บทที่ 48 การทดสอบอักขราจารึก
บทที่ 48 การทดสอบอักขราจารึก
หวังเป่าเล่อเบิกบานใจกับพัฒนาการด้านอักขราจารึกที่รวดเร็วของตัวเอง พอได้เห็นสีหน้าอมทุกข์ของเฉาคุนแล้ว เขาก็อดหยิ่งผยองในใจไม่ได้ ยิ่งเห็นกำไลหยกมรกตตรงข้อมือแล้ว เขาก็ยิ่งเป็นสุขจนยิ้มไม่หยุด
วัตถุเวทเก็บของเชียวหรือ! หวังเป่าเล่อตื่นเต้นจนอยู่ไม่สุข เขาสวมกำไล ไว้ตลอดเวลา เห็นได้ชัดว่าวัตถุเวทชิ้นนี้เป็นของล้ำค่าในหมู่ศิษย์จริงๆ วัตถุเวทชิ้นนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์บ่งบอกการเข้าสู่ยุคกำเนิดวิญญาณอย่างเป็นทางการของสหพันธรัฐ คนทั่วไปก็รู้จักวัตถุเวทชิ้นนี้ดี พวกเขาทราบดีว่ามีเพียงผู้ฝึกตนเท่านั้นที่จะหามาครอบครองได้
ระหว่างทางกลับถ้ำที่พักประจำสาขาอาวุธเวท หวังเป่าเล่อก็อดใจไม่ไหว อยากลองทดสอบเอาข้าวของส่วนตัวยัดใส่กำไลคลังเวท วิธีใช้กำไลนั้นง่ายมาก เพียงแค่สามารถใช้วิชาค้ำจุนปราณได้ ก็สามารถใช้กำไลได้แล้ว
พอเขาอัดฉีดพลังปราณใส่กำไล ทันใดก็สัมผัสได้ถึงพื้นที่กว้างประมาณ ยี่สิบตารางนิ้ว เขาสามารถเอาของเข้าออกได้ตามใจชอบ ชายหนุ่มยิ้มอย่างเบิกบานใจหลังจากได้ลองใช้กำไลดู
เขาหยิบของเข้าออกตลอดทางกลับ ชายหนุ่มลองเลียนแบบท่าทางของเจ้าสำนักและอาจารย์คนอื่นๆ ยกมือขวาขึ้นตวัด พลันถุงขนมก็ปรากฏขึ้นในมือ พอตวัดมือ อีกครั้งก็หายไป
เขาหัวเราะสนุกสนานกับสิ่งที่เขาได้ลองทำ เมื่อกลับมาถึงถ้ำที่พัก ชายหนุ่ม ก็หยิบแผ่นหยกที่ผู้ฝึกตนประจำตำหนักอาวุธเวทให้ขึ้นมาดู
วิชาวัสดุศึกษานั้นอธิบายเกี่ยวกับวัสดุที่จะนำมาใช้เสริมพลังและคุณภาพของแก่นวิญญาณ มีวิธีการหลอมวัสดุต่างๆ อธิบายไว้ด้วยเช่นกัน หลังจากศึกษาจนพอจะจับความได้ เขาก็วางแผ่นหยกลงและเข้าสู่มิติมายาเพื่อไปฝึกการคิดคำนวณต่อ
หวังเป่าเล่อเข้าใจพื้นฐานต่างๆ ของหลักอักขราจารึกมากขึ้นหลังจากได้ฟัง เจ้าสำนักอธิบาย พอคิดเชื่อมโยงกันได้ เขาก็เข้าใจศาสตร์อักขราจารึกอย่างลึกซึ้ง เมื่อได้ลองคิดคำนวณดูในหัว ชายหนุ่มพบว่าเขาสามารถคิดคำนวณได้เร็วขึ้นมากกว่าแต่ก่อนหลายเท่า
สามวันผ่านไป ชายหนุ่มแสนสุขใจเมื่อพบว่าตลอดสามวันที่ผ่านมานี้ เขาโดน แม่นางน้อยในหน้ากากนิลฟาดสายฟ้าใส่รวมแล้วไม่ถึงสิบครั้ง ตัวเขาในตอนนี้สามารถตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ ที่หน้ากากสร้างขึ้นได้ในทันทีที่โจทย์ปรากฏ
