Chapter 1 โดนตำรวจจับ
วันที่เริ่มเขียน 16 กรกฎาคม 2560
ป๋าครับ เด็กป๋า ผมขอนะครับ
Chapter 1 โดนตำรวจจับ
ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดอยุธยา ผู้คนกำลังเดินช็อปปิ้ง กฤษณะกำลังนั่งเล่นเกมส์บนมือถือรอเพื่อนอยู่ตรงริมฟุตบาท
“จับมันเร็วๆ” เสียงดังโวยวาย เด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งวิ่งหนีหน้าตั้ง ข้างหลัง รปภ. 2 คนวิ่งตามมา เด็กหนุ่มชนกฤษณะเต็มแรง “โอ๊ย”
ของตกกระจาย ตุบ!ๆ
“โอ๊ะ!” กฤษณะล้มมือถือกระเด็นตกพื้น กระเป๋าเป้ตกของในกระเป๋ากระเด็นตกกระจาย “เฮ้ย! วิ่งไงฟร่ะไม่ดูตาม้าตาเรือเลยรึไง!”
“นั่นๆ อยู่นั่นไง” รปภ.เห็นเสื้อขาวๆ ไวๆ “เร็ว!”
เด็กหนุ่มเห็นรปภ.วิ่งตามมาก็รีบวิ่งหนีไป
“เฮ้ย! ของนายตก” กฤษณะหยิบสร้อยที่เด็กหนุ่มทำตกไว้ขึ้นมา “เฮ้ๆ”
รปภ.วิ่งมาถึงก็คว้าข้อมือหมับ “จับได้แล้วไอ้ขโมย”
“เฮ้ย! อะไรกันน่ะ ปล่อยผมนะน้า!” กฤษณะโวยวาย
“ปล่อยให้แกหนีก็โง่แล้ว มานี่เลยไอ้ขโมย!” รปภ.ตะคอกปนหอบเพราะวิ่งตามขโมยซะเหนื่อย รปภ.อีกคนตามมาถึงก็รีบจับแขนอีกข้าง “จับมันไว้แน่นๆ อย่าให้มันหนีไปได้เชียว”
“ปล่อยผมนะน้า! เรื่องไรมาจับผมล่ะ ขโมยมันหนีไปนู่นต่างหาก” กฤษณะดิ้นโวยวาย
“อ่ะ! อะไรกันน่ะ!?” ผู้คนแถวนั้นเริ่มหันไปมองพร้อมกับมุงดู บางคนก็ถ่ายรูปถ่ายคลิปวีดีโอ
“ไม่ต้องมาตีเนียนทำหน้าตายเลยไอ้เด็กเวร พอจับได้ก็มามุกนี้ตลอดแหละ จับได้คาหนังคาเขาขนาดนี้ยังตีหน้าซื่ออีกนะไอ้เด็กเปรต!” รปภ.ตะคอกช่วยกันจับเด็กหนุ่มมัดไพล่หลังพร้อมปลดของกลางออกจากมือเด็กหนุ่ม
“ปล่อยผมนะน้า น้าจับผิดคนแล้ว ไม่เชื่อก็ถามคนแถวๆนี้ก็ได้ผมนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว” กฤษณะดิ้นโวยวาย รปภ.ไม่ฟังเสียง “แกเก็บของๆ มันมาให้หมด ดูซิมีอะไรอีกที่มันขโมยมา”
“อืม” รปภ.อีกคนก้มลงเก็บของใส่เป้ “เอามันไปที่ห้องรอตำรวจมาเถอะ กูหิวน้ำแล้ว”
“เออ” รปภ.พยักหน้า แล้วทั้งสองก็ช่วยกันหิ้วปีกเด็กหนุ่มไปที่ห้องรปภ.
“ปล่อยผมนะน้า ปล่อยผม! ผมไม่ใช่ขโมยนะ ปล่อยผมซิ! ปล่อยผมซิวะ!” กฤษณะดิ้นโวยวาย
“ขโมยเหรอ?” ไทยมุงมองตามแล้วก็แชร์ภาพลงโซเชียลเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ “ดูซิ จับโจรวิ่งราวได้แล้ว”
“ทุกคนดูซิ ตอนนี้ฉันอยู่หน้าห้าง……….”
