บทที่ 1315 แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์สู้กับเซียนโบราณ!
- Home
- All Mangas
- Beyond The Timescape
- บทที่ 1315 แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์สู้กับเซียนโบราณ!
บทที่ 1315 แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์สู้กับเซียนโบราณ!
พลังยิ่งใหญ่เกรียงไกร มาถึงจุดสูงสุดแล้ว!
ลมสวรรค์พัดกวาดไปทั้ง 4 ทิศ สวี่ชิงอยู่กลางอากาศ สีหน้าเย็นชา สายตาสงบนิ่ง มองไปยังเซียนโบราณที่สีหน้าเคร่งขรึมคนนั้น
ในขณะเดียวกับที่เอ่ยอย่างราบเรียบ มือขวาของเขาก็ยกขึ้นสะบัด
ภายใต้การสะบัดนี้ แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์แผ่ระลอกคลื่นปั่นป่วน ท้องฟ้าเดือดพล่าน แผ่นดินส่งเสียงต่ำทุ้มก้องกังวาน
“ผนึก พสุธา นภากาศ!”
ทันทีที่ 3 คำนี้กล่าวออกมา เพียงพูดวิชาก็บังเกิด มิติของเขาก่อตั้งขึ้นเอง!
กลายเป็นพลังผนึกกลุ่มหนึ่ง แยกฟ้ากับดิน…ออกจากกัน!
ทำให้สิ่งมีชีวิตบนพื้นดินไม่อาจลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าได้!
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญหรือเทพเจ้าจากทั่วทุกทิศทาง ไม่ว่าจะมาจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์หรือแดนศักดิ์สิทธิ์ ในเสี้ยวพริบตานี้ต่างก็สูญเสียความสามารถในการขึ้นสู่ท้องฟ้าไปทุกคน ร่างกายในขณะที่สั่นสะท้านก็ร่วงลงสู่พื้นดิน
เพราะพลังแยกฟ้าดินนี้ มาจากเซียนคิมหันต์!
ดังนั้น ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าเซียนคิมหันต์และเทพแท้จริง จึงไม่สามารถฝ่าฝืนได้แม้แต่น้อย!
ดังนั้น เพียงพริบตา เหนือท้องฟ้าของเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ จึงเหลือเพียง 3 ร่างเท่านั้น!
คนหนึ่งคือสวี่ชิง คนหนึ่งคือเซียนโบราณ และคนสุดท้ายคือนายท่านเจ็ด!
“อาจารย์ ขอโปรดคุ้มกันแนวรบให้ศิษย์ด้วย!” สวี่ชิงเอ่ยอย่างเคารพนอบน้อม
นายท่านเจ็ดยิ้มเล็กน้อย ความปลาบปลื้มในดวงตาเข้มข้นที่สุดในชีวิต หลังจากพยักหน้าเบาๆ เขาก็ถอยไปข้างหลัง 1 ก้าว กลับสู่พื้นดินในพริบตา ยืนอยู่ข้างจักรพรรดินี
จักรพรรดินีสีหน้าในเสี้ยวขณะนี้ ยังคงเหม่อลอย มองไปยังสวี่ชิงบนท้องฟ้า ความเหลือเชื่อในใจยังคงรุนแรง ถามนายท่านเจ็ดอย่างอดไม่ได้
