บทที่ 1261 ธิดาเทพและตุ๊กตาจิ้งจอก
บทที่ 1261 ธิดาเทพและตุ๊กตาจิ้งจอก
นั่นคือจิตแห่งเทพแท้จริง!
ภายในเทือกเขาผลึกสีม่วง สวี่ชิงสีหน้าเคร่งเครียด ความรู้สึกหวาดหวั่นพลันก่อตัวขึ้นในจิตใจของเขา เพียงเสี้ยวพริบตาก็รุนแรงจนถึงขีดสุด
ทำให้ในใจของเขาแผ่ระลอกปั่นป่วนรุนแรง ขนทั่วทั้งร่างกายลุกชันขึ้นในเสี้ยวขณะนี้
“ไม่ใช่เทพแท้จริง 1 องค์ แต่มีอย่างน้อย 7 องค์!”
รูม่านตาสวี่ชิงหดเล็กลง ในสัมผัสการรับรู้ของเขา ในชั่วขณะนี้ดวงดาวทั้งดวงกำลังบิดเบี้ยว สรรพสิ่งและสิ่งมีชีวิตทั้งปวงล้วนสั่นสะท้าน
รัศมีแสงสีมรกตบนท้องฟ้าต่างหมองหม่น ราวกับจะสูญเสียแสงไป ถูกเจตจำนงที่แข็งแกร่งแปรเปลี่ยนให้เป็นเมฆดำบดบังผืนนภา บดบังทุกสิ่ง
จิตเทพที่รวมมาจากเทพแท้จริงหลายองค์นั้น ราวกับคลื่นยักษ์ท่วมฟ้า เปลี่ยนท้องฟ้าดาราให้กลายเป็นมหาสมุทร มองดวงดาวดวงนี้เป็นเกาะโดดเดี่ยวในทะเล ตอนนี้คลื่นโหมกวาด จะปกคลุมดวงดาวดวงนี้ไปทั้งดวง
ความรู้สึกหวาดหวั่นรุนแรงขึ้นมา
และขณะที่จิตเทพกำลังปกคลุมมา กำลังจะแผ่ระลอกมาถึงที่ที่สวี่ชิงอยู่เต็มที
ในช่วงเวลาวิกฤต สวี่ชิงดับพลังเซียนทั้งหมดของตัวเอง ยิ่งเรียกเจ้าเงาออกมาปกคลุมตัวเองไว้
ส่วนตุ๊กตาจิ้งจอกนั้นก็ไม่จำเป็นต้องให้สวี่ชิงเรียก ตุ๊กตาจิ้งจอกก็ปรากฏตัวออกมาแล้ว ปะทุกลิ่นอายเทพทั้งหมดข้างสวี่ชิง ซ่อนอำพรางให้สวี่ชิงอย่างเต็มกำลัง
เสริมพลังซึ่งกันและกัน รวมกับความแตกต่างของสวี่ชิงกับผู้บำเพ็ญคนอื่นๆ ทำให้ที่ที่เขาอยู่มีไอพลังประหลาดรุนแรง
แต่เพียงแค่นี้ก็ยังไม่พอ
ในช่วงเวลาสำคัญ ในดวงตาสวี่ชิงพลันฉายประกายวูบ มือขวายกขึ้นคว้า ก็ดึงธิดาเทพที่เก็บเข้าไปในถุงเก็บของ อยู่ในสภาวะหมดสติออกมา และโยนให้ตุ๊กตาจิ้งจอก
ตุ๊กตาจิ้งจอกเข้าใจความหมายของสวี่ชิงในทันที ยกมือคว้าคอของธิดาเทพ ขณะเดียวกันก็ปิดดวงตาทั้ง 2 ขององค์ท่านเอาไว้
ส่วนสวี่ชิงทางนี้ร่างเพียงไหววูบ ก็หดเล็กลงเหมือนกับผงฝุ่น และพุ่งไปยังบาดแผลบนกระดูกไหปลาร้าของธิดาเทพทันที
พุ่งเข้าไปในส่วนลึกของเลือดเนื้อทันที ซ่อนอำพรางไว้อย่างเต็มที่
เขากำลังเดิมพัน!
