บทที่ 1289 กลืนลงไปในคำเดียว
บทที่ 1289 กลืนลงไปในคำเดียว
เทพแท้จริงที่มีร่างเป็นก้อนเนื้อชุ่มเลือด มีของเหลวเหนียวหนืดไหลออกมา แผ่ซ่านด้วยพิษที่รุนแรง เมื่อเห็นภาพฉากนี้ การขยับเขยื้อนขยุกขยิกของเนื้อชุ่มเลือดก็ยิ่งเร็วขึ้น เพียงพริบตาก็จะทะลวงมิติหนีไปแล้ว
แต่ในเสี้ยวขณะต่อมา ผู้นำเซียนคิมหันต์คนนั้นร่างเพียงไหววูบ ก็มาปรากฏตัวขึ้นข้างหลังเทพแท้จริงองค์นี้ในทันที ในขณะที่มือซ้ายยกขึ้น เปล่งแสงสีเงินออกมาทั่วทั้งร่าง อำนาจแห่งเซียนคิมหันต์ปะทุขึ้นอีกครั้ง สกัดกั้นเส้นทางขององค์ท่าน
ทำให้เทพแท้จริงองค์นั้นหยุดชะงักไป
“สวี่ชิง พวกเรามาร่วมมือกัน พวกเรา…”
ผู้นำเซียนคิมหันต์คนนี้ยังพูดไม่ทันจะจบ สวี่ชิงตอนนี้ด้วยพลังแห่งเซียนนับหมื่น ก็มาถึงด้วยเสียงครืนครั่นเลื่อนลั่น ขณะที่สะบัดมือ เล็บมืออันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ข้างหน้า
ในเสี้ยวพริบตาที่เล็บมืออันนี้ปรากฏขึ้น พลังที่น่าครั่นคร้ามกลุ่มหนึ่งก็ปะทุขึ้นจากข้างใน
ทำให้ท้องฟ้าดาราบิดเบี้ยว มิติพังทลายลง พลังกดดันที่แผ่ออกมาแม้จะไม่เท่ากับสะพานก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังคงสร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคน
เป็นอาวุธเต๋านั่นเอง!
ในเสี้ยวพริบตาที่มันปรากฏขึ้น มันก็ได้ดูดซับเงาของกาลอวกาศทั้งหมดที่อยู่ข้างหลังสวี่ชิงมารวมกับมัน กลายเป็นแสงที่ถักทอด้วยสีทองและสีเงิน
พุ่งตรงแหวกอากาศไปยังเทพแท้จริงองค์นั้น
รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ประชิดเข้าใกล้ในพริบตา แล้วทะลุผ่านไป
เพียงพริบตา เทพแท้จริงองค์นั้นก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง พังทลายลงไปอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า พิษทั้งหมดสลายไป พร้อมกับดอกเหมยพิษที่อยู่ในนั้นก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของความว่างเปล่า
และยังมีวิญญาณขององค์ท่านก็เป็นเช่นนั้นเช่นกัน!
กายและจิตสูญสิ้น!
ภาพฉากนี้เกิดขึ้นเร็วมาก การลงมือของสวี่ชิงนั้นรวดเร็วอย่างยิ่ง อีกทั้งไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอายของเขาเองหรือความน่าสะพรึงกลัวของเล็บมืออันนั้นก็น่าตื่นตะลึงสั่นสะท้านฟ้าดินยิ่งนัก
จนทำให้ผู้นำเซียนคิมหันต์คนนั้นในใจก็ตื่นตะลึงอย่างรุนแรง ตอนนี้สวี่ชิง…
สีหน้าของนางเคร่งขรึม
‘นี่เป็นระดับเตรียมเซียนเสียที่ไหน…นี่มันระดับเซียนคิมหันต์ชัดๆ!’
‘กระทั่งว่ามีอาวุธเต๋าในมือ เซียนคิมหันต์ทั่วไปที่เจอคนผู้นี้ก็ยังต้องระวัง’
‘โดยเฉพาะสภาวะของเขาตอนนี้ ห่างจากเพียงการทะลวงแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น!’
‘มีพร้อมทุกอย่างแล้ว ตัวอ่อนเซียนก็ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว ใกล้จะแปรเปลี่ยนเป็นเซียนแล้ว สิ่งที่จำเป็นมีเพียงแค่การเลื่อนขั้นของธรรมนูญเท่านั้น!’
มองสภาวะของสวี่ชิงออก ผู้นำเซียนคิมหันต์คนนี้ก็เอ่ยอย่างจริงจัง
“อริยะเซียนโปรดรอสักครู่!”
