บทที่ 256 หม้อหลอมเล็กสามขา
บทที่ 256 หม้อหลอมเล็กสามขา
ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในรอยแยก แสงสีแดงจางๆ ก็เริ่มเด่นชัดขึ้น ผืนดินขนาบสองข้างดังกำแพงสูง เบื้องหน้าคือแสงสีแดงไร้จุดสิ้นสุด
บรรดาเนตรผีและอสูรจันทราก้าวเข้าไปในแสงสีแดงนั้นก่อนจะหายวับไป หวังเป่าเล่อ เฉินหุยและหุ่นเชิดของหวังเป่าเล่อไม่ได้ก้าวตามเข้าไปด้วย พวกเขาได้แต่เดินหลังชิดกำแพงอย่างระมัดระวัง
แต่ละคนนั้นอยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อย เฉินหุยและหวังเป่าเล่อต่างคอยระมัดระวังตัวขณะสำรวจสิ่งรอบข้าง ทั้งสองต่างพยายามซ่อนตัวไม่ให้ใครเห็น
ปราณวิญญาณจากที่พรั่งพรูออกมาจากเศษชิ้นส่วนที่สะสมได้นั้น หากมีจำนวนมาก แม้แต่เมล็ดดูดกลืนของหวังเป่าเล่อก็ไม่สามารถลบพลังได้ทั้งหมด หากแต่ยับยั้งได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และอาจทำให้เขาตกเป็นเป้าสังเกตได้อยู่ดี เหมือนตอนที่เขา รุกล้ำเข้าไปในฐานที่ตั้งลับของตระกูลนภาห้าสมัย แต่ตอนนี้ชายหนุ่มมีชิ้นส่วนติดตัวแค่เพียงเล็กน้อย จึงยังหลบซ่อนตัวตนต่อไปได้
เฉินหุยก็เหมือนจะทำแบบเดียวกัน เพราะหวังเป่าเล่อเองก็ไม่รู้สึกถึง ปราณวิญญาณจากนาง
ระหว่างที่ทั้งสองมุ่งไปข้างหน้า อสูรหลายตนก็กระโจนตัดผ่านหน้าลงมา ลอยผ่านพวกเขาเข้าไปในแสงสีแดง
เหมือนกับว่าเหล่าอสูรจันทราสูญเสียการควบคุมสตินึกคิดของตนเอง หวังเป่าเล่อคอยสังเกตพวกมันอย่างใกล้ชิด จึงสังเกตเห็นว่าดวงตาของพวกมันดูว่างเปล่า ราวกับว่ามีผู้อื่นหรือสิ่งอื่นคอยควบคุมให้มุ่งเข้าไปหาแสงสีแดงนั้น
หวังเป่าเล่อเริ่มหวาดระแวงในใจ หากไม่ใช่เพราะเมล็ดดูดกลืนของเขาสัมผัสได้ว่าแสงสีแดงนั้น ปลดปล่อยปราณวิญญาณออกมาแรงกล้าเสียจนหวังเป่าเล่อไม่สามารถละเลยได้ ชายหนุ่มคงจะหนีกลับออกไปแล้ว
แสงสีแดงพิศวงทำให้หวังเป่าเล่อรู้สึกได้ถึงความลับสุดยิ่งใหญ่และความ น่าสะพรึงกลัวภายใต้แสงเรืองรองนั่น
ข้ารู้สึกว่าตอนนี้ตัวข้าช่างสะเพร่าและโง่เง่าสิ้นดี… หวังเป่าเล่อถอนหายใจเงียบๆ ภายในใจ มองหุ่นเชิดเบื้องหน้าที่กำลังเข้าไปใกล้แสงสีแดงขึ้นเรื่อยๆ เขาสะบัดร่างกายให้ตื่นตัวก่อนจะออกคำสั่งควบคุมหุ่นเชิดให้เข้าไปสำรวจอย่างละเอียด ทันใดนั้น สีหน้าของหวังเป่าเล่อก็แปรเปลี่ยนไป
หุ่นเชิดของเขา…จู่ๆ ก็ตัวสั่นหลังจากเดินเข้าไปในแสงสีแดง ทันใดนั้นมันหันมาจ้องจุดที่เฉินหุยยืนอยู่ สายตาของมันเหมือนจะมองผ่านนางมายังหวังเป่าเล่อ
ริมฝีปากของหุ่นเชิดผุดยิ้มขึ้น เป็นรอยยิ้มแสนประหลาดชวนขนหัวลุก มันปล่อยมือจากกำแพงดินและกระโดดหายเข้าไปในแสงสีแดงลุ่มลึกดังห้วงมหาสมุทร!
เฉินหุยมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าตื่นตกใจ นางรู้ว่าถูกอีกฝ่ายจับได้เสียแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าร่างเบื้องหน้านางไม่ใช่มนุษย์ ต่อให้จะนึกสงสัย แต่ภาพชายหนุ่มตรงหน้าหันกลับมามองด้วยสีหน้าแปลกประหลาด พร้อมกับนัยน์ตาทอประกาย ก็ทำให้นางปักใจเชื่อได้ว่าร่างนั้นคือมนุษย์จริงๆ แม้แต่หวังเป่าเล่อเองก็ยังตกใจ ความรู้สึกมากมายประเดประดังเข้ามา
เกิดอะไรขึ้น หวังเป่าเล่อขนหัวลุก ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้เข้าเกาะกุมหัวใจ จนเต้นระรัว กล้ามเนื้อเกร็งไปทั่วร่าง ชายหนุ่มไม่ได้เป็นคนสั่งการให้หุ่นเชิดหันมา อีกทั้งยังไม่ได้สร้างให้มันสามารถแสดงสีหน้าแบบนั้นได้ แม้ว่าเขาจะเก่งกาจด้าน การหลอมหุ่นเชิด จนสามารถหลอมหุ่นเชิดที่มีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากเพียงใด เขาก็ยังไม่สามารถสร้างหุ่นเชิดที่แสดงสีหน้าแบบเมื่อครู่นี้ได้
ชั่วขณะหนึ่ง เขารู้สึกราวกับว่า…หุ่นเชิดพลันมีชีวิตขึ้นมาเสียเอง!
หากเป็นเช่นนั้นจริง…ด้วยรูปลักษณ์ที่เหมือนหวังเป่าเล่ออย่างกับแกะ ก็เหมือนว่าเขาต้องประจันหน้ากลับร่างแยกของตัวเอง ในหัวของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความคิดมากมายจนรู้สึกสับสนไปหมด
หวังเป่าเล่อรู้สึกหวาดระแวงแสงสีแดงนั้นยิ่งขึ้นไปอีก ขณะที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดว่าจะหนีกลับออกไปดีไหม ก็เห็นเฉินหุยเรียกผนึกฝ่ามือขึ้นมาร่ายคาถาอะไรสักอย่างเสียแล้ว ทันใดนั้นก็บังเกิดลมพายุพัดแรงขึ้น ณ ตำแหน่งที่นางอยู่
เหมือนว่าจะยังขาดอะไรไป เฉินหุยยกมือขวาเรียกหุ่นไม้สีม่วงขึ้นมา จากจุดที่หวังเป่าเล่อยืนอยู่ เขามองเห็นแค่เพียงว่าหุ่นไม้นั้นเหมือนจะยกมือกอดอกอยู่ มองเห็นรายละเอียดอื่นๆ ไม่ชัดเจนนัก พลังที่หุ่นไม้ตัวนั้นปล่อยออกมาทำให้ หวังเป่าเล่อตื่นตกใจ พลังของมันดูจะเป็นรองอาวุธเวทของเขาเพียงแค่หนึ่งขั้นเท่านั้น
หลังจากที่นำหุ่นไม้ออกมา เฉินหุยก็เหวี่ยงมันไปยังแสงสีแดงอย่างรวดเร็ว ลมพายุที่พัดอยู่รอบตัวนางดึงดูดไปตามหุ่นไม้ที่ลอยอยู่ในอากาศ มุ่งหน้าไปยังแสง สีแดง พายุลูกนั้นเหมือนจะได้รับพลังจากหุ่นไม้ เริ่มขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นพายุหมุนเคลื่อนตัวไปรอบๆ หุ่นไม้ ก่อนจะค่อยๆ จมหายเข้าไปในแสงสีแดง แล้วระเบิดออกในทันใด!
