บทที่ 202 ติดกับ
บทที่ 202 ติดกับ
ทั้งสามแยกกันออกไปคนละทาง จั่วอี้ฟานปลดปล่อยพลังทั้งหมด โลหิตวิญญาณเข้มข้นโคจรไปทั่วร่าง ร่างเงาตัวเขาในชาติก่อนให้การช่วยเหลือเขาเต็มที่ ส่งผลให้ชายหนุ่มเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน เมฆหมอกจางๆ ก็ปรากฏขึ้นบริเวณขาทั้งสองข้างของชายหนุ่ม เมฆนั้นคือกระบวนเวทขั้นที่สามของวิชาเมฆาศักดิ์สิทธิ์ เรียกขานกันว่า กระบวนเวท ก้าวเมฆหมอก!
ก้าวเมฆหมอกสามารถช่วยเร่งความเร็วของผู้ฝึกตนขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาสั้นๆ แม้จะไม่เร็วเทียบเท่าสายฟ้าฟาด แต่ด้วยการผสานระหว่างก้าวเมฆหมอกและ เคล็ดวิชาที่สืบทอดกันมาในตระกูลของจั่วอี้ฟานก็ทำให้ชายหนุ่มเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วมาก ก่อนจะหายลับเข้าไปในป่า
ทางฝั่งเจ้าเยี่ยเหมิงนั้น มีดวงดารามายาขนาดเท่ากำปั้นหลายดวงปรากฏขึ้น ทั่วพื้นที่ ร่างของนางเปล่งแสงแจ่มจรัส ทำให้ไม่สามารถมองเห็นร่างเจ้าเยี่ยเหมิงได้ชัดเจนนัก อีกทั้งนางยังสามารถพุ่งทะลุทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า หายลึกเข้าไปในแมกไม้เรียบร้อย
หวังเป่าเล่อเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือชั้น เขาไม่ได้ใช้ก้าวเมฆหมอกเหมือน จั่วอี้ฟาน ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านวงแหวนปราณเหมือนเจ้าเยี่ยเหมิง แต่เขาก็มีพละกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม
ด้วยร่างกายอันแข็งแกร่งทำให้ชายหนุ่มไม่ต้องใช้พลังปราณในการเสริมความเร็ว แค่นี้เขาก็เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วราวสายฟ้า เขาพุ่งเข้าไปในป่า วิ่งลัดเลาะไปมาอย่างคล่องแคล่วราวกับปลาในน้ำ
ด้านหลังเขามีผู้ฝึกตนหุ่นเชิดหลายร้อยคนไล่ล่าตามมา ต้นไม้ยักษ์ที่ทำลาย เรือบินทรงหยดน้ำของหวังเป่าเล่าชูกิ่งก้านสูงขึ้นฟ้า เสริมพลังให้ผนึกรอบพื้นที่ ทำให้บริเวณนี้ดูปกติดีจากสายตาผู้คนด้านนอก!
บนยอดต้นไม้ยักษ์มีดวงตาหลายคู่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นขณะที่พวกหวังเป่าเล่อพุ่งหนีห่างออกไปไกล ภายในดวงตาเหล่านั้นมีสัญลักษณ์คล้ายกากบาทปรากฏขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลดูน่าขนลุกเป็นอย่างยิ่ง
แสงอำมหิตปรากฏขึ้นในดวงตาทั้งหลาย ทุกครั้งที่ดวงตาเรืองแสง ก็จะมีลำแสงฉายออกมา หากใครเข้าใกล้ ก็จะได้ยินเสียงที่ต้นไม้ยักษ์นั้นสร้างขึ้น
“ทุกอย่างปกติดี”
“ปลอดภัยแล้ว ท่านศิษย์พี่โปรดวางใจได้”
“ทุกอย่างราบรื่นดี อีกสามสี่วันอาจจะกลับ”
“ข้าปลอดภัยดี ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง…”
เสียงมากมายหลายหลากเป็นเสียงเดียวกับเสียงของผู้คนที่ต้นไม้เข้าแทรกซึม เสียงเหล่านั้นรายงานว่าตนปลอดภัยให้ทางสำนักของแต่ละคนทราบ รวมถึงสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะไม่มีใครสงสัยว่าจริงๆ พวกเขาได้ตายไปแล้ว!
