บทที่ 234 เขตจันทราเวท
บทที่ 234 เขตจันทราเวท
น้ำเสียงของหลินโยวมีอำนาจและดังกึกก้องไปทั่ว จนบรรยากาศเริ่มหนักอึ้ง และตึงเครียด ราวกับว่ามีพลังปรากฏขึ้นตรงกลางระหว่างสวรรค์กับผืนโลก และกดดันให้ผู้คนจมดิ่งสู่ท้องทะเลอย่างไม่มีอะไรหลบเลี่ยงได้ ขณะนั้น ปฏิกิริยาของทุกคนช้าลงพร้อมด้วยหัวใจที่สั่นระทึก
ขาที่กำลังเตะขึ้นอีกรอบของหวังเป่าเล่อชะลอลง และค่อยๆ หยุดวางกับพื้น แม้แต่วานรเพชรเลือดร้อนยังหงอจนต้องหดหัวกลับ
หลินเทียนหาวเห็นว่าสถานการณ์กลับมาดีขึ้นเพราะบิดาของตนออกโรงเพียงแค่ประโยคเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก และรีบรุดไปคลายความ ตึงเครียดของสถานการณ์ทันที แม้จะขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาและไม่มีความน่าเชื่อถือนัก แต่ทว่าชายหนุ่มก็พอมีความสามารถในการบรรเทาความขัดแย้ง เขารีบจับหวังเป่าเล่อและจั่วอี้เซียนแยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นท่านเจ้าเมืองจากไป วานรเพชรก็ขยิบตาให้กับหวังเป่าเล่อ แล้วกลับไปเล่นหุ่นเชิดที่จุดจอดเรือบินต่อ
ครั้นเหตุการณ์วุ่นวายนั้นสงบลง จั่วอี้เซียนก็ละอายใจเกินกว่าจะอยู่ต่อ จึงเดินนำหน้านักบวชประจำตระกูลแล้วจากไปอย่างเงียบๆ
หวังเป่าเล่อแค่นจมูกขณะมองดูอีกฝ่ายเดินออกไป จากนั้นเขา เจ้าเยี่ยเหมิง และจั่วอี้ฟานก็พูดคุยกับคนอื่นอีกเล็กน้อย ก่อนจะจากไปเช่นกัน
ทั้งสามเดินขึ้นไปนั่งบนไหล่ของวานรเพชร แล้วเร่งความเร็วออกไปท่ามกลางสายตาของทุกคน
หวังเป่าเล่ออารมณ์รุนแรงก็จริง แต่ด้วยบุคลิกนั้นก็ถือว่าเป็นคนที่น่าคบค้าสมาคมด้วยอย่างยิ่ง…อย่างไรก็ตาม หากเขาเข้าร่วมในเขตจันทราเวทในครั้งนี้ จะต้องเป็นคู่แข่งอันน่าเกรงขามอย่างแน่นอน! หลี่ซิ่วคิด และเมื่อมองดูกลุ่มคนรอบข้าง ก็รู้ว่าทุกคนต่างคิดเช่นเดียวกัน
บางคนดูก็รู้ว่าอยู่ในระดับลมหายใจเที่ยงแท้ขั้นสุดยอด และต่างก็ต้องการจะเดินทางไปต่อสู้เพื่อโอกาสในการบรรลุสู่ขั้นรากฐานตั้งมั่นยังเขตจันทราเวทในปีนี้
ความสามารถของหวังเป่าเล่อทำให้ทุกคนต้องระวังและจับตาดูชายร่างอ้วนมากขึ้น ขณะเดียวกันนั้นพวกเขาก็ต้องไตร่ตรองวางแผนว่าจะทำอย่างไร หากต้องปะทะกับชายร่างอ้วนผู้นี้บนดวงจันทร์ขึ้นมาจริงๆ
งานเลี้ยงฉลองดำเนินไปจนดึกดื่น ผู้คนต่างจมดิ่งอยู่กับความคิดของตน และแล้วแขกทั้งหลายก็พากันทยอยกลับทีละคน งานเลี้ยงเฉลิมฉลองผลไม้ศักดิ์สิทธิ์สิ้นสุดลงแล้วอย่างเป็นทางการ
ในวันถัดมา หลินเทียนหาวกลับสู่สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ บรรดาศิษย์ จากสำนักศึกษายังคงฝึกตนและทำกิจกรรมตามปกติ เช่นเดียวกับ ชายร่างอ้วน เจ้าเยี่ยเหมิง และจั่วอี้ฟาน โดยที่ทั้งสามยังคงระแวดระวังหวงซานอยู่
ทุกอย่างดำเนินไปเช่นนั้น…จนกระทั่งสองสัปดาห์ต่อมา ทางสำนักศึกษา เต๋าศักดิ์สิทธิ์มีการประกาศเรื่องการเปิดเขตจันทราเวทอย่างเป็นทางการ ข่าวนี้ทำให้เหล่าศิษย์ผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้ระดับสุดยอดจับกลุ่มคุยกันอย่างดุเดือด
ขณะเดียวกัน คำขอลงทะเบียนของหวังเป่าเล่อก็ผ่านการอนุมัติพอดี ในอีก สองสัปดาห์ ชายหนุ่มรวมถึงบรรดาศิษย์ผู้ฝึกตนทั้งหลายจะต้องขึ้นเรือบินอวกาศของสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ไปยังดวงจันทร์แล้ว!
ทางสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์เปิดเผยข้อมูลมากมายเกี่ยวกับเขตจันทราเวทให้ศิษย์ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งหลายทราบ เพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นและจะได้เตรียมการ อันจำเป็นต่อไป โดยขอความร่วมมือให้ทุกคนรักษาข้อมูลเหล่านี้เป็นความลับ
แหล่งข้อมูลจากสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์นั้นใกล้เคียงกับของเฉินอวี่ถง แต่มีข้อมูลบางอย่างเพิ่มเติมมากขึ้น รวมถึงมีรายละเอียดเกี่ยวกับเศษชิ้นส่วนที่จำเป็นต้องใช้ในการบรรลุสู่ขั้นรากฐานตั้งมั่น และข้อมูลของวัตถุเวทสมบูรณ์แบบ อีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดบางอย่างซึ่งเฉินอวี่ถงไม่เคยรู้ เช่นจำนวนของชิ้นส่วนที่จำเป็นต่อการบรรลุสู่ขั้นรากฐานตั้งมั่น โดยเดิมทีนั้นชายหนุ่มไม่แน่ใจในเรื่องนี้นัก แต่ข้อมูลจากสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์กลับระบุไว้อย่างชัดเจน
ผู้ฝึกตนทั่วไปมักจะโชคไม่ดีพอที่จะหาวัตถุเวทสมบูรณ์แบบเจอ นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องอาศัยเศษชิ้นส่วนหลายชิ้นหลอมรวมเป็นแก่นรากฐานตั้งมั่น จากข้อมูลซึ่งรวบรวมโดยสหพันธรัฐและจากประสบการณ์การบรรลุระดับลมหายใจเที่ยงแท้สู่ขั้นรากฐานตั้งมั่นของผู้ฝึกตนหลายต่อหลายคน จึงพอบอกได้ว่าต้องใช้ เศษชิ้นส่วนยี่สิบชิ้นขึ้นไป เพื่อหลอมเป็นแก่นรากฐานตั้งมั่น
จำนวนที่ต้องการนั้นทำให้ภารกิจครั้งนี้ยากยิ่งขึ้น เพราะลำพังการหาเศษชิ้นส่วนเพียงหนึ่งชิ้นในเขตจันทราเวทให้เจอนั้น ก็เป็นเรื่องท้าทายพอตัวอยู่แล้ว และไม่ใช่ว่าทุกเศษชิ้นส่วนที่พบจะสามารถนำมาหลอมเป็นแก่นรากฐานตั้งมั่นได้ หรือต่อให้เจอสักชิ้น ก็ยังต้องหาเพิ่มให้ครบยี่สิบชิ้นเป็นอย่างน้อย จึงจะบรรลุระดับการฝึกตนสำเร็จ
หากมีจำนวนเศษชิ้นส่วนน้อยเกินไป โอกาสล้มเหลวในการบรรลุสู่ขั้นรากฐานตั้งมั่นก็จะเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นหากมีเศษชิ้นส่วนน้อยกว่ายี่สิบชิ้น ผู้คนจึงไม่นิยมเสี่ยงหลอมดูก่อน เว้นแต่ว่าจะมีเหตุจำเป็นร้ายแรงจริงๆ
ข้อมูลยังแจ้งให้ผู้ผ่านการคัดเลือกทุกคนทราบอย่างชัดเจนอีกว่า เนื่องจากกว่าจะยึดเขตจันทราเวทมาไว้ในครอบครองได้ ทุกขุมอำนาจทางการเมืองในสหพันธรัฐจึงทำข้อตกลงกันว่าจะสงวนพื้นที่แห่งนี้ ไว้ให้ผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้ขั้นสุดยอดบรรลุสู่ขั้นรากฐานตั้งมั่นเท่านั้น ขณะเดียวกันก็มีการออกกฎตามมาอีกข้อด้วย!
