บทที่ 1311 : 11 มหาจักรพรรดิ!
บทที่ 1311 : 11 มหาจักรพรรดิ!
บนเวิ้งฟ้า วังวนกึกก้องกัมปนาท เสียงที่เกิดขึ้นดังกว่าอัสนี
กังวานทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
คล้ายเสียงหัวใจเต้นหนักหน่วง ก้องทรวงอกสรรพสิ่ง สั่นคลอนจิตใจสรรพชีวิตหมื่นเผ่า
ขณะเดียวกันบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ต้นไม้พิษที่ยังไม่แห้งเหี่ยวซึ่งเติบโตในแต่ละแดน…
สั่นไหวชั่วพริบตา!
คล้ายกำลังต้อนรับ!
จากนั้นในวังวนบนเวิ้งฟ้า มีไอพิษสีม่วงเข้มแผ่ออกมาอย่างท่วมท้นฉับพลัน
ปั่นป่วนโลกภายนอก บดบังฟ้าคลุมตะวันทันที
ในไอพิษนั้นมีร่างสูงโปร่งปรากฏ
คล้ายภาพร่างสีหมึก
เมื่อปรากฏต้นไม้พิษทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เบ่งบานพร้อมกัน!
พิษพวยพุ่งเหนือระเบียบกฎเกณฑ์แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ชั่วพริบตา
จุดเริ่มต้นของทุกอย่างนี้ นั่นคือเงาร่างในไอพิษ
เขากำลังก้าวออกมา!
ชุดคลุมยาวแพรดำทิ้งตัวราวน้ำตกราตรี ชายเสื้อเปื้อนผลึกน้ำค้างที่จับตัวด้วยบัญญัติเขา เปล่งประกายประหลาด
ผมดำสยายราวขนอีกาทิ้งตัว เส้นผมเรืองแสงเขียวเข้ม คล้ายอสรพิษเล็กละเอียดนับพันหมื่นแลบลิ้นในเงามืด
ที่น่าอัศจรรย์กว่าคือหว่างคิ้วเขามีรอยประทับ 12 กลีบบุปผา โอบล้อมกันก่อตัวเป็นหน้าหญิงงามบิดเบี้ยว
ชวนประหวั่นพรั่นพรึง!
เป็นหลี่เมิ่งถู่นั่นเอง!
การปรากฎตัวของเขา ทำให้หมื่นเผ่าบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์รวมถึงผู้บำเพ็ญแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งจับตามองที่นี่ ในใจสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่งทั้งสิ้น
“ระดับเตรียมเซียนคนที่ 2 !”
ในเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ หนิงเหยียนสูดหายใจลึก
ในเขตปกครองผนึกสมุทร พวกโหวเหยาใช้วิชาเฉพาะตรวจจับภาพนี้ ต่างตกตะลึงเช่นกัน
ทั้งมีพวกรัฐทายาทในแดนใหญ่เซ่นจันทรา รวมถึงผู้บำเพ็ญหมื่นเผ่า ไม่มีใครไม่ปั่นป่วนในใจ
จักรพรรดินีนัยน์ตาหดรัด
“คนผู้นี้ก็เป็นระดับเตรียมเซียน! แม้ว่าสู้คนก่อนหน้าไม่ได้ แต่กลิ่นอายบนตัวเขา เหนือกว่าเหยียนจื่อมากเช่นกัน!”
ยามจักรพรรดินีหวาดหวั่นในใจ หลี่เมิ่งถู่ที่อยู่กลางอากาศ กวาดสายตามองรอบทิศ จ้องมองโลกใบนี้
“ที่นี่คือแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์หรือ…”
หลี่เมิ่งถู่สูดหายใจลึก
ตามบันทึกถิ่นเกิดบรรพชนของตระกูล เขารู้ดีว่า…บรรพชนของตนมาจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ตอนนี้เขารู้สึกทอดถอนใจยิ่ง กำลังจะเอ่ยปากต่อ
แต่เสียงเย็นชาของซิงหวนจื่อกลับดังมา “มัวขวางตรงนั้นทำไม มาถึงแล้วก็รีบหลีกทางให้คนอื่น!”
