บทที่ 45
บทที่ 45
ฝานฉางอวี้ไม่เข้าใจมาสักพักหนึ่งแล้วจึงถามว่า “ทำไมท่านถึงพูดเช่นนั้น”
อวี๋เฉียนเฉียนวิเคราะห์ให้นางฟัง “นายอำเภอฉกชิงความมั่งคั่งของประชาชน ไม่จำเป็นต้องสมรู้ร่วมคิดกับพวกอันธพาลเพื่อปิดกั้นถนนสู่ตัวเมืองจี้โจว แม้ว่าจะเรื่องจะร้ายแรงก็ตาม คนที่อยู่เหนือนายอำเภอก็จะสามารถปราบปรามพวกเขาได้อย่างง่ายดาย”
“สำหรับการใช้การตายของชายชรากดดันข้า มันเป็นเพียงเพราะความแข็งแกร่งทางการเงินของหออี้เซียง เพราะในบรรดาการค้าที่ร่ำรวยในอำเภอนี้ รากฐานของข้านั้นตื้นเขินและควบคุมได้ง่ายที่สุด ประโยชน์ที่ข้ามักจะมอบให้กับเจ้าหน้าที่เหล่านั้นคือพวกเขายินดีช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาร่วมกัน แต่หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ พวกเขาจะไม่กล้าลุยน้ำที่มีปัญหานี้อย่างแน่นอน ทันทีที่หออี้เซียงพังทลายลง นายอำเภอก็จะหาการค้าที่ร่ำรวยอื่นๆ มาเรียกเก็บเงินทีละอย่าง หากพวกเขาที่ร่ำรวยเหล่านั้นไม่ต้องการสูญเสียเงินทั้งหมดและเข้าคุกเหมือนข้า พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจ่าย”
ทันใดนั้นฝานฉางอวี้ก็เข้าใจโดยพลัน นางตบโต๊ะแล้วพูดว่า “ถ้าเช่นนั้น เราจะต้องสร้างพันธมิตรกับพ่อค้าที่ร่ำรวยในอำเภอชิงผิงโดยเร็ว”
แต่อวี๋เฉียนเฉียนส่ายศีรษะ “เรื่องนี้ต้องได้รับการพิจารณาในระยะยาว ข้าเป็นเพียงคนทำการค้า ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทางการเรียกเก็บภาษีต่อครัวเรือนมากน้อยเพียงใด หากเจ้าไม่ได้บอกว่านายอำเภอโลภมาก ข้าคงไม่คิดลึกซึ้งมากมายขนาดนี้ ท้ายที่สุดแล้ว เขาใส่ร้ายข้า เมื่อเหตุการณ์นี้กระจ่างขึ้น เขาจะทนทุกข์ทรมาน เป็นไปไม่ได้ที่นายอำเภอจะไม่เข้าใจเหตุผล หลังจากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวก็คือเขาตั้งใจที่จะแปรพักตร์เข้าร่วมกับอ๋องกบฎ”
นางหยุดครู่หนึ่งแล้วมองไปที่ฝานฉางอวี้ “มีเพียงผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารเท่านั้นที่รู้ว่ากองทัพต้องการเรียกเก็บอาหารมากแค่ไหน น้องฉางอวี้ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านายอำเภอเก็บภาษีอาหารมากเกินไป”
หลังจากที่ฝานฉางอวี้ให้เหตุผลที่เซี่ยเจิงให้มา นางก็กล่าวเสริมว่า “นายอำเภอปิดทางไปตัวเมืองจี้โจว เขาต้องมีพิรุธแน่ๆ!”