ในขณะเดียวกัน เทพเจ้าเหล่านั้นที่อยู่รอบๆ ในใจต่างก็มีเสียงสายฟ้าฟาดกึกก้อง หนีกันอย่างบ้าคลั่ง ส่วนฝ่ายผู้บำเพ็ญ ก็รู้สึกตื่นเต้นฮึกเหิมเป็นอย่างยิ่งหลังจากที่รอดตายมาได้
ต่างโค้งคารวะต่อสวี่ชิง จากนั้นก็ไล่ล่าสังหารเทพเจ้าที่กำลังหลบหนีไป
ผู้ที่ตามไปด้วยยังมีผู้นำเซียนคิมหันต์คนนั้น
และเมื่อไม่มีเทพแท้จริง เทพเจ้าที่หลงเหลืออยู่ที่นี่ ภายใต้การลงมือของผู้นำเซียนคิมหันต์คนนี้ ร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาของนางไม่นานนักก็กำจัดเทพที่หลงเหลือจนหมดสิ้น
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจนี้ ผู้บำเพ็ญหญิงเซียนคิมหันต์คนนี้ก็กลับมาข้างๆ สวี่ชิงอีกครั้ง ประสานหมัดคารวะ
“ขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือ!” ผู้บำเพ็ญหญิงเซียนคิมหันต์คนนี้กล่าวอย่างจริงใจ
สวี่ชิงสีหน้าเป็นปกติ หลังจากประสานหมัดคารวะตอบกลับไปแล้ว ก็เริ่มพูดคุยกับเซียนคิมหันต์คนนี้
จวบจนกระทั่งเข้าใจสถานการณ์ของสนามรบในตอนนี้ สวี่ชิงก็อำลาจากไป ภายใต้สายตาของผู้บำเพ็ญคนนี้และผู้ใต้บังคับบัญชาของนางจนลับสายตา
มองดูเงาแผ่นหลังของสวี่ชิงหายลับไปในท้องฟ้าดารา ผู้นำเซียนคิมหันต์คนนั้นในใจเกิดระลอกคลื่นอารมณ์ปั่นป่วนเช่นกัน
“นามของอริยะเซียน มีโชคชะตาเสริมพลัง ยิ่งเป็นน้องชายของผู้นำเซียนมี่หมิง…ท่านผู้นี้อยู่ระบบดาวที่ 5 ตอนนี้ถือได้ว่าสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง!”
“ส่วนตัวเขาเองก็มีกำลังรบที่น่าตื่นตะลึง…ครั้งต่อไปที่ได้พบกัน เขาจะต้องทะลวงขึ้น สำเร็จเป็นเซียนคิมหันต์แล้วอย่างแน่นอน”
คิดถึงตรงนี้ ผู้นำเซียนคิมหันต์คนนี้ในใจพลันหวั่นไหว
“เขาดูเหมือนว่าจะยังไม่มีคู่ฝึกเต๋า…”
……
ผู้บำเพ็ญหญิงเซียนคิมหันต์คนนั้นจะคิดอย่างไร สวี่ชิงไม่รู้ เขาในตอนนี้เดินทางอยู่ในห้วงท้องฟ้าดารา ท่องไปในระบบดาวที่ 4
ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไร ก็ยิ่งเห็นความพังพินาศของระบบดาวที่ 4 ได้มากขึ้นเท่านั้น
มองเห็นเศษซากดวงดาวและเศษชิ้นส่วนของอาณาจักรเทพได้ทุกหนทุกแห่ง
ร่องรอยของสงครามในระบบดาวที่ 4 นั้นไร้ขอบเขตสิ้นสุด
แห้งแล้งไปทั่วทั้งแถบ
ไม่มีแสงดาวและไม่มีประกายแสงสีทองของอาณาจักรเทพ
ราวกับว่ากว่าครึ่งหนึ่งของระบบดาวที่ 4 ล้วนจมอยู่ในความมืดมิดอันไม่มีที่สิ้นสุด
มีเพียงดวงดาวเสบียงแต่ละดวง…แต่ละดวง ที่ทอดตัวมาจากระบบดาวที่ 5 เท่านั้น ที่ได้เป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในระบบดาวที่ 4 ตอนนี้ และสงครามภายใต้สถานการณ์ที่ฝ่ายผู้บำเพ็ญได้เปรียบ ก็กำลังทำการกวาดล้างสุดท้าย
“ตามที่ผู้นำคนนั้นกล่าวไว้ สงครามกวาดล้างในระบบดาวที่ 4 ตอนนี้แบ่งออกเป็น 2 ด้าน”