แม้ว่าแท้ที่จริงแล้ว เขาจะสามารถจำตัวอักขระได้เพียงไม่กี่หมื่นตัว แต่ด้วย หลักคำนวณทำให้เขาไม่ต้องเสียเวลาจำตัวอักขระทั้งหมด ฉะนั้นแล้ว หากจะกล่าวว่าเขาสามารถจำตัวอักขระได้หมดทั้งล้านตัวนั้นก็คงจะไม่ฟังดูเกินจริงแต่อย่างใด
ที่สำคัญไปกว่านั้น หลักคำนวณนี้ช่วยให้เขาเข้าใจศาสตร์อักขราจารึกได้อย่างลึกซึ้ง
ด้วยความสามารถที่มีในตอนนี้ ชายหนุ่มก็ทนนิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไป เขาไม่อยากให้หลิวต้าวปินและพวกพ้องต้องทนทรมานนานไปกว่านี้ ยิ่งไปกว่านั้น หวังเป่าเล่อ ไม่อยากให้จางหลันและเพื่อนอีกสามคนของมันได้วางท่าโอหังไปวันๆ คิดดังนั้น พอรุ่งเช้าวันที่สี่ เขาก็มุ่งหน้าไปยังโถงอักขราวิญญาณด้วยความตั้งใจเด็ดเดี่ยว
เมื่อมาถึงโถงอักขราวิญญาณ เขาก็พบว่ากำลังมีการเรียนการสอนกันอยู่ อาจารย์ประจำโถงอักขราวิญญาณ อธิบายตัวอักขระต่างๆ อยู่หน้าแท่นให้ลูกศิษย์ฟังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เขายกมือขึ้นคำนับแสดงความเคารพเมื่อสบตากับอาจารย์ การมาถึงของหวังเป่าเล่อดึงความสนใจจากศิษย์ทั้งหลายในห้อง แม้แต่อาจารย์เองก็มองมาที่เขาเช่นเดียวกัน ถ้าเป็นศิษย์คนอื่น คงจะโดนดุด่าว่ากล่าวเป็นการใหญ่ที่มารบกวนการเรียนการสอนเช่นนี้ แต่พออาจารย์เห็นว่าเป็นหวังเป่าเล่อประกอบกับเห็นชายหนุ่มแสดงความสามารถในการชุมนุมของเจ้าสำนักแล้ว เขาก็ยิ้มกว้างต้อนรับ
“อ้าว หวังเป่าเล่อเองหรือ วันนี้ข้ากำลังสอนเรื่องตัวอักขระพื้นฐานอยู่ ถ้าเจ้าสนใจ จะเข้ามาร่วมฟังก็ได้นะ” อาจารย์มองชายหนุ่มด้วยสายตาเอ็นดู เขาพูดกับหวังเป่าเล่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอบอุ่น ผิดกับตอนที่สอนลูกศิษย์คนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
ศิษย์ทั่วทั้งห้องนั่งอึ้งด้วยความฉงนใจ ทำไมท่าทีของอาจารย์ถึงได้เปลี่ยนฉับไวเช่นนี้ แม้หวังเป่าเล่อจะเป็นหัวหน้าศิษย์ แต่เขาก็เป็นหัวหน้าศิษย์โถงศิลาวิญญาณ ไม่ใช่หัวหน้าศิษย์โถงอักขราจารึกสักหน่อย
“ท่านอาจารย์ ข้าขอโทษที่มารบกวน คือ…ข้าอยากจะใช้งานผนังฟ้าเพื่อทดสอบความรู้ความสามารถที่ข้ามีตอนนี้ แต่ถ้าตอนนี้ท่านไม่สะดวก ข้ารอให้จบบทเรียนก่อนค่อยมาใหม่ก็ได้” หวังเป่าเล่อเกาหัว เขารีบร้อนเสียจนลืมว่าช่วงเวลานี้จะมี การเรียนการสอนอยู่
อาจารย์ได้ยินเช่นนั้นก็ส่งสายตาเป็นประกาย หัวเราะออกมาเสียงดัง