อวี๋เฉียนเฉียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “นอกเหนือจากความจริงที่ว่าถนนของทางการถูกปิดกั้น โดยพื้นฐานแล้วเราสามารถสรุปได้ว่านายอำเภอมีเจตนาทรยศ แต่ตราบใดที่นายอำเภอปฏิเสธที่จะยอมรับเรื่องโจรและการปิดถนนนั้น เราก็ไม่มีหลักฐานที่จะระบุตัวเขาได้จึงไม่สามารถโน้มน้าวประชาชนได้ สิ่งเดียวที่สามารถระบุถึงตัวนายอำเภอได้คือคำสั่งเก็บภาษีอาหารปีนี้มากกว่าเมื่อก่อน ซึ่งทางการจี้โจวจะไม่บังคับให้ประชาชนทำสิ่งนี้ก็ไม่สามารถบอกได้แน่ๆ แต่มันไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการระบุถึงนายอำเภอได้ ท้ายที่สุดหุยโจวเพิ่งแพ้สงครามและไม่มีใครรู้ว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้นคิดอะไรอยู่”
เมื่อฝานฉางอวี้ฟังการวิเคราะห์ของเซี่ยเจิง นางรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นสมเหตุสมผลมาก ตอนนี้เมื่อนางได้ยินสิ่งที่อวี๋เฉียนเฉียนพูด นางก็รู้สึกว่าสิ่งที่อวี๋เฉียนเฉียนพูดก็ถูกต้องเช่นกัน
นางคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับคำพูดของเซี่ยเจิงและอวี๋เฉียนเฉียนและทันใดนั้นนางก็รู้สึกถึงความรู้สึกแปลกๆ ในใจของนาง
อวี๋เฉียนเฉียนกล่าวว่ามีเพียงผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารเท่านั้นที่รู้ว่ากองทัพจะเก็บอาหารมากเพียงใด แต่เมื่อเหยียนเจิ้งพูดเช่นนั้น ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าทางการจะเก็บอาหารมากเพียงใด
ประการที่สองอวี๋เฉียนเฉียนกังวลว่าเจ้าหน้าที่ของจี้โจวอาจจะไม่ใส่ใจชีวิตของผู้คนเพื่อต่อสู้กับสงคราม แต่เหยียนเจิ้งมั่นใจมากว่าจี้โจวจะไม่บังคับให้ผู้คนตกอยู่ในสถานการณ์นี้
เป็นเพราะอวี๋เฉียนเฉียนทำการค้ามาหลายปีจึงพิจารณารอบคอบมากกว่าทุกสิ่ง และประสบการณ์ของเซี่นเจิงไม่ดีเท่าอวี๋เฉียนเฉียน ดังนั้นเขาจึงมีความคาดหวังสูงต่อทางการเช่นนั้นหรือ
เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงที่อยู่ตรงหน้านาง ดูเหมือนว่าสิ่งที่เหยียนเจิ้งพูดนั้นถูกต้อง ภาษีอาหารที่จี้โจวร้องขอนั้นไม่มากเท่ากับที่นายอำเภอรวบรวมไว้
นางขมวดคิ้วและคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ คิ้วของนางเกือบจะชนกัน
อวี๋เฉียนเฉียนเห็นดังนั้นและคิดว่านางกำลังพยายามหาวิธีเอาผิดนายอำเภอ จึงปลอบใจนางและพูดว่า “น้องฉางอวี้ ไม่ต้องกังวล ข้าจะใช้เวลากับตัวเองเพื่อหาทางออกเรื่องหออี้เซียง”
เช่นเดียวกับที่นายอำเภอใช้ชายชราที่เสียชีวิตสาดน้ำสกปรกใส่หออี้เซียง เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการให้อวี๋เฉียนเฉียนเข้าไปนอนในคุก
ฝานฉางอวี้เม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า “ถ้าเช่นนั้น ที่ปรึกษาเหอเขาก็เป็นไอ้สารเลวของนายอำเภอ เป็นที่ปรึกษาเหอที่จ้างคนมาสาดน้ำสกปรกใส่ท่าน ข้าคิดว่าเขาคงจะรู้ว่าจริงๆ แล้วจี้โจวต้องการเสบียงทหารมากแค่ไหน ทำไมเราไม่มาเริ่มกันที่ที่ปรึกษาเหอล่ะ?”
อวี๋เฉียนเฉียนสับสน “จะทำได้อย่างไร?”
