30. “การค้า” ขนาดเล็ก
30. “การค้า” ขนาดเล็ก
เจี่ยงไป๋เหมียน ซางเจี้ยนเย่า และคนอื่นๆ ไม่ได้เร่งรัดเถียนเอ้อร์เหอ นั่งเงียบๆ ข้างเตาไฟราวกับว่ากำลังตั้งใจรอกินมื้อเย็น
ผ่านไปสิบวินาที สายตาของเถียนเอ้อร์เหอก็กลับมาปกติอีกครั้ง เขาก้มหน้าสั่นศีรษะ
“ในเมืองมีแต่ซากศพและพวก ‘คนไร้ใจ’ ที่สูญเสียจิตใจไปหมดแล้ว อยู่กันเต็มถนน ไม่ว่าจะเป็นในที่พักหรือร้านค้า
“พวก ‘คนไร้ใจ’ กัดกินซากศพ ปากเปื้อนเลือด ดูราวกับพวกสัตว์ร้ายน่ากลัว พวกมันปีนขึ้นไปบนอาคารสูงๆ ได้ แล้วก็ห้อยโหนเหมือนกับลิง เหวี่ยงตัวลงมาจากที่สูงเกือบสิบเมตรมาโผล่ข้างหลัง พวกมันยังใช้ปืนเป็นอีกด้วย…
“ตอนนั้นพวกเรามีกันแปดคน เมื่อเผชิญกับสถานการณ์แบบนั้น ครึ่งหนึ่งก็ตายลงอย่างรวดเร็ว
“อาจเป็นเพราะตอนนั้นฉันยังเด็ก… ตัวเตี้ย ไม่สะดุดตา ก็เลยไม่ได้ถูกโจมตีในรอบแรก ทำให้รอดมาได้
“พวกเราตื่นตระหนกวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่งเข้าไปสถานีตำรวจแถวนั้น
“ยังโชคดีที่พวก ‘คนไร้ใจ’ ถึงจะยิงปืนเป็น เปลี่ยนกระสุนได้ แต่พวกมันไม่ได้ค้นหาอาวุธ พวกเราเจอทั้งปืนทั้งกระสุน มีไม่น้อยเลย อยู่กับศพในสถานีตำรวจ
เมื่อพูดถึงตอนนี้ เถียนเอ้อร์เหอก็ยิ้มแล้วพูดกับไป๋เฉินและเจี่ยงไป๋เหมียน
“พวกคุณคงคิดว่าพวกเราเข่นฆ่าฝ่าวงล้อมด้วยอาวุธพวกนั้นสินะ?
“ไม่ใช่หรอก พวกเราอาๆ น้าๆ ไม่กี่คนนั่นใช้ปืนกันไม่เป็นหรอก เสียงปืนมีแต่จะยิ่งเรียกพวก ‘คนไร้ใจ’ มารวมกันมากขึ้น
“ตอนนั้นฉันทนไม่ไหวแล้ว ก็เลยร้องไห้
“ยังดี ยังดี ตอนนั้นอาๆ น้าๆ ไม่กี่คนนั่น พวกเขาล้วนมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตรอด แล้วก็ไม่ทิ้งฉันด้วย พวกเราไปกันต่อ จนกระทั่งไปถึงลานจอดรถ
“มีรถออฟโรดจอดอยู่ ประตูเปิดค้างมีกุญแจคาไว้ แต่เจ้าของไม่อยู่แล้ว ฉันคิดว่าเขาคงกลายเป็น ‘คนไร้ใจ’ ไปแล้ว ไม่มีสติไม่มีเหตุผล ทิ้งรถออกไปข้างนอก
“ด้วยรถออฟโรดคันนั้น พวกเราขับชน ‘คนไร้ใจ’ กระเด็น แล้วรีบขับออกไปที่ถนน
“แถวนั้นมี ‘คนไร้ใจ’ อยู่ไม่มากนัก พวกเราเลยมีโอกาส รีบขับหนีออกจากเมือง แถวชานเมืองจะปลอดภัยกว่า”
เถียนเอ้อร์เหอทอดถอนใจ
“ก่อนจะออกจากเมืองคูน้ำ ฉันยังคิดว่าจะกลับบ้าน ไปดูว่าพ่อแม่อยู่บ้านหรือเปล่า แต่สุดท้ายแล้ว ฉันไม่เคยได้เจอพวกเขาอีกเลย”
หลังจากถอนหายใจ เถียนเอ้อร์เหอมองดูหม้อเหล็กที่ค่อยๆ ร้อนขึ้น ก่อนจะเล่าต่อ
“เรากลับทางเดิมที่มา ระหว่างทางก็เก็บรวบรวมเสื้อผ้าอาหารไปด้วย
“พอถึงจุดที่ถนนขาดก็ทิ้งรถไว้ แล้วเดินข้ามมาพร้อมกับข้าวของที่รวบรวมมา หารถได้สองคันเพื่อขับกลับมา
“ด้วยเหตุนี้พวกเราถึงกลับมาเมืองคูน้ำได้
“เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาว การช่วยเหลือจึงล่าช้า พวกเราทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าไม่ต้องสนเรื่องปัญหาอาฟเตอร์ช็อคกันแล้ว เริ่มย้ายไปอาคารหลังที่ยังมีสภาพดีอยู่ ใครจะปล่อยให้ตัวเองหนาวตายกัน ใช่ไหมล่ะ?
