บทที่ 144 วันขุดทองของเรา
บทที่ 144 วันขุดทองของเรา
แม้หวังเป่าเล่อจะง่วนอยู่กับการหลอมวัตถุเวทระดับสอง เขาก็ยังต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าศิษย์ปกครองกลุ่มหลัก จึงไม่ต้องแสวงหาข้อมูลข่าวคราวด้วยตัวเอง ลูกน้องผู้ชาญฉลาดจากฝ่ายปกครองกลุ่มหลักคอยรายงานข่าวสารให้หวังเป่าเล่อทราบตลอด
“การประลองตำหนักการยุทธ์อย่างนั้นรึ” หลังได้รับข้อความเสียง หวังเป่าเล่อซึ่งกำลังศึกษาวิธีหลอมฝักกระบี่ก็เงยหน้าขึ้น เขายังงุนงงเล็กน้อย ศิษย์รุ่นพี่จาก ตำหนักอาวุธเวทคุ้นเคยกับการประลองตำหนักการยุทธ์กันดี แต่หวังเป่าเล่อยังใหม่ในเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูง เขาอยากรู้อยากเห็นจึงเริ่มสอบถามเพิ่มเติม
ลูกน้องจากฝ่ายปกครองกลุ่มหลักรีบอธิบายสถานการณ์ให้เขาฟัง หวังเป่าเล่อค่อยๆ เรียนรู้เกี่ยวกับการประลองตำหนักการยุทธ์มากขึ้น
ที่จริงแล้วตำหนักการยุทธ์มีอำนาจแข็งแกร่งในเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูง กระทั่งวันปกติทั่วไป ภารกิจของผู้ฝึกตนตำหนักนั้นก็ยังหนักหนา พวกเขาต้องรับมือกับภัยลึกลับจากภายนอก จะเรียกว่าเป็นคมกระบี่ของสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์คงไม่เกินไปนัก
และในขณะเดียวกัน ความสามารถด้านพลังยุทธ์ของศิษย์ตำหนักการยุทธ์ ก็เหนือกว่าคนส่วนใหญ่ในตำหนักอื่น ส่วนใหญ่แล้ว ศิษย์ของตำหนักการยุทธ์บน เกาะมหาปราชญ์ชั้นสูงจึงเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้
ลงเอยทำให้ตำหนักการยุทธ์ได้รับทรัพยากรมากกว่าตำหนักอื่นหลายเท่าตัว ยิ่งเมื่อพวกเขาทำภารกิจลุล่วง สิ่งที่ได้ต่อครั้งก็มากพอที่จะทำให้ตำหนักอื่นมองตามน้ำลายยืดด้วยความอิจฉา
ดังนั้นแม้ศิษย์ของตำหนักการยุทธ์จะเสี่ยงอันตรายมากกว่าเวลาออกไป ทำภารกิจ แต่พวกเขาก็ได้รับค่าตอบแทนอย่างงามเป็นเงินตรา แต่ในเมื่อพวกเขา เป็นผู้ฝึกตนด้านการยุทธ์ที่โหดร้ายรุนแรง พวกเขาจึงโดนคาดหวังให้ฝึกตนอย่างหนักตลอดเวลา นำไปสู่การจัดการประลองประจำปีของตำหนักการยุทธ์ ซึ่งจะมีห้ารอบ แต่ละรอบสำหรับระดับลมหายใจเที่ยงแท้ในระดับต่างๆ ทั้งห้ามาประชันกัน บนเงื่อนไขที่ต่างกันออกไป
การประลองตำหนักการยุทธ์ประจำปีสำคัญต่อตำหนักอื่นและทั้งสำนักศึกษา เต๋าศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก
