาวพูดพร้อมกันแล้วก็ลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปข้างใน
เจ้าหน้าที่คนเดิมมายืนชะเง้อรออยู่แล้ว พอเห็น 2 สาวเดินเข้ามาก็รีบปราดเข้าไปทัก “ทางนี้ค่ะ”
“กู้ดมอนิ่ง” 2 สาวทักพร้อมกับยกมือไหว้ในฐานะที่อีกฝ่ายอายุมากกว่า
เจ้าหน้าที่ยิ้มให้แล้วก็เดินนำหน้าพาทั้ง 2 คนไปที่ห้องรับแขก ทั้ง 2 นั่งรอพลางหยิบหนังสือมาอ่านรอเวลาจนกระทั่งถึงเวลาเดินทางเจ้าหน้าที่ก็มาตามไปขึ้นรถ
เมื่อถึงสนามบินทั้ง 2 ก็ถูกจัดให้นั่งรวมกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ทางส่วนท้ายของเครื่องบิน
ไผ่หวานมองไปนอกหน้าต่างคิดในใจว่าอีกไม่ถึงชั่วโมงเธอก็จะจากแผ่นดินไทยแล้ว
พรพรรณก็นั่งฟังเพลงจากมือถือพร้อมกับกดเล่นเกมส์ไปด้วย แต่พอหันไปเห็นสีหน้าเพื่อนรักเธอก็หยุดเล่นเกมส์ถอดหูฟังออก “เป็นไรไอ้ไผ่”
ไผ่หวานหันไปมองเพื่อน
“ไม่รู้จะได้กลับมาอีกเมื่อไหร่” เธอบอกเสียงเศร้า
พรพรรณผลักไหล่เพื่อน “อย่ามาทำดราม่าหน่อยเลย แกเดินทางเป็นว่าเล่นเดี๋ยวก็ไปติดต่องานที่นั่นที่นี่ออกบ่อยจนฉันล่ะเหนื่อยที่ต้องตามแกไปทุกที่”
“ก็ทุกทีไปแล้วก็รู้นี่ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่ แต่ไปครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะได้กลับเมื่อไหร่ แล้วยังทะเลาะกับพ่ออีก แกคิดดูซิจนป่านนี้พ่อยังไม่โทรหาฉันซักครั้ง” ไผ่หวานพูดอย่างน้อยใจตาแดงๆ แล้วก็รีบเบือนหน้าไปมองนอกหน้าต่างพยายามไม่ร้องไห้
พรพรรณรีบโอบไหล่เพื่อนปลอบใจ “อย่าคิดมากน่าแก คุณพ่อแกก็ยังสบายดีแกจะห่วงอะไร ถ้ามีไรเดี๋ยวคนใช้ก็โทรบอกแกเองแหละ ทำใจให้สบายๆ นะแก คิดซะว่าไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา”
ไผ่หวานพยักหน้ารับเอียงตัวซบบ่าเพื่อน
ทั้ง 2 ไม่รู้เลยว่าไฟซาลยืนมองอยู่ เขาแง้มประตูดูความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตามประสาเจ้านาย พอเห็นลูกน้องคนใหม่ทั้ง 2 นั่งซบกันอยู่ก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจนึกตำหนิในใจว่า แม่ 2 คนนี้ชอบทำอะไรประเจิดประเจ้ออยู่เรื่อย เดี๋ยวพอไปถึงเปวาสคงต้องเตือนสักหน่อยแล้ว เพราะที่เปวาสยังไม่ค่อยยอมรับเพศที่ 3 สักเท่าไหร่ แล้วเขาก็ปิดประตูเดินไปนั่งจิบไวน์
ส่วนซาคินก็นั่งดูพอร์ตหุ้น สักพักเขาก็ปิดโน๊ตบุ๊ค เขาหันไปมองพี่ชายพร้อมกับแซวว่า “ทำหน้าหงิกเชียวพี่ ใครทำไรให้ไม่ถูกใจอีกล่ะ”
“เปล๊า!” ไฟซาลบอกเสียงสูงแล้วก็ดื่มไวน์รวดเดียวหมด
ซาคินยักคิ้วหลิ่วตา “เสียงแบบนี้แสดงว่าต้องมีใครทำไรไม่ถูกใจแน่ๆ พี่ปิดผมไม่ได้หรอก บอกผมมาดีกว่าน่าว่าใครทำไรให้ไม่พอใจ”