“ต้องขอบคุณตรุษจีนที่กำลังจะถึง ทุกบ้านล้วนแต่เตรียมข้าวของเอาไว้พร้อมสรรพ มีอาหารที่ซื้อจากซูเปอร์มาเก็ตเยอะแยะ พวกเราเลยไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารกันตลอดฤดูหนาว
“แต่ก็มีอาๆ น้าๆ บางคนแนะนำว่าการเอาอาหารมาแจกจ่ายแบบที่เราทำอยู่นี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะมันทำให้เราเฉื่อยชาเกียจคร้านและเสียเวลาอันมีค่าไปโดยเปล่าประโยชน์ เขาเสนอว่าให้ใช้แรงงานมาแลกกับอาหาร
“คนส่วนใหญ่เห็นด้วย ดังนั้นก่อนที่จะถึงฤดูใบไม้ผลิเราก็แบ่งอาคารสองสามหลังที่นั่นออกเป็นห้องเล็กหลายๆ ห้อง ซ่อมแซมกำแพงที่พัง ดูแลคลองส่งน้ำในทุ่งนานอกเมือง และสร้างหอจ่ายน้ำสำหรับรดพืชผัก ฝึกใช้อาวุธปืน…
“ในภายหลังก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเรื่องพวกนี้มีความสำคัญมาก ไม่ว่าจะเรื่องรับมือความอดอยาก ป้องกันสัตว์ร้าย โจร และพวก ‘คนไร้ใจ’ พวกนี้ล้วนแต่มีบทบาทสำคัญทั้งนั้น
สายตาของเถียนเอ้อร์เหอเลื่อนลอยอีกครั้ง ราวกับว่าเขากำลังย้อนกลับไปในช่วงปีแห่งการร่วมแรงร่วมใจกัน
เสียงเขาเบาลงเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว
“เมื่ออากาศเริ่มอุ่นขึ้น ฤดูใบไม้ผลิอันหนาวเย็นสิ้นสุดลง ในที่สุดพวกเราก็ยืนยันได้เรื่องหนึ่ง
“ความช่วยเหลือจะไม่มีวันมาถึง…”
เถียนเอ้อร์เหอเงยหน้าขึ้น พยายามฝืนยิ้ม
“เรื่องราวต่อจากนั้นของพวกเรา พวกคุณคงพอเดากันได้
“ไม่มีอะไรมากไปกว่าการใช้ประโยชน์จากช่วงที่ ‘คนไร้ใจ’ จำนวนมากตายลงในช่วงฤดูหนาว ออกไปสำรวจซากปรักของเมืองรอบๆ หลายแห่งเพื่อเก็บรวบรวมอาหาร เสื้อผ้า ปืน กระสุน แบตเตอรี่ และน้ำมันเชื้อเพลิง ในขณะเดียวกันก็จัดตั้งสายการผลิตและพยายามล่าสัตว์ ส่งคนออกไปที่ไกลๆ เพื่อดูว่าเมืองไหนมีคนรอดชีวิตบ้าง
“เป็นไงล่ะ? ยังอยากฟังต่อไหม?”
เจี่ยงไป๋เหมียนพยักหน้าเล็กน้อย
“ฟังสิ!”