“ศิษย์เป่าเล่อ เจ้าไม่ต้องรอให้จบบทเรียนก็ได้ ถ้าเจ้าอยากเข้ารับการทดสอบ ข้าก็อนุญาต พร้อมทั้งยินดีจะร่วมเป็นสักขีพยานการรับตำแหน่งหัวหน้าศิษย์คนใหม่ของโถงอักขราจารึกด้วย!” นอกจากอาจารย์ประจำโถงอักขราจารึกจะไม่ได้ถือโทษโกรธชายหนุ่มแล้ว ยังเห็นดีเห็นงามไปด้วย จริงๆ แล้ว เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าหวังเป่าเล่อนั้นจำตัวอักขระไปได้จำนวนเท่าใดแล้ว ซึ่งจากการประเมินดูแล้ว น่าจะจำได้ประมาณหกแสนตัว
ศิษย์ในห้องเบิกตาโพลง ในใจเต็มไปด้วยความสับสนเมื่อได้ยินอาจารย์พูดว่า ‘หัวหน้าศิษย์คนใหม่’ กับหวังเป่าเล่อ พวกเขาต่างจ้องมองตาค้างไปทางชายหนุ่มด้วยแววตาราวกับเห็นผี
“สวรรค์ หวังเป่าเล่อจะเข้าสอบเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าศิษย์โถงอักขราจารึกจริงๆ หรือนี่”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน เขาเพิ่งได้ตำแหน่งหัวหน้าศิษย์โถงศิลาวิญญาณมาแค่ ไม่กี่เดือนเอง…ทำไมท่านอาจารย์ถึงดูมั่นใจในตัวเจ้านั่นกัน”
“ถ้าทำได้จริง เขาก็จะได้ควบทั้งตำแหน่งหัวหน้าศิษย์โถงศิลาวิญญาณและ โถงอักขราจารึกเลยนะ!”
ในขณะที่ทั้งห้องมองมาที่ชายหนุ่มด้วยแววตาหวาดกลัวราวกับเห็นปีศาจ หวังเป่าเล่อหายใจลึก โค้งคำนับท่านอาจารย์ จากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้องเรียนจนหยุดอยู่ที่หน้าผนังฟ้า เขายกมือขึ้นแตะ ผนังฟ้าก็ทำงาน
ทันใดนั้น ผนังฟ้าก็ปล่อยแสงสีน้ำเงินออกมาล้อมรอบตัวหวังเป่าเล่อ กักขังเขาไว้ภายใน ชายหนุ่มลงนั่งขัดสมาธิ การทดสอบของเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
การทดสอบอักขราจารึกนั้นแตกต่างจากการทดสอบศิลาวิญญาณที่เป็น การทดสอบความสามารถในการหลอมวัตถุ การทดสอบอักขราจารึกนั้นจะเป็น การทดสอบโดยใช้ภาพมายาเพื่อวัดประเมินความเชี่ยวชาญในตัวอักขระต่างๆ หวังเป่าเล่อนั่งอยู่ท่ามกลางสายตาจดจ้องจากทั่วทั้งห้อง ฉับพลันด้านหน้าเขาก็ปรากฏภาพที่คนภายนอกไม่สามารถเห็นได้ขึ้น
ภาพมายาเบื้องหน้าชายหนุ่มนั้นเป็นตัวอักขระมากมายนับไม่ถ้วน หวังเป่าเล่อต้องจำแนกเรียงประเภทตัวอักขระเหล่านั้นเพื่อที่ประเมินผลสัมฤทธิ์ของเขา
ถึงตอนแรกจะดูไม่ได้ยากอะไร แต่ระหว่างการทดสอบนั้นจู่ๆ ก็จะมีโจทย์คำถามเกี่ยวกับหลักอักขราจารึกที่ค่อนข้างซับซ้อนปรากฏขึ้นมา บ้างก็เป็นโจทย์ให้เติมตัวอักขระใส่ในช่องว่าง บ้างก็เป็นคำถามมีตัวเลือกให้ตอบ บางคำถามนั้นต้องอธิบายตัวอักขระดังกล่าวอย่างละเอียด หรือไม่ก็วาดตัวอักขระให้ถูกต้อง
