บทที่ 267 เขตหวงห้าม
บทที่ 267 เขตหวงห้าม
คำพูดของโจวเฟยเปิดโปงกลยุทธ์ถ่วงเวลาของหวังเป่าเล่อจนหมดไส้หมดพุง แผนของชายร่างท้วมพังพินาศลงเพราะการปรากฏตัวขึ้นของโจวเฟย ณ เวลานั้น หวังเป่าเล่อรู้สึกได้ถึงความแตกต่างของพลังระหว่างผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้และผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่น
หากเทียบกันแล้ว ผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่นมีโอกาสมากกว่าที่จะรอดชีวิตจากการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายหลายๆ ครั้งติดต่อกัน อีกทั้งยังเป็นต่อในเรื่องการดิ้นรนเพื่อแย่งชิงทรัพยากร คุณสมบัตินี้เองที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นขึ้นมาจากกองทัพ ผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้ไร้ชื่อ และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของสหพันธรัฐ ในวันนี้
ผู้ที่รอดจากการทดสอบดังกล่าวได้ จะต้องฝ่าฟันความยากลำบากและเหตุการณ์ที่เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับพวกเขามาแล้วนานัปการ ความพร้อมของสภาพจิตใจจะต้องก้าวข้ามผู้ที่อยู่ในระดับลมหายใจเที่ยงแท้ไปแล้ว ความแน่วแน่เมื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้ไม่อาจเทียบได้ เมื่อผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่นได้ตัดสินใจสิ่งใดลงไปแล้ว ก็จะไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ เล่ห์เหลี่ยม แพรวพราวเองก็เป็นอีกแง่มุมที่ผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้นั้นเทียบไม่ติด
หวังเป่าเล่อไม่อาจหยุดคิดได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว ดวงตาเขาเป็นประกายขึ้นมาวาบหนึ่ง ทันทีที่โจวเฟยพุ่งเข้ามาหา หวังเป่าเล่อก็ยกมือขวาขึ้นและเรียกเอากระบี่อาวุธเวทระดับเจ็ดออกมาแล้วฟันใส่ทันที!
ชายหนุ่มรู้ดีว่าโจวเฟยรู้จักอาวุธเวทของเขาดีกว่าใครๆ ทั้งหมดในที่นี้ การที่อีกฝ่ายปรากฏตัวออกมาในที่แจ้งแปลว่าเขาต้องมีความมั่นใจในระดับหนึ่ง ว่าเขาสามารถรับมือกับหวังเป่าเล่อได้ หากว่าหวังเป่าเล่อยังคงรักษาระดับความแข็งแกร่งและพละกำลังของตนได้
ดังเช่นตอนที่เขาฟันร่างผู้ฝึกตนขั้นรากฐากตั้งมั่นขาดเป็นสองซีก เขาก็คงไม่ต้อง มัวหนักใจเช่นนี้ ทว่าขณะนี้เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณที่ถดถอยหายไปแล้วกว่า สามในสิบส่วน เขายังเหลือพลังอยู่อีกเพียงเจ็ดส่วนของพลังทั้งหมดเท่านั้น
ทางเลือกเดียวที่ชายหนุ่มมีคือการสังหารโจวเฟยอย่างรวดเร็ว และใช้ความตายของโจวเฟยเป็นเครื่องมือข่มขวัญผู้ไล่ล่าคนอื่นๆ แม้ว่าพวกนั้นจะรู้ถึงแผนการของเขาแล้ว พวกเขาก็ยังไม่อาจเคลื่อนไหวอย่างบุ่มบ่ามได้ เปิดโอกาสให้หวังเป่าเล่อได้มองหาหมอกเวทเคลื่อนย้ายต่อไป
หวังเป่าเล่อทุ่มแรงทั้งหมดลงไปในการฟันกระบี่ครั้งนั้น พายุหมุนพุ่งตรงออกไปข้างหน้าและจระเข้สีดำก็ส่งเสียงคำรามพร้อมกับสะบัดหางไปทั่วทุกทิศ หวังเป่าเล่อหรี่ตาแล้วกระทืบลงไปพนพื้นอย่างแรงด้วยเท้าขวา ร่างของเขาลอยละล่องขึ้นไปบนอากาศในบัดดลราวกับสายรุ้งที่ทอดยาว พุ่งทะยานตามหลังแสงกระบี่ที่มุ่งหน้าเข้าไปหาโจวเฟย