“ด้านหนึ่งคือกองทัพผู้บำเพ็ญบีบอัดพื้นที่สุดท้ายที่เทพเจ้ารวมตัวกันอยู่อย่างต่อเนื่อง”
“อีกด้านหนึ่งคือการเก็บกวาดสนามรบและพรรคพวกที่หลงเหลือที่อยู่รอบๆ โดยมีดาวเสบียงแต่ละดวงเป็นจุดเริ่มต้น”
“กลุ่มแรกมักจะเป็นกองทัพผู้บำเพ็ญ ส่วนกลุ่มหลัง…ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยกองเก็บกวาดและกลุ่มย่อยประจำการ”
สวี่ชิงครุ่นคิด นึกถึงพวกโจวเจิ้งลี่
“ระหว่างทางก็ใช้ดวงดาวเสบียงหาเบาะแสร่องรอยของพวกเขาได้”
เมื่อนึกถึงสหายร่วมรบเหล่านั้น มุมปากของสวี่ชิงก็เผยรอยยิ้มออกมา
“ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง…”
เช่นนี้เอง เวลาไหลผ่านไป
สวี่ชิงท่องไปในระบบดาวที่ 4 เพื่อหาวาสนาในการทะลวงขั้น
ระหว่างนั้นเขาก็ได้พบกับเทพเจ้าที่หลงเหลืออยู่บ้าง
แต่ด้วยพลังบำเพ็ญระดับเตรียมเซียนขั้นสูงสุดของเขาในตอนนี้ และกำลังรบที่สามารถต่อสู้กับเซียนคิมหันต์ได้ ขอเพียงไม่ใช่เทพแท้จริงขั้นสูงสุดหรือนายแห่งเทพ ก็ไม่เป็นไร
นอกจากนี้ผ่านจากดาวเสบียง ก็ติดต่อกับโจวเจิ้งลี่ได้แล้ว หลังจากยืนยันพื้นที่ที่พวกเขาอยู่ ทิศทางของสวี่ชิงก็เปลี่ยนไปเข้าใกล้สถานที่ที่พวกเขาอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกัน กลุ่มส่งศพที่ประกอบด้วยโจวเจิ้งลี่และคนอื่นๆ ก็เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจในสนามรบ ได้รับวันหยุดช่วงหนึ่งและกำลังจะกลับไปยังดวงดาวเสบียงของพวกเขา
ในช่วงที่สวี่ชิงหายตัวไปในสงครามแลกเปลี่ยนธิดาเทพ พวกโจวเจิ้งลี่ก็ต่างเติบโตขึ้น
พวกเขามีส่วนร่วมในการบุกโจมตีครั้งใหญ่ของระบบดาวที่ 4 และได้รับแต้มความชอบในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังสานต่อประเพณีของกลุ่มส่งศพ โดยการเก็บศพในสนามรบ ขณะเดียวกันก็เก็บเกี่ยวทั้งเป็นด้วย
ด้านพลังบำเพ็ญก็ยกระดับขึ้นไม่น้อย
ตอนนี้ไม่เพียงแต่ทุกคนจะเป็นระดับเตรียมเซียนแล้ว กระทั่งซิงหวนจื่อก็อยู่ในระดับเตรียมเซียนช่วงกลาง ห่างจากช่วงปลายอีกไม่ไกลแล้ว
ส่วนเสียหลิงจื่อและหย่วนซานซู่ ต่างก็อยู่ในสภาวะที่กำลังจะทะลวงสู่ระดับเตรียมเซียนช่วงต้น
ยังมีเชียนจวินและปี้อี้ ทั้ง 2 คนก็เป็นเช่นนั้นเช่นกัน อีกทั้งสภาพจิตใจก็ดีกว่าตอนที่สวี่ชิงอยู่ ความรู้สึกที่ไร้ความกังวลเช่นนั้นทำให้ 2 พี่น้องได้ใจเป็นอย่างมาก
มีเพียงแค่โจวเจิ้งลี่เท่านั้นที่พลังบำเพ็ญไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่คนคนนี้เก่งในการปกปิดอำพราง ดังนั้นความจริงเป็นเช่นไร ผู้อื่นยากที่จะตัดสินนัก
และในตอนนี้ หลังจากกลับมายังดาวเสบียงแล้ว เห็นทุกคนกำลังจะจากไป โจวเจิ้งลี่เอ่ยปากยิ้ม “ทุกคน ข้าจะบอกข่าวดีให้ ข้าติดต่อกับนายน้อยได้แล้ว เขากำลังเดินทางมายังดวงดาวเสบียงที่เราอยู่”
เมื่อคำพูดนี้ดังออกมา สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป
เสียหลิงจื่อหรี่ตาลง เก็บความหยิ่งผยองที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้ลงไปตามสัญชาตญาณ
หย่วนซานซู่มึนงงเล็กน้อย
ซิงหวนจื่อสีหน้าเรียบเฉย แต่ในดวงตาของเขากลับมีประกายแสงฉายวาบขึ้นมาแล้วหายไป
คนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองมากที่สุดคือเชียนจวินและปี้อี้ ทั้ง 2 คนเดิมกำลังถ่ายทอดเสียงถึงกันอย่างได้ใจเพื่อหารือว่าต่อจากนี้จะไปเที่ยวที่ไหนดี ตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดของโจวเจิ้งลี่ พวกเขาก็สั่นเทิ้มไปทั้งตัวทันที จิตใจสั่นสะท้านขึ้นมา
หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป
มองดูเงาร่างที่เดินทางจากไปจากดาวเสบียงของพวกเขา รอยยิ้มของโจวเจิ้งลี่ไม่จางหายไป ในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นฮึกเหิม
เทียบกับคนอื่นแล้ว เขากับหลี่เมิ่งถู่ที่ยังคงบำเพ็ญอยู่ที่ข้างนอกยังไม่กลับมา ถึงจะเป็นคนที่หวังให้สวี่ชิงกลับมามากที่สุด เพราะการติดตามของพวกเขาในตอนนั้น ในเสี้ยวขณะที่ผู้นำเซียนมี่หมิงสร้างความตกตะลึงให้กับระบบดาวที่ 5 ก็ได้รับผลเก็บเกี่ยวมากที่สุด
ในช่วงนี้เขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงความสำคัญของผู้บำเพ็ญระบบดาวที่ 5 ที่มีต่อพวกเขา บนดาวเสบียงที่พวกเขาอยู่ ทุกอย่างยิ่งเปิดกว้างสำหรับพวกเขา
แม้แต่เซียนคิมหันต์คนนั้นที่ประจำการอยู่บนดาวเสบียงก็ยังสุภาพกับพวกเขาเป็นอย่างมาก
ทุกอย่างนี้ทำให้โจวเจิ้งลี่รู้สึกภูมิใจอย่างมากกับการตัดสินใจของตัวเองในตอนนั้น
สำหรับความคิดของคนอื่น โจวเจิ้งลี่ในใจก็เข้าใจดี ไม่ได้ไปสนใจ
เขารู้ ความคิดเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่างของคนอื่นๆ ความจริงแล้วในเสี้ยวขณะที่สวี่ชิงช่วยนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองนั้น ก็ไม่มีทางออกดอกออกผลแล้ว ทุกอย่างก็จะจางหายไปกับการมาถึงของสวี่ชิง
ดังนั้นเขาจึงมองเงาแผ่นหลังของทุกคนที่จากไป หัวเราะเบาๆ ตัดสินใจที่จะรอที่นี่ และไปต้อนรับสวี่ชิงในทันที
ส่วนตอนนี้ บรรดาคนทั้งหลายที่จากไป ต่างก็มีการกระทำที่ต่างกันไป
เสียหลิงจื่อปิดด่านในทันที กระบี่หักในร่างกายของเขากำลังสั่นสะท้าน
เสียหลิงจื่อเอ่ยเสียงต่ำทุ้ม กระบี่หักในร่างกายของเขาก็ส่งกลิ่นอายที่โกรธเดือดดาลออกมา
ส่วน 2 พี่น้องเชียนจวินและปี้อี้ ตอนนี้ก็ไม่จิตใจที่จะไปเที่ยวเล่นแล้ว พวกเขากลับมายังถ้ำของตัวเอง เริ่มปรึกษาหารือกันในทันที
“ทำอย่างไรดี…เจ้าคนนั้นกลับมาแล้ว!”
“จบเห่แล้วๆ ช่วงนี้เรากินดีเกินไป ตัวกระบี่เลยคมมาก เขาเห็นแล้วจะต้องหวั่นไหวแน่!”
“เป็นเพราะเจ้า ข้าเตือนแล้วแท้ๆ ว่าอย่ากินเยอะเกินไป!”
“เป็นเพราะเจ้าต่างหาก เป็นเจ้าที่กินก่อน!”