ขณะที่ต้นไม้ยักษ์ค่อยๆ เผยความร้ายกาจขึ้น พวกหวังเป่าเล่อกำลังหนีไปรอบๆ ด้วยความเร็วสูง พยายามหาช่องทางหนีออกภายในป่ารอบนอกแอ่งแผ่นดินเค่อหลุน
เมื่อเทียบกับจั่วอี้ฟานและเจ้าเยี่ยเหมิง หวังเป่าเล่อคุ้นเคยกับการหาทางออกในป่ามากกว่า กลิ่นไอจากต้นไม้รอบๆ ทำให้หวังเป่าเล่อรู้สึกเหมือนได้กลับไปยังป่าฝน บ่อเมฆ ผู้คนที่ไล่ล่าตามมาและต้นไม้ยักษ์ที่คอยมุ่งร้ายทำให้เขาหวาดระแวงและกระตุ้นให้เขาคิดพิจารณาสถานการณ์อย่างเร่งด่วน
ต้นไม้ยักษ์นั่นมันอะไรกัน หวังเป่าเล่อหายใจลึก กระโดดพุ่งผ่านยอดต้นไม้ ทิ้งระยะห่างออกไป เมื่อลงเหยียบพื้น เขาก็รีบขุดหลุมที่พื้น ก่อนจะฝังกลับตัวเองไว้ เขากลบกลิ่นของตนเอง ซ่อนตัวอยู่ในหลุม ในใจรู้สึกกังวลและไม่ปลอดภัย
ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าต้นไม้จะกลายพันธุ์เป็นเช่นนี้ได้ มีเพียงสิงสาราสัตว์เท่านั้น ที่มีการระบุไว้ในตำราอสูรของสหพันธรัฐ!
แต่ต้นไม้กลับปรากฏที่นี่เสียอย่างนั้น! เรื่องนี้คือปัญหาหลัก แม้หวังเป่าเล่อ จะเป็นผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้ เขาก็สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามนี้ ชายหนุ่มสังหรณ์ใจว่าทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่จะสร้างหายนะครั้งใหญ่ภายในสหพันธรัฐที่เพิ่งจะเข้าสู่สภาวะปลอดภัย
ยิ่งคิดถึงการที่ต้นไม้สามารถเข้าแทรกแซงเหล่าผู้ฝึกตน จนยกระดับการฝึกตนจากระดับการฝึกตนโบราณไปเป็นระดับลมหายใจเที่ยงแท้ได้ด้วยแล้ว เขาก็ถึงกับรู้สึกพรั่นพรึงขึ้นมา
ตอนแรกมันไม่ได้ตั้งใจจะโจมตี มันเริ่มกันท่าพวกข้า พอรู้ว่าพวกข้ากำลังจะส่งข้อความกลับไปยังสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ แสดงว่ามีความลับที่ยิ่งใหญ่บางอย่าง ซุกซ่อนเอาไว้ที่นี่โดยไม่ยอมให้ใครล่วงรู้! หวังเป่าเล่อหรี่ตาเล็กลงขณะคิด ก่อนจะ พุ่งขึ้นออกมาจากหลุม
ทันใดนั้น ต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้าก็บิดงอ ผู้ฝึกตนหุ่นเชิดก้าวออกมาจากในต้น ปล่อยหมัดหนักตรงใส่ตรงหลุมที่หวังเป่าเล่อเคยซ่อนตัวอยู่!
