บทที่ 1313 สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวกลับมาแล้ว!
- Home
- All Mangas
- Beyond The Timescape
- บทที่ 1313 สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวกลับมาแล้ว!
บทที่ 1313 สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวกลับมาแล้ว!
ภาพแต่ละฉาก…แต่ละฉาก เหล่านี้เขย่าดินแดนทั้งหมดของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ทำให้ความหวาดกลัวตื่นตะลึงในจิตใจของสรรพชีวิตทั้งหลายนับหมื่นเผ่าพันธุ์พุ่งเพิ่มขึ้นในทันที
จักรพรรดินีเผยความขมขื่น ผู้คนทั้งหลายในแดนใหญ่เซ่นจันทราเงียบนิ่ง เขตปกครองผนึกสมุทรตกอยู่ในความเงียบงัน เผ่าพันธุ์ต่างๆ ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ความสิ้นหวังแพร่กระจายไปทั่วร่างกายและจิตวิญญาณของพวกเขา
แม้แต่โจวเจิ้งลี่และคนอื่นๆ ในเสี้ยวขณะนี้ต่างก็ปะทุธรรมนูญของตัวเองขึ้นอย่างสุดกำลัง ต้านทานพลังกดดัน
แต่ว่าสิ่งที่แฝงอยู่ในสีหน้าของพวกเขากลับไม่ใช่ความยำเกรง แต่เป็นจิตสังหารกลุ่มหนึ่ง
ในเสี้ยวขณะนี้ ต่างตาไม่กะพริบ จ้องมองไปยังม่านฟ้าที่ถูกสีแดงอาบย้อมอย่างรวดเร็ว เซียนโบราณที่กำลังลงมาเยือนอย่างสมบูรณ์!
นั่นเป็นชายชราคนหนึ่ง!
ผมขาวโพลนทั้งศีรษะที่บางจนมองเห็นหนังศีรษะสีขาวซีด ชุดนักพรตบนร่างเก่าโทรม ราวกับสวมมาหลายหมื่นปี มองสีเดิมไม่ออก
ส่วนใบหน้าทั้งดวงก็ราวกับเปลือกของต้นไม้เก่าแก่ที่ถูกกาลเวลาบีบขยำและตากแห้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทั้งคนส่งกลิ่นอายที่ผสมผสานระหว่างความเน่าเปื่อยและความชั่วร้ายออกมา ราวกับผีดิบที่คลานออกมาจากรอยแยกของยมโลก
แต่กลับมีกลิ่นอายที่น่าหวาดหวั่นสุดขีด เหนือกว่าสรรพชีวิตทั้งหลายของหมื่นเผ่า พลันพุ่งทะยานขึ้นจากร่างกายของเขาโหมกวาดไปทั่วท้องฟ้า หอบม้วนไปทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!
ทุกที่ที่ผ่าน สรรพชีวิตต้องโค้งคำนับ หมื่นเผ่าพันธุ์ต้องก้มศีรษะ แม้แต่เทพเจ้าในเสี้ยวขณะนี้ก็เลือกที่จะไม่จ้องมองตรงๆ
เพราะนั่นคือพลังที่อยู่เหนือระดับเตรียมเซียนและแท่นเทวะ
นั่นคือพลังอำนาจที่เป็นของของระดับเซียนคิมหันต์และเทพแท้จริง!
อีกทั้งยังไม่ใช่เซียนคิมหันต์ธรรมดา แต่เป็นเซียนคิมหันต์สูงสุด ห่างจากระดับที่สูงกว่านั้นเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น!
กระทั่งพูดได้ว่า นี่คือ…
“ครึ่งก้าวสู่นายแห่งเซียน!”
ซิงหวนจื่อดวงตาเผยประกายแวววาว พูดขอบเขตของเซียนโบราณที่ลงมาเยือนผู้นี้ออกมา!