ฟากโจวเฟยเมื่อเห็นการโจมตีของหวังเป่าเล่อก็ยิ้มเยาะออกมา มือของเขาขยับเรียกผนึกมือออกมาอย่างรวดเร็ว กระจกขนาดยักษ์ที่ดูเหมือนหลอมขึ้นจาก ศิลาวิญญาณปรากฏตรงหน้าเขา และส่องแสงแรงกล้าออกมาทันที สิ่งนี้เป็น สมบัติเวทที่โจวเฟยยืมมาเพื่อจะกำราบอาวุธเวทของหวังเป่าเล่อโดยเฉพาะ
เมื่อเขาใช้ผนึกมือเรียกกระจกออกมา แสงเจิดจ้าจากแรงฟาดของกระบี่ก็พุ่งตรงมาถึงตัวเขาพอดี แสงสว่างทั้งสองพุ่งเข้ากระทบกันจนเกิดเสียงระเบิดอย่างรุนแรง
กระจกร้าวภายใต้แรงระเบิด แต่ก่อนจะแหลกเป็นเสี่ยงๆ ก็มีหัตถ์ศักดิ์สิทธิ์ข้างหนึ่งยื่นออกมาจากบานกระจกที่แตกร้าวนั้น และชี้นิ้วพุ่งไปทางหวังเป่าเล่อเสียก่อน
พลังงานมหาศาลก่อตัวขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะควบรวมกันเป็นแรงที่อัดร่างของหวังเป่าเล่อเอาไว้ ฉับพลันนั้นหวังเป่าเล่อรู้สึกราวกับกำลังจมน้ำลึก
ร่างกายทั้งหมดเหมือนถูกบีบรัดอย่างแน่นหนา เขาหยุดชะงักกลางทาง การเคลื่อนไหวของเขาก็ช้าลงเป็นอย่างมาก ราวกับว่าเขาถูกแช่แข็งอย่างฉับพลัน ไม่อาจจะขยับหรือต่อสู้ได้เลยแม้แต่น้อย!
ผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่นทุกคนเฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาแวววาว พวกเขากำลังจะพุ่งตัวเข้าใส่เมื่อโจวเฟยระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น เห็นได้ชัดว่าเขากำลังคึกคะนองเป็นอย่างยิ่ง เขายกมือขวาขึ้นแล้วเอื้อมไปทางอาวุธเวทของ หวังเป่าเล่อทันที
ผู้ฝึกตนคนอื่นที่รายล้อมอยู่นั้นเริ่มหายใจรัวเร็ว พลางเร่งฝีเท้าขึ้นเมื่อนิ้วมือของโจวเฟยกำลังจะสัมผัสกับอาวุธเวท ขณะนั้นเองหวังเป่าเล่อผู้ซึ่งตอนนี้ถูก หัตถ์ศักดิ์สิทธิ์บีบรัดร่างไว้จนแน่น ก็พลันส่งสายตาเยือกเย็นผ่านหมวกเกราะออกมา
เมล็ดดูดกลืนของหวังเป่าเล่อกำลังทำงานหนักเพื่อเยียวยาอาการบาดเจ็บ ส่วนสายฟ้าสีดำกับทะเลสีม่วงนั้นก็ยังคงหลับใหลอยู่ตั้งแต่เหตุการณ์ที่แอ่งแผ่นดิน เค่อหลุน โดยยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นแต่อย่างใด พวกมันไม่ได้ออกมาช่วยแม้กระทั่งตอนที่หญิงชราเข้าจู่โจมชายหนุ่มด้วยซ้ำ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหวังเป่าเล่อจะไม่รู้วิธีปลุกพลังของพวกมันทั้งคู่ ครั้นนัยน์ตาเขาลุกโชน เกราะสีดำที่สวมอยู่ก็เริ่มเปล่งแสงสีดำออกมา เสียงโลหะ ปริแตกดังขึ้น พื้นผิวของเกราะบนตัวหวังเป่าเล่อนั้นเริ่มยุบเข้าไปข้างใน ตรงใจกลางของรอยแตกแต่ละจุดนั้นล้วนมีประคำระเบิดตัวเองอยู่จุดละหนึ่งลูก ประคำเหล่านั้นพุ่งทะยานออกไปในอากาศอย่างรวดเร็ว
ประคำระเบิดตัวเองกว่าร้อยลูกกระจายออกจากเกราะของหวังเป่าเล่อ ก่อนจะระเบิดตัวขึ้นพร้อมๆ กัน เสียงระเบิดดังก้องสนั่นในอากาศ ส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังพื้นพิภพเบื้องล่างราวกับพายุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นมาอย่างฉับพลัน
พลังระเบิดอันรุนแรงนั้นสร้างแรงสะเทือนไปทั่วพื้นปฐพี เขย่าพื้นรอบๆ ตัว หวังเป่าเล่อ กระชากทำลายต้นไม้ใบหญ้าชนิดถอนรากถอนโคน พลังพันธนาการที่ บีบรัดหวังเป่าเล่ออยู่นั้นก็คลายออกในทันที!