คลื่นแหวกอากาศพวยพุ่งออกมาจากแรงระเบิด หวังเป่าเล่อเกาะกำแพงดินไว้แน่น เกือบจะโดนลมแรงพัดปลิวไป ขณะที่กำลังตื่นตกใจอยู่นั้น เขาก็สังเกตเห็นว่า หลังจากหุ่นไม้และพายุหมุนระเบิดตัวออก แสงสีแดงก็เริ่มจางลง ราวกับคลายฤทธิ์ แสงนั้นค่อยๆ จางก่อนจะหายลับไป!
หลังจากแสงนั้นหายไปแล้ว หวังเป่าเล่อก็เห็นความลับที่ซ่อนอยู่ ณ ก้นบึ้งของรอยแยกในที่สุด!
บริเวณก้นบึ้งของรอยแยก มีกิ่งไม้อยู่กิ่งหนึ่ง!
กิ่งไม้กิ่งนั้นมีขนาดปกติทั่วไป ฝังลึกลงไปใต้พื้นดิน มีส่วนเล็กๆ ผุดพ้นพื้นดินมาให้เห็นประมาณสามร้อยเมตร ตัวกิ่งมีเหลืองแสมไปด้วยสีดำ ทั้งสองสีเลื้อยพันกันไปมาราวกับงู หลายส่วนดูแห้งเหี่ยวไร้ชีวิตชีวา รอบๆ กิ่งนั้นมีพลังวิญญาณโบราณ แผ่กระจายออกมา ราวกับว่ามันมีชีวิตอยู่มานานมาก นานเกินไปเสียด้วยซ้ำ
กิ่งไม้ที่เห็นเป็นแค่ส่วนเล็กๆ จากทั้งต้น ส่วนอื่นๆ นั้นฝังลึกอยู่ใต้ดิน ตื้นลึกหนาบางเท่าใดไม่มีใครรู้ หากรอยแยกไม่ได้ปรากฏขึ้น หวังเป่าเล่อก็คงไม่มีทางได้รู้ว่ามีต้นไม้ขนาดมโหฬารฝังลึกอยู่บนดวงจันทร์เช่นนี้!
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในหัวคือต้นไม้นี้น่าจะเป็น…ต้นหอมหมื่นลี้ในตำนานที่ปรากฏบนดวงจันทร์!
แต่นั่นก็เป็นเพียงตำนานปรัมปรา แม้แต่หวังเป่าเล่อก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อตามนั้นสักเท่าไหร่ แค่จินตนาการขนาดที่แท้จริงของต้นไม้ทั้งหมดยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เนื่องจากมีเพียงแค่ส่วนเล็กๆ ที่ปรากฏให้เห็น แต่แค่เพียงเท่านั้นก็ถือว่าเป็นภาพที่ตื่นตามากเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ที่แอ่งแผ่นดินเค่อหลุนหรือที่สิงร่างหวงซาน ทั้งสองต้นก็ไม่สามารถเทียบเคียงต้นไม้เบื้องหน้าได้ราวฟ้ากับเหว
หวังเป่าเล่อเห็นรอยแตกบนกิ่งต้นไม้ใหญ่นั้น แม้จะดูเล็กเมื่อเทียบกับขนาดของต้นไม้ แต่ในสายตาของหวังเป่าเล่อถือเป็นรอยแผลที่ใหญ่ทีเดียว เพราะมันยาว เกือบร้อยเมตรก็ว่าได้!
