บทที่ 39 สิทธิ์ของข้าน่ะหรือ
บทที่ 39 สิทธิ์ของข้าน่ะหรือ
ดูเหมือนคำพูดของหวังเป่าเล่อแปรเปลี่ยนเป็นพลังงาน ทำให้เลือดที่วิ่งในตัว ฝูงชนรอบด้านยิ่งสูบฉีดแรงขึ้น ดวงตาทุกคู่ฉายแววแรงกล้า
ทุกคนต่างเข้าใจ หวังเป่าเล่อกำลังทวงความยุติธรรมให้เด็กหญิงคนนั้นด้วย การบอกให้ขอโทษ!
พวกเขาไม่มีฝีมือพอจะทำแบบชายหนุ่ม แต่ครั้นเห็นหวังเป่าเล่อเปิดฉาก ที่เหลือก็ตื่นเต้นกันขึ้นมา ความกระตือรือร้น สนอกสนใจไหลเวียนในกาย พวกเขามองชายหนุ่มนิ้วหักที่ยังถูกเหยียบอยู่
“หยุดนะ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร เจ้าได้เจอปัญหาใหญ่แน่!”
“เจ้ากล้าใช้ความรุนแรงกับเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไร”
ศิษย์อีกสามคนใกล้ๆ หน้าตาตื่น พวกเขาโวยวายใส่หวังเป่าเล่อเพื่อกลบซ่อนความขลาดกลัว
ทางด้านจางหลันผู้ที่หวังเป่าเล่อเหยียบนิ้วอยู่ ก็ได้แต่กัดฟันแน่นฝืนทนความเจ็บปวด มองหวังเป่าเล่อด้วยความชิงชัง หวังเป่าเล่อคงตายไปนานแล้วถ้าอีกฝ่าย ฆ่าคนได้ด้วยสายตา
“ทำอวดดีรังแกพวกข้า! เจ้าเชิดหน้าไปได้แค่ตอนนี้เท่านั้นหรอก เจ้าแข็งแกร่งก็เพราะฝึกตนมานานกว่าพวกข้า แต่อนาคตของเรานั้นต่างกัน ในอีกไม่ช้า เจ้าจะไม่มีอะไรเทียบพวกเราได้เลย!”
แววตาจางหลันช่างมุ่งร้าย เขาทำเสียงหายใจแหลมผ่านไรฟันที่กัดแน่น ทุกถ้อยคำล้วนเปี่ยมด้วยความเกลียดชัง “ข้าเห็นคนแบบเจ้ามานักต่อนัก เจ้ากล้าฆ่าพวกข้าไหมเล่า ที่นี่คือนครศักดิ์สิทธิ์ พวกเรามาจากสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ เจ้าเตรียมตัวโดนจับกุมเสียเถอะ!
“สำหรับพวกเรา ถ้าพวกเราทำผิด สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ควรจะเป็น ผู้ตรวจสอบพวกเรา คนธรรมดาแบบเจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า!”
เมื่อพ่นออกไปเช่นนั้น แววตาของจางหลันยิ่งส่อแววอาฆาตมาดร้าย
“ข้าน่ะหรือไม่มีสิทธิ์” หวังเป่าเล่อมองชายหนุ่มนิ้วหักผู้จ้องแต่จะดูหมิ่นเหยียดหยามคนอื่น และอีกสามคนที่ดูจะหวาดกลัว แต่ก็ชังน้ำหน้าเขาด้วยเช่นกัน ก่อนพยักหน้า
“ถ้าเช่นนั้นแล้ว ตำแหน่งหัวหน้าศิษย์ของโถงศิลาวิญญาณแห่งสำนักศึกษา เต๋าศักดิ์สิทธิ์ควรจะให้สิทธิ์นั้นแก่ข้าใช่หรือไม่”
หวังเป่าเล่อพูดพร้อมถอดหน้ากากออก เขาเบ่งขยายตัว เสื้อผ้าที่รัดแน่นอยู่ ข้างใต้เสื้อคลุมฉีกขาด เผยรูปร่างอ้วนท้วมของเขาแก่สายตาทุกคน
“เจ้า…”
“หัวหน้าศิษย์!”
“เป็นไปไม่ได้!”
