11. การดูแล
11. การดูแล
ริมฝีปากหลงเยว่หงสั่นระริกขณะที่เขาพูดค่อนแคะตัวเอง
“ผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ถูกเลือกหรอก แต่เป็นคนดวงกุดต่างหาก”
เขาพูดเบาๆ และไม่ได้พูดซ้ำ เจี่ยงไป๋เหมียนเอียงคอเล็กน้อยเพื่อพยายามจะฟังว่าเขาพูดอะไร แต่ก็ฟังไม่ออก
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เจี่ยงไป๋เหมียนก็ไม่ได้บอกให้เขาพูดซ้ำ เธอยิ้มพลางพูด
“เราจะฝึกฝนกันทุกรูปแบบ รวมทั้งหมดนี้แต่ไม่ได้จำกัดเพียงแค่นี้ ทั้งเรื่องยิงปืน ต่อสู้ประชิด เอาชีวิตรอดในแดนร้าง และอุปกรณ์เกราะเสริมแรงกับชุดเกราะไบโอนิกสมองกล
“หากใครทำผลงานได้ไม่ดีหรือคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ ฉันจะไล่ออกจากทีมสำรวจเก่า ให้เปลี่ยนงานไปซะ”
ดวงตาหลงเยว่หงวูบไหว ความคับข้องใจมลายหายไป
“แต่ว่า” เจี่ยงไป๋เหมียนตั้งใจไม่มองเขา แต่กลับหันไปทางซางเจี้ยนเย่าแทน “ถ้าใครจงใจเป็นตัวถ่วงตอนฝึก และไม่ทำให้เต็มที่ ฉันจะเขียนกำกับลงไปในใบประวัติไว้ด้วย พวกนายคงรู้ชัดเจนนะว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง”
พนักงานบริษัทนั้นถ้าถูกติดดาวดำลงในประวัติงานแล้ว งานที่จะถูกจัดให้บรรจุในครั้งต่อไปจะเป็นงานที่ไม่ค่อยดีนัก และถ้าได้สามดาวดำเมื่อไหร่ก็จะถูกเนรเทศออกไปอยู่แดนธุลี
ซางเจี้ยนเย่าไม่ได้มองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของหลงเยว่หง เขาพูดอย่างจริงจัง
“ถ้าผ่านการฝึกไม่ได้ ย่อมไม่มีคุณสมบัติที่จะไปช่วยโลกครับ”
ไป๋เฉินที่นั่งบนโซฟาอดเหลือบมองชายหนุ่มอีกครั้งไม่ได้ สงสัยว่าอีกฝ่ายนั้นมีปัญหาทางสมองหรือเปล่า
แม้ว่าซางเจี้ยนเย่าจะเข้ากับสุนทรียภาพของเธอ แต่เธอก็ยังตั้งใจพูดเตือนเจี่ยงไป๋เหมียน
“หัวหน้า หลังจบคอร์สฝึกฝนแล้ว จะให้ดีเราน่าจะไปประเมินสภาพร่างกายและสภาวะจิตใจกันนะ ในแดนธุลีเนี่ยมีสารพัดเรื่องที่จะทำให้มนุษย์เกิดความผิดปกติทางจิต ซึ่งจะเป็นปัญหาอย่างมาก เราต้องกำจัดภัยที่แฝงอยู่ซะตั้งแต่ต้นลม”
“เป็นคำแนะนำที่ดี” เจี่ยงไป๋เหมียนดีดนิ้ว “แต่ปัญหาก็คือเธอช่วยพูดดังกว่านี้หน่อยได้ไหม ฉันได้ยินไม่ค่อยชัดเท่าไหร่”
“ค่ะ หัวหน้า!” ไป๋เฉินตอบเสียงดังด้วยเสียงที่แหบของเธอ
เจี่ยงไป๋เหมียนพยักหน้าอย่างพอใจแล้วพูดต่อ
“สรุปก็คือใครที่จบหลักสูตรฝึกฝนและผ่านการตรวจสอบของฉันได้ จะมีโอกาสสูงที่จะรอดชีวิตจากภารกิจในภายภาคหน้า ส่วนใครที่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ ฉันจะไม่ปล่อยให้ทำงานอยู่ในทีมสำรวจเก่าแล้วต้องไปเผชิญหน้ากับอันตรายที่รับมือไม่ไหว สำหรับบริษัทแล้วทุกแรงงานล้วนมีคุณค่า ดังนั้นตราบใดที่ยังมีคุณค่าอยู่ บริษัทก็จะไม่ปล่อยทิ้งให้เสียของเด็ดขาด”
“เฮ่อ…” หลงเยว่หงโล่งใจ ไม่รู้สึกหวาดกลัวและกดดันอีกต่อไป
เขาอยากจะตอบกลับ แต่กลับรู้สึกว่าประโยคสุดท้ายของหัวหน้าทีมนั้นฟังดูแปลกๆ และทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดอยู่ลึกๆ
ไป๋เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย เริ่มสงสัยว่าหัวหน้าทีมจะเป็นเหมือนซางเจี้ยนเย่า คือมีปัญหาทางจิตนิดหน่อย
ทำไมถึงเอาเรื่องจริงมาพูดกันต่อหน้าแบบนี้ล่ะ?