งานนี้เป็นงานใหญ่โตของทุกปี เจ้าพนักงานจากสหพันธรัฐและคนของกองทัพต่างมาสังเกตการณ์หาคนมีพรสวรรค์เพื่อเกณฑ์ไปรับตำแหน่งด้วย ทั้งยังรับประกันล่วงหน้าว่าคนผู้นั้นจะได้รับตำแหน่งใหญ่โตอย่างแน่นอน ยิ่งงานนี้เป็นที่สนใจอย่างมากจากโลกข้างนอก เหล่าศิษย์ของตำหนักการยุทธ์ก็ยิ่งพากันให้ความสำคัญกับ งาน ผลลัพธ์ของงานจะออกมาดีหรือแย่ก็จะถูกบันทึกไว้และได้รางวัลตามเช่นนั้น
ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตำหนักหลอมโอสถ ตำหนักอาวุธเวท หรือตำหนัก วงแหวนปราณ นี่คือเวลาที่ศิษย์ซึ่งปกติมีบทบาทเป็นตัวสนับสนุนจะได้กอบโกย เพราะสุดท้ายแล้ว ยิ่งศิษย์ของตำหนักการยุทธ์อยากจะติดอันดับในการประลองนี้มากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งจำเป็นต้องมีตัวช่วยเอาไว้เสริมพลังให้ตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นพวกเขาก็ต้องพึ่งพาทั้งอาวุธเวท โอสถ และวงแหวนปราณมากขึ้นเป็นเท่าตัว
ของทั่วไปที่เกาะมหาปราชญ์ชั้นสูงมีให้ไม่เพียงพอตอบสนองความต้องการของศิษย์ตำหนักการยุทธ์ที่จะลงสมัครในการประลอง พวกเขาต้องซื้อของจากตำหนักอื่นกันเอง จนเกิดเป็นวลีที่ศิษย์จากตำหนักสายสนับสนุนนิยมพูดกัน
“วันประลองตำหนักการยุทธ์คือ วันขุดทองของเรา!”
แต่ก็ไม่ได้หมดเพียงเท่านั้น หาไม่แล้วความกระตือรือร้นของตำหนักอื่นคงจะดู ตื้นเขินเกินไป และยังทำให้พวกเขาแบ่งแยกจากตำหนักการยุทธ์ชัดเจนเกินไป ซึ่งถือว่าไม่ตรงตามความตั้งใจที่สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์มีต่อการฝึกตนของเหล่าศิษย์
เพราะจากเวลาหลายปีที่สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์วางแผนและถอดความ ก็ได้ข้อสรุปว่าสัจจะแห่งเต๋านั้นเป็นเรื่องใหญ่ บรรดาศิษย์จะต้องเดินหน้าไปพร้อมสนับสนุนกันและกัน แม้จะไม่มีใครว่าอะไรคนที่เลือกอยู่เพียงลำพัง แต่สำนักจะคอยผลักดันให้เกิดความร่วมมือเสมอ
การประลองที่ตำหนักการยุทธ์จัดจึงมีฉากหน้าเป็นการแข่งขัน แต่ลึกลงไป ในความเป็นจริงแล้ว มีกฎในการประลองระบุให้ศิษย์ผู้เข้าร่วมต้องจัดตั้งกลุ่มแล้วร่วมมือกันสำหรับการประลองนี้