หากไหวตัวไม่ทัน เขาคงจะโดนหมัดนั้นไปแล้ว
วิธีนี้ไม่ได้ผล หวังเป่าเล่อนัยน์ตาเบิกกว้าง ขณะหนีออกห่าง เขาก็สังเกตเห็น ผู้ฝึกตนหุ่นเชิดมากมายปรากฏกายออกมาจากต้นไม้รอบๆ ชายหนุ่มไม่มีเวลาครุ่นคิด รีบยกมือขึ้นฟ้าปล่อยประกายสายฟ้าในทันที
เสียงกัมปนาทดังขึ้น ลำแสงประกายสายฟ้าพุ่งตรงไปยังผู้ฝึกตนหุ่นเชิดที่อยู่รอบๆ ขณะที่ลำแสงพุ่งทะลุเหล่าหุ่นเชิด หวังเป่าเล่อก็เปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้าหนีไปอีกทาง เขาโบกมือขวา ส่งประคำระเบิดจำนวนมากออกมา
ลูกประคำระเบิดพุ่งตรงไปยังเหล่าผู้ฝึกตนหุ่นเชิด ทันใดที่สัมผัสร่างเหล่านั้น ลูกประคำก็ระเบิดออกทันที
เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนป่า หวังเป่าเล่อพุ่งหนีไปไกล เขาเริ่มคลุ้งคลั่ง กลยุทธ์นี้เขาเคยใช้เมื่อตอนที่อยู่ป่าฝนบ่อเมฆ แต่ไม่สามารถใช้การได้เนื่องจากศัตรู มีวัตถุเวทตรวจจับได้ ครั้งนี้ก็ไม่สามารถใช้การได้เช่นกัน ชายหนุ่มเดือดดาลในใจ วิ่งออกห่างด้วยความเร็วสูง
เขาวิ่งไปอย่างไร้จุดหมายตลอดห้านาทีที่ผ่านมา
แม้ว่าหวังเป่าเล่อจะดื่มโอสถเสริมพลังระหว่างทาง แต่ก็ไม่ได้ช่วยฟื้นฟูปราณวิญญาณที่สูญเสียไปได้ สมบัติเวทของเขาใช้การได้ดีเหลือเชื่อท่ามกลางสถานการณ์คับขันเช่นนี้
ขณะที่เหล่าผู้ฝึกตนหุ่นเชิดตามไล่ล่าและพยายามกันท่าหวังเป่าเล่อไม่ให้หนีพ้น เสียงระเบิดจากลูกประคำระเบิดก็ดังสนั่นขึ้นเป็นระยะ ตามมาด้วยห่าฝนกระบี่ เหาะเหินหลายเล่มที่ควบคุมด้วยพลังแม่เหล็ก พุ่งตรงไปทำลายหุ่นเชิดที่ตามมาและขัดขวางไม่ให้เข้ามาใกล้!
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจุดที่หวังเป่าเล่ออยู่ ห่างไปไกลอีกสองทาง ภาพเหตุการณ์คล้ายๆ กันก็ดำเนินอยู่เช่นกัน
เสียงระเบิดดังสนั่นลั่นมาจากภายในป่าทั้งสามทิศอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นมาจากจุดที่หวังเป่าเล่ออยู่ อีกสองเสียงดังมาจากจุดที่จั่วอี้ฟานและเจ้าเยี่ยเหมิงอยู่
แต่เสียงจากจุดหนึ่งก็ค่อยๆ หายไป…
สองคนนั่น ใครกันที่พลาดท่าไป หวังเป่าเล่อที่วิ่งอยู่ภายในป่าสภาพสะบักสะบอม ผมเผ้ายุ่งเหยิง มีเลือดสดไหลอยู่ตรงมุมปาก เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสังหารผู้ฝึกตน หุ่นเชิดระหว่างหลบหนี ถึงแม้จะทำลายไป พวกนั้นก็ฟื้นคืนร่างได้อย่างรวดเร็ว
หวังเป่าเล่อรู้สึกกดดันจากการถูกไล่ล่าจนเริ่มเครียดหนัก เขายกมือขวาขึ้นโบก ส่งทะเลเพลิงจากกระบวนเวทเพลิงปะทุไปแผดเผาต้นไม้โดยรอบทันที
ต้นไม้รอบตัวติดไฟอย่างง่ายดายเนื่องจากไม่ใช่พรรณไม้เขตชื้น หวังเป่าเล่อเผาต้นไม้ทิ้งระหว่างหลบหนี นี่เป็นหนทางเดียวที่เขาคิดว่าจะช่วยให้ตนเองเอาชีวิตรอดได้
“ไหม้ตายไปเสีย!” แววตาหวังเป่าเล่อแฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราด เขาร้องคำรามพร้อมกับกระโดดขึ้นฟ้าปล่อยไฟเผาต้นไม้ในป่าทิ้ง ก่อนจะหลบหนีต่อ แต่ด้วยขีดจำกัดจากระดับการฝึกตนของเขา ทำให้ไฟไม่ได้ลุกลามไปไกลแม้ว่า ต้นไม้จะติดไฟ อีกทั้งสถานที่นี้ก็แสนพิสดารยิ่งนัก เหล่าต้นไม้ที่โดนเผากลับฟื้นคืนชีพอย่างรวดเร็ว!