โจวเฟยตกใจเป็นอย่างมาก เขาถอยกรูดอย่างรวดเร็วแต่ทว่าสายไปเสียแล้ว สายตาเยือกเย็นของหวังเป่าเล่อเปลี่ยนกลายเป็นประกายตาที่เปี่ยมไปด้วยแววสังหาร เขาจ้องมองไปทางผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่นทั้งหลายที่ดาหน้ากันเข้ามา พลางท่องเคล็ดวิชาอยู่เงียบๆ
“ตื่นเถิด…” เขากล่าวถ้อยคำเหล่านั้นอยู่ในใจ พลังวิญญาณระดับสูงเหลือเชื่อแผ่กระจายออกจากกายเขาในบัดดลจนสวรรค์เดือดพล่าน ประหนึ่งว่าสิ่งมีชีวิตโบราณที่หลับใหลอยู่ท่ามกลางกลุ่มดาวที่ห่างไกลออกไป พลันถูกปลุกให้ตื่นขึ้น สายตาของมันจับจ้องมายังบรรดาเหล่าผู้ฝึกตน แรงกดดันอันมหาศาลจากสายตาของสิ่งมีชีวิต ตนนั้นสร้างความรู้สึกเย็นวาบไปตามกระดูกสันหลังของเหล่าผู้ฝึกตนขั้นรากฐาน ตั้งมั่นทุกคน
“มวลพลังนั่นมันอะไรกัน!”
“สวรรค์ นี่มัน…นี่มัน…”
ผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่นจากสำนักรุ่งสางจักรพิภพถอยกรูดออกไปพร้อมๆ กัน แต่หวังเป่าเล่อไม่ได้ใส่ใจพวกเขาแม้แต่น้อย ปากของชายหนุ่มยังท่องเคล็ดวิชาไป ขณะที่กายของเขาพุ่งออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จนไปปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าโจวเฟยผู้กำลังล่าถอย ด้วยสายตาอาฆาตและความโกรธเกรี้ยวที่เขาสั่งสมมาเป็นเวลานาน หวังเป่าเล่อชักกระบี่ขึ้นฟาดร่างของโจวเฟยทันที
ครั้นเห็นหวังเป่าเล่อเงื้อกระบี่ขึ้นฉับพลันนั้นเอง วิญญาณของโจวเฟยก็แทบออกจากร่างด้วยความตื่นกลัว เขาพยายามปัดป้องอย่างเต็มที่แต่ก็ไร้ผล เมื่อคมกระบี่ ตัดเฉือนผ่านกายเขา
โจวเฟยก็สำลักเอาโลหิตออกมาเต็มปาก ก่อนจะส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนา ร่างของเขาร่วงผล็อยลงไปบนพื้นราวกับว่าวที่ถูกตัดเชือก หน้าอกของเขาอาบชุ่มไปด้วยโลหิตแดงฉาน แม้ว่าจะมองไม่เห็นบาดแผลนั้นได้ด้วยตาเปล่า แต่ก็พอจะบอกได้ว่าสาหัสเอาการทีเดียว
หวังเป่าเล่อหรี่ตาลง เขาจ้องมองไปยังโจวเฟยผู้กำลังจะหมดสติ ร่างของโจวเฟย ร่วงผล็อยลงใกล้กับจุดที่มีผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่นคนหนึ่งยืนอยู่ หวังเป่าเล่อคิดว่าโจวเฟยตั้งใจทิ้งตัวลงตรงนั้นพอดี เขาจึงตัดสินใจไม่ตามไปสำเร็จโทษอีกฝ่าย แต่เลือกที่จะหันหลังหนีเข้าป่าแทน