รปภ.หิ้วเด็กหนุ่มไปที่ห้องรปภ. “อย่าดิ้น! เดี๋ยวกูตบ!”
หัวหน้ารปภ.ซึ่งโทรแจ้งตำรวจแล้วกำลังคุยอยู่กับผู้จัดการร้านที่ถูกขโมย “นั่นไงครับ จับได้แล้วครับ”
หัวหน้ารปภ.โล่งใจที่ลูกน้องจับขโมยได้ เขารีบโทรแจ้งตำรวจให้มารับตัวผู้ต้องหา “ฮาโหล…”
ผู้จัดการร้านปรี่เข้าไปหารปภ.
“ไหนๆ ของที่ถูกขโมยไปล่ะได้คืนมาไหม” เขาถามอย่างร้อนใจ
“นี่ครับ” รปภ.ชูสร้อย “อยู่นี่ครับคุณ”
ผู้จัดการร้านรีบคว้าสร้อยไปตรวจดู
ผ่านไปสักพัก ตำรวจก็มาถึง “ไหนครับขโมยที่จับได้”
“นี่ไงคุณ” หัวหน้ารปภ.ชี้ “คนนี้แหละครับ”
ตำรวจมองหน้าขโมยแล้วก็ถามว่า “เราชื่ออะไรไอ้หนู? อายุเท่าไหร่?”
กฤษณะเงียบไม่พูดซักคำ “ชิ!”
ผู้จัดการร้านรีบบอกตำรวจว่า “จับไปเลยครับคุณตำรวจ เดี๋ยวผมไปด้วยครับจะได้แจ้งความให้เสร็จทีเดียวเลย”
ตำรวจมองคนนั้นคนนี้แล้วก็หันไปมองเด็กหนุ่มคิดในใจว่า ไม่น่าตัดอนาคตตัวเองเลยไอ้หนู เขาหันไปพยักหน้ากับลูกน้อง “เอาตัวไป”
“ครับ” ตำรวจอีกคนก็พา ‘ขโมย’ ไปขึ้นรถ รปภ.รีบส่งเป้ให้ตำรวจ “นี่ของมันครับจ่า”
กฤษณะเงียบไม่ดิ้นไม่โวยวายคิดว่า วันซวยอะไรของตรูฟร่ะ! โดนแม่ดุแน่เลย
จากนั้นตำรวจก็พา ‘ขโมย’ ไปโรงพัก ผู้จัดการร้านก็นั่งไปด้วย
เมื่อถึงโรงพัก กฤษณะก็ถูกพาตัวไปนั่งรอในห้องสอบสวน ส่วนผู้จัดการร้านก็ไปแจ้งความกับร้อยเวร
ภายในห้องสอบสวนตำรวจก็แก้มัดให้แล้วใส่กุญแจมือไว้แทน “หน้าตาก็ดีไม่น่าคิดสั้นมาเป็นขโมยเลยนะไอ้หนู”
กฤษณะเงียบ
“กินน้ำไหม?” ตำรวจถามแล้วก็พยักหน้าให้ลูกน้องเอาน้ำมาให้ น้ำถูกวางไว้ตรงหน้าแต่กฤษณะก็ไม่สนใจจะดื่มสักนิด
“ชื่อไรล่ะไอ้หนู บอกเบอร์โทรพ่อแม่มาจะได้โทรให้พ่อแม่มาประกันตัวไป”
กฤษณะเงียบ ตำรวจจึงหันไปค้นเป้แทน เจอกระเป๋าสตางก็เปิดดู เขาอึ้งไปนิดเมื่อเห็นแบงค์พันหลายใบในกระเป๋า “โห ตัวแค่นี้พกตังเยอะจังนะ”
แล้วเขาก็หยิบบัตรประชาชนออกมาดู “นายกฤษณะ ชาญนุรักษ์ อายุ 17 ปี”
ตำรวจอึ้งไป!
เพราะนามสกุล ‘ชาญนุรักษ์’ ใครๆ ก็รู้จักว่าเป็นนักธุรกิจพันล้านคนดังประจำจังหวัด
“นี่เราเป็นอะไรกับคุณศิวะราชเหรอไอ้หนู?” ตำรวจถาม กฤษณะเงียบ ตำรวจจ้องหน้าครู่หนึ่งแล้วก็หันไปสั่งลูกน้องว่า “เอานี่ไปเช็คประวัติที”
ตำรวจอีกคนเดินไปรับบัตรประชาชนแล้วก็ออกไปเช็คประวัติ
สักพักตำรวจคนเดิมก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับส่งประวัติให้เจ้านาย “ประวัติครับ”
ตำรวจรับไปดูแล้วก็อึ้งยิ่งกว่าเดิม “นี่เราเป็นลูกคุณศิวะราชเหรอ?”