พูดเสร็จเธอก็ยิ้มสดใส
“คุณจะเล่าไปกินไปก็ได้นะ พวกเราก็จะฟังไปกินไปเหมือนกัน”
เนื้อตุ๋นในหม้อร้อนเกือบจะได้ที่แล้ว
มาถึงตอนนี้ ซางเจี้ยนเย่าก็ลูบท้องตัวเอง
“ผมไปห้องน้ำก่อนนะ”
“ฉันไปด้วยดิ” หลงเยว่หงยืนขึ้น
“ได้ งั้นไว้รอพวกนายกลับมาก่อน” เจี่ยงไป๋เหมียนเข้าใจสมาชิกทีมทั้งสองคนที่เพิ่งออกมาสู่พื้นโลกเป็นอย่างดี
ตอนที่เธอออกจากบริษัทเข้ามาสู่แดนร้างบึงดำเป็นครั้งแรกนั้น เธอเองก็พยายามอั้นไว้จนกว่าทนจะไม่ไหวจริงๆ ถึงจะออกไปปลดทุกข์ เพราะรู้สึกประดักประเดิดที่จะไปหลบแอบทำธุระส่วนตัวหลังสุมทุมพุ่มไม้ทั้งหลาย
ถ้าแค่ปล่อยเบาก็ยังดี ไม่ได้เสียเวลาซักเท่าไหร่และไม่ได้ส่งกลิ่นกระทบต่อสภาพแวดล้อมนัก ยังไม่ถึงกับทำให้ต้องอับอายขายหน้ามาก ส่วนการปล่อยหนักนั้น… ค่อนข้างจะต้องใช้ความกล้าหาญค่อนข้างมาก
เท่าที่เธอสังเกตดู ตั้งแต่ออกจากบริษัทมา ซางเจี้ยนเย่ากับหลงเยว่หง ยังไม่ได้ปล่อยหนักกันเลย
ซางเจี้ยนเย่ากับหลงเยว่หงเดินไปตามทางที่เถียนเอ้อร์เหอบอก ผ่านบริเวณอาคารที่สร้างระเกะระกะก่อนจะไปถึงห้องน้ำสาธารณะที่เรียงขนานไปกับกำแพงด้านข้าง
ระหว่างทางเขาได้กลิ่นสารพัดผสมปนเปเข้าด้วยกันจนไม่อาจแยกแยะได้ว่าเป็นกลิ่นของอะไร แต่ที่แน่ๆ ก็คือมันไม่ใช่กลิ่นที่น่าดม ต้องพยายามกลั้นหายใจ ไม่อย่างนั้นแล้วของในกระเพาะอาหารคงตีกลับขึ้นมา
ซางเจี้ยนเย่ามองเห็นสมาชิกสองสามครอบครัวรวมตัวกันใช้เตาทำอาหารเพื่อประหยัดถ่าน เห็นบางคนนั่งยองๆ ที่ประตูโดยไม่ได้ถอดเสื้อผ้าที่เลอะโคลน นั่งซดข้าวต้มใสๆ ที่ไม่ค่อยมีเมล็ดข้าวมากนัก เห็นคนป่วยนอนอยู่ในบ้านหลังที่เปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่งนอนครวญครางด้วยความเจ็บปวดก่อนจะขากเสลดใส่กระโถน เห็นแม่อุ้มทารกที่อายุดูยังไงก็ไม่ถึงหนึ่งเดือน ได้แต่ปล่อยให้เด็กฉี่ราดอยู่ตรงนั้นเพราะกลับบ้านไม่ทัน เห็นเด็กตัวเล็กตัวน้อยอายุไม่ถึงสิบขวบช่วยพ่อแม่ก่อไฟทำอาหาร หรือไม่ก็เช็ดเสื้อผ้า…
แล้วพวกเขาก็เดินมาถึงห้องน้ำสาธารณะภายใต้สายตาหลายคู่ที่เฝ้าระวัง ป้องกัน และสงสัย
ซ้ายมือเป็นรูปวาดผู้หญิงในชุดกระโปรง ด้านขวาเป็นรูปผู้ชาย
พอเลี้ยวขวาเท่านั้น ซางเจี้ยนเย่ากับหลงเยว่หงก็ถึงกับตาถลน
ห้องน้ำสาธารณะนั้นช่างแตกต่างไปจากที่เขาคิดไว้อย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับห้องน้ำสาธารณะของ “ผานกู่ชีวภาพ” แล้ว ไม่ได้มีอะไรที่เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย
ผนังด้านหน้าเป็นรางปัสสาวะยาว ด้านหลังก็เป็นรางยาวเท่ากันแต่มีขนาดกว้างกว่า