หลี่เมิ่งถู่ฟังแล้วแค่นเสียง แต่ยังเปิดทางให้
เมื่อเขาหลีกทาง วังวนบนเวิ้งฟ้าด้านหลังดังกัมปนาทอีกครั้ง
ครั้งนี้หมู่เขาปรากฏ
ยอดเขามายามากมายเผยออกมานอกวังวน เมื่อปรากฏหมู่เขาบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์พลันสั่นคลอน
ในเงายอดเขาซ้อนสลับกลางอากาศ มีหญิงสาวคนหนึ่งก้าวออกมา
ผู้หญิงคนนี้หน้ากระจ่างงดงาม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากแต้มสีชาด แฝงความเยือกเย็นเหมือนยอดเขาหิมะบางส่วน
สวมชุดกระโปรงเซียนพลิ้วไหวสีขาวพระจันทร์ ชายกระโปรงปักลายทิวเขาห่างไกลทับซ้อนกัน ลวดลายสีเขียวอมเทาหมุนตามการก้าวเท้า คล้ายทิวเขาเคลื่อนคล้อยกลางหมอกเมฆ
ตอนนี้เมื่อก้าวเดิน ใต้ฝ่าเท้าควบรวมพื้นหินกลางอากาศ หมู่เขาด้านหลังดังครั่นครื้นต่อเนื่อง คล้ายกำลังคารวะนาง
เป็นหย่วนซานซู่!
ไม่ใช่แค่นางคนเดียว ในเงามืดของหมู่เขาด้านหลังนางยังมีร่างที่เหมือนแทรกตัวออกมาจากรอยแยกนรก พาดกระบี่หักเล่มหนึ่งมาเยือน
คนผู้นี้สวมชุดคลุมยาวสีเขียวอมน้ำเงินขาดวิ่น ผมเทาอ่อนสลับแดงก่ำประปราย ใช้ปิ่นกระดูกขาวรวบขึ้นลวกๆ ปลายผมมีรอยเลือดสีดำจับตัวกัน คล้ายถูกคนใช้กระบี่ตัดแล้วงอกใหม่
สีหน้าเย็นชา เมื่อก้าวมาสายตาฉายแววอำมหิต คล้ายผีร้ายใต้เหวลึก ดึงคนลงขุมนรกหมื่นเคราะห์นิรันดร์ได้ทุกเมื่อ
โดยเฉพาะกระบี่หักที่พาดอยู่ด้านหลัง
ด้ามกระบี่พันด้วยหนังมนุษย์กึ่งเน่าเปื่อย คมกระบี่เปี่ยมรอยร้าวเล็กละเอียด ในรอยมีปราณชั่วร้ายสีม่วงเข้มเอ่อท้น
ปราณล้นฟ้าแผ่ขยายทั่วทิศอย่างต่อเนื่อง
สรรพชีวิตคำรามแผ่ว ท่องคำสาปเป็นตาย
แน่นอนว่าเขาคือเสียหลิงจื่อ!
หมื่นเผ่าบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ในใจปั่นป่วนอีกครั้ง
จักรพรรดินียิ่งถอยหลัง 2-3 ก้าวตามสัญชาตญาณ จากมุมมองของนาง ผู้ปรากฏตัวคนแรกถือว่าแข็งแกร่งที่สุด ผู้ปรากฏตัวคนที่ 2 ไม่ได้ด้อยกว่า ส่วนคนที่ 3…เรียกว่าชวนตะลึง
แต่คนที่ 4 กลับชั่วร้ายถึงขีดสุด!
พวกเขาล้วนเป็นระดับเตรียมเซียนกับมหาจักรพรรดิทั้งสิ้น!
สิ่งสำคัญยิ่งคือกลิ่นอายในวังวนยังปะทุ
ความแกร่งของกลิ่นอายสะเทือนโลก ฟ้าดินเปลี่ยนสี ทำให้ผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์บนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ตัวสั่น แม้แต่เผ่าพันธุ์บนแดนอื่นยังยำเกรง
ทั้งทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มาเยือนก่อนหน้านี้หวั่นหวาด
โดยเฉพาะระดับเตรียมเซียนแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ที่กระจายตัวทั่วทิศยิ่งรู้สึกได้ พวกเขาสังเกตเห็นชัดเจน ไม่ว่าเป็นเหล่าผู้มาเยือนหรือกลิ่นอายในวังวน ไม่ว่าฝ่ายไหนก็… เหนือกว่าอีเหยียนจื่อทั้งสิ้น!
ทั้ง…การมาเยือนเช่นนี้ยังดำเนินต่อไป!
ตอนนี้ทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์สั่นสะเทือน
ขณะที่แต่ละฝ่ายตื่นตระหนกและจับตามองอย่างใกล้ชิด
ในวังวนเหนือเผ่ามนุษย์ มีเสียงกระบี่ครวญดังก้อง
เชียนจวินกับปี้อี้กลายร่างเป็นกระบี่ พุ่งออกมาจากวังวน!