นายท่านเจ็ดไม่ได้ตอบทันที แต่ยกมือขึ้นคว้าจากความว่างเปล่าด้านข้าง ทันใดนั้น ความว่างเปล่าแผ่ระลอก ร่างของเอ้อร์หนิวถูกนายท่านเจ็ดคว้าคอเอาไว้ แล้วพลันลากออกมา
“ตาแก่ เบาหน่อยๆ เจ็บๆ”
เอ้อร์หนิวทั้งร่างราวกับลูกเจี๊ยบ ถูกนายท่านเจ็ดหิ้วอยู่ในมือ ห้อยอยู่กลางอากาศ
ทำได้เพียงมือทั้ง 2 คว้าเปะปะ 2 เท้าแกว่งไปตามสัญชาตญาณ ปากร้องตะโกนไม่หยุด
แต่ก็ไม่ลืมที่จะฉายยิ้มเอาใจบนใบหน้า เผยท่าทางประจบสอพลอ
“อาจารย์ ข้าคิดถึงท่านจังเลย”
นายท่านเจ็ดมองไปยังเอ้อร์หนิว
“ว่ามา พลังบำเพ็ญของเจ้าสี่มันเกิดอะไรขึ้น แล้วพวกเขาเป็นใคร”
เอ้อร์หนิวเลิกคิ้ว แน่นอนว่าเขารู้ว่าพวกเขาที่อาจารย์พูดถึงหมายถึงใคร ดังนั้นกำลังจะโอ้อวด
เสียงของนายท่านเจ็ดดังขึ้นอีกครั้ง
“พูดจาภาษาคน”
เอ้อร์หนิวได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าม่อย ถอนหายใจ
“พวกเขามาจากระบบดาวที่ 5 เป็นลูกน้องของศิษย์น้องเล็ก ข้าบอกให้นะอาจารย์ ศิษย์น้องเล็กอยู่ในระบบดาวที่ 5 มีชีวิตไม่เลวเลย ท่านไปที่นั่นตำแหน่งก็สูงไม่เท่าเขาหรอก”
“ส่วนพลังบำเพ็ญของเขา…ข้าก็เพิ่งพบศิษย์น้องเล็กเมื่อไม่นานมานี้เหมือนกัน ตอนที่พบกันเขาก็เป็นมหาจักรพรรดิแล้ว เขามีพี่ชายคนหนึ่งเป็นนายแห่งเซียน…ข้ารู้สึกว่าเขาจะมาแย่งศิษย์ของท่าน!”
นายแห่งเซียน 2 คำนี้ทำให้ใจของนายท่านเจ็ดสั่นสะท้าน แต่ก็พยายามไม่แสดงออกทางสีหน้า
แต่คำพูดต่อจากนั้นของเอ้อร์หนิวแต่ละประโยค…แต่ละประโยค ก็ราวกับสายฟ้าสะท้านสะเทือน
“พี่ชายนายแห่งเซียนคนนั้น ให้ธิดาเทพกับศิษย์น้องเล็กจำนวนหนึ่ง เหมือนว่าพ่อของธิดาเทพทุกองค์พวกนั้นจะเป็นนายแห่งเทพทุกองค์”
ลมหายใจของนายท่านเจ็ดถี่กระชั้นเล็กน้อย จักรพรรดินีที่อยู่ข้างๆ ตาเบิกกว้างแล้ว
“จากนั้นข้าก็ไม่ยอมแพ้ ดังนั้นก็เลยพาอาชิงน้อยไปที่สุสานของราชาเทพ ราชาเทพองค์นั้น…ยังมีชีวิตอยู่…”
“โอ๊ย เจ็บๆๆ ตาแก่เบาหน่อย”
เอ้อร์หนิวร้องออกมา เขาพบว่ามือของนายท่านเจ็ดที่คว้าคอของเขา จู่ๆ ก็ออกแรงมากขึ้น
นายท่านเจ็ดแอบคลายมือออก ก่อนหน้านี้ได้ยินระดับนายแห่งเซียนที่เป็นระดับในตำนานก็ช่างเถิด นายแห่งเทพก็เช่นกัน จนกระทั่งได้ยินคำว่าราชาเทพ
ขอบเขตนี้ เขาก็เพียงแค่คาดเดาถึงการมีตัวตนอยู่เท่านั้น อีกทั้งยังรู้ว่าโดยพื้นฐานแล้วนั่นคือตัวตนสูงส่งสูงสุดในระบบดาว!
แต่ตอนนี้ ศิษย์ไม่รักดีของเขาคนนี้ กลับไปที่สุสานของราชาเทพ!