แปะ! แปะ! แปะ!
ซางเจี้ยนเย่าตบมืออย่างกระตือรือร้น
“พูดดีมากครับ!”
เจี่ยงไป๋เหมียนยิ้มแข็งค้าง ก่อนพูดว่า
“ซางเจี้ยนเย่า ฉันว่าการแสดงออกของนายไม่ค่อยเหมือนคนปกติทั่วไปนะ นายจะอยู่ทีมสำรวจเก่าไหวเหรอ?
“แล้วไม่ดีเหรอครับ? ตอนที่ทุกคนกำลังเศร้า หดหู่ และสิ้นหวัง แต่ก็ยังมีอีกคนที่ยังยิ้มได้ มีกำลังใจความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม และพยายามสร้างความบันเทิงเพื่อเพิ่มกำลังใจให้คนอื่น” ซางเจี้ยนเย่ายิ้ม
เจี่ยงไป๋เหมียนแปลกใจเล็กน้อย
“คราวนี้คำพูดนายฟังปกติล่ะ”
“ผมก็ปกติมาตลอดแหละ” ซางเจี้ยนเย่าตอบ นั่งตัวตรง
เจี่ยงไป๋เหมียนรับคำแล้วก็พูดด้วยรอยยิ้ม
“งั้นนายจะสร้างความบันเทิงให้คนอื่นยังไง?”
ซางเจี้ยนเย่าคิดอยู่อึดใจแล้วตอบ
“เต้นระบำฮาวาย”
“…ไว้จะรอดูละกัน” เจี่ยงไป๋เหมียนตอบพอเป็นพิธี “เออ ใช่ นายไปหัดมาจากไหนน่ะ?”
“จากการแสดงสิ้นปีของ ‘แผนกนันทนาการ’ ครับ” ซางเจี้ยนเย่าตอบเรียบๆ
“ว้า ฉันไม่ได้ดูน่ะ” เจี่ยงไป๋เหมียนตบมือเบาๆ
ในใจไป๋เฉินเต้นระรัวเมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่
เริ่มรู้สึกว่าคิดผิดหรือเปล่านะที่มาเข้าทีมนี้
เธอมองกวาดไปแล้วเห็นสีหน้าของหลงเยว่หงที่สับสนปนสงสัยเช่นกัน
นอกจากฉันแล้ว คนที่ยังเป็นปกติที่สุดในกลุ่มนี้ก็คือตาทึ่มตาขาวคนนี้น่ะเหรอ? ไป๋เฉินดึงผ้าพันคอขึ้นเหมือนอยากจะซุกหน้าไว้ในนั้น
หลังจากพูดคุยเรื่องการแสดงของวันส่งท้ายปีเมื่อปีที่แล้ว เจี่ยงไป๋เหมียนก็พลิกมือเพื่อมองดูนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์เรือนสีดำที่ผูกไว้บนข้อมือ
“ตอนนี้สายมากแล้ว ยังมีการฝึกซ้อมต่ออีก งั้นฉันจะพูดสั้นๆ ล่ะนะ”
พอเห็นซางเจี้ยนเย่า หลงเยว่หง และไป๋เฉิน ทั้งหมดล้วนมองนาฬิกาบนข้อมือเธอ เจี่ยงไป๋เหมียนก็โบกมือพูด
“ฉันเอาเนื้อวัวย่างถั่วเหลือง 2 กระป๋องไปแลกเจ้านี่มาจากคนเร่ร่อนในแดนร้างน่ะ เขาพกมันมาด้วย ตอนนั้นก็พังแล้วแหละ ยังดีที่ฉันรู้จักกับหัวหน้างานของเขตโรงงาน เลยจ่ายแต้มความร่วมมือเพื่อหาวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยซ่อมให้น่ะ”
“ฮ่าๆ อย่าอิจฉาเลยน่า พวกนายก็มีโอกาสแบบนี้เหมือนกันนั่นแหละ ตราบใดที่พวกนายออกจากบริษัทไปแดนธุลี จะมีโอกาสเยอะแยะที่จะไปคุ้ยเก็บขยะ ถูกไหม ไป๋เฉิน? ฉันจำได้ว่าสมัยก่อนเธอเป็นนักคุ้ยขยะใช่ไหมล่ะ?”