ในขณะที่ 2 พี่น้องกำลังโทษกันอย่างรุนแรง ซิงหวนจื่อก็ไปจากดวงดาวเสบียงแล้ว แปรเปลี่ยนเป็นสายรุ้งในท้องฟ้าดารา กลับมายังถ้ำลับที่เขาสร้างไว้ข้างนอก
นั่นเป็นเศษเสี้ยวดวงดาวแห่งหนึ่ง หลังจากที่เขาค้นพบก็เลือกที่จะฝึกบำเพ็ญในนั้น
ตอนนี้เมื่อนั่งขัดสมาธิแล้ว ในดวงตาซิงหวนจื่อก็มีประกายแสงเจิดจ้า
“แม้ว่าช่องว่างจะมากขึ้นเรื่อยๆ…แต่สวี่ชิง ข้าไม่อนุญาตให้ตามหลังมากเกินไป!” ซิงหวนจื่อพึมพำ ในขณะที่ยกมือขึ้น ฝุ่นละอองมหาศาลก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า หลอมรวมกันมาข้างหน้าเขา
ฝุ่นเหล่านี้ไม่ธรรมดา ทุกเม็ดนำมาซึ่งน้ำหนักที่น่าครั่นคร้าม
นั่นคือกฎแห่งสวรรค์!
ตอนนี้จ้องมองดูฝุ่นละอองเหล่านี้ ซิงหวนจื่อก็มีความคาดหวังผุดขึ้นในใจ
ในช่วงนี้เขาผ่านจากความพยายามของตัวเองและวาสนาที่ได้รับ ในที่สุดก็ได้หลอมกฎแห่งฟ้าของตัวเองออกมาได้มากขึ้น
นี่คือการเตรียมตัวของเขาสำหรับการเลื่อนขั้นเป็นเซียนคิมหันต์ในภายภาคหน้า
เส้นทางที่เขาจะเดินแตกต่างจากสวี่ชิง
สวี่ชิงยังบรรลุธรรมนูญเซียนคิมหันต์ของตัวเองออกมาไม่ได้ แต่ซิงหวนจื่อรู้ดีอยู่แล้วว่า ธรรมนูญในก้าวต่อไปของตัวเองคือกฎแห่งสวรรค์
“ในที่สุดก็หลอมออกมาได้ประมาณหนึ่งแล้ว ขอแค่ผ่านการหลอมอีกไม่กี่วัน ข้าก็จะผสานหลอมรวมกับฝุ่นกฎแห่งสวรรค์นี้ได้อย่างเสร็จสมบูรณ์!”
“เมื่อถึงตอนนั้นสิ่งที่ข้าขาดในการเลื่อนขั้นเป็นเซียนคิมหันต์ ก็จะมีเพียงการหล่อเลี้ยงตัวอ่อนเซียนด้วยพลังงานต้นกำเนิดเท่านั้น!”
นึกถึงเรื่องนี้ ซิงหวนจื่อในใจก็มุ่งมั่น ยกมือทั้ง 2 ขึ้นประสานปางมือ จมดิ่งลงไปในนั้นทั้งกายและใจ ทำการหลอมต่อไป
แต่ในตอนนี้ เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!
ถ้ำที่เขาอยู่ มิติไม่มีสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น จู่ๆ ก็บิดเบี้ยวขึ้นมา แล้วแปรเปลี่ยนเป็นเป็นปากขนาดมหึมาปากหนึ่ง!
ปากนี้ดูเหมือนจะประกอบด้วยความโลภ ราวกับปากของสุนัขบ้า
ในเสี้ยวพริบตาที่มันปรากฏขึ้น ก็กลืนกินฝุ่นกฎแห่งสวรรค์ที่อยู่ข้างหน้าซิงหวนจื่อไปอย่างไม่ลังเล กลืนลงไปในคำเดียว!
หมดเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่เม็ดเดียว!
หลังจากนั้นก็หายไปในทันที!
มีเพียงเสียงเรอที่แสดงความพึงพอใจที่หลงเหลืออยู่ดังก้องอยู่ในถ้ำ
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินไป
ซิงหวนจื่ออึ้งตะลึงไปเล็กน้อย จิตใจเกิดคลื่นปั่นป่วนทันที ดวงตาทั้ง 2 เบิกกว้างขึ้นอย่างกราดเกรี้ยว ปากก็ส่งเสียงคำรามอย่างความโกรธแค้นดังสะท้านสะเทือนฟ้าดิน!
พลังบำเพ็ญของเขาปะทุขึ้นท่วมฟ้า!
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1289 กลืนลงไปในคำเดียว"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com