ฝานฉางอวี้กล่าวว่า “ใช้ไม้ตีเขา จับเขาใส่กระสอบ แล้วลากเขากลับไปที่หออี้เซียงเพื่อสอบปากคำ ท่านคิดว่ายังไง”
อวี๋เฉียนเฉียนมองไปที่หญิงสาวที่ซื่อสัตย์และมีเสน่ห์ตรงหน้านาง นางไม่น่าเชื่อว่าคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของนาง
เมื่อคิดว่านางเพิ่งใช้วิธีนี้เพื่อช่วยจัดการกับพวกอันธพาลไม่กี่คน ความตกใจเล็กน้อยในใจนางก็ลดลงเล็กน้อย
นางคิดเกี่ยวกับมันอย่างรอบคอบ พยักหน้าและพูดว่า “นั่นคือทั้งหมดที่ทำได้ มาลองรักษาม้าตายเหมือนม้าเป็นกันเถิด[1]”
นางมองไปที่ฝานฉางอวี้และพูดว่า “แต่เจ้าอย่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ข้าจะจ้างคนมาทำ นายอำเภอกำลังรับเงินส่วนใหญ่ในขณะนี้จากพ่อค้าที่ร่ำรวยของอำเภอชิงผิง หากเรื่องอื้อฉาวถูกเปิดเผย และถูกตัดสินว่ามีความผิด เจ้าจะต้องมีส่วนพัวพันอย่างช่วยไม่ได้ รวมถึงสามีและน้องสาวของเจ้าด้วย”
ฝานฉางอวี้กำลังโต้กลับ แต่นางกลืนครึ่งคำหลังลงไปเพราะอวี๋เฉียนเฉียน
นางไม่เกรงกลัวก็จริง แต่เมื่อฉางหนิงเข้ามาเกี่ยวข้อง นางก็ไม่กล้าที่จะดำเนินการโดยประมาท
หากมีอะไรเกิดขึ้นกับนาง ฉางหนิงคงจะทำอะไรไม่ถูกถ้าต้องอยู่บนโลกนี้ตัวคนเดียว
และเหยียนเจิ้ง เหยียนเจิ้งกำลังจะไป และเขาไม่สามารถโดนฟ้องร้องเช่นนี้ได้เพราะนาง
ฝานฉางอวี้ทำได้เพียงพูดในตอนท้าย “ถ้าเช่นนั้น เจ้าของร้านมีอะไรที่ข้าช่วยได้อีกไหม?”
อวี๋เฉียนเฉียนยิ้มให้นาง “เจ้าให้คำแนะนำข้ามากมาย มันไม่นับว่าเป็นการช่วยเหลือข้าแล้วหรอกเหรอ? จากนี้ไปอย่าเรียกข้าว่าเจ้าของร้านอีก มันฟังดูแปลกๆ แม้ว่าข้าจะอายุมากกว่าเจ้าหกเจ็ดปีแต่อย่าเรียกข้าด้วยคำที่ฟังดูมีอายุเช่นนั้นเลย เรียกข้าว่าเฉียนเฉียนเถอะ”
ฝานฉางอวี้รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าอวี๋เฉียนเฉียนปฏิบัติต่อนางอย่างใกล้ชิดมากกว่าเมื่อก่อน และนางก็ไม่ได้ยึดติดกับการเรียกมากนัก ดังนั้นนางจึงพูดทันที “เฉียนเฉียน”
อวี๋เฉียนเฉียนยิ้มจนไปถึงดวงตาและกล่าวเสริมว่า “ข้าได้ยินมาว่าเจ้านำหมูตุ๋นมา แต่วันนี้ไม่สามารถขายในหออี้เซียงของข้าได้อีกแล้ว น่าเสียดายที่จะให้มันเสียไปเปล่าๆ เจ้าส่งมันไปที่ร้านอาหารจุ้ยหลี่ ข้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าของร้านที่นั่น และวันนี้เขามีงานเลี้ยงพิเศษ เขาจะได้ใช้หมูตุ๋นของเจ้า”
ขณะที่นางพูดเช่นนี้ นางก็เรียกเสี่ยวเอ้อร์ในหออี้เซียงและบอกให้เขาพาฝานฉางอวี้ไปที่ร้านอาหารจุ้ยหลี่ นางยังจะจ่ายเงินค่าหมูตุ๋นกับฝานฉางอวี้ “ข้าจะจ่ายเงินให้เจ้าแทนเจ้าของร้านอาหารจุ้ยหลี่ก่อน แล้วข้าค่อยไปหารือกับเขาภายหลัง”
ฝานฉางอวี้ปฏิเสธ “ท่านจัดการเรื่องในหออี้เซียงก่อนเถิด เรื่องของร้านอาหารจุ้ยหลี่ค่อยจ่ายเงินให้ข้าภายหลัง”
อวี๋เฉียนเฉียนวางถุงเงินไว้ในมือ “รับไปเถิด ถ้าหออี้เซียงของข้าไม่รอด ข้าอาจต้องพาเป่าเอ๋อร์ไปที่บ้านของเจ้าเพื่อขออาศัยอยู่สักสองวัน และข้าไม่อยากติดหนี้เจ้า”
เมื่อนางพูดเช่นนั้น ฝานฉางอวี้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับมัน
หลังจากส่งหมูตุ๋นไปที่ร้านอาหารจุ้ยหลี่แล้ว ฝานฉางอวี้ก็ไปส่งคนของหออี้เซียง หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน นางก็ตัดสินใจไปที่บ้านของเจ้าหน้าที่หวัง
ไม่ใช่ว่านางมาขอให้เจ้าหน้าที่หวังช่วยอวี๋เฉียนเฉียน ฝานฉางอวี้รู้ว่าเจ้าหน้าที่หวังเป็นคนตรงไปตรงมา หากนายอำเภอสั่งให้เจ้าหน้าที่หวังทำสิ่งที่อุกอาจ เป็นตัวแทนของเขาทำสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล เจ้าหน้าที่หวังไม่สามารถตอบโต้ได้ และกลัวว่าเขาจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออย่างรู้สึกผิด
ถ้าเขาถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏอีกครั้ง มันจะเลวร้ายยิ่งกว่าการสูญเสียทุกอย่างอีก
ฝานฉางอวี้เคาะประตูบ้านของเจ้าหน้าที่หวัง ผู้หญิงที่เปิดประตูยังคงเป็นคนเดิม แต่เมื่อนางเห็นฝานฉางอวี้ นางก็ดูไม่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อน นางมีสีหน้าเศร้า “เป็นแม่นางสกุลฝานนี่เอง”
ฝานฉางอวี้ถามว่า “เจ้าหน้าที่หวังอยู่ที่บ้านหรือเปล่าเจ้าคะ”
หญิงชราตอบว่า “อยู่”
จากนั้นนางก็พาฝานฉางอวี้เข้าไปในบ้าน เจ้าหน้าที่หวังและฮูหยินของเขาอยู่ในห้องหลักทั้งคู่ นางสงสัยว่ามันเป็นภาพลวงตาของตัวเองหรือไม่ แต่นางก็รู้สึกอยู่เสมอว่าเจ้าหน้าที่หวังดูเหมือนจะหดหู่และไม่กล้าหาญเหมือนเมื่อก่อน
ฮูหยินหวังยิ้มและทักทายนางให้นั่งลง “ฉางอวี้มาแล้ว เจ้าเจอปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
ฝานฉางอวี้ส่ายศีรษะแล้วพูดว่า “ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้ามาที่นี่เพื่อถามลุงหวังเกี่ยวกับเรื่องของทางการ”
ทันใดนั้นใบหน้าของฮูหยินหวังก็แสดงความสับสน “ลุงหวังของเจ้า……เกรงว่าจะช่วยเจ้าไม่ได้ เขาไม่ได้ทำงานในอำเภออีกต่อไปแล้ว”
ฝานฉางอวี้ตกใจ “ตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าคะ?”
ฮูหยินหวังถอนหายใจ “ในวันที่สองของปีใหม่ เมื่อลุงของเจ้าไปปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอ พวกเขาก็บอกว่าลุงหวังของเจ้าไม่ต้องมาที่นี่อีกแล้ว เพราะเขาล้มเหลวในการสืบสวนคดีฆาตกรรมแผนที่สมบัติ และทุกคนที่ติดตามลุงของเจ้าก็ถูกแทนที่เช่นกัน นายอำเภอกำลังจะถูกย้ายแล้ว ช่วงนี้เขาจึงเงียบ แต่สุดท้ายผลก็ออกมาเป็นแบบนี้”
เปลือกตาของฝานฉางอวี้กระตุกเมื่อได้ยินสิ่งนี้ เห็นได้ชัดว่านายอำเภอรู้นิสัยของเจ้าหน้าที่หวัง และกลัวว่าเจ้าหน้าที่หวังจะทำอะไรขัดผลประโยขน์ เขาจึงไล่เจ้าหน้าที่หวังออก
นางถามว่า “ลุงหวัง ทราบหรือไม่ว่าเจ้าหน้าที่ของทางการที่อำเภอจ้างอยู่ในปัจจุบันนั้นมาจากที่ไหนเจ้าคะ”
เจ้าหน้าที่หวังส่ายศีรษะและพูดว่า “ข้าไม่ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ข้าได้ยินมาว่าพวกเขาทั้งหมดล้วนมีฝีมือการต่อสู้ที่เป็นเลิศ”
ฝานฉางอวี้เม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า “คนเหล่านั้นอาจเป็นโจร”
คำพูดเหล่านี้ทำให้เจ้าหน้าหวังและภรรยาของเขาตกตะลึง
ฮูหยินหวังเป็นคนแรกที่โต้ตอบและพูดด้วยรอยยิ้ม “ทำไมเด็กคนนี้ถึงพูดเรื่องไร้สาระ?”