หัวหน้า ได้โปรดอย่าใช้คำพูดแสลงหูแบบนั้นได้ไหม… ไป๋เฉินอ้าปากแต่ก็ทำได้แค่เพียงถอนใจเบาๆ
“นักล่าซากอารยะ
“แต่จะว่าไปแล้วฉันก็ไม่ได้เป็นนักล่าซากอารยะจริงๆ หรอก ฉันแทบไม่เคยเข้าไปในส่วนลึกของซากเมืองในแดนร้างเท่าไหร่ ที่แบบนั้นอันตรายเกินไป ส่วนใหญ่แล้วในแดนร้างฉันก็เลยทำแค่เก็บพวกชิ้นส่วนของ…”
พอพูดมาถึงท่อนนี้ หญิงสาวร่างเล็กหยุดไปสองวินาทีเพื่อพยายามเค้นหาคำพูดที่ดูดี แต่สุดท้ายก็ได้แต่กัดฟันพูดต่อ
“ขยะ!
“แล้วก็ไปซากเมืองที่เคลียร์พวกสิ่งอันตรายไปเกือบหมดแล้วและอยู่ไม่ไกลนัก มองหาอะไรๆ ที่พวกนักล่าคนอื่นๆ มองข้ามหรือยังหาไม่เจอ จากนั้นก็ขับรถไปนิคมอื่นๆ ในแดนร้างเพื่อแลกเปลี่ยนเสบียง”
ซางเจี้ยนเย่าและหลงเยว่หงพยักหน้าเพื่อแสดงว่าพวกเขาเข้าใจ
ในตำราเรียนที่พวกเขาใช้นั้น มีพูดถึงเรื่องสภาพการณ์ทั่วไปของแดนธุลี เรื่องหนึ่งในนั้นก็มีการแนะนำอาชีพ “นักล่าซากอารยะ” ไว้ด้วย
นี่เป็นอาชีพที่แพร่หลายมากขึ้นหลังการล่มสลายของโลกเก่า เป็นอาชีพที่ตามหาซากปรักหักพังของโลกเก่าเพื่อค้นหาสิ่งของ หนังสือ ข้อมูลเชิงเทคนิค เอกสารที่เกี่ยวข้อง และทรัพยากรต่างๆ เพื่อการอยู่รอด
กลุ่มสมาชิกของนักล่าซากอารยะนั้นค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร มีทั้งนักโบราณวัตถุ นักประวัติศาสตร์ นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ และกลุ่มนักสำรวจจากกองกำลังขนาดใหญ่ แต่ส่วนใหญ่จะทำเพื่อความอยู่รอดโดยการหาพวกสิ่งของจากโบราณสถานแล้วนำไปขายต่อ พวกนี้ส่วนมากจะเป็นโจรแดนร้างที่ทำงานแบบ “พาร์ทไทม์”
หลังจากกลียุคผ่านไปหลายปี เพื่อที่จะจัดระเบียบของการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสิ่งของ รวมถึงการยืนยันความน่าเชื่อถือของกันและกัน นักล่าซากอารยะจึงได้จัดตั้งองค์กรแบบหลวมๆ ขึ้นมา ชื่อว่า “สมาคมนักล่า”
เจี่ยงไป๋เหมียนชมเธอ
“คราวนี้พูดเสียงดังฟังชัดดี”
เธอยิ้มแล้วพูดต่อ
“ที่จริงแล้วมีนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตขึ้นมาใหม่ด้วยนะ เพียงแต่ว่ามีจำนวนจำกัด หาได้แค่ที่ ‘ปฐมนคร’ เท่านั้น
“ว้า ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะมีโอกาสไปที่นั่น”
ปฐมนครนั้นไม่ได้เป็นแค่ชื่อเมือง แต่ยังเป็นชื่อของกองกำลังอีกด้วย ในอดีตนั้นว่ากันว่านี่เป็นเมืองแรกที่มนุษย์สร้างขึ้นบนซากเมืองที่พังพินาศหลังจากที่โลกเก่าถูกทำลาย เป็นเมืองหลวงยุคหลัง และในยุคหลังนี้นี่คือกลุ่มกองกำลังที่มีแสนยานุภาพและประชากรมากที่สุดในแดนธุลี
เมื่อได้ยินชื่อ “ปฐมนคร” สีหน้าไป๋เฉินก็มืดหม่นทันทีราวกับว่าหวนนึกถึงอดีตอันเลวร้าย
เธอไม่ได้ขัดจังหวะเจี่ยงไป๋เหมียน ทำเพียงแค่ห่อตัวลงกับที่พักแขนของโซฟา
เผียะ!