นายท่านเจ็ดสูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยเสียงต่ำทุ้ม “พูดต่อไป!”
เอ้อร์หนิวกะพริบตาปริบๆ ในใจได้ใจนัก แอบรำพึงในใจว่า ตาแก่ ครั้งนี้ต้องให้ท่านมองข้าใหม่ให้ได้อย่างแน่นอน
ดังนั้นจึงกระแอมทีหนึ่ง
“ในสุสานนั้น ข้าไม่ได้ทำอะไรมาก แค่บังเอิญกลืนกินนายแห่งเทพเข้าไปเท่านั้น ได้ยินมาว่ายังเป็นนายแห่งเทพที่แข็งแกร่งมากด้วย จากนั้น ซ่างฮวงก็ปรากฏขึ้น ในช่วงเวลาวิกฤต ข้าได้ลงมือช่วยอาชิงน้อย พาเขาเข้าไปในคลื่นวนแห่งกาลอวกาศ…”
“ในคลื่นวนนั้น เราพลัดกัน ต่อมาข้าเป็นห่วงอาชิงน้อย จึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตามหาเขา หลังจากพบแล้ว อาชิงน้อยก็ร้องไห้ น่าสงสารมาก”
“ข้าใจอ่อน ดังนั้นด้วยความช่วยเหลือของข้า อาชิงน้อยก็กลายเป็นเซียน แล้วเขาก็ไม่ร้องไห้แล้ว”
นายท่านเจ็ดขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปากพูด
แต่ตอนนี้เอง บนท้องฟ้า เสียงระเบิดสะท้านโลกดังขึ้น!
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นนายท่านเจ็ดหรือจักรพรรดินี หรือจะเป็นเอ้อร์หนิว ต่างมองไปยังท้องฟ้าทันที
ไม่เพียงแค่พวกเขาเท่านั้น ผู้แข็งแกร่งในหมื่นเผ่าพันธุ์ต่างใช้วิธีต่างๆ รวบรวมจิตเทพไปยังเมืองหลวงเผ่ามนุษย์!
จ้องมองสวี่ชิง!
จ้องมองการต่อสู้ที่สามารถตัดสินความเป็นความตายของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์นี้!
เห็นเพียงท้องฟ้าในตอนนี้ ประกายแสงเจิดจ้าไม่สิ้นสุด และต้นกำเนิดแสง…มาจากเซียนโบราณคนนั้น!
เซียนโบราณคนนี้ก้าวลงมา 1 ก้าว ท้องฟ้าแผ่ระลอกคลื่นปั่นป่วน รัศมีอำนาจสะท้านฟ้าสะเทือนดินในทันที ทำให้แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์สั่นสะเทือน ท้องฟ้าถูกฉีกออก เผยให้เห็นท้องฟ้าดารา
ยืนอยู่ใต้ท้องฟ้าดารา ข้างหลังคือมหาสมุทรดารา เซียนโบราณที่ราวกับว่าตัวเองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับท้องฟ้าดารา สายตาที่ขุ่นมัวของเขามองไปยังสวี่ชิง เสียงแหบแห้งดังสะท้อนก้องไปในโลก “เซียนคิมหันต์หนุ่ม…”
“ในเมื่อเจ้ารอข้ามานานแล้ว เช่นนั้นวันนี้…ให้ข้าดูซิว่าพลังแท้จริงของเจ้าคู่ควรกับคำพูดของเจ้าหรือไม่!”
ทันทีที่ที่เสียงดังออกมา เซียนโบราณที่มีรูปลักษณ์ผ่านห้วงกาลเวลามาเนิ่นนาน ทั้งคนดูเหมือนคลานออกมาจากสุสาน มือขวาของเขาพลันยกขึ้นชี้ไปยังสวี่ชิง!