ในการตรวจสอบจากจิตเทพของเทพแท้จริง ในการวิเคราะห์ของสวี่ชิง จุดสำคัญที่ตรวจสอบก็ไม่พ้นอยู่ 2 ประเภท
ประเภทหนึ่งคือการค้นหากลิ่นอายของพลังเซียน ใช้วิธีนี้ในการวิเคราะห์ตำแหน่งของเขาที่นี่
อีกประเภทหนึ่งคือการใช้วิธีที่คล้ายกับสายเลือดหรือต้นกำเนิดเทพที่พิเศษ เพื่อจับเป้าหมายและค้นหาธิดาเทพ!
แม้ว่าสวี่ชิงและธิดาเทพจะต้องอยู่ด้วยกันอย่างแน่นอน แต่วิธีการตรอจสอบของ 2 ประเภทนี้ ทิศทางไม่เหมือนกัน อีกทั้งต่างมีข้อเสียอยู่
นั่นก็คือทำให้การตรวจสอบต่อเทพเจ้าองค์อื่นอ่อนพลังลง!
ส่วนตุ๊กตาจิ้งจอก ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอก ก็ล้วนเป็นเทพเจ้า
แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้ที่จะผสมผสานการการตรวจสอบทั้ง 2 ประเภทด้วยกัน แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ยังมีความบกพร่องอยู่ดี
แต่ว่าก็มีความเป็นไปได้ที่จะวิเคราะห์ผิดพลาด แต่สวี่ชิงไม่มีทางเลือก เขาไม่วางใจที่จะปล่อยธิดาเทพไว้ข้างนอกคนเดียว แบบนั้นมีความไม่แน่นอนมากเกินไป ดังนั้นจึงต้องให้ตุ๊กตาจิ้งจอกอยู่ข้างนอกเพื่อควบคุมธิดาเทพ
แม้ว่าธิดาเทพจะหมดสติไปแล้ว สวี่ชิงก็ไม่ต้องการให้องค์ท่านมีโอกาสใดๆ ที่จะแจ้งเตือนภายนอกได้เลย
เพื่อให้ตัวเองซ่อนตัวอยู่ในร่างขององค์ท่านได้ดีขึ้น
ส่วนการซ่อนตัวของตัวเองจะสำเร็จหรือไม่…
สวี่ชิงแม้ว่าจะไม่มีความมั่นใจอย่างเต็มที่ แต่ก็มีความมั่นใจในระดับหนึ่ง ต้นกำเนิดของความมั่นใจนี้…มาจากพลังการผนึกของผู้นำเซียนที่ยังคงอยู่ในร่างกายของธิดาเทพ!
“ก่อนหน้านี้ในสงคราม ตอนที่ต่อสู้กับเทพแท้จริงหน้าหยก อีกฝ่ายเมื่อเห็นข้านำอาวุธเต๋าออกมา ก็ตกใจมาก อีกทั้งหลังจากนั้นจนกระทั่งตายก็ไม่ได้นำของวิเศษที่เอาไว้รับมือออกมา นี่หมายความว่าองค์ท่านไม่รู้เรื่องที่ข้าได้อาวุธเต๋า”
“และเรื่องนี้ผู้บำเพ็ญแนวหน้าต่างรู้กันหมด แต่องค์ท่านกลับไม่รู้…ดังนั้นความเป็นไปได้ที่มากที่สุดก็คือข้อมูลของข้าถูกปิดกั้นโดยระดับชั้นผู้นำเซียน ทำให้เทพเจ้าไม่อาจตรวจสอบได้”
“ปกปิดข้อมูลของข้า ทั้งยังมอบอาวุธเต๋าให้ข้า…และยังมีผนึกที่ทิ้งไว้ในร่างของธิดาเทพ…”
จิตใจของสวี่ชิงเคร่งเครียดขึ้น ดวงตาเปล่งประกายเย็นชาแวบหนึ่ง และเตรียมพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ก็จะหนีไปไกลด้วยธรรมนูญกาลอวกาศ