เจี่ยงไป๋เหมียนตบหน้าผากตัวเอง
“วู้ ดูสิ ตะกี้เพิ่งบอกว่าจะพูดสั้นๆ แต่ดันเอาแต่พูดเรื่องไร้สาระซะงั้น
“เอาล่ะ เข้าประเด็นกันซักที! เรื่องของการดูแลที่จะได้รับ
“ซางเจี้ยนเย่า หลงเยว่หง พวกนายจะได้เป็นระดับ D1 ซึ่งก็เหมือนกับงานตำแหน่งอื่นนั่นแหละ จะได้รับ 1,800 คะแนนต่อเดือน แต่จะมีเรื่องอาหารสนับสนุนให้
“อาหารสนับสนุนเป็นแบบนี้ จะมีวันพักเดือนละ 4 วัน วันที่เหลือคือวันฝึกซ้อม ในวันฝึกซ้อมจะได้กินอาหารเช้า เที่ยง และเย็นที่โรงอาหารเล็กๆ ด้านข้าง มีเมนูเนื้อพิเศษให้วันละสองชุด ชุดหนึ่งราคาแค่ 1 แต้มความร่วมมือ จะกินหมดในมื้อเดียวหรือจะแบ่งเป็นสองมื้อก็ตามใจ
“ส่วนในวันพัก 4 วันนั้นจะได้เป็นแต้มความร่วมมือวันละ 25 แต้ม นี่เท่ากับเนื้อหมูดิบครึ่งจินเลย นั่นคือหนึ่งเดือนจะได้รับ 100 คะแนน
“หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือระหว่างที่ยังฝึกกันอยู่ อ่อ ไม่รวมออกภาคสนามนะ พวกนายจะได้รับ 1,900 คะแนนต่อเดือน
“เมื่อพวกนายออกจากบริษัทไปฝึกภาคสนามที่แดนธุลี ไม่เพียงแต่จะได้รับของจำเป็น แต่ยังได้รับเบี้ยเลี้ยงภาคสนามเพิ่มอีก 30 แต้ม ถ้าได้บาดเจ็บ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรักษาตัวจะจ่ายคืนให้หลังจากสำรองจ่ายไปก่อน ถ้าพิการ ทางบริษัทจะผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะชีวภาพเทียมให้ฟรีด้วย
พูดถึงตรงนี้เจี่ยงไป๋เหมียนก็เหลือบมองดูหลงเยว่หง
“กรณีเสียชีวิตจะได้รับคะแนนชดเชยเดือนละ 80 แต้ม
“พูดง่ายๆ คือ ทีมของพวกเราซึ่งมีระดับต่ำกว่า D7 นั้นได้รับการดูแลดีกว่าพนักงานคนอื่นๆ ที่ระดับเดียวกันในแผนกอื่น
“เมื่อพวกนายจบหลักสูตรการอบรมทั้งหมดและผ่านการประเมินคุณสมบัติ ก็จะเลื่อนระดับเป็น D2 ทันที ซึ่งคนอื่นๆ ต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองปี หรือบางทีก็นานกว่านั้นเพื่อจะเลื่อนระดับ
ตอนแรกนั้นหลงเยว่หงรู้สึกห่อเหี่ยวหมดแรง แต่หลังจากฟังแล้วก็รู้สึกดีขึ้นบ้าง
ในภายภาคหน้าถ้าหากว่าเขาสามารถรอดชีวิตจากการออกปฏิบัติภารกิจในช่วงแรกๆ ของทีมสำรวจเก่าได้ เขาอาจจะขึ้นไปถึงระดับ D6 พอถึงตอนนั้นก็สามารถทำเรื่องขอย้ายงานได้
ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็จะเป็นบุคลากรที่มีตำแหน่งสูงสุดในหมู่เพื่อนๆ และมีรายได้มากสุดด้วย ตราบใดที่ไม่ได้ไปพักอยู่ในเขตของพวกผู้จัดการ ไม่ว่าจะไปทางไหนเขาก็สามารถเชิดหน้าชูตาได้
