บทที่ 1299 กาลอวกาศขาดลำดับ กฎกรรมย้อนกลับ
- Home
- All Mangas
- Beyond The Timescape
- บทที่ 1299 กาลอวกาศขาดลำดับ กฎกรรมย้อนกลับ
บทที่ 1299 กาลอวกาศขาดลำดับ กฎกรรมย้อนกลับ
กาลอวกาศปั่นป่วนคืออะไร
สำหรับผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่ ถือว่ายากอธิบายชัดเจน
คล้ายบรรยายได้เพียงระดับหนึ่ง
ถ้ามองตามตัวอักษรคือความปั่นป่วนของเวลากับมิติ มีค่ามากน้อยเป็นอนันต์กระทั่งเกิดภาวะเอกฐาน
ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ไร้สิ้นสุด
แต่ถ้าอธิบายอย่างละเอียดคงยากถ่ายทอด นี่คือข้อจำกัดของการรับรู้
คล้ายมีเพียงผู้ที่บัญญัติแห่งตนเกี่ยวข้องกับกาลอวกาศ ถึงอธิบายลักษณะการคงอยู่ของกาลอวกาศปั่นป่วนได้
เดิมสวี่ชิงคิดเช่นนี้
ก่อนเข้ามาเขาคิดว่ากาลอวกาศปั่นป่วนน่าจะเหมือนวิชาห้วงอนันต์ของตน ทว่ายิ่งใหญ่และลึกลับกว่า
ทั้งจากบัญญัติแห่งตน เทียบกับคนอื่นแล้วน่าจะกลับออกมาได้มากกว่า
แต่หลังจากเข้ามา ทุกอย่างกลับเหนือการคาดเดา
ทุกเหตุการณ์ตรงนั้นทำให้ความคิดสวี่ชิงเหลือเพียงความสับสน
เหมือนกับตอนนี้ เขาเงยหน้าขึ้น สิ่งที่เห็นคือวังวนหลากสีนับไม่ถ้วน
วังวนเหล่านั้นมีทั้งเล็กใหญ่ ไร้ขอบเขต บ้างมีกฎเกณฑ์ บ้างอลหม่าน บ้างหยุดนิ่ง บ้างหมุนวน ถึงขั้นผสานกันไม่น้อย
ก่อตัวเป็นฟ้าดาราซับซ้อนเปี่ยมนามธรรม
ถ้าเห็นสักครั้งย่อมปวดหัวเพราะไม่อาจรับข้อมูลพวกนี้
หากนานเข้าย่อมแหลกละเอียด
สิ่งที่เป็นนามธรรมไม่ใช่เพียงเท่านี้ แต่ยังนับรวมสถานการณ์ที่สวี่ชิงกับเอ้อร์หนิวอยู่ที่นี่ด้วย
ร่างกายสวี่ชิงไม่ใช่มนุษย์อีก
เปลี่ยนเป็นฝูงแมลงเรืองแสงทรงสามเหลี่ยมที่รวมตัวจากเศษเสี้ยวนับไม่ถ้วน แมลงเรืองแสงแต่ละตัวในนั้น ตั้งแต่เกิดจนตายมีชีวิตเพียงหนึ่งในหมื่น
เมื่อเกิดมาจะเปล่งแสงเจิดจ้า สร้างแหล่งกำเนิดแสงถึงขีดสุด
หลังตายจะเห็นภาพอนาคตยุ่งเหยิงเหมือนดอกไม้ไฟระเบิด จากนั้นค่อยเผาไหม้เป็นเถ้าถ่านราวฝุ่นละอองชั่วพริบตา ฝังกลบแสงทั้งหมด