กฎอีกข้อนี้ได้รับการลงนามและบังคับใช้ระหว่างรัฐบาลของสหพันธรัฐ เสนาบดีทั้ง 17 คน สี่ยอดสำนักศึกษาเต๋า สองสำนักหลัก ตระกูลนภาห้าสมัย รวมถึงกลุ่ม ไตรจันทราซึ่งมีความเกี่ยวข้องกัน โดยกฎกล่าวว่าทุกครั้งที่มิติเวทนี้เปิดขึ้น ห้ามขุมอำนาจทางการเมืองใดส่งคนเข้ามาแทรกแซงการบรรลุระดับการฝึกตนของเหล่าผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้เป็นอันขาด โดยจะมีการปิดผนึกเอาไว้ป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น และวงแหวนปราณจะทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่อยู่เหนือกว่าระดับลมหายใจเที่ยงแท้เข้ามาภายในมิติเวท
ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกประณามและถูกดำเนินคดี!
กฎข้อนี้จะช่วยรับประกันว่าเหตุการณ์ต่างๆ ในเขตจันทราเวท เกิดขึ้นอย่างยุติธรรมที่สุด โดยเป็นไปตามความสามารถอันเต็มที่ของทุกคนจริงๆ ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้ชั้นสูงจากขุมอำนาจทางการเมืองทั้งหลายโดนโจมตีหรือลอบสังหารเมื่อเข้าสู่มิติเวทอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เขตจันทราเวทเองก็อันตรายอยู่ไม่น้อย ภายในนั้นเต็มไปด้วยบรรดาอสูรแปลกประหลาดมากมาย รวมถึงสภาพอากาศอันพิลึกพิลั่นเกินจะจินตนาการและรุนแรงอย่างยิ่งยวด จนสามารถทำลายเนื้อหนังรวมถึงจิตวิญญาณของผู้คนได้เลยทีเดียว
ฉะนั้นทุกคนที่ผ่านเข้าสู่มิติเวทจะได้รับเหรียญหยกเพื่อใช้งานในสถานการณ์ เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เพียงแค่ทุบให้มันแตกออก เหรียญหยกก็จะปลดปล่อยพลังแห่ง วงแหวนปราณเป็นเกราะป้องกันออกมา วงแหวนปราณนี้สามารถเคลื่อนย้ายคนผู้นั้นออกจากมิติเวทโดยทันทีอีกด้วย
แต่หากใช้งานเหรียญหยกไปแล้ว คนๆ นั้นจะไม่สามารถกลับเข้าสู่เขตจันทราเวทในรอบนี้ได้อีก ไม่ว่าจะบรรลุสู่ขั้นรากฐานตั้งมั่นสำเร็จหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครหาช่องว่างของระบบ โดยใช้ประโยชน์จากเหรียญหยกได้
นอกจากนี้ เซษชิ้นส่วนทั้งหมดที่คนผู้นั้นได้รับมาเพื่อหลอมแก่นรากฐานตั้งมั่น จะไม่ตกเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลอีกต่อไป และจะถูกโอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นของสหพันธรัฐ เท่ากับจะต้องละทิ้งทุกอย่างที่ตนเองหาเจอในมิติเวททันที เว้นเสียแต่ว่าจะบรรลุสู่ขั้นรากฐานตั้งมั่นได้สำเร็จโดยไม่ต้องทุบเหรียญหยกเท่านั้น
ดังนั้นจึงไม่มีใครอยากทุบเหรียญหยกของตัวเอง หากไม่จนตรอกหรือกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันร้ายแรงถึงชีวิตจริงๆ เพราะนั่นไม่ต่างอะไรกับการยอมทิ้งโอกาสทั้งหมดในการเข้าสู่ขั้นรากฐานตั้งมั่น
ข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกฎข้อบังคับของเขตจันทราเวท หลังจากอ่านอย่างถี่ถ้วน หวังเป่าเล่อก็พบข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเขตจันทราเวทเพิ่มเติมอีกด้วย
เขตจันทราเวทปกคลุมพื้นที่เจ็ดในสิบส่วนของพื้นผิวดวงจันทร์ทั้งหมด ห้าในสิบส่วนอยู่ในด้านสว่างของดวงจันทร์ ส่วนสองในสิบส่วนที่เหลือจะอยู่ในด้านเงามืดของ ดวงจันทร์!