วินาทีที่หวังเป่าเล่อพูดประโยคนั้นและถอดหน้ากาก ศิษย์ทั้งสามของสาขาอาวุธเวทร้องเสียงหลงดั่งเห็นผี ดวงตาฉายแววประหลาดใจและไม่อยากเชื่อ หน้าทั้งสามซีดจัดไร้สีเลือด ทรุดลงนั่งกับพื้นปานว่าไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้ว
สำหรับตัวจางหลันผู้เย่อหยิ่ง คราวนี้ร่างกายเขาเริ่มสั่นเทิ้ม ปากพะงาบ หาอากาศ ม่านตาขยาย ท่าทีโอหังบังหน้าเมื่อครู่พลิกตาลปัตรเป็นลุกลี้ลุกลน ประสาทเสีย เขาร้องอุทานด้วยความตกใจ
“หวังเป่าเล่อ!”
จังหวะหายใจพวกเขาติดขัด สีหน้าเปลี่ยนไปมาอย่างที่ไม่เคยเป็นกันมาก่อน พวกเขาต่างตื่นตระหนกสุดขีดถึงขั้นที่ไม่อาจอธิบายเป็นถ้อยคำได้ ในฐานะศิษย์สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาล้วนไม่เกรงกลัวใคร ไม่สนแม้แต่กฎหมายประจำ นครศักดิ์สิทธิ์ แต่หวังเป่าเล่อต่างออกไป เขาเป็นหัวหน้าศิษย์สาขาอาวุธเวท จึงมีอำนาจกุมชะตาพวกเขาไว้ในมือ
มีผู้คนตั้งมากมาย แต่พวกเขามาปะทะเข้ากับหวังเป่าเล่ออย่างจัง เมื่อนึกย้อนไปถึงถ้อยคำรุนแรงที่พ่นใส่หวังเป่าเล่อ และหวนคิดถึงข่าวลือเกี่ยวกับหัวหน้าศิษย์ผู้นี้ในสาขาอาวุธเวท พวกเขาต่างก็ตัวสั่นเทาดั่งว่าจะถูกฆ่าเสียให้ได้ ความสลดฝังลึกในใจไปกับความรู้สึกหน้ามืด
ข้ารับใช้รอบข้างต่างก็ตกใจไม่แพ้กัน แม้แต่ชายชราที่ถูกเตะเป้ายังดิ้นรนตั้งสติให้ตัวเองตื่น พอเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็ตกใจหมดสติไปอีกครั้งหนึ่ง เขาอาจมีความคิดมุ่งร้าย แต่ไม่มากพอจะล้างแค้น กลับนึกเป็นกังวลเสียด้วยซ้ำว่าหวังเป่าเล่อจะเอาคืนตน เพราะอย่างไรเสียคุณชายของเขาก็เป็นศิษย์สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์
“นั่นคือหัวหน้าศิษย์…”
กลุ่มผู้ชมต่างอึ้งกับความเป็นไปของสถานการณ์ตอนนี้ไปตามๆ กัน ความคิดในหัวหมุนติ้วได้แต่มองตาค้างปากอ้า ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์จะกลับตาลปัตรเช่นนี้
หวังเป่าเล่อเหยียบลงไปบนนิ้วจางหลันต่อ เขาเอ่ยอย่างใจเย็น “เอาล่ะ ทีนี้ข้า มีสิทธิ์สั่งให้เจ้าขอโทษหรือยัง”
ก่อนจางหลันนิ้วหักจะได้เอ่ยอะไร ศิษย์สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์อีกสามคนรีบลุกขึ้นไปขอโทษเด็กหญิงอย่างรวดเร็ว
“แม่หนู ข้าขอโทษ พวกข้าไม่ได้ตั้งใจ”
“แม่หนู ได้โปรดอภัยให้พวกข้าด้วยเถิด”
ศิษย์ทั้งสามจนตรอกยิ่งนัก จนเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ต่างนึกเสียใจต่อการกระทำของตนอย่างสุดซึ่งเพราะตระหนักดีว่าจะมีผลย้อนกลับมาเล่นงานเมื่อถูกหวังเป่าเล่อจับได้เพียงไร พวกเขาต่างพากันวิตกจริต จนน้ำตานองเต็มหน้า
ส่วนจางหลันที่นิ้วยังอยู่ใต้เท้าหวังเป่าเล่อกลัวจนลืมความเจ็บปวด เขารีบละล่ำละลักคำขอโทษออกมา ความผยองหายสิ้นไปตั้งแต่ตอนหวังเป่าเล่อ ถอดหน้ากาก