แต่ในเสี้ยวพริบตาต่อมา เจตจำนงเก่าแก่โบราณกลุ่มหนึ่ง ก็พลันปรากฏขึ้นบนร่างของธิดาเทพ แผ่ออกไปยังรอบๆ อย่างอ่อนๆ บดบังร่องรอยทั้งหมดของธิดาเทพไว้
ภาพนี้ทำให้สวี่ชิงหรี่ตาลง
จากนั้น จิตเทพที่ตรวจสอบที่นี่ ก็กวาดผ่านเทือกเขาผลึกสีม่วงไปโดยไม่มีการรับรู้ใดๆ ไม่ช้าก็ปกคลุมไปยังดวงดาวทั้งดวง แต่ก็ไร้ซึ่งผลเก็บเกี่ยวเลือกที่จะจากไป ไปตรวจสอบท้องฟ้าดาราอีกแห่งต่อไป
ส่วนสวี่ชิงก็ยังคงนิ่งไม่ขยับ รออีก 1 ชั่วยาม จิตเทพที่จากไปนั่นก็กลับมาอย่างกะทันหัน ปกคลุมไปยังฝุ่นดาวที่ดวงดาวดวงนี้ตั้งอยู่อีกครั้ง
กวาดไปมาอีกครั้งในดวงดาวแต่ละดวงและเศษฝุ่นดาวนี้
สุดท้าย เหมือนจะแน่ใจว่าไม่มีสิ่งผิดปกติ ถึงได้จากไปอย่างแท้จริง
สวี่ชิงก็ยังคงไม่ขยับ รอต่อไป
2 ชั่วยามต่อมา ก็มีจิตเทพระลอกที่ 3 พุ่งผ่านฝุ่นดาวนี้ไปอย่างรวดเร็ว
จิตเทพนั้นแตกต่างจากก่อนหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นเทพเจ้าคนละกลุ่มกัน
และในไม่กี่วันต่อมา การกวาดตรวจสอบที่คล้ายกันก็มีทุกวัน อีกทั้งมาอย่างกะทันหัน จำนวนครั้งก็มาก จนกระทั่งดำเนินติดต่อกันไปหลายวัน…
ถึงได้หยุดลงในที่สุด
สวี่ชิงจิตใจตึงเครียด รออยู่ 3 วัน ในที่สุดก็มั่นใจว่าปลอดภัย เขาถึงได้พุ่งออกมาจากบาดแผลของธิดาเทพ และเมื่อกลับมาเป็นสภาพปกติแล้ว เขาก็มองไปยังโลกภายนอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม จากนั้นก็หันไปมองตุ๊กตาจิ้งจอกที่อยู่ข้างกายของธิดาเทพ
“นายน้อย จิตเทพของเทพแท้จริงเหล่านั้น หลังจากที่สัมผัสรับรู้ได้ถึงแท่นเทวะของข้า ก็ต่างเมินไป”
“คงเป็นเพราะจุดเน้นของการตรวจสอบในวงกว้างของพวกองค์ท่าน น่าจะเป็นกลิ่นอายวิญญาณเซียน”
“อีกทั้งการตรวจสอบครั้งนี้ ข้าสามารถสัมผัสได้ว่า หากไม่ใช่ว่านายน้อยซ่อนตัวอยู่ในร่างกายของธิดาเทพ ข้าเกรงว่าการอำพรางนายน้อยด้วยฝีมือข้า ก็ยากที่จะหลบหนีการตรวจสอบได้”
ตุ๊กตาจิ้งจอกในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ก็เครียดมากเช่นกัน ตอนนี้ผ่อนคลายลง แต่เมื่อมองไปยังธิดาเทพที่ยังคงหมดสติอยู่ องค์ท่านไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่ถ่ายทอดเสียงไปหาสวี่ชิงแทน
สวี่ชิงเงียบนิ่ง
สิ่งที่ตุ๊กตาจิ้งจอกรับรู้เหล่านี้ เขาก็รู้สึกได้เช่นกัน ดังนั้นจึงเข้าใจอย่างชัดเจนว่าจุดสำคัญของการหลบหลีกการตรวจสอบในครั้งนี้ คือผนึกที่ผู้นำเซียนทิ้งไว้บนร่างกายของธิดาเทพ
“เป็นการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอย่างนั้นหรือ มอบวิธีการเอาชีวิตรอดไว้ให้ข้าอย่างนั้นหรือ”