กฤษณะเงียบ ตำรวจมองหน้าแล้วก็สั่งลูกน้องว่า “โทรหาคุณศิวะราชที บอกว่าลูกชายท่านถูกจับข้อหาขโมยของ”
“ครับ” ตำรวจออกไปโทรตามคำสั่ง ส่วนหัวหน้าก็ออกจากห้องไปคุยกับผู้จัดการร้าน
เมื่อผู้จัดการร้านรู้ว่าเป็นลูกชายของศิวะราชก็อึ้งไปเช่นกัน แต่จะทำไงได้ล่ะก็จับได้คาหนังคาเขาขนาดนี้ แล้วตำรวจก็เริ่มสอบปากคำผู้จัดการร้านพร้อมกับส่งตำรวจไปขอเทปกล้องวงจรปิดจากทางห้างฯ มาตรวจดู จากนั้นก็สอบปากคำพยานคนอื่นๆ รวมทั้งรปภ.ด้วย
1 ชั่วโมงต่อมา ศิวะราชกับภรรยาก็มาถึงโรงพัก “ไหนครับลูกผมอยู่ไหน?”
“เชิญทางนี้ครับคุณศิวะราช” ตำรวจบอกแล้วก็เดินนำไปที่ห้องสอบสวน
เมื่อเห็นว่าใครเข้ามาในห้องกฤษณะก็ดีใจ “คุณพ่อคุณแม่”
ศิวะราชจ้องหน้าลูก เมื่อเปิดประตูเข้าไปเขาอยากให้เป็นเรื่องเข้าใจผิดมากกว่า แต่พอเห็นหน้าลูกชายคนเล็กนั่งอยู่ในห้องถูกใส่กุญแจมือเขาก็อึ้งไป! “นี่!”
“ฮึ่ม!” เขาโกรธจนขบกรามแน่นปรี่เข้าไปตบฉาด!
เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่น
“โอ๊ย!” กฤษณะหน้าหัน แก้มบวมเป็นรอยแดง 5 นิ้ว เขาหันไปมองพ่ออย่างเสียใจปนน้อยใจ “คุณพ่อ!”
“คุณศิ!” มะลิวัลย์ตกใจรีบคว้าแขนสามี “คุณคะ!”
ตำรวจรีบห้าม “ใจเย็นๆครับคุณศิวะราช”
“ฮึ่ม!” ศิวะราชกำมือแน่นอย่างโกรธจัด เขาถอยไปนั่งที่ม้านั่งข้างประตู
“คุณคะ” มะลิวัลย์ตามไปนั่งปลอบให้ใจเย็นๆ “ใจเย็นๆ นะคะคุณศิ บางทีอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้ค่ะ”
“ฮึ่ม!” ศิวะราชพยายามข่มความโกรธ มะลิวัลย์หันไปมองลูกอย่างให้กำลังใจ กฤษณะหน้าจ๋อย พอเห็นคุณแม่ก็รู้สึกใจชื่นขึ้น “คุณแม่”
“นี่ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันใช่ไหมคะคุณตำรวจ ดิฉันไม่เชื่อว่าลูกชายของดิฉันเป็นขโมยหรอกค่ะ แล้วเขาขโมยอะไรเหรอคะ?” มะลิวัลย์ถาม
“ขโมยสร้อยทองครับ” ตำรวจบอก “เชิญคุณกับคุณศิวะราชตามผมไปคุยกันข้างนอกเถอะครับ”
ศิวะราชลุกขึ้นเปิดประตูห้องเดินออกไปทันที มะลิวัลย์รีบตามไป ตำรวจก็เดินตามไป เหลือเพียงตำรวจอีกคนนั่งเฝ้าเด็กหนุ่ม
ตำรวจผู้ทำคดีพาศิวะราชและภรรยาไปนั่งคุยกันในห้องร้อยเวร
“คือว่ารปภ.จับตัวคุณกฤษณะได้พร้อมกับของกลางคือสร้อยเส้นนี้ครับ” ตำรวจวางสร้อยของกลางบนโต๊ะตรงหน้าสองสามีภรรยา
“ผู้จัดการร้านก็ชี้ตัวว่าเป็นคุณกฤษณะ ส่วนกล้องวงจรปิดทางเรากำลังดูกันอยู่ครับ” ตำรวจบอก
ศิวะราชกับมะลิวัลย์มองสร้อยอย่างอึ้งๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกชายจะขโมยสร้อย เพราะฐานะทางบ้านร่ำรวยมากกะอีแค่สร้อยทองเส้นแค่นี้เขาจะซื้อให้ลูกเหมาทั้งร้านทองก็ยังได้
“คุณพ่อครับ แย่แล้วครับ” วิษณุผลักประตูหน้าตื่นเข้าไป ศิวะราชหันไปมอง “มีอะไรเหรอวิษ?”