กลางอากาศ ในขณะที่สรรพชีวิตทั้งหลายนี้สั่นเทา สิ้นหวัง ศีรษะที่แห้งเหี่ยวของเซียนโบราณก็หมุนเล็กน้อย ใช้ดวงตาที่ขุ่นมัวมองลงไปข้างล่าง กวาดมองพวกโจวเจิ้งลี่
เขาเดิมทีไม่อยากลงมาเยือนด้วยตัวเอง แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ทำให้เขาจำต้องลงมาเอง
ดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า
“ข้าจะรอนายของพวกเจ้าอยู่ที่นี่”
สายตาของเขามีพลังที่เป็นรูปธรรม เสียงยิ่งเป็นเช่นนั้น
โจวเจิ้งลี่และคนอื่นๆ ต่างร่างสั่นสะท้าน ต่างเลือดไหลทะลักออกมาจากร่างกาย สัมผัสได้ถึงความน่าหวาดกลัวของเซียนคิมหันต์ที่อยู่ข้างหน้าผู้นี้ได้อย่างชัดเจน
ส่วนเซียนโบราณตอนนี้ก็หันศีรษะไป ไม่สนใจพวกโจวเจิ้งลี่ สายตาของเขามองไปยัง…ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ
ดวงตาที่ขุ่นมัว ในเสี้ยวขณะนี้มีระลอกคลื่นอารมณ์เล็กน้อย
“ศิษย์เอย อาจารย์มาแล้ว เจ้ายังไม่มาคารวะอีก!”
เสียงนี้สั่นสะเทือนอย่างพิเศษและทรงอำนาจ ดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ยิ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของกฎแห่งสวรรค์ของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ด้วย
ก่อให้เกิดพายุคลั่ง เกิดเสียงคำรามเลื่อนลั่น
ระเบิดขึ้นในทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ!
ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ในสำนัก 7 เนตรโลหิต ร่างของนายท่านเจ็ดก็รางเลือนในทันที
หายไปจากในถ้ำที่เขาปิดด่านอยู่
ในยามที่ปรากฏตัวขึ้น ก็ข้ามผ่านมิติ ก้าวข้ามแดนใหญ่หลายแห่ง ก้าวออกมาจากกลางอากาศเหนือเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ก้าวหนึ่ง
ในทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น มิติระเบิด
ประกายแสงไม่สิ้นสุดปะทุออกมาจากร่างของนายท่านเจ็ด ในขณะเดียวกับที่แผ่ระลอกปั่นป่วนไปทั่วทุกสารทิศ โชคชะตาของทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ก็ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบ และกำลังทะยานพวยพุ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น ข้างหลังของเขามีร่างหลายภพชาติของเขาลอยปรากฏออกมา ในเสี้ยวขณะนี้กำลังหวนกลับคืนมาทีละร่าง…ทีละร่าง ทำให้กลิ่นอายของเขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
และในบรรดาร่างหลายภพชาตินั้น มีร่างหนึ่งสวมชุดจักรพรรดิ แผ่ความเก่าแก่ แฝงด้วยความทรงอำนาจ
นั่นคือ…จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในตอนนั้น!
และยังเป็นตัวตนที่แท้จริงของนายท่านเจ็ดด้วย!
ตอนนี้ จากการหวนกลับคืนมาของหลายภพชาติ กลิ่นอายที่เหนือกว่าระดับเตรียมเซียนกลุ่มหนึ่งก็ปะทุพุ่งขึ้นจากร่างของนายท่านเจ็ดทันที
นั่นก็คืออำนาจของเซียนคิมหันต์เช่นกัน!
อีกทั้งจิตต่อสู้เต็มเปี่ยม!