สวี่ชิงครุ่นคิด
“แต่…ถึงแม้จะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าจริงๆ ก็คงจะมีความคลาดเคลื่อนอยู่ดี เพราะตราผนึกนี้…ในระบบดาวที่ 4 ที่ไอพลังประหลาดเข้มข้น ก็เหมือนดั่งสายน้ำไร้ราก ไม่มั่นคงเอาเสียเลย”
ในช่วงหลายวันนี้ ผนึกถูกกระตุ้นขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า สวี่ชิงสามารถสัมผัสรับรู้ได้ว่าผนึกกำลังถูกกัดกร่อน
“การตรวจสอบทุกครั้งล้วนจะทำให้ผนึกถูกกัดกร่อน เมื่อถึงจำนวนครั้งในระดับหนึ่งแล้ว ผนึกนี้ก็จะสลายไป”
“เมื่อถึงเวลานั้น…”
ในใจของสวี่ชิงก็เกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างเข้มข้น
“แต่การตรวจสอบหลายครั้งที่นี่ ล้วนอยู่ในระดับเทพแท้จริง อีกทั้งผู้นำเทพก็แค่ส่งโองการลงมา ไม่ได้ตรวจสอบด้วยตัวเอง นี่แสดงให้เห็นว่าสงครามมีความเป็นไปได้สูงมากว่าน่าจะยังคงดำเนินต่อไป ผู้นำเทพยังไม่ได้ออกไปจากสนามรบ!”
“ข้ายังมีเวลา!”
“จะต้องฟื้นฟูพลังบำเพ็ญให้สมบูรณ์โดยเร็ว ขณะเดียวกันก็ต้องหาแผนที่ดวงดาวนำทาง กลับไปยังระบบดาวที่ 5 !”
ในดวงตาของสวี่ชิงเผยความเด็ดขาดออกมา
“ส่วนที่นี่…หลังจากผ่านการตรวจสอบหลายครั้งแล้ว น่าจะปลอดภัยในช่วงระยะเวลาสั้นๆ”
สวี่ชิงกำลังครุ่นคิด แต่ในขณะนี้เอง…จิตเทพที่มาจากเทพเจ้าก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง และโหมกวาดครืนครั่นเลื่อนลั่นเข้ามายังเทือกเขาผลึกสีม่วงแห่งนี้
สีหน้าของสวี่ชิงเปลี่ยนไป แปลงเป็นผงฝุ่นพุ่งเข้าไปในบาดแผลของธิดาเทพอีกครั้ง
ซ่อนตัวต่อไป
แต่ในเวลาต่อมา ดวงตาของเขาก็เผยความสงสัยออกมา
เพราะความแข็งแกร่งของจิตเทพนี้ไม่มาก ไม่ใช่เทพแท้จริง แต่เป็นแท่นเทวะขั้นสุดยอด
อีกทั้งยังแค่ผ่านเทือกเขาผลึกสีม่วงแห่งนี้มาเท่านั้น พื้นที่ที่องค์ท่านให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือป่าผงฝุ่นที่เขาปรากฏตัวขึ้นมาในตอนแรก
ขอเพียงไม่ใช่จิตเทพของเทพแท้จริง สวี่ชิงก็มีความมั่นใจว่าไม่ต้องซ่อนตัวในร่างกายของธิดาเทพ และสามารถเมินเฉยไปได้
ดังนั้นหลังจากที่เขาเฝ้าสังเกตอย่างละเอียดและรอให้อีกฝ่ายจากไปแล้ว ก็พุ่งออกจากบาดแผลของธิดาเทพ ยกมือขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม คว้าธิดาเทพมา
แล้วตบออกไป 1 ที
เสียงตูมดังขึ้น ใบหน้าซีกหนึ่งของธิดาเทพก็บวมปูด องค์ท่านพลันลืมตาขึ้นมา จ้องมองสวี่ชิงอย่างเอาเป็นเอาตาย ความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมในใจเข้มข้นเป็นอย่างมาก