“หยุดเขาให้ได้ เขาจะพยายามตามหาหมอกเวทเคลื่อนย้าย พลังที่น่ากลัวเมื่อครู่เพราะอาวุธเวทนั่นละ…” โจวเฟยพูดอย่างยากเย็น ก่อนจะสำรอกเอาโลหิตออกมาอีกคำรบและหมดสติไป
ผู้ฝึกตนที่รายล้อมอยู่รู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ถึงอย่างไรก็มีสิ่งหนึ่งที่เชื่อได้แน่ว่าโจวเฟยพูดจริงนั่นก็คือ…เหตุผลที่หวังเป่าเล่อตัดสินใจหนี แม้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ได้คาดการณ์มาก่อนแต่ก็น่าจะเป็นไปได้ นัยน์ตาของพวกเขาฉายวาบขึ้นมาทันที เมื่อเห็นหวังเป่าเล่อหนีไปไกลขึ้นเรื่อยๆ พลังวิญญาณอันมหาศาลเมื่อครู่ไม่อาจจะขัดขวางพวกเขาจากการไล่ตามหวังเป่าเล่อได้
สมบัติเวทระดับหกราวเจ็ดแปดชิ้น รวมถึงคาถาเวทอีกนับสิบปรากฏขึ้นในมือของผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่น ก่อนที่พวกเขาจะซัดตามหลังหวังเป่าเล่อไปทันที
หวังเป่าเล่อถึงกับหน้าถอดสี เขาต้องการจะทำทีเป็นเข้มแข็งเพื่อให้ผู้ฝึกตนที่ตามมารู้สึกเกรงกลัว ใจเขาพร้อมแต่ร่างกายเริ่มจะไม่ไหว หวังเป่าเล่อทำได้เพียงสะบัดมือขวาเพียงหนึ่งครั้งพลางวิ่งหนีไปด้วย เขาทุ่มพลังทั้งหมดเข้าไปในการป้องกันตัวครั้งนี้ แต่เพราะพลังปราณที่รวยรินบวกกับอาการบาดเจ็บที่รุนแรง เขาจึงไม่อาจป้องกันทั้งหมดนั้นได้ กระบี่เหาะเหินสมบัติเวทสองเล่มแทงทะลุแขนและไหล่ซ้าย ของเขา!
หวังเป่าเล่อถึงกับเซเพราะแรงกระแทก ภายใต้หมวกเกราะนั้นโลหิตสดๆ ไหลซึมออกมาจากริมฝีปาก เขายังคงหนีต่อไปอย่างเร่งรีบ เขาคิดด้วยซ้ำไปว่าจะเบี่ยงความสนใจของคนเหล่านั้น ด้วยการโยนอาวุธเวททิ้งไปอีกทาง
แต่ทำเช่นนั้นไปก็ไม่อาจจะเปลี่ยนสถานการณ์ได้มากนัก หากอาวุธเวทยังอยู่ในมือเขา กลุ่มคนเหล่านี้ก็จะตามเขามาอย่างไม่ลดละ แต่หากเขาเสียอาวุธเวทไป สถานการณ์ก็คงไม่ต่างกัน ดีไม่ดีเขาอาจจะกลายเป็นเพลี่ยงพล้ำไปมากกว่านี้ก็เป็นได้
ร่างกายที่อ่อนแรงของหวังเป่าเล่อไม่อาจเล็ดรอดสายตาของเหล่าผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่นพวกนั้นไปได้ พวกเขาทุกคนตาเป็นประกายพลางพุ่งตัวมาข้างหน้าด้วยความเร็ว ตามติดหวังเป่าเล่อมาอย่างดุร้าย เปลวไฟในแววตาของพวกเขาลุกโชน นี่คือโอกาสที่พวกเขารอคอย!