โจทย์เหล่านี้จะสุ่มปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ ถ้าเกิดผู้เข้าสอบตอบผิดแม้แต่ครั้งเดียว การทดสอบจะสิ้นสุดลงทันที นอกจากนี้การทดสอบก็มีการจำกัดเวลาไว้อีกด้วย หากหมดเวลา ก็จะถือว่าเป็นการสิ้นสุดการทดสอบเช่นกัน
เหล่าสานุศิษย์ต่างขนานนามการทดสอบอักขราจารึกว่าเป็นการทดสอบของปีศาจ
แม้ฝูงชนภายนอกที่กำลังดูอยู่จะไม่สามารถเห็นโจทย์คำถามและคำตอบของ หวังเป่าเล่อได้ แต่เขาก็สามารถเห็นผลสัมฤทธิ์ของชายหนุ่มที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากผนังฟ้า
สามหมื่น แปดหมื่น แสนสอง สองแสน!
เพียงห้านาที ตัวเลขแสดงผลสัมฤทธิ์ของชายหนุ่มก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เหล่าศิษย์ที่นั่งดูอยู่ได้แต่ตกตะลึงกับตัวเลขที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางคนถึงกับลุกยืน มองตาไม่กะพริบ
“เร็วมาก!”
“เจ้าหวังเป่าเล่อ…อย่าบอกนะว่ามันจะขึ้นเป็นหัวหน้าศิษย์คนใหม่ได้จริงๆ!”
ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นภายในห้านาทีของชายหนุ่มนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นตาอย่างมาก เพราะตอนที่เฉาคุนเข้าสอบเพื่อรับตำแหน่งนั้น เขาใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงกว่าจะแตะตัวเลขสองแสน
ข่าวเรื่องการทดสอบของหวังเป่าเล่อนั่นแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว สำหรับเหล่าสานุศิษย์แล้ว เหตุการณ์ในวันนี้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกินจะเชื่อได้ เมื่อเรื่องผ่านไปถึงหูฝ่ายวินัยของโถงอักขราจารึก พวกนั้นต่างตื่นตะลึงกับ เรื่องดังกล่าว พร้อมกับเฝ้าติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เหล่าคนสนิทของเฉาคุนนั้นก็รีบนำเรื่องไปบอกเจ้าตัวทันที
“ท่านหัวหน้าศิษย์เฉาคุน หวังเป่าเล่อมาที่โถงอักขราจารึก มัน…มันมาเพื่อแย่งชิงตำแหน่งของท่าน!”
เฉาคุนที่กำลังท่องตำราอย่างเอาเป็นเอาตายจนเริ่มจะจับเคล็ดบางอย่างของ หลักอักขราจารึกได้อยู่ภายในถ้ำที่พัก ครั้นถูกข้อความเสียงขัดจังหวะขึ้น ก็รีบเงย หน้าขึ้นอย่างตกใจ ความเครียดถาโถมจนเขาเริ่มเสียสติ
“หวังเป่าเล่อ!”
ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนการชุมนุมของเจ้าสำนัก เขาคงจะหัวเราะท้องแข็งด้วย ความดูแคลน แต่เหตุการณ์ในวันนี้นั้นทำให้ใจของเขาเต้นระรัว เขารู้สึกถูกคุกคามอย่างหนักจนเริ่มหายใจไม่เป็นจังหวะ เขารีบรุดออกจากถ้ำที่พักและวิ่งตรงไปยัง โถงอักขราจารึก
เมื่อมาถึง เขาก็พบก็เหล่าศิษย์ที่มาติดตามสถานการณ์จนเต็มล้นออกมานอกห้อง หวังเป่าเล่อที่มาเข้ารับการทดสอบนั้นกลายเป็นจุดสนใจของบรรดาสานุศิษย์ทั่วทั้งสาขา เหล่าศิษย์สาขาอาวุธเวทจึงมารวมตัวร่วมติดตามสถานการณ์กันหมด
บางทีก็มีเสียงร้องดังขึ้นด้วยความตื่นตะลึงมาจากภายในห้อง
“230,000 แล้ว สวรรค์ช่วย!”
“เร็วจริงๆ 250,000 แล้ว!”
“เจ้าหวังเป่าเล่อนี่มันเชี่ยวชาญถึงขั้นใดกัน ทำไมถึงตอบคำถามได้รวดเร็วเช่นนี้ อยากบอกนะว่า อักขระสองแสนกว่าตัวนี้สำหรับมันแล้วก็เป็นเรื่องง่ายดายขนาดหลับตาก็ตอบได้!”
เหล่าฝูงชนมีอาการเปลี่ยนไปในทันทีเมื่อเห็นเฉาคุน ทันทีที่สังเกตเห็นตาอันแดงก่ำและใบหน้าอันเกรี้ยวกราดของชายหนุ่ม ทุกคนก็พร้อมใจกันเปิดทางให้เขาเข้าไป ข้างใน เมื่อเข้ามาภายใน เฉาคุนก็จ้องเขม็งไปทางหวังเป่าเล่อ ไม่สนใจท่าทีงุนงงของผู้คนรอบข้าง
เขามองไปที่ผนังฟ้าและเห็นตัวเลข 280,000 แสดงอยู่ เขารู้สึกราวกับ จิตวิญญาณได้หลุดออกไปจากร่าง ภาพเบื้องหน้ามัวหม่น ชายหนุ่มหายใจติดขัด เริ่มทรงตัวไม่อยู่ ใบหน้าของเขาซีดเผือด เส้นเลือดปรากฏเด่นชัดบริเวณหน้าผาก
“หวังเป่าเล่อ อยากจะล้มข้างั้นหรือ เป็นไปไม่ได้หรอก ข้าก็…จะขอเข้ารับการทดสอบด้วย!”
เฉาคุนเดินตึงตังไปข้างหน้า ยกมือขวาขึ้นแตะผนังฟ้า แม้การทดสอบตำแหน่งหัวหน้าศิษย์นั้นจะมีแสงสีน้ำเงินเข้าล้อมรอบผู้เข้ารับการทดสอบเพื่อป้องกันมิให้ เสียสมาธิจากสิ่งรอบกาย แต่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ผู้อื่นเข้ารับการทดสอบพร้อมกัน
เฉาคุนและหวังเป่าเล่อในตอนนี้กำลังต่อสู้ช่วงชิงตำแหน่งกันอย่างดุเดือด หลินเทียนหาวที่นั่งอยู่ในตำหนักหัวหน้าศิษย์โถงแก่นวิญญาณก็ลุกพรวดขึ้นเมื่อ ได้ยินข่าว เขาขว้างแก้วชาในมือลงพื้นอย่างรุนแรงพร้อมกับเริ่มกัดฟันกรอด
“หวังเป่าเล่อ จะประกาศสงครามกับข้าอย่างนั้นหรือ กล้าดีอย่างไร เจ้าคนชั้นต่ำ!”
Comments for chapter "บทที่ 48 การทดสอบอักขราจารึก"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com