องค์ท่านรู้ว่าทำไมสวี่ชิงถึงตบตัวเอง เห็นได้ชัดว่าคิดว่าเมื่อตอนที่องค์ท่านถูกส่งข้ามมา ได้ใช้วิธีการบางอย่าง ทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้
แต่องค์ท่านรู้ดีแก่ใจว่าตัวเองไม่ได้ทำ…ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำ แต่ยังไม่ทันทำ สวี่ชิงก็ตื่นแล้ว
ดังนั้นความรู้สึกไร้ความเป็นธรรมก็เดือดพล่าน ยิ่งทำให้ความอาฆาตขององค์ท่านปะทุขึ้นมาใหม่อีกครั้ง รุนแรงสุดขีด
องค์ท่านทุ่มสุดตัวแล้ว!
ก่อนหน้านี้องค์ท่านหวาดกลัว เป็นเพราะความน่ากลัวของอาวุธเต๋านั่น แต่ในช่วงหลายวันนี้ ความจริงองค์ท่านตื่นตั้งนานแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีตุ๊กตาจิ้งจอกอยู่ องค์ท่านไม่สามารถส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากภายนอกได้ แต่องค์ท่านก็เข้าใจ
รู้ว่าสวี่ชิงที่น่าตายผู้นี้ ไม่มีทางปล่อยตนไปแน่นอน แต่ก็ไม่มีทางฆ่าตนเช่นกัน อีกฝ่ายต้องการตนเพื่อซ่อนตัว
ดังนั้นตัวเองกลัวไปก็ไม่มีความหมายแล้ว
ดังนั้นตอนนี้ความอาฆาตรุนแรง จ้องมองสวี่ชิงอย่างโกรธเคือง
“เจ้ามีปัญญาก็ฆ่าข้าซะ!”
“เจ้ากล้าหรือไม่!”
สายตาของสวี่ชิงเย็นชา มองธิดาเทพ เอ่ยราบเรียบ “ในโองการของเทพบิดาเจ้า แค่บอกให้จับเป็นข้า ไม่ได้กล่าวถึงความเป็นตายของเจ้า”
ธิดาเทพสีหน้าแข็งทื่อ กำลังจะพูดอะไร
สวี่ชิงไม่ให้โอกาสองค์ท่าน มือขวาออกแรงดูดไปที่คอขององค์ท่าน พลังงานต้นกำเนิดที่เกิดขึ้นมาใหม่ของธิดาเทพในช่วงเวลา ก็เหมือนกับม้าที่หลุดจากบังเหียน พุ่งตรงมาหาสวี่ชิง
หลอมผสานเข้าไปในร่างกายของเขา หล่อเลี้ยงตัวอ่อนเซียน หล่อเลี้ยงวิญญาณ ทำให้บาดแผลวิญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
ธิดาเทพเหี่ยวเฉาลง แต่ความเกลียดชังในดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นคำสาปที่ไร้เสียง
แต่ในเสี้ยวพริบตาต่อมา ธรรมนูญของสวี่ชิงก็ทะลุกระดูกไหปลาร้าขององค์ท่านอีกครั้ง และเคลื่อนไปทั่วทั้งร่าง ใช้วิธีนี้กระตุ้นอย่างรุนแรงทำให้เกิดความเจ็บปวดแสนสาหัสจนทำให้องค์ท่านสั่นสะท้าน และทำให้พลังงานต้นกำเนิดในร่างขององค์ท่าน…ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
สวี่ชิงยังคงดูดซับต่อไป