ไฟซาลบุ้ยปากไปทางท้ายเครื่อง “ก็คนไทย 2 คนนั่นไง ชอบทำอะไรประเจิดประเจ้อตลอด”
ซาคินนึกสงสัยว่าไอ้ที่ว่าประเจิดประเจ่อของพี่ชายมันคืออะไร เขาจึงลุกขึ้นเดินไปแง้มประตูดูบ้าง สักพักเขาก็ปิดประตูแล้วก็เดินกลับมานั่งที่เดิม “ก็แค่นั่งซบกันผมไม่เห็นว่ามันจะประเจิดประเจ้อตรงไหนเลย ถ้าจูบกันซิถึงจะเป็นอย่างที่พี่ว่า”
ไฟซาลมองน้องชาย “ก็เคยจูบโชว์แล้วล่ะ วันที่มาสมัครงานนั่นไง หลังจากที่แกหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไปนั่นไง แม่ 2 คนนี่ไม่รู้งอนอะไรกันจู่ๆ ก็จูบกันต่อหน้าต่อตาคนอื่นซะงั้น สงสัยคงจะทะเลาะกันเรื่องที่เห็นแกไปกอดแฟนเขาล่ะมั้งถึงได้โวยวายซะขนาดนั้น”
“เดี๋ยวๆ 2 คนนั่นเป็นแฟนกันเหรอพี่” ซาคินถามด้วยสีหน้าเหมือนจะช๊อคนิดๆ
ไฟซาลพยักหน้า “ก็ถ้าไม่ได้เป็นแฟนกันคงไม่สนิทสนมกระหนุงกระหนิงจู๋จี๋จิ๊จ๊ะแบบนั้นหรอก เดี๋ยวก็กอด เดี๋ยวก็จูบ เพื่อนผู้หญิงที่ไหนเขาทำแบบนั้นกันมั่งล่ะ เห็นมีแต่พวกเลสเบี้ยนเท่านั้นแหละที่ทำแบบนั้นน่ะ”
ซาคินอึ้ง! “2 คนนั้นน่ะนะเป็นแฟนกัน โอ…พระเจ้า! ไม่น่าเชื่อ”
ไฟซาลนิ่งเงียบไม่พูดอะไร
ซาคินนั่งคิดในใจ แม่ 2 คนนั่นขี้เหร่พอๆ กัน แต่งตัวก็คล้ายๆ กัน แล้วยังเป็นแฟนกันอีก มิน่าล่ะแม่คนนั้นถึงได้รังเกียจที่เขากอด ที่แท้ก็เป็นเลสเบี้ยนนี่เอง
เสียงกัปตันประกาศเตือนว่ากำลังจะนำเครื่องเทคออฟ 2 พี่น้องจึงหันไปรัดเข็มขัดแล้วก็มองออกไปนอกหน้าต่าง
คนอื่นๆ พอได้ยินเสียงประกาศก็รีบนั่งที่เตรียมตัวเทคออฟ
สักพักใหญ่เครื่องบินก็เทคออฟออกจากสนามบินมุ่งหน้าสู่เปวาส
เมื่อเครื่องไต่ระดับไปจนถึงระดับเพดานบินสัญญาณเตือนให้รัดเข็มขัดก็ดับลง สักพักเจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็ถือแฟ้มไปยื่นให้ 2 พี่เลี้ยงคนใหม่แล้วก็อธิบายรายละเอียดต่างๆ ในการทำงานให้ทั้ง 2 ได้รับทราบอย่างละเอียดยิบ 2 สาวก็ฟังไปซักไปเพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาดในการทำงาน
5 ชั่วโมงต่อมาเครื่องบินก็แลนดิ้งลงสู่สนามบินภายในพระราชวัง
ไฟซาลลุกขึ้นปลดเข็มขัดทันทีที่เครื่องจอดสนิท พอประตูเปิดปั๊บเขาก็รีบเดินลงไปขึ้นรถ ใจอยากจะรีบไปถึงวังโดยเร็วเพราะคิดถึงลูกสาวเต็มแก่
“พี่รอด้วย” ซาคินเรียกพี่ชายพลางส่ายหน้าอมยิ้มนิดๆ ก็พี่ชายเขาเป็นคุณพ่อที่ติดลูกมาก ห่างลูกหน่อยเป็นใจจะขาด
ไฟซาลหันไปเร่ง “เร็วๆ ซาคิน”
“คร้าบๆ” ซาคินยานคางรับแล้วก็รีบเดินตามไป