ฝานฉางอวี้ดูเคร่งขรึม “ท่านป้า ข้าไม่ได้พูดไร้สาระ นายอำเภอสมรู้ร่วมคิดกับพวกโจรเพื่อปิดถนนหลักของทางการ และยังใช้อาหารของกองทัพเพื่อความมั่งคั่งของตนเอง ตอนนี้เขากำลังวางแผนยึดการค้าที่ร่ำรวยของอำเภอชิงผิง เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการเงินไปแปรพักต์กับพวกอ๋องกบฏ”
หลังจากที่นางพูดจบ ทั้งห้องก็เงียบมากจนได้ยินเสียงเข็มหล่น
เจ้าหน้าที่หวังตกใจมากจนไม่สามารถขยับได้เป็นเวลานาน และได้แต่พูดว่า “นี่……นี่จะเป็นไปได้ยังไง?”
ฝานฉางอวี้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับอวี๋เฉียนเฉียน “เขาไม่ได้บังคับให้เจ้าของร้านของหออี้เซียงจ่ายเงิน แต่เขาต้องการเงินทั้งหมดของหออี้เซียง เขายังปิดเส้นทางไปยังตัวเมืองจี้โจวด้วย”
เจ้าหน้าที่หวังเชื่ออย่างนั้นจริงๆ แต่ข่าวนี้น่าตกใจเกินไป และเขายังคงพยายามโน้มน้าวตัวเอง “บางทีการปิดถนนอาจเป็นเพียงเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าของร้านอวี้ไปที่เมืองจี้โจวเพื่อฟ้องร้องเขา”
เมื่อฝานฉางอวี้เห็นเช่นนี้ นางก็ตระหนักได้ว่าความกังวลของอวี๋เฉียนเฉียนนั้นสมเหตุสมผล ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด และสามารถเดาได้จากเบาะแสบางอย่างเท่านั้น แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมีความสงสัยในใจ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะเข้าข้างใครง่ายๆ เพราะไม่มีหลักฐานที่หักล้างได้
นางจำคำสั่งรวบรวมเสบียงที่อวี๋เฉียนเฉียนพูดถึงได้และพูดว่า “ลุงหวัง ท่านเคยเห็นคำสั่งรวบรวมเสบียงอาหารที่ส่งจากจี้โจวไปยังอำเภอชิงผิงหรือไม่ หากจำนวนเสบียงทหารที่นายอำเภอรวบรวมไว้ไม่สอดคล้องกับคำขอรวบรวมอาหาร คำสั่งนี้จะเป็นข้อพิสูจน์ที่หักล้างได้”
เจ้าหน้าที่หวังส่ายศีรษะแล้วพูดว่า “ข้าไม่เคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อน หลังจากที่นายอำเภอและที่ปรึกษาดูมันแล้ว พวกเขาก็สั่งพี่น้องด้านล่างให้รวบรวมเสบียงโดยตรง อย่างไรก็ตามเอกสารทั้งหมดจะถูกรวบรวมไว้ในห้องเก็บเอกสารของอำเภอ ข้าไม่ได้ดูแลเอกสาร แต่ยังคงมีมิตรภาพกับหัวหน้านายทะเบียนอยู่บ้าง และเขาน่าจะเห็นคำสั่งรวบรวมเสบียงในเอกสาร”
หัวใจของฝานฉางอวี้เต้นแรงเมื่อได้ยินสิ่งนี้ และฝ่ามือของนางก็เหงื่อออกโดยไม่รู้ตัว “เช่นนั้น เราไปหาเขาดีไหมเจ้าคะ?”
ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่หวังที่จัดการคดีมาหลายปีแล้วและมีจิตใจที่รอบคอบกว่าเขาพูดว่า “เราไม่สามารถแหวกหญ้าให้งูตื่นได้ ข้าถูกไล่ออกจากตำแหน่งแล้วหากไปที่บ้านของนายทะเบียนหลิวตอนนี้ หากนายอำเภอมีเจตนาร้ายจริงๆ เกรงว่าจะมีคนส่งข่าวถึงนายอำเภอ ตั้งแต่ตอนที่ข้าไปถึงบ้านนายทะเบียนหลิวแล้ว”
จู่ๆ ฮูหยินหวังก็พูดว่า “ปีนี้ข้ายังไม่ได้ไปบ้านสกุลหลิวเพื่ออวยพรปีใหม่เลย นี่ต้องมีเหตุผลด้วยหรอ? นี่ก็เกือบจะเที่ยงแล้ว เจ้าเฒ่า เจ้ารออยู่ที่บ้านนี่แหละ ข้าจะพาฉางอวี้ไปอวยพรปีใหม่ที่บ้านสกุลหลิว ข้าจะไม่ให้นายอำเภอได้เบาะแสใดๆ เด็ดขาด”
เจ้าหน้าที่หวังพยักหน้า “วิธีนี้เป็นไปได้”
ฮูหยินหวังเลือกของขวัญปีใหม่สองสามชิ้นและพาฝานฉางอวี้ไปที่บ้านของนายทะเบียนหลิว
หลังจากได้ยินคำอธิบายเกี่ยวกับจุดประสงค์ของพวกเขา นายทะเบียนหลิวก็ตกใจเช่นกัน แล้วพูดว่า “มีเอกสารจากเมืองจี้โจวจริงๆ ที่จะขอปันส่วนทางทหาร แต่ข้าไม่เคยเห็นเอกสารนั้นเลย คำสั่งขอรวบรวมอาหารจะถูกเก็บไว้ที่นายอำเภอเสมอ”
นายอำเภอยังคงถือเอกสารดังกล่าวและปฏิเสธที่จะยื่นเอกสารดังกล่าวให้กับนายทะเบียนหลิวเก็บไว้ ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าพิสูจน์ให้เห็นถึงความไม่เต็มใจของนายอำเภอ
ฝานฉางอวี้และฮูหยินหวังออกจากสกุลหลิวและเดินกลับไปด้วยใบหน้าที่เป็นกังวล
หากไม่มีเอกสารรวบรวมเสบียงอาหาร ความหวังทั้งหมดย่อมต้องฝากไว้ที่ที่ปรึกษาเหอเท่านั้น
ฮูหยินหวังกล่าวอย่างเศร้าใจ “โธ่ สวรรค์ นายอำเภอใจคดเอาเงินและข้าวของประชาชนไปกบฏแปรพักตร์ ชาวนาจะอยู่อย่างไร ถ้าพวกเขาโดนปล้นธัญพืชไปหมด”
ฝานฉางอวี้เหลือบมองดวงอาทิตย์และสงสัยว่าอวี๋เฉียนเฉียนและคนของนางจับตัวที่ปรึกษาเหอได้หรือไม่
ทันทีที่ความคิดนี้เข้ามาในใจนาง ความคิดอื่นก็วิ่งเข้ามาในจิตใจของนางทันที
นางมองไปที่ฮูหยินหวังแล้วพูดว่า “ท่านป้าเจ้าคะ ทำไมพวกเราไม่ลักพาตัวนายอำเภอล่ะ?”
ร่องรอยสีแดงในดวงตาของฮูหยินหวังไม่ได้จางหายไป นางมองดูหญิงสาวที่ประพฤติตัวดีตรงหน้าแล้วอ้าปากค้าง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเป็นเวลานาน
[1] รักษาม้าตายเหมือนม้าเป็น - เปรียบเทียบเรื่องที่รู้ชัดว่าไม่มีความหวังแล้ว แต่ยังมีความหวังเลือนราง ลองพยายามเต็มที่ มักใช้หมายถึงความพยายามครั้งสุดท้าย
Comments for chapter "บทที่ 45"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com