เขารีบสั่งให้คนของเขาหาโรงหมอและนายแพทย์ฝีมือดีที่สุดให้แก่แม่นางน้อยเพื่อเป็นการชดเชย อีกยังให้หาตัวผู้ปกครองของนางแล้วจ่ายค่าเสียหายอย่างงาม
เหล่าชายกำยำมองหวังเป่าเล่ออย่างเกรงๆ เมื่อหวังเป่าเล่อให้สัญญาณ ว่าอนุญาต คนพวกนั้นก็รีบกุลีกุจออุ้มเด็กหญิงไปยังโรงหมอโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
หวังเป่าเล่อเชื่อว่าคนพวกนี้คงไม่กล้าเล่นตุกติกภายหลัง จะอย่างไรอนาคตและชะตาชีวิตของศิษย์ทั้งสี่ก็ขึ้นอยู่กับเขา
“พวกเจ้าทั้งสี่ จะให้ข้าลากพวกเจ้ากลับไปฝ่ายสำนักวินัยหลังอัดพวกเจ้ายับเยินแล้ว หรือพวกเจ้าจะตามข้าไปโดยดี เลือกมาเสีย” หวังเป่าเล่อออกคำสั่งอย่างเลือดเย็นพลางเดินไปทางสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ สองมือเก็บไว้ด้านหลัง
ทั้งสี่มองกันเองแล้วเห็นเพียงความหวาดกลัวปนขื่นขมในดวงตากันและกัน ตัดใจยืนขึ้นตามหวังเป่าเล่อไปด้วยใบหน้าซีดเผือด ไม่คิดถึงเรื่องเรือบินอีกต่อไป
พวกเขาตัวสั่นกันไปตลอดทางที่เดินตามหวังเป่าเล่อกลับยอดเขาสาขาอาวุธเวท กระทั่งถึงสำนักวินัยของโถงศิลาวิญญาณแล้วก็ยังไม่กล้าขัดขืนตอนถูกส่งไปเข้า ห้องขัง!
หวังเป่าเล่อวางแผนจะลงโทษทั้งสี่ให้หนักสำหรับสิ่งที่ก่อ ยิ่งกว่านั้นแล้ว ตั้งแต่รับตำแหน่งมา เขายังไม่เคยตัดสินคดีในฐานะหัวหน้าศิษย์ของโถงศิลาวิญญาณเลย สักครั้ง ครั้งนี้จะถือเป็นหนแรกที่เขาจัดการจับกุมผู้กระทำผิดด้วยตัวเอง
จะหลิวต้าวปินหรือศิษย์ฝ่ายวินัยคนไหนก็ล้วนทราบว่าหวังเป่าเล่อเดือดดาลกับเรื่องนี้อย่างมาก และเขาจะไม่ปล่อยไปเด็ดขาดหลังจากสืบสวนแล้ว!
อีกทั้งคดีนี้ยังมีพยานรู้เห็นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์เพียงต้องทำตามขั้นตอน ก่อนจะส่งเรื่องให้แก่ศาลตัดสินคดีภายในแห่งสำนักศึกษาเต๋าจัดการอีกที
ในเรื่องของบทลงโทษ หวังเป่าเล่อเป็นคนกำหนดเองโดยตรง
ขับไล่ออกจากสำนัก!
ความผิดเลวทรามเช่นนี้ ไม่ใช่เพียงเขาทำการจับกุมมาเองกับมือ แต่ยังมีหลักฐานมากเกินพอ ต่อให้รองเจ้าสำนักอยากจะปิดเงียบก็ยังเป็นการยาก ฉะนั้นแล้ว การตัดสินใจของหวังเป่าเล่อถือเป็นที่สุด
เรื่องราวครั้งนี้เผยแพร่ไปทั่วสาขาอาวุธเวทในเวลาอันสั้น ไม่มีศิษย์คนใดประหลาดใจตอนได้ยิน พวกเขาเพียงบอกตัวเองว่าอย่าได้กระทำอะไรเยี่ยงนั้น ในอนาคต ศิษย์อีกหลายคนต่างพากันสบถลั่น
พวกเขาไม่ได้สบถถึงหวังเป่าเล่อ แต่ด่าพวกสารเลวที่ทำให้ชื่อเสียงสาขาอาวุธเวทเสื่อมเสีย ข่าวนี้แพร่สะบัดทั่วเครือข่ายวิญญาณ คนจำนวนมากกดปุ่มชื่นชอบให้