ภายใต้การชี้นี้ ธรรมนูญของเขาได้บรรจุไว้ภายในแล้ว
เพียงพริบตา ฟ้าดินเปลี่ยนสี ลมเมฆตลบม้วนทั่วทุกสารทิศ ท้องฟ้าแผ่ระลอกคลื่นรุนแรง ท้องฟ้าดาราก็เปลี่ยนมาลึกซึ้งยิ่งขึ้น
พลังสะท้านฟ้าสะเทือนดินกลุ่มหนึ่งพวยพุ่งขึ้นจากร่างของเซียนโบราณคนนี้ แปรเปลี่ยนเป็นรัศมีอำนาจที่แข็งแกร่งเกินต้านทาน ฝืนบังคับเปลี่ยนแปลงกฎนับไม่ถ้วน สุดท้ายที่ปลายนิ้วของเขา ก็ก่อตัวเป็นหยดน้ำสีฟ้าหยดหนึ่งขึ้นมา!
การปรากฏขึ้นของหยดน้ำหยดนี้ ก็แผ่พลังอำนาจที่น่าหวาดกลัวตื่นตะลึงออกมาทันที บนพื้นดิน ขอเพียงเป็นผู้ที่สัมผัสได้ต่างก็ตกใจ เนื้อตัวสั่นเทาไปทั้งสิ้น ราวกับจะถูกบดขยี้เป็นผุยผง วิญญาณก็เช่นเดียวกัน ราวกับจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
แม้แต่เผ่าพันธุ์ในแดนใหญ่อื่นๆ ที่อยู่ห่างไกลออกไป ร่างกายและวิญญาณก็รู้สึกแบบนี้เช่นเดียวกัน เกิดความรู้สึกว่าหายนะกำลังจะมาถึงตามสัญชาตญาณ
เพราะหยดน้ำหยดนั้น มาจากเซียนคิมหันต์ มีอำนาจเซียน!
อีกทั้งในทันทีที่ปรากฏขึ้น จากการดีดนิ้วเบาๆ ของเซียนโบราณ หยดน้ำหยดนี้ก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างรุนแรง พุ่งตรงไปยังสวี่ชิง!
และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น ทั้งยังทำให้สมองของสรรพชีวิตทั้งหลายในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์มีสายฟ้าฟาดผ่าก็คือ หยดน้ำนี้ในขณะที่พุ่งเข้าหาสวี่ชิงก็เริ่มเพิ่มขึ้นนับเท่าทวี!
ตอนแรกเป็นหยดเดียว เพียงพริบตาก็เป็น 2 หยด จากนั้น 2 ก็กลายเป็น 4 และ 4 กลายเป็น 8…
เวลาเพียงชั่วพริบตา หยดน้ำหยดนั้นก็เพิ่มขึ้นนับไม่ถ้วน ก่อตัวเป็นมหาสมุทรสีฟ้าที่กว้างใหญ่น่าตกตะลึง!
หยดเดียวกลายเป็นมหาสมุทร!
และทะเลหอบม้วนฟ้าดิน ประชิดเข้าใกล้สวี่ชิงทางนั้นอย่างกึกก้องเลื่อนลั่น
ทุกที่ที่ผ่าน มิติแตกสลาย ท้องฟ้าถูกบดบัง ท้องฟ้าดาราก็เข้ามาเสริมพลัง
ทำให้ในมหาสมุทรนี้ แฝงไว้ด้วยแนวคิดของกาลอวกาศ แฝงด้วยคำสัญญาของมิติคู่ขนาน ราวกับว่า…มีทุกสิ่ง!
แสดงออกในระดับขั้น นั่นคือกระแสน้ำขึ้นน้ำลงของทุกกาลอวกาศ
ทะเลนี้ มาจากโลกนับไม่ถ้วน!
นี่คือพลังของเซียนคิมหันต์ แม้ว่าธรรมนูญที่บำเพ็ญจะไม่ใช่กาลอวกาศ แต่เมื่อระดับถึงแล้ว หมื่นวิถีสุดท้ายก็จะกลับสู่ความเป็นหนึ่ง!