ภาพที่เห็นประกอบกับเสียงจากทิศหนึ่งที่เงียบลงไปทำให้หวังเป่าเล่อรู้สึกเป็นกังวลและหมดหนทาง ผู้ฝึกตนหุ่นเชิดมากมายปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เข้าโอบล้อมรอบเขาไว้
หวังเป่าเล่อพลันหยุดหายใจ ขณะที่ฝูงหุ่นเชิดกำลังล้อมววงเข้ามา เขาก็สะบัดมือขวาในทันที สมบัติเวทหุ่นเชิดมากมายปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ผู้ฝึกตนหุ่นเชิดรอบๆ หวังเป่าเล่อร้องคำรามลั่น “จับพวกมัน!”
พอหวังเป่าเล่อตะโกน เหล่าหุ่นเชิดก็พุ่งออกไปกอดรัดผู้ฝึกตนแต่ละคนไว้ ไม่ว่า เหล่าผู้ฝึกตนจะโจมตีอย่างไร เหล่าหุ่นเชิดของหวังเป่าเล่อก็ยังคงเกาะไม่ปล่อย!
ในขณะเดียวกัน หวังเป่าเล่อก็เรียกกระจกบานหนึ่งขึ้นมา มันส่องประกายสว่างไสว ก่อนจะผันแปรกลายเป็นตัวตนรูปร่างเหมือนหวังเป่าเล่ออยู่ข้างกายเขา
กระจกบานนี้เป็นสมบัติเวทที่หวังเป่าเล่อได้ชดเชยมาจากตระกูลของหลินเทียนหาว มันมีอิทธิฤทธิ์แปลงกายเป็นร่างมายา ทันใดนั้น ร่างมายากับหวังเป่าเล่อก็สลับที่กันอย่างรวดเร็ว แม้จะตั้งใจมอง ก็ระบุได้ยากว่าใครเป็นตัวจริง หวังเป่าเล่อทั้งสองคน วิ่งแยกออกไปคนละทิศ
กลยุทธ์นี้ใช้ไม่ได้ผล เหล่าผู้ฝึกตนที่ไม่ได้โดนสมบัติเวทเกาะอยู่ต่างหยุดนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะเริ่มแยกกลุ่มกันไล่ตามหวังเป่าเล่อทั้งสองคนไป จู่ๆ เสียงบงการที่หวังเป่าเล่อไม่ได้ยินก็ดังขึ้นในหัวพวกผู้ฝึกตนหุ่นเชิด พวกนั้นหยุดทันใด ก่อนจะหันไปทางทิศที่หวังเป่าเล่อตัวจริงมุ่งหน้าไป จากนั้นก็พุ่งตามไปทันที
ขี้โกงชะมัด! หวังเป่าเล่อไม่พอใจ เขาหอบหายใจถี่ขณะกำลังจะคลุ้มคลั่งไป แม้จะมีวัตถุเวทมากมายเพียงใด ไม่นานก็จะใช้ไปหมดสิ้น ต่อมาไม่ทันไรเสียงสู้รบจากอีกทิศทางหนึ่งก็หายไป หวังเป่าเล่อตื่นตะลึงในบัดดล
ทั้งสองคนพลาดท่าแล้วอย่างนั้นหรือ
ขณะกำลังคิดเช่นนั้น ผู้ฝึกตนสีหน้าว่างเปล่าก็ปรากฏตัวออกมาจากต้นไม้และผืนดิน เข้าล้อมรอบเขาไว้ สายตาสุดสยองที่พวกมันจ้องมาทำให้หวังเป่าเล่อหายใจถี่รัว เขาพุ่งออกไปโจมตีโดยไม่ลังเล
ครั้งนี้ เขาไม่ได้หยิบเพียงแค่ลูกประคำระเบิดออกมา แต่หยิบเอาวัตถุเวทที่ใช้ทรายอาวุธแปรสภาพออกมาด้วย หวังเป่าเล่อไม่คิดว่าจะต้องนำวัตถุเวทชำรุดพวกนี้ออกมาใช้!
Comments for chapter "บทที่ 202 ติดกับ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com