อย่างไรเสียสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้มีพวกโอหังแบบสี่รายนั้นเกลื่อนกลาดสำนัก คนส่วนใหญ่ต่างมีวิจารณญาณเป็นของตัวเอง พวกเขาไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมที่ก่อความเคืองแค้นให้ทั้งมนุษย์และเทพสวรรค์เช่นนี้
และในขณะเดียวกัน ชื่อเสียงหวังเป่าเล่อได้โด่งดังขึ้นมาอีกจากเหตุการณ์นี้ มีศิษย์หญิงไม่น้อยรู้สึกชื่นชมในตัวหวังเป่าเล่อหลังจากรับรู้เรื่องราว
โดยเฉพาะในหมู่ศิษย์หญิงสาวของสาขาหลอมโอสถ เมื่อได้ยินว่าหวังเป่าเล่อ ใช้โอสถของพวกตนช่วยผู้อื่น พวกนางก็ส่งข้อความเสียงไปหาเขาทันที บ้างถึงขั้นชวนเขาออกเที่ยวด้วยซ้ำ
ส่วนตระกูลของศิษย์ทั้งสี่คนนั้นเองต่างเกิดความวิตกกังวลเมื่อทราบข่าว พวกเขาพยายามหาทางส่งสารของความเมตตามาให้ แต่หวังเป่าเล่อไม่แยแสแม้แต่น้อย
เมื่ออับจนหนทาง ตระกูลเหล่านั้นจึงไปไหว้วานหลิวต้าวปินและศิษย์ฝ่ายวินัย คนอื่นแทน แต่เพราะทราบกันดีว่าหวังเป่าเล่อมีความคิดเช่นไรต่อเรื่องนี้ จึงไม่มีใครคนไหนกล้ารับสินบน และต่างยื่นคำขาดปฏิเสธคำขอกันหมด
ในท้ายที่สุด ทั้งสี่ตระกูลจึงต้องบากหน้าไปหาหัวหน้าศิษย์โถงอักขราจารึกอย่างเฉาคุน
คืนนั้นที่ตำหนักหัวหน้าศิษย์โถงแก่นวิญญาณ หัวหน้าศิษย์หลินเทียนหาวกำลังชิมชาวิญญาณ มือหนึ่งถือม้วนคัมภีร์โบราณ หัวหน้าศิษย์โถงอักขราจารึกเฉาคุนยืนถัดออกไป กระซิบกระซาบบอกเขา
“พี่หลิน ศิษย์คนอื่นยังมองข้ามได้ แต่จางหลัน…ครอบครัวเขาเสนอจะมอบสมบัติเวทระดับห้าให้!”
พอได้ยินคำว่า ‘สมบัติเวท’ หลินเทียนหาวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สีหน้าครุ่นคิด ต้องเข้าใจก่อนว่าระดับหนึ่งกับสองนั้นจัดเป็นวัตถุเวท สามถึงหกเรียกกันว่าสมบัติเวท และระดับเจ็ดคือสิ่งที่เรียกกันว่าอาวุธเวท
ว่ากันว่าแค่สมบัติเวทธรรมดาก็ถือว่ามีค่ามากแล้ว ไม่ต้องพูดถึงสมบัติเวท ระดับห้าด้วยซ้ำ ไม่แปลกหากคนอย่างเขาจะคล้อยตาม ชายหนุ่มหยิบแหวนสื่อสารออกมา ต่อสายถามรองเจ้าสำนักถึงเรื่องนี้โดยตรง ก่อนลดมือลงพลางคลี่ยิ้มบาง
“ระบบหัวหน้าศิษย์ของทุกสำนักศึกษาเต๋าจะมีการเปลี่ยนแปลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยให้สาขาอาวุธเวทเริ่มทดลองใช้ระบบใหม่นี้เป็นสาขาวิชาแรก! หวังเป่าเล่อคนนี้ชักจะวุ่นวายเกินไปหน่อยแล้วในระยะหลังมานี้ ถึงเวลา…ต้องให้เขาพักสักที” หลินเทียนหาวกล่าวพร้อมยกชาขึ้นจิบ แล้วพบว่าไม่มีน้ำเหลือในนั้นเท่าใด เฉาคุนก็รินน้ำร้อนเติมให้เต็มก่อนเขาจะทันวางถ้วยลง
“พอถึงตอนนั้น เราค่อยปล่อยจางหลันกับคนที่เหลือออกมาอีกที” หลินเทียนหาว ยิ้ม ตาจดจ้องไปทางห้องโถงศิลาวิญญาณด้วยความรังเกียจ
เฉาคุนตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อได้ยินดังนั้น
Comments for chapter "บทที่ 39 สิทธิ์ของข้าน่ะหรือ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com