หมุนเวียนเป็นวัฏจักรไร้ขอบเขต
ส่วนเอ้อร์หนิว เนื่องจากการเปลี่ยนสภาพของสวี่ชิง ทำให้ไม่อยู่ในเส้นผมอีก แต่ปรากฏตัวข้างนอก
รูปลักษณ์เป็นนามธรรมยิ่งกว่า
คล้ายกล้องสลับลายที่สร้างจากดวงแสงพราวระยับนับล้าน รูปลักษณ์เปลี่ยนแปลงเสมอ
คำพูดที่กล่าวออกมาก็ผิดปกติเช่นกัน
เหมือนตอนนี้ที่เสียงเอ้อร์หนิวดังก้อง
สิ่งที่เขาอยากพูดคือ…
“เกิดอะไรขึ้น อาชิงน้อย นี่คือที่ไหน”
แต่หลังกล่าวออกมา ในการรับรู้ของสวี่ชิงกลับเปลี่ยนเป็น…
“อะไรนี่ เจ้าน้อยชิง เกิดไหนกัน”
ทุกอย่างล้วนสับสน เวลาก็ดี มิติก็ดี ทั้งการมีตัวตนของพวกเขา
ทั้งหมดล้วนบิดเบี้ยว
คล้ายว่าที่นี่เวลาไม่มีความหมาย มิติไม่มีค่าให้คงอยู่
สวี่ชิงตกตะลึง
นี่ต่างจากบัญญัติของเขา!
แม้แต่เดินหน้าหรือสำรวจก็ทำตามปกติไม่ได้
การเคลื่อนไหวไปข้างหน้าที่นี่ ไม่ต้องขยับจริงๆ แค่คิดเช่นนี้ ทุกอย่างรอบตัวย่อมเวียนวนเหมือนเคลื่อนที่
การสำรวจก็เช่นกัน
คล้ายทุกอย่างที่นี่เผยความลับทั้งหมด ขอแค่เจ้ามองเห็น ขอแค่เจ้าเข้าใจ ขอแค่เจ้ารับได้ เจ้าย่อมรู้ทุกสิ่งชั่วพริบตา
อย่างตอนนี้ ระหว่างการสำรวจของสวี่ชิง ในกระแสกาลอวกาศที่ทำให้เขาตกตะลึงแห่งนี้ เขาเห็นร่างมนุษย์ของตนตรงแดนปริศนาห่างไกล
สถานที่ห่างไกลที่เอ่ยถึง เป็นได้ทั้งอดีตหรืออนาคตบนกาลเวลา เป็นได้ทั้งห้วงมิติต่างระดับ
ถึงขั้นยามเขารวบรวมความคิดเพ่งหาตัวเองที่อยู่ห่างไกล ไม่นานเขาก็พบว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่คนเดียว ทว่า…นับไม่ถ้วน
ตัวเขานับไม่ถ้วน ในสภาพหลายหลาก
ถึงขั้นว่าเห็นดาวเคราะห์ที่เป็นของเหลวด้วย
ดาวเคราะห์เปลี่ยนเป็นเหล็กหลอมเวียนวน ลอยผ่านการรับรู้ของเขาไปอย่างบิดเบี้ยว
ดาราจักรเปลี่ยนเป็นหนอนบนผลไม้เน่าเคลื่อนผ่านไป
แดนดารากลายเป็นอักษรปริศนามากมายสลักบนป้ายหลุมศพ คล้ายมีชีวิตขึ้นมา กำลังห้ำหั่นกัน
รวมถึงจักรวาลด้วย
แต่จักรวาลนี้เหมือนผ้าห่อศพเปี่ยมรูพรุน