เมื่อปรากฏตัว ฟ้าดินสั่นสะเทือน คล้ายตะวันจันทราจรัสแสงร่วมเคียง
พวกกระบี่บนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ส่งเสียงครวญพร้อมกัน
ผู้จับจ้องที่นี่นับไม่ถ้วนมองไปโดยสัญชาตญาณ ต่อให้จดจ่อกับเทพเจ้าที่นี่ ตอนนี้จิตเทพก็ยังปั่นป่วน
กระบี่ 2 เล่มนี้ ปราณเซียนสะท้านฟ้าจริงๆ ทั้งมีสติปัญญาเหนือธรรมดา!
ถือเป็นสมบัติล้ำค่าแห่งยุค!
เชียนจวินยาว 3 ฉื่อ 3 ชุ่น ตัวกระบี่คล้ายหิมะรวมกันเป็นผลึก ในตัวกระบี่โปร่งใสมีประกายดาราละเอียดเวียนวน สันกระบี่สลักลายเมฆอัสนีสีเงิน
ส่วนปี้อี้สั้นกว่า 1 ชุ่น ตัวกระบี่เป็นสีมรกต พื้นผิวสลักลายทิวเขากับน้ำตกทับซ้อนกัน คมกระบี่บางเหมือนปีกจักจั่น แต่กลับคมกริบหาใดเปรียบ
ตอนนี้กระบี่คู่ส่องแสง บินวนทั่วทิศ ทุกแห่งที่เคลื่อนผ่าน ห้วงอากาศชะงักค้างเหมือนน้ำแข็ง ทิ้งรอยกระบี่สีฟ้าอ่อนไว้
ทั้งมีเสียงกระบี่ครวญ ดังถึง 9 ชั้นฟ้า กึกก้องพร้อมวาจาห้าวหาญที่เชียนจวินกับปี้อี้เตรียมไว้
“เชียนจวินสังหาร!”
“ปี้อี้ป้องกัน!”
“ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคหมื่นพิภพบนระบบดาวได้ ถึงแยกกันก็ปกป้องเผ่ามนุษย์สิ่งมีชีวิตให้พ้นการโจมตีอัศจรรย์ได้!”
ทั้ง 3 ประโยคดังทั่วทิศ ทำให้เหล่าผู้สังเกตการณ์สั่นสะท้านในใจ เสียงครั่นครื้นของวังวนยังดังต่อเนื่อง ครั้งนี้มี 4 เงาร่างมาเยือนพร้อมกัน
1 ในนั้นคือชายฉกรรจ์ เขาแบกดาบมา รูปร่างสูงใหญ่เหมือนหอคอยเหล็ก ไหล่กว้างหลังหนา ใช้เชือกหนังสัตว์มัดผมหางม้าลวกๆ แววตาเฉียบคมหาใดเปรียบ
ช่วงเอวคาดจี้เขี้ยวเทพ 19 ซี่ ทุกซี่สลักชื่อแท่นเทวะที่สังหารไว้
เขานามว่าหวังเผิง!
อีกคนข้างกาย หน้าตาเหมือนวัยกลางคน รูปร่างสูงโปร่ง ช่วงเอวคาดกระบี่เล็กด้ามแคบ บนฝักกระบี่มีน้ำแข็งบางเกาะนานปี
นามของมันเหมือนเจ้าของ หลี่หานเฟิง!
บัญญัติของเขาคือกระบี่!
ส่วนคนที่ 3 ดูเหมือนบัณฑิตสง่างามเปี่ยมความรู้
สวมชุดคลุมยาวสีเขียวอมเทา หน้าขาวกระจ่าง แฝงกลิ่นอายวิชาการ 3 ส่วน ซ่อนคมประกายแนบเนียน 7 ส่วน
ในมือถือตำราไม้ไผ่เล่มหนึ่ง บนนั้นมีตัวอักษรนับไม่ถ้วน
บัญญัติของเขาคืออักษร!
นามของเขาคือหลี่เสวียนเช่อ!
ส่วนคนสุดท้ายในบรรดา 4 คนก็คือนักพรตเสี่ยอวิ๋น!
ผมเขาแดงชาดราวเพลิงลุกโชน แผ่สยายปรกบ่า หน้าซีดเซียวเหมือนกระดูก ทั้งตัวเหมือนผีร้ายตะกายออกมาจากส่วนลึกของทะเลเลือด
เมื่อก้าวเดินเมฆโลหิตเอ่อล้นรอบตัวเขา ร่วมกับรอยยิ้มกระหายเลือดตรงมุมปาก คล้ายทั้งโลกกำลังถูกเมฆโลหิตของเขากลืนกิน
ทั้ง 4 คนล้วนเป็นระดับเตรียมเซียน!
