บทที่ 1287 การพบพานแสนลำบาก
บทที่ 1287 การพบพานแสนลำบาก
เรื่องราวของราชาพิษ สวี่ชิงจำได้เสมอ
ใช่ว่ามองข้ามเรื่องนี้เพราะประสบการณ์ของตน
นี่ไม่ใช่นิสัยสวี่ชิง
ความจริงแผนเดิมเขาคือบรรลุวิถีสูงสุดที่ 10 ก่อน ทำให้ตนก้าวสู่ระดับเซียนคิมหันต์ ก่อนออกจากระบบดาวที่ 5…
สังหารราชาพิษ!
ถึงอย่างไรความคิดยืมมรรคาของราชาพิษตอนนั้น แม้ว่าไม่สำเร็จและถูกเขาตัดขาด แต่เรื่องเช่นนี้ก็ยังเป็นกฎกรรม
ส่วนร่างแยกของอีกฝ่ายครั้งนี้ รวมถึงหุ่นสำริดที่ส่งมา…
สวี่ชิงเหลือบสายตามองหุ่นเชิดกลางฝ่ามือ
ก่อนเก็บหุ่นเชิดนี้ เขาตรวจสอบอย่างละเอียด เมื่อยกมือดวงชะตาม้วนตลบออกมา ทั้งผนึกมันแล้วเก็บไป
‘ตอนนี้สำหรับข้าแล้ว สิ่งสำคัญคือเฝ้ารอปรมาจารย์ไป่…’
ทิ้งเรื่องราชาพิษไว้ด้านข้าง สวี่ชิงเงยหน้ามองฟ้าดาราบนโลกภายนอก
ผ่านไปเนิ่นนาน… การรับรู้เกิดขึ้นในใจรางๆ
‘มาแล้ว…’
สวี่ชิงลุกขึ้น ก้าวออกจากหอชมดาว เมื่อยืนในโลกภายนอก ฟ้าดาราหมุนวน แสงกระจ่างทิ้งตัวลงมาจากนอกพิภพ คล้ายทางช้างเผือกหลั่งริน ทุกแห่งที่เคลื่อนผ่านเมฆดาวกระจายออกราวระลอกคลื่นเป็นชั้นๆ
สุดท้ายค่อยเปลี่ยนเป็นแสงเรืองรอง สาดพรมลงบนดาว ทำให้เวิ้งฟ้าเปลี่ยนเป็นม่านฉาก กลางฟ้าดินเหมือนมีม้วนภาพวาดด้วยหมึกคลายออก
กลิ่นหอมบางเบาของต้นไม้ใบหญ้าแผ่พลิ้วมาเป็นระลอก สลับกับกลิ่นอายเยียบเย็นของบัญญัติและกฎเกณฑ์ ปรากฏท่ามกลางความว่างเปล่า
ตามด้วยเสียงพิณยากจับต้อง คล้ายท่วงทำนองบรรพกาล ทั้งเหมือนเสียงดังสวบสาบยามต้นไม้ใบหญ้าแตกหน่อ
เขาเหมือนก้าวออกมาจากภาพ
ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
นั่นคือชายชราคนหนึ่ง
สวมชุดคลุมยาวสีขาวพระจันทร์ ชายเสื้อปักลายต้นไม้ใบหญ้าสีเข้ม ช่วงเอวผูกขวดยาไว้
ส่วนรูปร่างหน้าตา แม้ว่าสันคิ้วเหมือนแกะสลัก แต่หางคิ้วกลับทิ้งตัวอย่างเป็นธรรมชาติ โค้งรับเสริมความเมตตา
เบ้าตาบุ๋มลึกเหมือนบึงเหมันต์ นัยน์ตามีวังวนเมฆาดาราห้อมล้อม มีแสงดาวเล็กละเอียดวาบผ่านเป็นครั้งคราว คล้ายทางช้างเผือกเคลื่อนตัวตรงส่วนลึกนัยน์ตา
รอบกายยังมีปราณม่วงอบอวลรางๆ คล้ายชีพจรวิญญาณช่วงฟ้าดินแรกกำเนิด
ตอนนี้กำลังยิ้มมองสวี่ชิง
“เจ้าเติบใหญ่แล้ว”