ไม่เพียงเท่านี้ สภาพการคงอยู่ของเขากับเอ้อร์หนิว ยามคิดเดินหน้าหรือสำรวจ บ้างเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า บ้างหม่นมัวคล้ายดับมอดได้ทุกเมื่อ
อธิบายได้ไม่ชัดเจน
อลหม่านทั้งแถบ
นี่ก็คือกาลอวกาศปั่นป่วน
ความสับสนของสวี่ชิงมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร คล้ายว่าหมื่นปี ทั้งเหมือนชั่วพริบตา
เสียงบิดเบี้ยวแปลกประหลาดของเอ้อร์หนิวดังก้องอีกครั้ง
“ดีว่าข้าเหมือนเห็นภาพคล้ายกันมาก่อน…”
“ในชาติเก่าก่อนของข้า…”
2 ประโยคนี้ถ่ายทอดอย่างสับสน คล้ายลากยาวกลางกาลอวกาศ ในการรับรู้ของสวี่ชิงกลับเปลี่ยนเป็นเสียงอัสนีกึกก้องครั้งแล้วครั้งเล่า
ดังกระหึ่มจนร่างแมลงของสวี่ชิงสั่นสะท้าน
แมลงสามเหลี่ยมนับไม่ถ้วนแหลกสลาย เผยภาพอนาคตออกมามากขึ้น ทำให้จิตสำนึกสวี่ชิงปั่นป่วนรุนแรง ไม่อาจรวมเป็นหนึ่ง
มีเพียงแสงส่องประกายระหว่างความเจิดจ้ากับหม่นมัว
กระทั่งผ่านไปเนิ่นนาน เมื่อคลื่นสะเทือนจาก 2 ประโยคนี้ซ่านสลาย สถานการณ์สวี่ชิงกลับสู่ภาวะปกติช้าๆ จิตสำนึกรวมตัวอีกครั้ง เขาไม่เห็นร่องรอยของเอ้อร์หนิวที่อยู่ข้างกาย
เอ้อร์หนิวหายไปแล้ว
ก่อนเขาหายไป วาจาที่เอ่ยออกมา ตอนนี้กลับเลือนไปจากการรับรู้ของสวี่ชิงอย่างน่าประหลาด เขาจำว่าได้ยินชัดเจน แต่เนื้อหากลับเป็นปริศนา
สวี่ชิงเงียบไป
เขาสัมผัสได้ชัดเจน ความคิดตนกำลังเปลี่ยนเป็นช้าลง จิตสำนึกมีสัญญาณว่าจะซ่านสลายโดยไม่รู้ตัว
ความรู้สึกใกล้ตายเกิดขึ้นในความคิดเขา
แต่ความรู้สึกถึงอันตรายที่ควรมีก่อนตายกลับไม่มาเยือน
การรับรู้เช่นนี้เกิดจากการระเบิดตัวเองก่อนหน้านี้
สิ่งที่เกิดพร้อมกันคือร่างเขาเปลี่ยนจากฝูงแมลงกลับมาเป็นคน จากนั้นนอกกายเกิดรังถักทอจากบัญญัติมากมาย
นั่นคือบัญญัติของเขา
หลังจากทุกอย่างปรากฏ ในสมองสวี่ชิงเกิดความคิดที่เหมือนเพิ่งนึกออก
‘ข้าควรใช้บัญญัติของข้า สร้างห้วงอนันต์ให้ตัวเอง อาศัยสิ่งนี้ต้านความปั่นป่วนของกาลอวกาศภายนอก’
‘ใช้ความอลหม่านต้านความปั่นป่วน!’