จะจับคู่กับผู้ฝึกตนหลอมโอสถจากตำหนักหลอมโอสถก็ดี ผู้ฝึกตนอาวุธเวท จากตำหนักอาวุธเวทก็ดี ผู้ฝึกตนวงแหวนปราณจากตำหนักวงแหวนปราณก็ดี หรือจะผู้ฝึกตนฝึกอสูรจากตำหนักฝึกอสูรและอื่นๆ ใดก็ดี ต่อให้หาใครจาก ตำหนักเหล่านั้นมาคู่ด้วยไม่ได้เลย ก็ยังหาคู่จากคนของตำหนักการยุทธ์ได้ ผู้ที่หาคู่ไม่ได้ สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์จะหาคนที่เหมาะสมให้รวมกลุ่มกันเองด้วยซ้ำ
เมื่อเป็นเช่นนี้ การประลองของตำหนักการยุทธ์จะครอบคลุมถึงทุกคน อีกทั้งยังมีเจ้าพนักงานจากสหพันธรัฐและคนของกองทัพหลวงมาร่วมชม กลายเป็นหนึ่งใน งานใหญ่ที่สุดที่สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์จัดขึ้นเป็นประจำ
หลังเข้าใจรายละเอียดและกฎของการประลองตำหนักการยุทธ์ แววตาของ หวังเป่าเล่อก็เป็นประกายตาม ก่อนหน้านี้เขาไม่ต้องออกเงินซื้อศิลาวิญญาณมาหลอมด้วยซ้ำ ตัวเขาจึงมีเงินล่ำซำกลายเป็นเศรษฐีที่เกาะมหาปราชญ์ชั้นรอง
แต่พอเขามาถึงเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูง งานหลอมวัตถุเวทระดับหนึ่งให้สมบูรณ์แบบผลาญเงินเก็บเขาไปเกลี้ยง ตอนนี้เขากำลังหลอมวัตถุเวทระดับสอง ราคาต้นทุนยิ่งขูดรีด กระทั่งคนมีเงินเช่นเขายังรู้สึกกระบวนการนี้ไม่ยังชีพเอาเสียเลย
ทางออกเดียวคือหยุดหลอมแล้วเปลี่ยนไปสร้างศิลาวิญญาณทั้งวันแทน ถ้าทำเช่นนั้น ทุนทรัพย์เขาก็ยังฟื้นคืนได้ แต่ก็จะเสียเวลาเช่นกัน ทำให้หวังเป่าเล่อคิดไม่ตก
ยิ่งกว่านั้นยังดูเหมือนว่าสำนักจะยังไม่ได้รวมยอดที่หวังเป่าเล่อทำไว้ใน หมู่บ้านลมปราณวิญญาณสักทีด้วยเหตุผลบางประการ เขาจึงยังไม่ได้รับรางวัล หวังเป่าเล่อเริ่มหมดความอดทน พอตอนนี้ได้มาฟังเกี่ยวกับการประลองตำหนัก การยุทธ์จากลูกน้อง เขาก็เห็นโอกาสทันที
ศิษย์คนอื่นจากตำหนักอาวุธเวทมักจะขายวัตถุเวทที่หลอมได้ ก่อนใช้ศิลาวิญญาณที่ได้รับตอบแทนมาสำหรับการฝึกตนและศึกษาต่อ กลายเป็นวงจรต่อยอดผลประโยชน์ ซึ่งข้าก็ควรจะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง!
หวังเป่าเล่อดูจะเกิดความเข้าใจลึกซึ้งขึ้นมา เขานำอาวุธเวทออกมาบันทึกข้อมูลแล้วเข้าไปในเครือข่ายวิญญาณเพื่อลงรายการขาย
ณ เวลานั้นเครือข่ายวิญญาณของเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูงกำลังวุ่นวาย กระทู้เกี่ยวกับขายอาวุธเวท โอสถ วงแหวนปราณเต็มไปหมด และมีศิษย์ตำหนักการยุทธ์ประกาศหาสมาชิกกลุ่มสำหรับการประลอง