ด้านสว่างซึ่งมองเห็นได้นั้นมีพื้นที่เยอะกว่าก็จริง แต่หลายบริเวณที่ค้นพบชิ้นส่วนได้ง่ายก็มักถูกขุดค้นจนว่างเปล่าหมดแล้ว แม้จะพบเจออสูรน้อยกว่า และเป็น เขตปลอดภัยหากเอาตัวรอดจากสภาพอากาศอันโหดร้ายได้ แต่ทว่าก็ต้องอาศัย โชคลาภอย่างยิ่งกว่าจะเจอของมีค่าสักชิ้น
ในขณะที่ด้านมืดของดวงจันทร์นั้นเต็มไปด้วยอันตรายและความตายแฝงตัว อยู่ทุกแห่งหน แต่มีเศษชิ้นส่วนมากมายให้ค้นหาภายใน กระนั้นเหล่าศิษย์ผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้ก็ต้องใคร่ครวญและชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียนี้อย่างรอบคอบ
ข้อมูลยังเน้นย้ำมาอีกด้วย ว่าบรรดาผู้ฝึกตนที่เข้าสู่เขตจันทราเวททุกคน จะเข้าสู่ด้านมืดของดวงจันทร์ได้แค่ภายในพื้นที่สองในสิบส่วนที่กำหนดไว้เท่านั้น ไม่อาจ ล้ำเกินขอบเขตดังกล่าวได้…
เพราะว่า…วงแหวนปราณของสหพันธรัฐจะไม่ครอบคลุมบริเวณถัดออกไปจากตรงนั้น หากเกิดภัยอันตรายขึ้นภายนอกวงแหวนปราณ จะไม่สามารถส่งสัญญาณฉุกเฉินได้ และไม่ได้รับการช่วยเหลือนั่นเอง
ข้อมูลยังระบุอีกว่าบริเวณที่ไกลและลึกที่สุดในด้านมืดของดวงจันทร์นั้น…มีศพโบราณขนาดใหญ่อยู่หนึ่งตน!
ศพโบราณศพนั้นมีต้นกำเนิดมาจากกระบี่สำริดเขียวโบราณ เมื่อสี่สิบปีก่อน มีใครบางคนตกลงมาพร้อมกับเศษชิ้นส่วนของด้ามกระบี่โบราณด้วย คนผู้นั้น มีร่างกายใหญ่ยักษ์ ศพของเขาตกลงอีกฟากฝั่งของดวงจันทร์
ซากศพนั้นไร้ชีวิต ทว่าจิตวิญญาณของมันกลับเปี่ยมสติปัญญาอันชาญฉลาด ส่วนใหญ่แล้วมันจะนอนแน่นิ่งอย่างเงียบงัน แต่หากมันถูกปลุกตื่นขึ้นมาเมื่อใด… จะก่อให้เกิดความหายนะรุนแรงขึ้นทันที เพียงศพโบราณตนนี้สะบัดมือฟาด ก็สามารถสังหารผู้ฝึกตนขั้นกำเนิดแก่นในได้ทันที!
ยังดีว่าในรอบสี่สิบปีที่ผ่านมา ศพโบราณนี้เคยตื่นขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ข้อมูลนี้เตือนไม่ให้ทุกคนเข้าไปในส่วนลึกในด้านมืดของดวงจันทร์อีก เพราะหากไม่มีใคร เข้าไปก่อกวนและปลุกศพโบราณนั้นขึ้น มันก็จะไม่ตื่นมาอาละวาด
หวังเป่าเล่ออ่านเนื้อหาทั้งหมดโดยละเอียด รู้สึกสั่นผวากับสิ่งที่เพิ่งรับรู้ ไม่น่าเชื่อว่าพอได้ทราบเรื่องศพโบราณนั้นแล้ว เขากลับอดนึกถึงแม่นางน้อยไม่ได้
หลังจากเงียบอยู่ครู่ใหญ่ ชายหนุ่มก็สลัดความคิดออกจากหัว เขารู้ตัวว่ามีเวลาเหลืออีกไม่มาก จึงต้องใช้มันให้คุ้มค่า แล้วเข้าจำศีลฝึกตนต่อทันที ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าสภาพร่างกายของตนจะแข็งแกร่งที่สุด พร้อมบรรลุสู่ขั้นรากฐานตั้งมั่นต่อไป
นอกจากหวังเป่าเล่อแล้ว ผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้คนอื่นที่จะเข้าร่วมการเดินทางครั้งนี้ ทั้งจากทั้งสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋า และขุมอำนาจทางการเมืองทั้งหลายในสหพันธรัฐ ต่างก็รีบเก็บตัวฝึกตนเตรียมตัวให้พร้อมเช่นกัน
พวกเขาเฝ้ารอ…วันที่เขตจันทราเวทจะเปิดออกเสียที!
วันเวลาผ่านไป จนสองสัปดาห์ต่อมา…
ทางเข้าเขตจันทราเวทก็เปิดออกอย่างเป็นทางการ!
เมื่อขุมอำนาจทางการเมืองทั้งหลายในสหพันธรัฐได้รับข่าวก็ส่งคนของตนออกมาทันที เรือบินอวกาศหลายลำจอดรออยู่บนลานจอดของพวกเขา พวกมันส่งเสียงดังขึ้นทันทีที่ติดเครื่องยนต์ เตรียมพร้อมมุ่งหน้าสู่เขตจันทราเวททันที!
Comments for chapter "บทที่ 234 เขตจันทราเวท"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com