เมื่อเกิดความคิดนี้ ในใจสวี่ชิงสั่นสะท้าน ลืมตาขึ้นฉับพลัน มองรังบัญญัติที่ห่อหุ้มตัว นัยน์ตาเขาฉายแววจริงจัง
ลำดับตามปกติคือเขาเกิดความคิดนี้ก่อน จากนั้นค่อยดำเนินการ
แต่ที่นี่กลับตรงข้าม
กฎกรรมและตรรกะที่นี่ปั่นป่วน
ถ้ากล่าวอย่างถูกต้องคือที่นี่ไม่มีตรรกะ กฎกรรมย้อนกลับ
“สมเป็นกาลอวกาศปั่นป่วน…”
สวี่ชิงพึมพำ ตอนนี้รังที่สร้างจากบัญญัติแห่งตน ตัดเขาจากโลกภายนอก ตัวตนเขามีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะปกติ
กระบวนการคิดมีตรรกะระดับหนึ่ง
เริ่มนึกถึงการหายตัวของเอ้อร์หนิว
‘โดยปกติข้าควรสำแดงบัญญัติแห่งตนทันทีที่เข้ามาที่นี่…’
สวี่ชิงครุ่นคิด นึกหาสาเหตุว่าทำไมไม่ใช้บัญญัติตัวเองถักทอรังตั้งแต่ต้น
มัวแต่เหม่อลอย
“ความจริงทุกอย่างเกิดขึ้นชั่วพริบตา” สวี่ชิงพึมพำ
เขานึกออกแล้ว ทุกสัมผัสและการรับรู้ของตนก่อนหน้านี้ รวมถึงความสับสน การสำรวจ เสียงเอ้อร์หนิว ถึงขั้นว่าแม้แต่การสร้างรังบัญญัติ
เกิดขึ้นทันทีที่เข้าสู่กาลอวกาศปั่นป่วนแห่งนี้
ทว่าชั่วพริบตานี้ เกิดเรื่องมากมายขึ้นพร้อมกัน
พูดง่ายๆ คือเมื่อเข้ามาที่นี่ เรื่องราวต่างเส้นเวลาทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมกัน พวกมันทับซ้อนกัน
รวมถึงเกิดขึ้นฉับพลัน
สวี่ชิงเงียบไป
ทว่าไม่นานนัยน์ตาเขาฉายแววประหลาด เงยหน้ามองรังบัญญัติตรงหน้า ในสมองฉายภาพเหตุการณ์ทั้งหมดบนโลกภายนอกก่อนหน้านี้
‘ทุกอย่างที่นี่ปั่นป่วน ไม่มีตรรกะ กฎกรรมย้อนกลับ แต่การดำรงอยู่สมเหตุผล’
‘ความจริงนี่คือการแสดงออกของเวลาอีกอย่างหนึ่ง’
‘เหนือกว่าห้วงอนันต์ของข้า…’
สวี่ชิงครุ่นคิด เขาพลันเข้าใจว่ายามตนอยู่ในห้วงมายาของเทพเจ้าแห่งความทุกข์ ทำไมถึงหยั่งรู้สำเร็จท่ามกลางกาลอวกาศปั่นป่วน
‘ด้วยตัวกาลอวกาศปั่นป่วน ความจริงคือการแสดงออกของระดับสูงกว่าบัญญัติกาลอวกาศอย่างหนึ่ง!’
นัยน์ตาสวี่ชิงวาววาบ
‘ในเวลาอันสั้นยากออกจากแดนกาลอวกาศปั่นป่วนแห่งนี้ ศิษย์พี่ใหญ่ก็หายไป ส่วนตอนนี้ข้าก็อยู่ข้างนอกไม่ได้’
‘ถ้าอย่างนั้นก็ลองอาศัยความปั่นป่วนที่นี่เคี่ยวกรำเพื่อหยั่งรู้แล้วกัน!’
‘แต่ก่อนอื่นข้าต้องทำความเข้าใจ อะไรคือกาลอวกาศปั่นป่วน ทั้งมีอะไรเกี่ยวข้องหรือต่างจากบัญญัติของข้า!’