เสียงอึกทึกดังขึ้นทั่วป่า หวังเป่าเล่อสู้ไปถอยไป คาถาเวทอันแล้วอันเล่า สมบัติเวท ชิ้นแล้วชิ้นเล่า ต่างก็พุ่งเข้ามาใส่เขาจากทุกสารทิศ ผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่นที่เชี่ยวชาญการลอบโจมตีก็ดักซุ่มจู่โจมเขาอยู่เป็นครั้งคราว
หากผู้ฝึกตนทั้งแปดเก้าคนนั้นร่วมใจกันโจมตีชายหนุ่มโดยพร้อมเพรียง พวกเขาก็คงจะสังหารหวังเป่าเล่อที่อ่อนแอสุดๆ ได้ในครั้งเดียว แต่โชคไม่ดีนักที่พวกเขาทุกคนต่างละโมภอยากได้อาวุธเวทเป็นของตนเลยต้องคอยกันท่าคนอื่นๆ ไปด้วย หากฆ่าหวังเป่าเล่อไม่ตาย พวกเขาก็ยังต้องคอยกังวลกับการตอบโต้กลับจากชายหนุ่มอีก ทุกคนต่างก็มีแผนของตนเองจึงได้แต่หยั่งเชิงกันไปมา พยายามยืดเยื้อการต่อสู้เพื่อถ่วงเวลาให้หวังเป่าเล่อหมดแรงไปเอง
อาการของหวังเป่าเล่อแย่ลงกว่าเก่า แต่จากแรงระเบิดของลูกประคำและคมกระบี่ของหวังเป่าเล่อ ผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่นคนหนึ่งก็ถูกตัดมือขาด โลหิตสดๆ พุ่งฉูดกระจายไปทั่ว ในขณะเดียวกัน หวังเป่าเล่อเองก็ถูกกระบี่เหาะเหินเล่มหนึ่ง ที่หลุดรอดสายตา พุ่งเข้ามาปักทะลุท้องเข้าจนได้!
กระบี่เหาะเหินเล่มนั้นปักทะลุแผลเดิมที่เขามีอยู่แล้วในบริเวณช่องท้อง ทำให้แม้กระทั่งเมล็ดดูดกลืนก็ยังต้องชะงัก ร่างของหวังเป่าเล่อกระตุกและสำรอกเอาโลหิตออกมาจำนวนมาก แม้แต่พลังของเมล็ดดูดกลืนก็ไม่อาจจะระงับอาการบาดเจ็บของเขาเอาไว้ได้อีกต่อไป อาการป่วยสั่งสมทั้งหมดก็พลันระเบิดออกมา พลังปราณของเขาไหลหายไปราวกับน้ำหลาก
นัยน์ตาของหวังเป่าเล่อแดงก่ำ ตอนนี้ชายหนุ่มสงบนิ่งจนน่ากลัว เขาพุ่งเข้าใส่ศัตรูประหนึ่งหมาป่าเดียวดาย ชกเข้าไปที่กลางหน้าผากของผู้ฝึกตนคนหนึ่งอย่างจัง ชายคนนั้นหมดสติไป ก่อนที่หวังเป่าเล่อจะล่าถอยอย่างรวดเร็วพลางหอบหายใจ มือสั่น บัดนี้สายตาเขาถูกบดบังไปด้วยจุดสีดำๆ จำนวนมากที่สั่นระริกอยู่ มวลพลัง ดุร้ายแผ่กระจายออกมาจากหวังเป่าเล่อมากขึ้น
เขายังคงหนีการไล่ล่าของกลุ่มผู้ฝึกตนต่อไป พลางเข้าไปใกล้เขตหวงห้ามของ ดวงจันทร์เข้าทุกขณะ ณ ใจกลางของบริเวณนั้นมีศพผีโบราณปริศนาของราชาแห่งเผ่าพันธุ์อมตะราตรีหลับใหลอยู่!
บริเวณนั้นจะมีรากไม้พันเกี่ยวกันจนรกชัฏ ราวกับเป็นผ้าห่มแน่นหนาสีแดงชาดที่แผ่คลุมอยู่บนพื้น มองเพียงปราดเดียวใครๆ ก็ต้องรู้ว่าที่แห่งนี้เป็นอาณาเขต หวงห้ามที่ทุกๆ ขุมอำนาจต่างก็เฝ้าย้ำเตือนห้ามไม่ให้เข้าไปใกล้ ไม่ว่าใครก็ตามที่หลงเข้าไปจะต้องมีอันเป็นไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่นพากันไล่ล่าหวังเป่าเล่อมาอย่างยาวนาน เมื่อรู้สึกตัวว่าพวกเขาอยู่ที่ใดก็ถึงกับตกตะลึง บางคนถึงกับหยุดชะงักไปในทันที
“เขาไม่ได้กำลังตามหาหมอกเวทเคลื่อนย้าย เขาจะล่อพวกเขาเข้าไปในอาณาเขตที่ราชาแห่งเผ่าพันธุ์อมตะราตรีหลับใหลอยู่!”
Comments for chapter "บทที่ 267 เขตหวงห้าม"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com