รอยแตกนั้นไม่ได้เกิดจากความเสียหายภายนอก แต่น่าจะเป็นผลมาจาก ความแห้งเหี่ยวเปราะบางจากภายใน ไม่เห็นแม้แต่ยางไม้สักหยด หากแต่… ทุกสิ่งอย่างที่หายเข้าไปในนั้น ไม่ว่าจะเป็นเนตรผี อสูรค้างคาว หรือหุ่นเชิดของ หวังเป่าเล่อเอง ทั้งหมดทั้งมวลล้วนยอมให้รอยแตกนั้นดูดกลืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้อย่างเต็มใจ
เหนือรอยแตกบนเปลือกไม้มีหม้อหลอมสามขาขนาดเล็กฝังอยู่ หวังเป่าเล่อถึงกับชะงักไปเมื่อได้เห็นหม้อหลอมเล็กหม้อนั้น ความรู้สึกมากมายปั่นป่วนไปทั่ว ภายในกาย หม้อหลอมเล็กนั้นคงเป็นต้นกำเนิดของปราณวิญญาณที่เขาสัมผัสได้ ชายหนุ่มอยากได้มาเป็นของตนเองทันทีที่ได้เห็น!
เพราะมันสามารถนำมาใช้หลอมแก่นรากฐานวิญญาณได้นั่นเอง!
ตามที่แผ่นหยกจากสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์อธิบายไว้ หม้อหลอมนี้คือวัตถุเวทสมบูรณ์แบบที่ต้องอาศัยโชคช่วยเท่านั้นจึงจะพบเจอ!
หวังเป่าเล่อเชื่อลางสังหรณ์ตัวเองจึงเสี่ยงภัยมาที่นี่ พอได้เห็นหม้อหลอมเล็กนั้น ก็มั่นใจได้ว่าลางสังหรณ์ของตนช่างแม่นยำนัก ชายหนุ่มตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ความกระตือรือร้นในใจพุ่งขึ้นสูง แววตาเปี่ยมไปด้วยความกระหาย!
เฉินหุยเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน หญิงสาวเริ่มหายใจถี่รัว รีบสงบใจลงก่อนเรียก ผนึกฝ่ามือออกมา ชี้ไปทางหุ่นไม้ที่กำลังถ่ายเทพลังงานให้กับพายุหมุน พายุค่อยๆ เคลื่อนเปลี่ยนทิศทาง พยายามดึงดูดเอาหม้อหลอมเล็กเข้ามาในใจกลางพายุด้วย
หวังเป่าเล่อจ้องภาพเบื้องหน้าตาไม่กะพริบ รอจังหวะอย่างใจจดใจจ่อ
ด้วยความพยายามของเฉินหุย หม้อหลอมเล็กก็เริ่มสั่นเบาๆ ก่อนจะหลุดออกจากเปลือกไม้ ไม่นาน ขณะที่ทั้งสองจ้องมองอย่างว้าวุ่นใจ หม้อหลอมเล็กก็สั่นไหว ก่อนจะโดนดูดเข้ามาในพายุหมุนนั่น!
เฉินหุยปีติยินดียิ่งนัก รีบบังคับให้หุ่นไม้นำหม้อหลอมเล็กกลับมาหาตนเอง หวังเป่าเล่อตาเป็นประกาย เขากำลังจะเริ่มลงมือ ทว่าทันใดนั้น แสงสีแดงกลับ พวยพุ่งออกมาจากรอยแตกบนเปลือกไม้ แผ่วงกว้างไปรอบๆ พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งอีกครั้ง
หุ่นไม้สั่นคลอนทันทีที่แสงสีแดงแผ่มากระทบ ราวกับว่ากำลังจะจมหายไปในแสง เมื่อเห็นว่าความพยายามทั้งหมดของตนกำลังจะสูญเปล่า เฉินหุยรีบเรียกผนึกฝ่ามือขึ้นมาอีกครั้งอย่างร้อนรน แล้วชี้ไปข้างหน้าในทันใด
“จงระเบิด!”
Comments for chapter "บทที่ 256 หม้อหลอมเล็กสามขา"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com