เสียงกระจ่างดั่งน้ำพุกระทบหินหยก ยามเอ่ยปากประกายดาราเวียนวนในใจสวี่ชิง เกิดเป็นคลื่นสะเทือน ก่อตัวเป็นความทรงจำไร้สิ้นสุด
ฉายภาพอดีตออกมาอย่างต่อเนื่อง
ขอบตาสวี่ชิงแดงเรื่อ ก้มศีรษะคารวะอย่างนอบน้อม “อาจารย์…”
เพียง 2 คำง่ายๆ แฝงความทรงจำ รวมถึงความรู้สึก ทำให้ปรมาจารย์ไป่ที่มาเยือนดาวนี้ สายตาอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม
“ไปเดินเล่นกับข้าหน่อย” ปรมาจารย์ไป่เอ่ยเสียงเบา วาดมือเรียกแสงดารามาหาสวี่ชิง ปูทางดาราตรงหน้าเขา
สวี่ชิงสูดหายใจลึก ก้าวบนทางดาราด้วยความเคารพ กระทั่งถึงข้างกายปรมาจารย์ไป่ ก้าวไปยังฟ้าดาราพร้อมเขา
หายไปจากดาวเสบียงดวงนี้ ปรากฏตัวในจักรวาลไร้ขอบเขต
“เล่าเรื่องหลังจากเจ้าเข้าร่วมสำนัก 7 เนตรโลหิตมา” ปรมาจารย์ไป่กล่าวเสียงอบอุ่น
สวี่ชิงพยักหน้าเบาๆ ฉายภาพอดีตจากความทรงจำ “หลังจากเข้าร่วมสำนัก 7 เนตรโลหิต ข้ากลายเป็นศิษย์ยอดเขาลำดับ 7…”
เสียงสวี่ชิงถักทอเป็นภาพมายา สะท้อนสู่สายตาปรมาจารย์ไป่พร้อมเสียงดังก้อง
ประกอบด้วยการทดสอบบนเกาะเงือก สงครามเผ่าสิงซากสมุทร การอพยพจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์…
ทั้งมีผู้ครองกระบี่…รวมถึงเขตปกครองผนึกสมุทร
ชื่อหมู่ จักรพรรดินี มหาจักรพรรดิครองกระบี่…
…
ในฟ้าดารา ปรมาจารย์ไป่อยู่ข้างหน้า สวี่ชิงอยู่เบื้องขวา ตามหลังครึ่งก้าว
ภาพนี้เหมือนย้อนกลับไปยังฐานที่มั่นคนเก็บกวาดเมื่อปีนั้น
ตอนนั้นสวี่ชิงถูกเรียกว่าเด็กน้อย ตามหาดอกลิขิตฟ้าเพื่อช่วยหัวหน้าเหลย ได้ไปขอความช่วยเหลือจากปรมาจารย์ไป่ แอบเรียนเรื่องพืชพรรณนอกกระโจม
สุดท้ายถูกเรียกเข้าไปในกระโจม แตกฉานด้านพืชพรรณ
ตอนนี้กำลังฉายภาพซ้ำ
ทุกแห่งที่พวกเขาก้าวผ่าน ใต้ฝ่าเท้าปรมาจารย์ไป่ มีแสงเรืองรองราวบัวเขียวเบ่งบานส่องประกาย ทำให้จักรวาลและดวงดาวมากมายระหว่างทาง ทั้งหมดเขียวชอุ่มมีชีวิตชีวาชั่วพริบตา
ถึงขั้นว่าดาวที่เดิมรกร้างบางแห่ง ตอนนี้กลับเหมือนวสันตฤดู กิ่งก้านแห้งเหี่ยวแตกยอดใหม่ คล้ายกลับมามีชีวิตชีวา
กระทั่งเวลาล่วงเลย ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงใด สวี่ชิงเล่าประสบการณ์บนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์จบ