ดังนั้นสรรพชีวิตทั้งหลายจึงตกตะลึง
เพราะในสายตาของพวกเขา ไม่มีทะเล!
การโจมตีของเซียนคิมหันต์ ในด้านระดับขั้นได้เหนือกว่าความรู้ความเข้าใจของพวกเขาไปโดยสมบูรณ์แล้ว
แม้แต่จักรพรรดินีทางนั้นก็ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งหมด ทำได้เพียงสัมผัสได้อย่างรางเลือนเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ ในสายตาของเผ่ามนุษย์ในเมืองหลวงตลอดจนสรรพชีวิตในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ สิ่งที่พวกเขาเห็นคือคลื่นวนที่เป็นนามธรรมและซับซ้อนอย่างยิ่งยวด ซ้อนทับกันลูกแล้วลูกเล่า!
มีเพียงนายท่านเจ็ดเท่านั้นที่สามารถมองเห็นทะเลได้อย่างชัดเจน สีหน้าของเขาในเสี้ยวขณะนี้เคร่งขรึมอย่างยิ่ง
แต่จิตใจของสวี่ชิง นับแต่ต้นจนจบก็สงบนิ่งมาโดยตลอด
เขามองไปยังทะเลธรรมนูญของเซียนคิมหันต์ที่ซัดหอบมาราวกับจะทำลายฟ้าดิน จิตใจไม่เกิดระลอกคลื่นอารมณ์ปั่นป่วน ร่างกายก็ได้ไม่ถอยหนี เพียงแค่ยกมือขวาขึ้น กดลงไปข้างหน้า…เบาๆ!
ปลายนิ้วแตะลงบนคลื่นที่ทะลักล้นโหมซัดไม่สิ้นสุดเบื้องหน้าเขา!
ในทันทีที่สัมผัส ในสายตาของสรรพชีวิตทั้งหลายในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ภาพฉากที่เหลือเชื่อก็ปรากฏขึ้น!
คลื่นวนที่เป็นนามธรรมลูกแล้วลูกเล่าบนท้องฟ้า ในขณะที่หมุนวน ก็มีร่องรอยของการแยกตัวออก ราวกับจะละลาย!
จิตใจของนายท่านเจ็ดสั่นสะท้านอย่างรุนแรง สิ่งที่เขามองเห็นแตกต่างออกไปอีก
ในเสี้ยวขณะนี้ เขามองเห็นชัดเจนว่า จากนิ้วมือที่กดลงมาของสวี่ชิง มหาสมุทรสีฟ้าผืนนั้นก็เกิดการฉีกขาด!
ราวกับว่าส่วนที่ประกอบกันภายในนั้นกำลังถูกดึงออกไป!
ความจริงแล้วมันก็เป็นเช่นนั้น!
สวี่ชิงกำลังดึงมันออก!
เขาดึงกาลอวกาศ ดึงมิติคู่ขนานออกก่อน ทำให้มหาสมุทรข้างหน้าผืนนี้ถูกตรึงไว้ มีอยู่ในโลกใบนี้เท่านั้น!
ตัดขาดจากภายนอก!
จากนั้นก็ดึงแนวคิด “นับไม่ถ้วน” ออก ทำให้ “จำนวนนับไม่ถ้วน” กลายเป็น “มีจำนวนจำกัด” การเพิ่มขึ้นก็หยุดลง!
ดังนั้น เพียงพริบตา ในขณะที่นายท่านเจ็ดสูดลมหายใจ เขาก็เห็นว่ามหาสมุทรสีฟ้าที่เดิมทีโหมซัดพลุ่งพล่าน เมื่ออยู่ต่อหน้านิ้วของสวี่ชิงก็ถูกลดทอนการเสริมพลังทั้งหมดออกไป
จากองค์รวมเปลี่ยนให้เป็นปัจเจก!
จากมหาสมุทร ก็กลายเป็นหยดแต่ละหยด…แต่ละหยด!