คนรับใช้รีบขนกระเป๋าของกษัตริย์กับเจ้าชายไปใส่ท้ายรถโดยไม่ต้องรอให้สั่งอย่างรู้งาน
เมื่อ 2 พี่น้องขึ้นรถแล้ว คนขับรถก็รีบขับรถเข้าวังเพราะรู้ดีว่ากษัตริย์ของเขาใจร้อนแค่ไหน
ส่วนคนอื่นๆ ก็ทยอยลงจากเครื่องไปขึ้นรถตู้ที่มาจอดรอรับ
เมื่อถึงวัง ไฟซาลก็รีบเปิดประตูเองโดยไม่รอให้ใครมาเปิดให้
เจ้าหญิงฟาซินยารีบโผเข้าไปหาพระบิดา “คุณพ่อขา”
“ฟาซินยา” ไฟซาลอ้าแขนกอดลูกพลางหอมแก้มอย่างคิดถึง
ส่วนเจ้าหญิงซาคาน่าก็รีบเดินอ้อมรถไปหาพระบิดา “คุณพ่อขา”
ซาคินเปิดประตูรถรีบลงไปกอดลูกอย่างคิดถึงเช่นกัน “ซาคาน่าเป็นเด็กดีรึเปล่าลูก”
“ค่ะคุณพ่อ” ซาคาน่าพยักหน้ายิ้มให้พระบิดา
ซาคินกอดลูกแล้วก็หอมแก้มลูกหลายๆ ที
“คุณพ่อลืมของฝากของหนูรึเปล่าคะ” ซาคาน่าทวงของฝาก
“ไม่ลืมครับ พ่อไม่มีทางลืมของลูกเด็ดขาด ไปลูก เข้าไปข้างในกันดีกว่าหนูจะได้ดูของๆ หนูนะครับ” ซาคินบอกลูกแล้วก็จูงมือลูกเดินเข้าไปข้างใน
ไฟซาลก็พูดกับลูกว่า “ตามพ่อมาเร็วฟาซินยา มาดูซิว่าพ่อซื้ออะไรมาให้หนูบ้าง”
“ค่ะคุณพ่อ” ฟาซินยายิ้มหน้าบานจูงมือพระบิดาเข้าไปภายใน
ส่วนคนรับใช้ที่มายืนรอรับก็ช่วยกันขนกระเป๋าจากท้ายรถเข้าไปข้างใน
4 คนพ่อลูกพากันเดินไปนั่งที่โซฟาในห้องโถง ไฟซาลหันไปสั่งคนรับใช้ว่า “เปิดกระเป๋าใบนั้นซิ”
“ค่ะท่าน” คนรับใช้เปิดกระเป๋าแล้วก็นั่งอยู่ข้างๆ กระเป๋า
ไฟซาลหันไปบอกลูกว่า “ไปดูซิลูกว่าชอบไหม”
“ค่ะคุณพ่อ” ฟาซินยาขยับเข้าไปดูของฝากในกระเป๋าอย่างตื่นเต้น
ซาคินปล่อยลูกลงแล้วก็เดินไปเปิดกระเป๋าหยิบของฝากออกมา “ดูซิเท็ดดี้แบร์ของใครเอ่ย”
“ของหนู” ซาคาน่ารีบบอกพร้อมกับโผเข้าไปหาอย่างตื่นเต้น
ซาคินส่งตุ๊กตาให้ลูกแล้วก็เอียงแก้มรอท่า
ซาคาน่ารีบหอมแก้มพระบิดาขอบคุณ “ขอบคุณค่ะคุณพ่อ”
ซาคินยิ้มหน้าบานแล้วก็จูงลูกไปนั่งที่โซฟา
ครู่ต่อมาบอดี้การ์ดก็เดินเข้ามาถามว่า “ท่านครับจะให้พี่เลี้ยงเข้ามาเลยไหมครับ”
ไฟซาลหันไปพยักหน้า “พามาเลย จะได้แนะนำตัวกันเลยทีเดียว”
“ครับ” บอดี้การ์ดพยักหน้าแล้วก็เดินออกไป
สักพักบอดี้การ์ดก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับไผ่หวานและพรพรรณ
ไฟซาลกวักมือเรียก 2 พี่เลี้ยง “มาซิ ผมจะแนะนำลูกกับหลานให้รู้จัก”
2 สาวเดินเข้าไปยืนรอในระยะพอเหมาะ
ไฟซาลหันไปเรียกลูกสาวกับหลานสาว “ฟาซินยา ซาคาน่ามารู้จักพี่เลี้ยงคนใหม่ซิลูก”
“ค่ะคุณพ่อ” / “ค่ะคุณลุง” 2 เจ้าหญิงหันไปมองพี่เลี้ยงคนใหม่อย่างตั้งป้อม แต่พอได้เห็นหน้าพี่เลี้ยงก็พูดว่า “อุ๊ย! น่าเกลียดจัง”
2 สาวพี่เลี้ยงรีบยิ้มผูกมิตรกับเด็กทั้ง 2 “ฮาโหล”