เพียงแต่ ระหว่างเซียนคิมหันต์ก็มีความแตกต่างกัน
แม้ว่ารอบตัวนายท่านเจ็ดจะเปล่งประกายเจิดจ้า ยิ่งมีท่าทีที่เด็ดเดี่ยวพร้อมจะต่อสู้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้ากับรัศมีอำนาจอันกว้างใหญ่ราวมหาสมุทรและน่าสะพรึงกลัวของเซียนโบราณ กลับดูเหมือนเรือลำเล็กที่อาจถูกคลื่นยักษ์กลืนกินได้อย่างสมบูรณ์ทุกเมื่อ
ที่สำคัญที่สุดคือ ในกลิ่นอายของนายท่านเจ็ดมีความเสื่อมถอยแฝงอยู่ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจสะกดลงไปได้
ทว่าแววตาของนายท่านเจ็ดยังคงแน่วแน่ ตอนนี้จ้องมองไปยังเซียนโบราณ ส่ายหน้า
“เจ้า ไม่ใช่อาจารย์ของข้า”
ระหว่างพูด มือขวาของเขายกขึ้น ทวนยาวเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า เขาถือมันไว้ในมือ ปลายหอกชี้ไป…
จิตสังหารในตัวเขาพลันปะทุขึ้น
ส่วนในดวงตาแฝงไว้ด้วยความตาย เห็นได้ชัดเจนว่าจะทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มี ไปเปิดฉากการต่อสู้เป็นตายกับเซียนโบราณผู้นี้
การต่อสู้กำลังจะปะทุขึ้นแล้วเต็มที!
จู่ๆ บนท้องฟ้า คลื่นวนที่พวกซิงหวนจื่อลงมาเยือนก่อนหน้านี้ก็ส่งเสียงคำรามสะท้านสะเทือนท้องฟ้า
กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวกลุ่มหนึ่ง จากในรอยแยกมิติ กำลังมาเยือน
เซียนโบราณเงยหน้าขึ้นทันที มองไปยังคลื่นวนบนท้องฟ้า
นายท่านเจ็ดดวงตาก็ฉายประกายประหลาดเช่นกัน
โจวเจิ้งลี่ยิ้มแล้ว ไม่ไปสนใจเซียนโบราณ เขาก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วพลันโค้งคารวะไปยังคลื่นวนบนท้องฟ้า!
เอ่ยปากพูดเสียงดัง “ขอต้อนรับนายท่าน!”
พวกเสียหลิงจื่อและหลี่เมิ่งถู่คนอื่นๆ ก็สัมผัสได้เช่นกัน ต่างแสดงสีหน้าเคร่งขรึม โค้งคารวะไปยังท้องฟ้า
แม้แต่ซิงหวนจื่อก็ยังทำเช่นนั้นเช่นกัน
ในชั่วเสี้ยวพริบตาที่คนทั้งหลายตื่นตกใจ สายตามองไปตามสัญชาตญาณ ทันทีที่โจวเจิ้งลี่และคนอื่นๆ โค้งคารวะ…
กลิ่นอายที่ดูเหมือนข้ามผ่านแม่น้ำแห่งกาลเวลาอันไม่สิ้นสุด ราวกับคลื่นยักษ์โหมซัดบ้าคลั่ง ทะลวงผ่านกำแพงมิติที่ซ้อนทับเป็นชั้นๆ และดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์อย่างดิบเถื่อนทรงพลัง
ปรากฏขึ้นอย่างเฉียบพลันในคลื่นวนบนท้องฟ้า!