เช่นนี้เอง เวลาไหลไป ผ่านไปหลายวัน…อาการบาดเจ็บของสวี่ชิงห่างจากหายเป็นปลิดทิ้งอีกไม่นานแล้ว ส่วนธิดาเทพทั้งตัวก็เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก
เพียงแต่ในขณะนี้ ได้เกิดสถานการณ์หนึ่งที่ทำให้สวี่ชิงขมวดคิ้วขึ้น
ในช่วงนี้ ภายใต้การเก็บเกี่ยวที่เกือบจะเกินขีดจำกัดขององค์ท่าน ร่างกายของธิดาเทพก็ได้ปรากฏสภาวะที่คล้ายกับสภาวะปิดตายขึ้น
พลังงานต้นกำเนิด ก่อตัวน้อยลงเรื่อยๆ
เหมือนว่าการกระตุ้นองค์ท่านจากฝีมือของสวี่ชิง ทำให้องค์ท่านค่อยๆ ปรับตัวได้แล้ว
ความเจ็บปวดในระดับนี้ ราวกับว่าไม่สามารถสร้างการกระตุ้นที่มีประสิทธิภาพต่อองค์ท่านได้อีกต่อไป
แต่หากยังคงเพิ่มความรุนแรงขึ้นไปอีก อีกฝ่ายมีความเป็นไปได้สูงมากว่าไม่อาจทนได้อีกต่อไป จะแตกดับได้ทุกเมื่อ
และหลังจากที่สังเกตถึงสภาวะของตัวเองแล้ว ความเกลียดชังและความอาฆาตในดวงตาของธิดาเทพในที่สุดก็มีช่องทางที่จะปะทุออกมา และกรีดร้องอย่างแทบจะเรียกว่าบ้าคลั่ง
“สวี่ชิง ตอนนี้เจ้าจะทำอะไรได้อีก!”
“การทรมานข้ามาถึงขีดจำกัดของเจ้าแล้วหรือ!”
“เจ้าไม่กล้าฆ่าข้า ตอนนี้วิธีการของเจ้าก็ใช้หมดแล้ว แท้จริงแล้วเจ้ามีปัญญาแค่นี้เอง!”
“แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่า วิธีการของข้าที่จะใช้กับเจ้ามีมากมายไม่สิ้นสุด สักวันหนึ่งเจ้าจะตกอยู่ในมือของข้า ข้าจะตอบแทนการทรมานทุกอย่างที่เจ้าได้ทำกับข้าคืนเป็นหมื่นเท่า!”
สายตาของสวี่ชิงเย็นชา มองไปยังธิดาเทพที่กำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งข้างหน้า หรี่ตาลง
มือขวายกขึ้น กำลังจะเก็บองค์ท่านลงไป ทันใดนั้นข้างหูของเขาก็มีเสียงหัวเราะของตุ๊กตาจิ้งจอกดังขึ้น
“นายน้อย ข้ามองมาตลอดทางแล้ว อยากจะบอกนายน้อยตั้งนานแล้วว่า ท่านเก็บเกี่ยวแบบนี้ ประสิทธิภาพต่ำเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”
ในเสียงหัวเราะ เงาร่างที่เย้ายวนของตุ๊กตาจิ้งจอกก็ปรากฏตัวออกมาข้างๆ เดินไปยังข้างกายของธิดาเทพ
มองไปยังธิดาเทพ องค์ท่านเลียริมฝีปากของตัวเอง ในดวงตาเผยความตื่นเต้นออกมา นิ้วเรียวยาวเชยคางของธิดาเทพขึ้นมา
“ข้ามีข้อเสนอแนะเจ้าค่ะ…”
คางของธิดาเทพถูกเชยขึ้นมาไว้ มองไปที่ตุ๊กตาจิ้งจอกตามสัญชาตญาณ สายตาของอีกฝ่าย ทำให้องค์ท่านตกใจ ในใจเกิดความรู้สึกไม่สบายใจอย่างเข้มข้นขึ้นมาอย่างน่าแปลกประหลาด
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1261 ธิดาเทพและตุ๊กตาจิ้งจอก"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com