“ดูนี่ซิครับคุณพ่อ” วิษณุรีบยื่นโทรศัพท์ให้ดู “รูปน้องณะแชร์กันว่อนเลยครับคุณพ่อ”
ศิวะราชรับโทรศัพท์ไปดู พอเห็นข้อความที่โพสก็ตกใจ “นี่!”
“เขาโพสว่าลูกชายศิวะราชก่อเรื่องขโมยของในห้างครับ” วิษณุรีบบอก มะลิวัลย์ตกใจ “อะไรนะ!”
เธอรีบดึงโทรศัพท์ไปดู พอเห็นรูปกับข้อความที่โพสก็แทบจะเป็นลม “โอย…”
“ฮึ่ม!” ศิวะราชกำมือแน่นโกรธจนหน้าแดงก่ำ ชื่อเสียงป่นปี้กันหมดแล้ว!
“แย่แล้วครับ นักข่าวมากันเต็มเลยครับ” ตำรวจคนหนึ่งรีบเปิดประตูเข้ามาบอก
“กันนักข่าวไว้ไม่ให้เข้ามา” ตำรวจเจ้าของคดีรีบบอก
“ผมขอประกันตัวลูกชายครับ ส่วนเรื่องคดีทางร้านเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ก็บอกมาครับ” ศิวะราชบอกกับตำรวจ
“ครับ ผมจะรีบจัดการให้ครับ” ตำรวจบอกแล้วก็หันไปสั่งลูกน้อง เพราะเป็นคดีลักขโมยเล็กๆ ถ้าเจ้าทุกข์ยอมความคดีก็จบ
1 ชั่วโมงต่อมา กฤษณะก็ได้ประกันตัวออกไป ครอบครัวชาญนุรักษ์ออกจากโรงพักไปอย่างทุลักทุเลเพราะนักข่าวรุมล้อมรอทำข่าวแน่นไปหมดกว่าจะฝ่าวงล้อมนักข่าวไปได้ก็แทบแย่
ระหว่างทางกลับบ้าน ภายในรถไม่มีเสียงพูดคุยเลยซักคำ ศิวะราชกับมะลิวัลย์นั่งข้างหลัง ส่วนกฤษณะนั่งข้างหน้าคู่กับคนขับรถ
วิษณุก็ขับรถอีกคันกลับบ้าน ระหว่างทางเขาก็เปิดเพลงลั่นรถอย่างสะใจที่น้องชายคนละแม่ตกเป็นข่าวขโมยของ เขาเกลียดน้องมาก ต่อหน้าคุณพ่อกับแม่เลี้ยงเขาก็จะแกล้งทำดีด้วย แต่พอลับหลังเขาก็เมินเฉยใส่
เมื่อถึงบ้าน ศิวะราชก็ระเบิดโทสะใส่ลูกชายคนเล็ก “แกเห็นไหมชื่อเสียงวงศ์ตระกูลป่นปี้หมดแล้วเพราะแกคนเดียวไอ้ลูกไม่รักดี!”
เขาตบลูกฉาด!