นั่นเป็นร่างที่รางเลือนร่างหนึ่ง กลิ่นอายที่โอบล้อมรอบตัวราวกับกระแสพลังแห่งความปั่นป่วนวุ่นวายราวเป็นวัตถุจริง ทะลักพลุ่งพล่านไปทั่วทุกสารทิศ
ในนั้นมีเสียงเต๋าสะท้านโลกดังสะท้อนก้อง
มีเสียงคำรามของอสูรร้ายบรรพกาล มีเสียงระเบิดคำรามในยามเบิกฟ้าเบิกปฐพี มีเสียงถอนหายใจอย่างโศกเศร้าในยามที่ยุคสมัยเปลี่ยนไป เสียงต่างๆ ผสมผสานกัน ก่อเป็นประสานเสียงที่น่าหวาดกลัวสั่นสะเทือนวิญญาณบทหนึ่ง
และทุกที่ที่กระแสพลังและเสียงเต๋าผ่านไป มิติเหมือนกระดาษที่บอบบาง ถูกฉีกทิ้ง ถูกขยำอย่างง่ายดาย กลายเป็นความมืดมิดอันว่างเปล่า
สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นคือ จากการที่เงาร่างรางเลือนนั้นเดินออกมาจากในคลื่นวน ทุกก้าวของเขาที่เหยียบย่างลงมา ก็ราวกับมีดวงดาวนับพันนับหมื่นดวงพังทลายลงตามมา เศษดวงดาวที่เจิดจรัสราวกับฝนดาวตกอันพราวพร่าง พุ่งไปทั่วมิติที่แตกสลายนั่น
ความตกตะลึงที่นำมาสู่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ในเสี้ยวขณะนี้ ยิ่งเหนือกว่ามหาจักรพรรดิทั้ง 11 ก่อนหน้านี้ และยังเหนือกว่าเซียนโบราณที่ถึงจุดสูงสุดที่ไม่มีใครเทียบได้!
สรรพชีวิตเผ่าพันธุ์ต่างๆ ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งในเผ่าพันธุ์ที่ผ่านพายุฝนมานับไม่ถ้วนและมีประสบการณ์มากมายเหล่านั้น ในเสี้ยวขณะนี้ ก็ขาอ่อน ทรุดตัวลงกับพื้นไปเช่นกัน ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัวภายใต้พลังกดดันนี้
ราวกับว่าวิญญาณกำลังจะถูกกระชากออกมาจากร่างกายด้วยพลังกดดันของร่างที่รางเลือนร่างนั้น
แม้แต่เทพเจ้าเหล่านั้นที่ปกติแล้วเรียกลมเรียกฝนได้ ปกครองฟ้าดินในแถบหนึ่ง ตอนนี้เหงื่อเม็ดใหญ่ก็ไหลลงมาจากหน้าผากอย่างไม่หยุดหย่อน
กายเทพขององค์ท่านทั้งหลายสั่นสะท้าน พลังเทพทะลักพลุ่งพล่านอย่างควบคุมไม่ได้ ประกายแสงส่องประกายถี่รัว ราวกับว่าจะดับลงได้ทุกเมื่อ
สีหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษไปนานแล้ว ในความเคร่งขรึมแฝงไว้ด้วยความรู้สึกไร้พลังอย่างลึกซึ้ง สัญชาตญาณแห่งชีวิตบอกองค์ท่านทั้งหลายว่า เงาร่างที่ก้าวออกมาจากคลื่นวนบนท้องฟ้าในขณะนี้ เป็นตัวตนสูงสุดที่องค์ท่านทั้งหลายไม่อาจต่อกรได้เลย
และในขณะที่โลกดูเหมือนจะถึงกาลอวสาน ทุกคนถูกรัศมีอำนาจกดดันจนเกือบจะหายใจไม่ออก นายท่านเจ็ดเหม่อลอย เซียนโบราณเคร่งขรึมเป็นอย่างยิ่งนั้น
ในเส้นผมยาวปลิวพริ้วของเงาร่างรางเลือนน่าสะพรึงกลัวที่กำลังก้าวเดินมาอย่างเนิบนาบ ก็มีลำแสงทางหนึ่งพุ่งออกมาก่อน
ปรากฏสู่สายตาชาวโลกก่อน
เป็นเอ้อร์หนิวนั่นเอง!
เขาใช้ท่าทีที่หยิ่งทะนงเป็นอย่างยิ่ง กล่าวออกมาเสียงดังลั่น
“กลุ่มชิงหนิว กลับคืนสู่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์แล้ววันนี้!”
“ทุกท่าน สวัสดี”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1313 สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวกลับมาแล้ว!"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com