ปรมาจารย์ไป่ถอนหายใจเบาๆ
“ระบบดาวที่ 9 เดิมเทียบกับระบบดาวอื่นแล้วไม่มีอะไรพิเศษ…”
“กระทั่งซ่างฮวงเลื่อนขั้นเป็นวิสุทธิ์เทพล้มเหลว แต่เป็นผู้กลับมาจากทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพคนแรก องค์ท่านไปที่นั่น”
“หยุดพักตรงระบบดาวที่ 9 หยุดพักที่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์”
“ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผู้สูงส่งบนระบบดาวทั้งหมด เริ่มเหลือบสายตามองแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์”
“พวกเราไม่รู้ว่าทำไมซ่างฮวงถึงไปแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์”
“เคยมีราชาเทพจากระบบดาวอื่นเข้าระบบดาวที่ 9 คิดตรวจสอบสถานการณ์ของซ่างฮวง แต่เมื่อคนต่างถิ่นเข้าใกล้ เกือบทั้งหมดมีร่องรอยว่าสิ้นชีพ…แม้ว่ามีผู้ครองวาสนาสำเร็จ แต่หนีกฎกรรมไม่พ้น”
“อย่างราชาเทพของระบบดาวที่ 4…”
“คล้ายมีเพียงผู้ซึ่งเดิมสังกัดระบบดาวที่ 9 ถ้าระวังตัวหน่อยย่อมเข้าไปได้โดยไม่มีอุปสรรคนัก”
“ตอนนั้นข้าจึงได้รับคำสั่งจากราชาเซียน ใช้วิชาจุติชาติภพ ไม่เจือพลังพิเศษใด กลายเป็นปุถุชน ถือกำเนิดบนเกาะโพ้นทะเลห่างจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์”
“ทั้งไม่มีความทรงจำในอดีต ชั่วชีวิตไม่อาจออกจากเกาะแม้เพียงครึ่งก้าว มีเพียงสิ้นชีพแล้ว ร่างเดิมข้าถึงรับรู้ความทรงจำยามแปลงกายได้”
“แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์…เปลี่ยนเป็นอัปมงคลเพราะซ่างฮวง”
“เจ้ามั่นใจว่า…อยากกลับไปหรือ”
“หากเจ้าเลือกอยู่ระบบดาวที่ 5 ต่อ ไม่นานย่อมถึงขั้นนายแห่งเซียน”
ปรมาจารย์ไป่มองสวี่ชิง
สวี่ชิงเงียบไป สักพักค่อยกล่าวเสียงเบา “อาจารย์ ข้าต้องกลับไป”
ปรมาจารย์ไป่ฟังแล้วไม่โน้มน้าวอีก ท่าทางเหมือนปราชญ์เร้นกายเข้าใจโลก
ทว่าริ้วรอยบนหน้าเหมือนเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง
ริ้วรอยนั้นไม่ใช่ร่องรอยของกาลเวลา แต่เป็นลายภูเขาแม่น้ำ ทุกรอยเหมือนแฝงประสบการณ์นับพันปี
เนิ่นนานกว่าเขาจะส่ายศีรษะ เสียงกระเพื่อมไหว “ก่อนเจอเจ้า ในระบบดาวที่ 4 ข้ามั่นใจได้เรื่องหนึ่ง”
“ที่นั่น…คือแดนสำเร็จเซียนของเจ้า!”