‘มีเพียงทำความเข้าใจ ถึงจะเหนือกว่าได้’
เมื่อนึกถึงตรงนี้ สวี่ชิงนั่งขัดสมาธิ เมื่อหลับตาจิตสำนึกหลอมรวมกับบัญญัติแห่งตนข้างนอก
ในกาลอวกาศปั่นป่วน คล้ายเกาะเดียวดายกลางมหาสมุทร ไม่ขยับแม้มีคลื่นยักษ์ซัดหลายระลอก
มีเพียงห้วงคิดเปิดกว้างไร้ขอบเขต
สิ่งที่แสดงออกมาคือปุยขนแน่นขนัดบนรังไหมที่เกิดจากบัญญัติ
พวกมันคือการเปลี่ยนแปลงประหลาดของความคิดสวี่ชิงในกาลอวกาศปั่นป่วน แม้ว่าภายนอกเป็นเช่นนี้ แต่ไม่ส่งผลกับจุดเชื่อมต่อประสาท
ส่งการรับรู้ภายนอกมาให้สวี่ชิง
กลายเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงเพื่อการหยั่งรู้ของเขา
ในรังบัญญัตินี้ เวลาล่วงเลยช้าๆ
แต่ความจริงกระแสเวลากลับไม่มีค่าอีก ทุกอย่างถูกจำกัด เมื่ออยู่ข้างนอกไม่อาจแสดงออกเป็นรูปธรรม
เหมือนที่สวี่ชิงหยั่งรู้ที่นี่ ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่มีเบาะแส
เขาหาเส้นที่เป็นระเบียบจากกาลอวกาศปั่นป่วนข้างนอก หาจุดตัดให้ตัวเองไม่ได้
เมื่อหาจุดไม่เจอ สุดท้ายก็เหมือนยลบุปผากลางสายหมอก มองเงาจันทร์ในน้ำ
ดังนั้นปุยขนบนรังบัญญัติเลยทอดยาวต่อเนื่อง แผ่ขยายกลางกาลอวกาศปั่นป่วน
คิดสำรวจลึกขึ้น
แต่ฉากจบยังเหมือนเดิม
สวี่ชิงลืมตา หัวคิ้วขมวดมุ่น มองโลกภายนอก
“เกี่ยวพันยุ่งเหยิง จัดการความคิดไม่ได้”
“คล้ายเศษตัวต่อนับไม่ถ้วน หาภาพอ้างอิงไม่เจอ ดังนั้นเลยประกอบไม่ได้…”
“ข้าต้องการภาพอ้างอิง ถึงจะมองแก่นแท้ของกาลอวกาศปั่นป่วนได้ชัดเจน”
สวี่ชิงพึมพำ
‘ประโยชน์ของภาพอ้างอิงคือเป็นจุดตัดเพื่อเข้าถึง ถือเป็นเส้นที่ทำให้เห็นกาลอวกาศปั่นป่วนนี้ชัดเจน…’
‘ภาพอ้างอิงแบบไหนถึงเหมาะสม…’
สวี่ชิงครุ่นคิด
‘กาลอวกาศปั่นป่วนควบคุมไม่ได้ ในนั้นมีความเป็นไปได้ทั้งหมด แต่เหมือนมีข้อจำกัดที่มองไม่เห็น คล้ายชะตา…’
ในใจสวี่ชิงพลันกระตุก
‘ชะตาหรือ’
นัยน์ตาเขาส่องประกายทันที
ครู่ต่อมาเขายกมือขวาสะบัดโบก เพียงพริบตาคุณสมบัติเทพเจิดจรัสหนึ่งปรากฏกลางฝ่ามือสวี่ชิง
คุณสมบัติเทพนั้นคือสิ่งที่นายน้อยมี่หมิงมอบให้!
พลังแฝงในนั้นคือชะตา!
ยามจ้องมองคุณสมบัติเทพ แสงจากนัยน์ตาสวี่ชิงยิ่งเด่นชัด
“ใช้ชะตาเป็นแผนภาพ รวบรวมกาลอวกาศปั่นป่วน สร้างเป็นจุดตัดเพื่อค้นคว้า!”
ชะตาคือนามธรรม
เหมือนกาลอวกาศปั่นป่วนแห่งนี้
ถ้ามองกาลอวกาศปั่นป่วนเป็นเศษตัวต่อนับไม่ถ้วน ตอนนี้ภาพชะตาที่กำลังนำมาประกอบ…
ชิ้นส่วนแรกที่สวี่ชิงเลือกคือตัวเอง
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1299 กาลอวกาศขาดลำดับ กฎกรรมย้อนกลับ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com