หวังเป่าเล่อหาตัวเปรียบเทียบสำหรับการตั้งราคาวัตถุเวทของตัวเอง แล้วตัดสินใจว่าตนจะไม่ต้องราคาไร้เหตุผลเกินเหตุ เขาจึงตั้งราคาไปสิบเท่าของทุน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วถือว่าถูกทีเดียว เขาเห็นมีศิษย์หลายคนจากตำหนักอาวุธเวทตั้งราคาอาวุธเวทกันสูงลิ่วเกินกว่าสิบเท่าของราคาทุน คนที่ตั้งราคาไว้แพงเกินเหตุสุดเท่าที่เขาเห็นมาคือ ห้าสิบหรือร้อยเท่าของราคาพื้นฐาน
นั่นมันแพงเกินไปแล้ว! หวังเป่าเล่อชักคิดว่าคนใจดีมีเมตตาแบบตนคงหาได้ยากในตำหนักอาวุธเวท แต่ขณะเดียวกันก็ดีใจที่ตนเลือกเข้าสาขาอาวุธเวทแต่แรก
พอขายวัตถุเวทพวกนี้ได้ ข้าน่าจะมีพอใช้ไปจนกว่าสำนักจะให้รางวัลที่ข้าได้จากหมู่บ้านลมปราณวิญญาณ หวังเป่าเล่อพิจารณาดูแล้วเห็นว่าไม่มีปัญหาสลักสำคัญ อันใด จากนั้นก็เริ่มศึกษาวิธีหลอมฝักกระบี่ต่อ
สามวันผ่านไปอย่างเชื่องช้า หวังเป่าเล่อคิดว่าตนเข้าใจขั้นตอนแรกของ การหลอมฝักกระบี่ดีแล้ว เขาอยากจะลองหลอมขึ้นมาดู แต่ก็เห็นว่าวัตถุเวทที่ตนตั้งขายไว้บนเครือข่ายวิญญาณไม่ได้รับความสนใจเลยสักนิดเดียว จึงกลายเป็นปัญหาที่สำคัญกว่า
ถ้าปัญหาคือไม่มีคนซื้อคงไม่สำคัญแต่อย่างใด แต่หวังเป่าเล่อดูในเครือข่ายวิญญาณแล้วก็เห็นวัตถุเวทหลายชิ้นที่คุณภาพต่ำกว่าและราคาแพงกว่ามากขายกันออก ทำให้เขาสับสน
คนพวกนี้ตาถั่วกันหรืออย่างไร คนโง่รวยกันมากจนซื้อกันแต่ของแพงอย่างนั้นรึ
หวังเป่าเล่อขมวดคิ้ว แล้วลองเพิ่มราคาสินค้าดู พอตั้งเป็นสิบเจ็ดเท่าของราคาทุนเสร็จ เขาก็กลับไปผลิตศิลาวิญญาณสำหรับปลอกมีดต่อ หลายวันผ่านไป อย่างรวดเร็ว การหลอมฝักกระบี่นั้นยากเกินไป หวังเป่าเล่อล้มเหลวไปหลายครั้ง แต่ก็หลอมได้สำเร็จในที่สุด
เมื่อได้มองศิลาวิญญาณรูปฝักกระบี่ หวังเป่าเล่อก็พึงพอใจ ที่เขาเพิ่มราคาอาวุธเวทเองก็ได้ผลเช่นกัน มีคนเข้ามาดูของกันมากขึ้นอีกด้วย ครั้งหวังเป่าเล่อเข้าไปดูในเครือข่ายวิญญาณ เขาพบว่ามีคนส่งข้อความเสียงมาหา แต่พอหวังเป่าเล่อเปิด แหวนสื่อสารของตน เขาก็ฉุนขึ้นมาทันทีที่ได้ยินข้อความ
“เฮ้ ศิษย์น้อง เอาอย่างนี้เป็นไร ศิลาวิญญาณสองร้อยก้อนสำหรับอาวุธเวททั้ง สิบเอ็ดชิ้นที่เจ้าขาย ข้าเหมายกแผงเลย!”