เมื่อปรมาจารย์ไป่เอ่ยคำ ในใจสวี่ชิงสั่นสะท้าน
ขณะเดียวกันร่างปรมาจารย์ไป่ชะงักกลางฟ้าดารา
ชั่วพริบตายามยืนนิ่ง ดวงดาวทั้งหมดในจักรวาลแห่งนี้ คล้ายถูกเรียกขาน เปลี่ยนวงโคจร มาจากทั่วทิศ
รวมตัวในคลื่นฟ้าดารา เรียงเป็นลำดับรอบๆ
ก่อตัวเป็นแผนผังดาวยิ่งใหญ่คล้ายขวดยา!
นอกแผนผังดาวแห่งนี้ ปรมาจารย์ไป่เงยหน้ามองไปทางระบบดาวที่ 4 ซึ่งอยู่ห่างไกล
กล่าวกับตัวเองเสียงเบา “สวี่ชิง ข้าจะถ่ายทอดความรู้สุดท้ายแก่เจ้า”
“ไม่เกี่ยวกับพืชพรรณ แต่เป็น ‘การหลุดพ้น’ ”
“36 ระบบดาวชั้นบน รวมถึงเทพทั้งหมด สิ่งที่เหล่าองค์ท่านตามหา…คือการหลุดพ้น”
“2 คำนี้ ปัจจุบันเจ้ายังไม่ต้องเข้าใจ แต่เจ้าจำไว้…สักวันหนึ่งในอนาคต หากเจ้ามีวาสนาสำเร็จเป็นนายแห่งเซียนรวมถึงราชาเซียน ต้องจำเรื่องนี้ไว้”
“ส่วนตอนนี้…”
“เจ้าต้องบรรลุบัญญัติที่สูงกว่า ทั้งไประบบดาวที่ 4 !”
“เจ้าเคยเจอเทพเจ้าแห่งความทุกข์ จมอยู่กับห้วงมายา ทะลวงระดับที่นั่น ทำให้เจ้าผ่านช่วงเวลาแห่งความทรมาน”
“แม้เป็นเรื่องลวง แต่ความจริงแฝงซ่อนในสิ่งลวง”
“เจ้ามิสู้สัมผัสมันอย่างแท้จริงสักครั้ง!”
“ให้ความจริงเกิดขึ้นจริง ให้เรื่องลวงหลอกอีกครั้ง!”
ขณะกล่าวปรมาจารย์ไป่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ดวงดารานับไม่ถ้วนในแผนผังดาวทรงขวดยาสั่นสะเทือนชั่วพริบตา แผ่แสงดาราทั่วฟ้าส่องประกายถึงขีดสุด รวมตัวกันเป็นสะพานแห่งหนึ่ง
ทอดยาวถึงระบบดาวที่ 4 !
สะพานนี้ถักทอด้วยประกายดารากับพืชวิญญาณ แท้เทียมยากแยกแยะ เปี่ยมวาสนาอัศจรรย์
มีความมหัศจรรย์คล้ายคลึงกับสัจจะมายาของเทพเจ้าแห่งความทุกข์
“ไปเถอะ หวังว่าเมื่อเจ้ากลับมา…จะเป็นเซียนคิมหันต์แล้ว!”
เสียงปรมาจารย์ไป่ดังก้อง ทำให้สะพานโดดเด่นยิ่งเจิดจรัส
เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้ ในใจสวี่ชิงปั่นป่วน
ภาพฉากยามตกสู่ห้วงมายาตอนนั้นไหลวนในใจ
สักพักนัยน์ตาเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว
คารวะปรมาจารย์ไป่ ก่อนก้าวไปข้างหน้า
เหยียบสะพานที่ถักทอจากประกายดารากับพืชวิญญาณ มุ่งหน้าไปยังระบบดาวที่ 4 !