“โอ๊ย!” กฤษณะหน้าหันปากแตกเลือดซึมมุมปาก
“อย่าค่ะคุณศิ” มะลิวัลย์รีบเข้าไปห้าม
“ถอยไป!” ศิวะราชตวาดภรรยา
“อย่าค่ะคุณศิ อย่าตีลูกเลยค่ะ” มะลิวัลย์ขอร้องน้ำตานองหน้า ศิวะราชหันไปสั่งคนใช้ “พาคุณวัลย์ขึ้นไปบนห้อง”
“เอ่อ…” คนใช้ละล้าละลังไม่กล้าทำอะไร
วิษณุขับรถมาถึงพอดีเขารีบลงจากรถเข้าไปห้ามแม่เลี้ยง “คุณน้าครับขึ้นไปบนห้องก่อนครับเดี๋ยวผมคุยกับคุณพ่อให้เองครับ”
“วิษ แกรีบพาคุณวัลย์ขึ้นห้องไปเลยนะ!” ศิวะราชตวาดสั่ง
“ครับคุณพ่อ” วิษณุรีบกระซิบกับมะลิวัลย์ว่า “เชื่อผมนะครับคุณน้า ตอนนี้คุณพ่อกำลังโกรธ อย่าทำให้ท่านโมโหมากไปกว่านี้เลยครับเดี๋ยวความดันท่านขึ้นจะแย่เอานะครับ”
มะลิวัลย์พยักหน้า “ก็ได้ลูก แต่วิษต้องช่วยพูดให้น้องนะลูก น้าเชื่อว่าณะไม่มีทางเป็นขโมยแน่ๆ”
“ครับๆ ผมจะช่วยพูดให้ครับ” วิษณุรับปากแต่ในใจหมายมาด ช่วยพูดให้คุณพ่อโกรธมันมากขึ้นน่ะซิ หึๆๆๆ
มะลิวัลย์ยอมเดินขึ้นห้องไป เธอแอบไปยืนมองอยู่ตรงทางเดินชั้น 2
“ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะเลี้ยงแกมาได้เลวระยำแบบนี้ แกขาดอะไรเหรอไอ้ณะถึงต้องไปขโมยของเรียกร้องความสนใจแบบนั้นน่ะห๊า!” ศิวะราชตวาดลูกอย่างโกรธจัด กฤษณะมองคุณพ่ออย่างน้อยใจ ตั้งแต่เกิดเรื่องพ่อไม่ถามซักคำว่าเขาทำจริงๆ ไหม
“ฉันมีเวลาให้แกไม่พอรึไงห๊ะ! แกอยากได้อะไรฉันก็ซื้อให้ แกอยากไปเที่ยวไหนฉันก็ให้แม่แกพาไป แกเรียนไม่เก่งฉันก็อุตส่าห์จ้างครูมาสอนพิเศษที่บ้าน มีอะไรอีกที่แกต้องการแล้วไม่ได้น่ะห๊ะ!” ศิวะราชตวาดลั่น
“ผมไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น อย่างเดียวที่ผมต้องการคือขอแค่คุณพ่อเชื่อใจผมเท่านั้น!” กฤษณะตวาดกลับอย่างน้อยใจสุดขีด
“…” ศิวะราชอึ้งไป
“แต่ที่ณะทำมันทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเสียหายขนาดไหนณะคงคิดไม่ถึงแน่ นักข่าวคงละเลงข่าวว่าลูกชายนักธุรกิจพันล้านเป็นพวกชอบเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีการแปลกๆ ถึงขนาดขโมยสร้อยทองในห้างฯ” วิษณุรีบพูดแทรก “ตอนนี้มีแต่รูปณะลงทั้งเฟสบุ๊คยูทูปเต็มไปหมด ความน่าเชื่อถือของตระกูลเราไม่มีเหลือแล้วเพียงเพราะการกระทำงี่เง่าของณะคนเดียว!”
แล้วเขาก็ชี้ไปทางหน้าบ้านว่า “ดูนั่นซิ นักข่าวมาเต็มไปหมด แค่การกระทำเพราะอารมณ์ชั่ววูบของณะทำให้ชื่อเสียงของคุณพ่อเสียหายขนาดไหนรู้บ้างไหมห๊ะ!”
ศิวะราชมองไปทางหน้าบ้านแล้วก็ยิ่งโกรธ เขาหันกลับไปมองลูกชายคนเล็กตวาดว่า “แกจะไปไหนก็ไป๊! อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ลูกเลวๆ อย่างแกฉันไม่อยากเห็นหน้า!”
Comments for chapter "Chapter 1 โดนตำรวจจับ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com