“ศิลาวิญญาณสองร้อยก้อน นี่เจ้าคิดปล้นกันกลางวันแสกๆ รึ ข้ามีวัตถุเวทหลอมสมบูรณ์แบบระดับหนึ่งเจ็ดชิ้น วัตถุเวทหลอมสมบูรณ์แบบระดับสองสี่ชิ้น แล้วเจ้าจะให้ข้าเพียงสองร้อยศิลาวิญญาณอย่างนั้นรึ” หวังเป่าเล่อโกรธจัด เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องเสียสติไปแล้วแน่แท้ที่เสนอราคาอันน้อยนิดแทบจะเท่าทุน
“ไม่เอารึ อย่างนั้นก็ลืมเสียเถอะ มีผู้ฝึกตนอาวุธเวทอีกตั้งเยอะในตำหนักอาวุธเวท รวมถึงคนที่เชื่อถือได้และมีชื่อด้วย ใครจะไปเชื่อเจ้ากันว่าวัตถุเวทหลอมสมบูรณ์แบบระดับสองของเจ้าเหนือกว่าของคนอื่นจริง ถ้าแบบนี้เล่า ให้ข้าเปล่าๆ หนึ่งชิ้น ข้าจะลองใช้ดู ถ้าใช้งานดีจริง ข้าจะชดเชยค่าทุนที่ขาดไปให้”
“ไปให้พ้นเลย ข้าไม่ขายให้เจ้าหรอก!” หวังเป่าเล่อจ้องเขม็งแล้วปิดแหวนสื่อสารทันที ก่อนจะเริ่มจารึกอักขระลงบนศิลาวิญญาณที่ตนเพิ่งหลอมได้
ปัญหาคือขั้นตอนนี้ยากกว่าขั้นตอนหลอมศิลาวิญญาณมากนัก จะต้องมีความเข้าใจในโครงสร้างของอักขราจารึกเป็นอย่างดี แม้หวังเป่าเล่อจะได้เรียนอักขราจารึกระดับสูงจากเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูงถึงระดับที่เมื่อรวมกับหลักคำนวณของเขาแล้ว ยิ่งเหนือชั้น เขาก็ยังล้มเหลวหลายต่อหลายครั้งในขั้นตอนนี้
ห้าวันผ่านไปทั้งแบบนั้น เพราะอักขราจารึกไม่เสถียร ฝักกระบี่นอนนิ่งตรงหน้า หวังเป่าเล่อในสภาพแตกหักไร้ประโยชน์ หวังเป่าเล่อกลัดกลุ้ม คิ้วยิ่งขมวดเป็น ปมแน่น
สิ่งนี้หลอมยากเกินไป แก่นวิญญาณที่ต้องใช้ก็ทำยาก แล้วขั้นตอนหลอมต่อไปที่ต้องทำคือ การหล่อก็ต้องใช้ทรายอาวุธ…แล้วไอ้ทรายอาวุธนี่มันอะไรกัน
หวังเป่าเล่อหงุดหงิด เขาค้นหาคร่าวๆ ซึ่งไม่พบบันทึกเกี่ยวกับทรายอาวุธแต่อย่างใด ขั้นตอนการหลอมของเขายังไปไม่ถึงขั้นหล่อ แต่ต้องมาหยุดตรงอักขราจารึกแก่นวิญญาณ
ข้าทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้…หวังเป่าเล่อครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วไม่หลอมฝักกระบี่ต่อ เขาเลือกจะเริ่มหลอมวัตถุเวทระดับสองให้สมบูรณ์แบบใหม่แทน โดยตั้งใจจะซ้อมหลอมวัตถุเวทระดับสองเพื่อลับทักษะสลักอักขราจารึก
วันคืนล่วงเลยไป ไม่นานก็เหลือเพียงห้าวันก่อนการประลอง ในระหว่างที่หวังเป่าเล่อหลอมวัตถุเวทระดับสองอย่างสมบูรณ์แบบ เขาก็หลอมวัตถุเวททั้งหมดใหม่ด้วย จนส่วนใหญ่ถึงระดับเทียบเท่าวัตถุเวทหลอมสมบูรณ์ระดับสองแล้ว และยังเพิ่ม อักขราจากรึกลงไปบนนั้น โดยเฉพาะบนลูกประคำของเกราะระฆังทองคำ มันไม่ใช่เพียงวัตถุเวทหลอมสมบูรณ์ระดับสองธรรมดา ทว่ายังมีอักขราจารึกป้องกัน การสั่นสะเทือนที่ลอกเลียนมาจากพลังของคลื่นปราณวิญญาณด้วย
ตอนนั้นเองที่หวังเป่าเล่อค้นพบเรื่องน่าเศร้าสลดว่ากระเป๋าเขายังคงไร้เงิน
นับเป็นครั้งแรกที่เขาถังแตกตั้งแต่เข้ามาในสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ ทำให้หวังเป่าเล่อนึกหงุดหงิดเล็กน้อย เมื่อเขาฮึดฮัดเข้าไปดูในเครือข่ายวิญญาณ ก็พบว่าไม่มีใครสนใจซื้อวัตถุเวทที่เขาลงรายการไว้เลย แม้จะมีคนส่งข้อความมาต่อรองราคาทาง แหวนสื่อสาร แต่ราคาที่ทางนั้นเสนอกันต่างไม่เป็นไปตามหวังเป่าเล่อหวังสักราย
มีอะไรผิดเพี้ยนแน่แล้ว!
เขาเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเลี่ยงมิได้เพื่อทำความเข้าใจเรื่องทั้งหมด ชายหนุ่มจมลงห้วงความคิดขณะไล่ดูเครือข่ายวิญญาณ เขาเริ่มเห็นความแตกต่างระหว่างวัตถุที่ขายออกกับของที่ตนขายอยู่
ส่วนใหญ่แล้วเป็นผลของชื่อเสียง มีผู้ขายที่สินค้าหมดทันทีที่ลงรายการ ไม่ว่าจะโอสถหรือวัตถุเวท แล้วก็ยังมีคนที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมแม้จะไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย ผู้คนยินดีจะซื้อของจากคนพวกนั้นไม่ว่าราคาจะน่าขันสักเพียงใด
และก็มีผู้ขายหน้าใหม่ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงมั่นคงอีกเป็นจำนวนมาก สภาพของพวกเขาใกล้เคียงกับหวังเป่าเล่อผู้ซึ่งสินค้าไม่ได้รับความสนใจเท่าไร แถมยังโดนต่อรองแบบได้คืบจะเอาศอกไม่หยุด
ไม่น่าเชื่อ…หวังเป่าเล่อเริ่มปวดหัว เขาชักคิดถึงผู้ซื้อคนก่อนหน้าที่อยากจะลองใช้วัตถุเวทของเขาดูก่อน ถ้าทุกอย่างไปได้สวย ฝ่ายนั้นจะยอมจ่ายศิลาวิญญาณที่เหลือเมื่อได้ลองใช้ของ และจะช่วยทำให้วัตถุเวทของเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่คน คนที่จะมารุมกันซื้อของจากหวังเป่าเล่อ
แต่สุดท้ายก็ต้องพึ่งพาอีกฝ่ายเป็นหลัก ถ้าเกิดผิดแผนขึ้นมา จะเกิดปัญหาซับซ้อนยุ่งยาก หวังเป่าเล่อนั้นหัวแข็งสุดกู่ และเขาไม่มีวันยอมให้คนอื่นมีพลังมากำหนดตัดสินผลลัพธ์ เว้นเสียแต่ว่าเขาจะไม่มีทางเลือก
หลังจากตริตรองแล้ว เขาเกาหัว เผยสีหน้ามุ่งมั่นขณะที่เอามือตบต้นขาตัวเองแรงๆ
ข้าไม่ควรจะจำกัดการขายก่อนการประลอง…ข้าอยากจะได้ความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงการันตีไม่ใช่รึ ข้าจะลองเสี่ยงเพิ่มเพื่อจะได้คว้าผลที่ใหญ่กว่านั้นภายหลัง!
Comments for chapter "บทที่ 144 วันขุดทองของเรา"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com