เมื่อตัวสะพานกระเพื่อมไหว เงาร่างสวี่ชิงหายไปช้าๆ
มีเพียงแผนผังดาวทรงขวดยาที่ยังโคจร แผ่อานุภาพยิ่งใหญ่ ทั้งมีเพลิงเซียนปรากฏ ล้อมรอบขวดยา
เงาร่างปรมาจารย์ไป่ปรากฏเหนือแผนผังดาวทรงขวดยา นั่งขัดสมาธิลงบนนั้น
ใช้ดวงชะตาของตน ใช้ระดับตนช่วยส่งสวี่ชิงเดินทาง ใช้ผลกรรมศิษย์อาจารย์บนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ทั้งหมด
ข้างกายเขาห้วงอากาศปั่นป่วน ชายชราสวมรองเท้าฟางคนหนึ่งก้าวออกมา ยืนข้างปรมาจารย์ไป่ เงยหน้ามองทิศทางที่สวี่ชิงจากไป
ตรงบ่าเขามีหนูสีทองตัวหนึ่ง กำลังเลียอุ้งเท้าอยู่ตรงนั้น
ปรมาจารย์ไป่ไม่หันมา เอ่ยกล่าวราบเรียบ “ไม่ทราบว่าใต้เท้าราชาเซียนจัดวางของสิ่งนั้นเรียบร้อยหรือยัง”
ชายชราด้านข้างถอนใจ “เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นราชาเซียน…ทำไมต้องใช้เสียงออกคำสั่งเช่นนี้เล่า”
“นั่นเพราะเจ้าติดค้างเขา!” ปรมาจารย์ไป่กล่าวราบเรียบ
ราชาเซียนส่ายศีรษะเล็กน้อย เนื่องจากอยู่ด้วยกันมานาน เขาย่อมรู้ว่านิสัยของคนตรงหน้าเป็นเช่นนี้ ทั้งรู้ว่าคนผู้นี้…ดูเหมือนเป็นระดับนายแห่งเซียน แต่ความจริงคือหลายปีก่อนก้าวสู่ระดับเดียวกับตนแล้ว
ทว่าด้วยเหตุไม่อาจระบุบางอย่าง เขาจึงไม่เคยก้าวออกจากขั้นนี้
ราชาเซียนไม่ใส่ใจน้ำเสียงอีกฝ่าย นั่งลงด้านข้างอย่างสบายๆ
“วางเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าข้าไม่อยากเปื้อนผลกรรม แต่มีหรือจะเสียดายสิ่งนั้น”
ปรมาจารย์ไป่ได้ยินแล้ว ไม่เอ่ยปากอีก
สักพักเสียงราชาเซียนดังก้องอีกครั้ง “แต่ต่อให้ครั้งนี้สวี่ชิงมีเจ้าช่วย ทั้งมีสิ่งนั้นจากข้า แต่ผลสำเร็จยังริบหรี่”
“บัญญัติเขาต่างจากคนอื่น…อีกก้าวเดียวก็ถึงบัญญัติระดับนายแห่งเซียน”
“ช่องว่างระหว่างนั้นมากนัก ดังนั้นย่อมลำบากยิ่ง”
“หากล้มเหลว เจ้าจะทำอย่างไร”
ราชาเซียนมองปรมาจารย์ไป่
ปรมาจารย์ไป่เงียบไป เนิ่นนานค่อยกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “เขาไม่มีทางล้มเหลว”
ราชาเซียนมองปรมาจารย์ไป่ สักพักค่อยเอ่ยปากฉับพลัน “สิ่งที่ซ่างฮวงตามหา ใช่เขาหรือไม่ หรือว่าเขา…คือซ่างฮวงกลับชาติมาเกิด!”
เมื่อเอ่ยวาจานี้ จักรวาลชะงักค้าง
“เจ้าเคยไปแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เช่นกัน หากเป็นอย่างที่เจ้าคาดเดาจริง ด้วยพลังบำเพ็ญเจ้าจะมองไม่ออกหรือ ทำไมต้องถามข้า”
ปรมาจารย์ไป่ยังนิ่งสงบ
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1287 การพบพานแสนลำบาก"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com