หยดน้ำเหล่านี้เดิมทีหลอมรวมกัน แต่ตอนนี้ถูกแยกออกจากกัน
ต่อจากนั้น ภาพฉากที่ทำให้เซียนโบราณคนนั้นต้องหวั่นไหวก็ปรากฏขึ้น
การเปลี่ยนแปลงของมหาสมุทรยังคงดำเนินต่อไป หลังจากกลายเป็นหยดน้ำแต่ละหยดแล้ว หยดน้ำเหล่านั้น…ก็ถูกดึงสิ่งค้ำจุนออกไปทันที!
ไม่เป็นหยดน้ำแต่ละหยด…แต่ละหยด อีกต่อไป แต่กลายเป็น…แต่ละแผ่น…แต่ละแผ่น!
เพราะ ครั้งนี้สิ่งที่สวี่ชิงดึงออกไปคือความสูงของพวกมัน!
ทำให้หยดน้ำ สูญเสียแนวคิดของความสูงไป
กลายเป็นภาพวาดที่สวี่ชิงเคยเห็นในโลกชั้นที่ 2 ในตำหนักเซียนแสงเรืองรองเมื่อคราวนั้น!
แต่การเปลี่ยนแปลงก็ยังคงดำเนินต่อไป!
หยดน้ำแต่ละแผ่น…แต่ละแผ่น เหล่านั้นเปลี่ยนไปอีกครั้ง ครั้งนี้กลายเป็นเส้นๆ
สุดท้าย เมื่อตกลงข้างหน้าสวี่ชิง ก็กลายเป็นจุดแต่ละจุด…แต่ละจุด ทันทีที่สัมผัสกับร่างกายของเขาก็มอดดับและสลายไป
ไม่หลงเหลืออยู่เลย
ทุกอย่างนี้พูดแล้วยาวนาน แต่ความจริงแล้วเพียงชั่วเสี้ยวพริบตา มหาสมุทรก็กลายเป็นความว่างเปล่า
และสรรพชีวิตทั้งหลายมองไม่เข้าใจ มีเพียงนายท่านเจ็ดเท่านั้นที่เข้าใจ ดูเหมือนเซียนโบราณสร้างน้ำหยดหนึ่งขึ้นมา แปรเปลี่ยนกลายเป็นมหาสมุทรผืนหนึ่ง แต่การสัมผัสกันของธรรมนูญ อันตรายและความเสี่ยงที่แฝงอยู่ภายใน มักจะเป็นความเป็นตายเพียงเสี้ยวพริบตาเท่านั้น
แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่มั่นใจเต็มที่ว่าจะสามารถรับมือได้อย่างสมบูรณ์
ยิ่งเข้าใจว่าหากก่อนหน้านี้สวี่ชิงไม่อาจต่อกรได้ เช่นนั้น ตอนนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทร กลายเป็นหยดน้ำไปแล้ว
และยิ่งเข้าใจ จิตใจของเขาก็ยิ่งเกิดระลอกคคลื่นอารมณ์รุนแรง
เพราะธรรมนูญที่สวี่ชิงใช้ในการสลายทะเลนี้…เขาไม่อาจมองได้ทะลุ!
แม้แต่เซียนโบราณเองก็รูม่านตาหดเล็กไปเช่นกัน ตอนนี้จ้องมองสวี่ชิงอย่างเอาเป็นเอาตาย ราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ เอ่ยเสียงต่ำทุ้ม “ธรรมนูญของเจ้า…”
สวี่ชิงสีหน้าเป็นปกติ ยกฝีเท้าขึ้น เดินไปทางเซียนโบราณทางนั้น เสียงต่ำทุ้มดังสะท้อนก้อง “หากธรรมนูญของเจ้ามีเพียงแนวคิดที่เรียกว่านับไม่ถ้วนแค่นี้ เช่นนั้น…เจ้าก็ตายได้แล้ว!”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1315 แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์สู้กับเซียนโบราณ!"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com