“สำหรับเธอ” เจี่ยงไป๋เหมียนมองไป๋เฉิน “เนื่องจากเธอไม่ได้เป็นพนักงานอย่างเป็นทางการของบริษัท ดังนั้นจะได้รับการดูแลเหมือนเมื่อก่อน แต่ว่าจะได้รับอาหารและเบี้ยเลี้ยงภาคสนามเพิ่ม เมื่อจบหลักสูตรการฝึกฝนและผ่านการประเมินแล้ว ก็จะกลายมาเป็นพนักงานอย่างเป็นทางการ”
สีหน้าของไป๋เฉินผ่อนคลายขึ้น เธอผงกศีรษะเบาๆ เพื่อบ่งบอกว่าเข้าใจแล้ว
เจี่ยงไป๋เหมียนชูมือซ้ายที่งอนิ้วทั้งห้าเป็นกำปั้น
“การฝึกเช้านี้คือการทำความรู้จัก ถอดประกอบ บรรจุกระสุนปืน”
“เราเคยเรียนกันมาแล้วไม่ใช่เหรอ?” หลงเยว่หงโพล่งขึ้น
นี่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในมหาวิทยาลัยมีวิชาภาคบังคับอย่างเช่นการต่อสู้ประชิดและการยิงปืน
เจี่ยงไป๋เหมียนพูดด้วยรอยยิ้ม “นายได้เรียนแค่อาวุธมาตรฐานของบริษัทเท่านั้น
“อีกเดี๋ยวฉัน ไม่สิ ไป๋เฉินจะแนะนำให้พวกนายรู้จักอาวุธสารพัดแบบที่ผลิตโดยกองกำลังอื่นๆ และพวกของจากแดนร้างกับซากปรักที่อื่น
“พวกนายต้องทำความเข้าใจว่าเมื่อออกไปปฏิบัติภารกิจข้างนอก สถานการณ์ที่เราจะเสียอาวุธที่มีหรือไม่สามารถหาอาวุธที่มีประสิทธิภาพได้นั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อเจอแบบนั้น เราจำเป็นต้องซ่อมแซมอะไรก็ตามที่เก็บมาได้ เราจำเป็นต้องใช้อาวุธที่สัมพันธ์กับขนาดกระสุนที่เราเก็บได้ ทุกๆ อาวุธที่เราชำนาญ นั่นจะเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตมากขึ้น [มีหมายเหตุจากผู้เขียนท้ายตอน]
“เอาล่ะ” เธอตบมือ “ไปเปลี่ยนเครื่องแบบที่ห้องแต่งตัว มันอยู่ที่ห้องน้ำเล็กห้องข้างๆ เสร็จแล้วเราจะไปกันที่ห้อง 15”
เธอชี้ไปยังเสื้อผ้าสองสามชุดบนโต๊ะกาแฟ
[หมายเหตุ]
เกราะเสริมแรง ต้นฉบับใช้คำว่า 外骨骼 Exoskeleton ซึ่งหมายถึง รพ หรือ โครงร่างแข็งแรงภายนอก ซึ่งเป็นเสมือนโครงกระดูกภายนอกสำหรับมนุษย์ เป็นคำศัพท์ทางชีววิทยาและนำมาใช้ในแวดวงเทคโนโลยี แต่เนื่องจากคำศัพท์นี้ไม่ได้ใช้กันในภาษาไทยซักเท่าไหร่ เพื่อให้เข้าใจง่ายเลยใช้คำว่า “เกราะเสริมแรง” แทน
ชุดเกราะไบโอนิกสมองกล ต้นฉบับใช้คำว่า 仿生智能盔甲 Artificial Intelligence Bionic Armor ชุดเกราะไบโอนิกที่มีระบบปัญญาประดิษฐ์*]
หมายเหตุจากผู้เขียน
ต่อไปผมจะพูดถึงเฉพาะขนาดลำกล้องปืน (ขนาดลูกกระสุน) เท่านั้น ไม่พูดถึงเรื่องเส้นผ่านศูนย์กลางของปากกระบอกหรือค่าอื่นๆ ไม่อย่างนั้นมันจะซับซ้อนเกินไปและทำให้อ่านยาก แต่ไม่แน่ว่าอาจจะพิจารณาเรื่องนี้ใหม่อีกทีในอนาคต
Comments for chapter "11. การดูแล"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com