ทุกคนรอดูท่าทีของ 2 เจ้าหญิงกับพี่เลี้ยงใหม่อย่างใจจดใจจ่อ
“คุณจะมาเป็นพี่เลี้ยงเราเหรอ” ฟาซินยาถาม
“เยส ยัวร์ไฮเนส” 2 สาวพี่เลี้ยงพยักหน้ารับพร้อมกัน
2 เจ้าหญิงหันไปมองหน้ากันเองแล้วก็ขยับเข้าไปกระซิบกระซาบกันเอง แล้วฟาซินยาก็หันไปพยักหน้ากับพระบิดา “โอเคค่ะ”
ไฟซาลถอนหายใจโล่งอก แล้วก็หันไปถามน้องชายว่า “ตกลงว่าจะให้คนไหนดูแลใครดีล่ะ”
ซาคินหันไปมอง 2 พี่เลี้ยงแล้วก็ชี้ไปที่พรพรรณพร้อมกับบอกว่า “ผมขอคนนี้ล่ะกันพี่”
แล้วเขาก็แอบกระซิบว่า “ส่วนคนนั้นพี่เอาไปเถอะขืนให้มาเลี้ยงลูกผมๆ กลัวว่าลูกจะปากจัดตาม”
ไฟซาลทำหน้าสะอึก แต่เขาก็คิดไว้แล้วว่าซาคินคงเลือกมิสพินิจนันท์ แล้วก็จริงตามคาด หน้าที่เลี้ยงเจ้าหญิงฟาซินยาจึงตกเป็นของมิสพนาเวชไปโดยปริยาย
“ตามใจแก ถ้างั้นแกก็พามิสพินิจนันท์ไปที่วังของแกได้แล้วจะได้แนะนำสถานที่ต่างๆ ให้เธอได้รู้จักไว้ซะ” เขาบอกน้องแล้วก็ลุกขึ้นยืน
“ครับ” ซาคินพยักหน้าแล้วก็หันไปสั่งพรพรรณว่า “เดี๋ยวคุณตามผมมา เราจะกลับวังกัน”
“ค่ะ” พรพรรณพยักหน้ารับ แอบผิดหวังนิดๆ ที่ถูกเลือกให้เลี้ยงลูกของเจ้าชายซาคิน
ไฟซาลหันไปพูดกับไผ่หวานว่า “ส่วนคุณตามผมมาทางนี้”
แล้วเขาก็หันไปเรียกลูก “ฟาซินยาพาพี่เลี้ยงไปดูห้องนะลูก พ่อต้องไปทำงานก่อนแล้วเดี๋ยวพ่อตามไปนะ”
“ค่ะคุณพ่อ” ฟาซินยาพยักหน้าแล้วก็ไปพูดกับพี่เลี้ยงคนใหม่ว่า “ตามมาซิ”
ไผ่หวานพยักหน้ารับ “เยส ยัวร์ไฮเนส”
ไฟซาลมองดูลูกสาวกับพี่เลี้ยงคนใหม่แล้วก็เดินออกจากห้องโถงไปที่ห้องทำงาน ปล่อยให้ลูกสาวกับพี่เลี้ยงได้ทำความรู้จักกันเอง
ส่วนซาคินก็หันไปจูงมือลูกเดินออกไปขึ้นรถ
พรพรรณรีบเดินตามไป
คนรับใช้ของซาคินก็รีบตามเจ้านายไป
พรพรรณถูกจัดให้นั่งด้านหน้าข้างคนขับ ส่วนซาคินกับลูกนั่งด้านหลัง จากนั้นรถก็ขับออกจากวังของกษัตริย์ไฟซาลตรงไปยังวังของเจ้าชายซาคินซึ่งอยู่ห่างจากพระราชวังไป 3 กิโลเมตร
ฟาซินยาเดินนำหน้าพี่เลี้ยงไปที่ห้องของตัวเอง ระหว่างทางก็หันไปถามพี่เลี้ยงว่า “คุณชื่ออะไรเหรอ”
“ไผ่หวานค่ะ” ไผ่หวานตอบพลางมองสำรวจเจ้านายน้อยไปด้วย เจ้าหญิงน้อยหน้าตาสวยมากมีแววว่าโตขึ้นจะต้องเป็นผู้หญิงที่งดงามกว่าใครๆ ดูๆ ไปแล้วหน้าตาก็เหมือนพระบิดาแบบไม่ต้องบอกก็รู้ว่าลูกใคร
ฟาซินยาเหลือบมองนิดนึงอย่างไว้ตัวแล้วก็เดินนำไป
เมื่อไปถึงห้อง ฟาซินยาก็บอกว่า “นี่ห้องของเรา”
ไผ่หวานเดินตามเข้าไป เธอองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
Comments for chapter "Chapter 7 เดินทางไปเปวาส"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com