ตอนนี้ระดับเตรียมเซียน 10 คนมาเยือน ทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์กำลังปั่นป่วน เวิ้งฟ้าพลิกตลบ พื้นดินดังครั่นครื้น เผ่าพันธุ์ทั้งหมดตกตะลึง
ความประหม่าหวั่นหวาดกลายเป็นท่วงทำนองหลัก ปะทุขึ้นในใจสรรพชีวิต
เทพเจ้าก็ไม่ยกเว้น!
ส่วนระดับเตรียมเซียนของแดนศักดิ์สิทธิ์ ในใจอัสนีโหมกระหน่ำนานแล้ว ความตื่นตระหนกกลายเป็นคลื่นยักษ์ล้นฟ้า ม้วนพัดจิตวิญญาณทั้งหมด
จริงอยู่ว่า 9 คนหลัง ต่อให้สู้คนแรกสุดไม่ได้ แต่ล้วนเป็นมหาจักรพรรดิเตรียมเซียน ยามแต่ละคนปรากฏตัวจะทำให้ระเบียบกฎเกณฑ์ของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ปั่นป่วนรุนแรง
ส่งผลต่อสรรพสิ่ง!
ตามความเข้าใจของระดับเตรียมเซียนแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ นี่คือพลังต่อสู้เกือบเทียบเท่าเซียนคิมหันต์ ไม่ว่าใครก็เหนือกว่าอีเหยียนจื่อ
สิ่งสำคัญยิ่งคือแม้ว่าพวกเขาไม่มีบัญญัติ แต่สัมผัสบัญญัติจากตัวเซียนบรรพกาลกับอีเหยียนจื่อได้
ผู้มาเยือนเหล่านี้… ล้วนมีบัญญัติทั้งสิ้น!
ทั้งระดับความเข้มข้นยังชวนอกสั่นขวัญแขวน
นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงคืออายุ!
ระดับเตรียมเซียน 10 คนนี้ แต่ละคนค่อนข้างเยาว์วัย เห็นชัดว่าเป็น…อัจฉริยะแห่งยุค!
คนประเภทนี้ แค่คนเดียวก็สะเทือนใต้หล้า
แต่ตอนนี้…กลับมีถึง 10 องค์!
มหาจักรพรรดิ 10 องค์!
แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ตื่นตระหนก หมื่นเผ่าตกตะลึง แดนศักดิ์สิทธิ์สั่นสะเทือน เทพเจ้าเครียดขมึง!
พวกเขาไม่รู้ว่ามหาจักรพรรดิ 10 องค์มาจากไหน ทำไมถึงมาเยือน!
ความรู้สึกเหมือนไม่ใช่ความจริงในใจจักรพรรดินียิ่งเด่นชัดถึงขีดสุด ตอนนี้กำลังสูดหายใจลึกเตรียมเอ่ยปาก
แต่วังวนพลันมีเสียงกระแอมดังออกมา
เสียงกระแอมนี้เปลี่ยนเป็นพายุม้วนพัดขึ้นสูง
“มีอีกหรือ”
แดนศักดิ์สิทธิ์สั่นสะเทือน หมื่นเผ่าสะท้านในใจ นัยน์ตาจักรพรรดินีหดรัด
ในวังวนคนที่ 11 มาเยือน
คนผู้นี้สวมชุดผ้าไหมสีเทาอ่อน ใช้กวานหยกรวบผมดำเป็นระเบียบ ปลายผมทิ้งตัวถึงเอว หน้าตาอ่อนโยน สายตาอบอุ่น ทำให้คนคลายการป้องกันตัว
ท่าทางเหมือนคุณชายตระกูลใหญ่ผู้อ่อนโยน
นั่นคือโจวเจิ้งลี่!
เมื่อก้าวเดินมา บนหน้าเขาแฝงรอยยิ้มถ่อมตน พวกหลี่เมิ่งถู่เหลือบสายตามองเขาตามสัญชาตญาณ
ภาพนี้ทำให้แดนศักดิ์สิทธิ์กับหมื่นเผ่าจับตามอง จักรพรรดินีมองโจวเจิ้งลี่เช่นกัน ขณะกำลังวิเคราะห์ว่าคนนี้คือผู้นำของพวกเขาหรือไม่ โจวเจิ้งลี่ยิ้มพลางกล่าวเสียงอบอุ่น
“ขออภัย พวกเราเจอเรื่องบางอย่างระหว่างทาง มีนายแห่งเทพหลายคน ขัดขวางนายท่านที่ห้วงสมุทรบรรพกาล”
“นายท่านห่วงความปลอดภัยของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ด้วยเหตุนี้จึงส่งพวกเรามาก่อน ดังนั้น…พวกเราเลยมาช้าเล็กน้อย”
“ส่วนนายท่านอยู่ระหว่างทาง ไม่นานก็น่าจะถึง”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1311 : 11 มหาจักรพรรดิ!"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com