ทางแยกห้องน้ำหญิงติดตั้งอุปกรณ์จ่ายน้ำที่จะปล่อยทำความสะอาดตามเวลา ตรงกลางไม่มีอะไรกั้น เมื่อปล่อยน้ำชำระแล้วก็จะทำความสะอาดได้ในเวลาเดียวกัน
เหมือนกับเป็นน้ำสองสายเข้ามาบรรจบกัน
สิ่งเดียวที่ทำให้ซางเจี้ยนเย่ากับหลงเยว่หงรู้สึกโล่งใจก็คือเมืองคูน้ำให้ความใส่ใจกับสุขอนามัยของห้องน้ำสาธารณะ ทำให้มันค่อนข้างสะอาด
“เข้าไหม?” หลงเยว่หงลังเล
“เข้าสิ” ซางเจี้ยนเย่าเดินนำ พอเลือกที่ได้แล้วก็ปลดกางเกงแล้วนั่งยองลงไป
หลงเยว่หงเลือกตำแหน่งที่ค่อนข้างห่างจากเขา ค่อยๆ ปลดเข็มขัดอย่างอิดออด
“นี่มัน… รู้สึกแปลกๆ แฮะ…” เขาอดหันไปมองซางเจี้ยนเย่าด้านข้างไม่ได้
ไม่มีอะไรกั้นกลางระหว่างทั้งสองคน
ซางเจี้ยนเย่าบีบจมูกตัวเอง
“ช่วงนี้นายธาตุไฟแรงนะ”
“…” หลงเยว่หงพูดไม่ออก
ขณะที่พวกเขาคิดว่านี่คือฉากที่น่าอับอายที่สุดแล้ว ในตอนนั้นก็มีกลุ่มชาวเมืองคูน้ำรีบเข้ามาจากข้างนอก
พวกเขามองซางเจี้ยนเย่ากับหลงเยว่หง บางคนเดินไปที่รางปัสสาวะ บางคนนั่งยองลง
“นี่ยิ่งประหลาดกว่า” ซางเจี้ยนเย่าพูดสิ่งที่หลงเยว่หงกำลังคิด
จากนั้นความคิดเขาก็เหมือนจะหลุดไปในสถานที่ประหลาด
“ถ้าเจ้าเมืองเถียนมานั่งยองๆ อยู่ที่นี่ งั้นคนที่เข้ามาจะต้องทักทายเขา สวัสดีเจ้าเมือง…”
ชาวเมืองคูน้ำที่อยู่ถัดจากซางเจี้ยนเย่าตอบโดยอัตโนมัติ
“เจ้าเมืองมีห้องน้ำส่วนตัว”
จากนั้นทั้งคู่ก็พูดคุยสนทนากันท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่แปลกประหลาด ทำให้หลงเยว่หงถึงกับทึ่ง
ในที่สุดหลงเยว่หงก็ปลดปล่อยปัญหาตัวเองเสร็จ เขาสวมกางเกงแล้วเดินไปล้างมือที่อ่างล้างมือข้างนอก
เขาสูดอากาศบริสุทธิ์ลึกเต็มปอด สิ่งที่เขารู้สึกมั่นใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ
เมื่อเทียบกับชีวิตคนเร่ร่อนแดนร้างข้างนอกแล้ว อาคารใต้ดินของ “ผานกู่ชีวภาพ” นั้นช่างงดงามราวกับสรวงสวรรค์
ผ่านไปอีกหนึ่งถึงสองนาที ซางเจี้ยนเย่าก็เดินออกมาล้างมือ
พวกเขาไม่ได้คุยกันเรื่องห้องน้ำสาธารณะ ต่างพากันนิ่งเงียบโดยปริยาย เดินผ่านพื้นที่ที่มีบ้านเรือนตั้งระเกะระกะอีกครั้ง ทั้งบ้านอิฐ บ้านดิน และเต็นท์
ทันใดนั้นก็มีเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งมาที่ซางเจี้ยนเย่า
อายุน่าจะราวๆ เจ็ดถึงแปดปี ผมนุ่มยาวประบ่า ด้านในสวมเสื้อถักไหมพรมสีเขียวอ่อนมีลูกบอลจำนวนมาก และมีรูสองรูที่เห็นได้อย่างเด่นชัด ตัวนอกเป็นเสื้อแจ็คเก็ตฟอกขาวที่ยาวจนถึงเข่า มีรอยปะอยู่หลายแห่ง
กางเกงที่สวมอยู่ที่ร่างกายส่วนล่างนั้นเป็นวัสดุที่แยกไม่ออก เป็นสีน้ำเงินหม่นและปะด้วยผ้าสีอื่น สวมรองเท้าสีดำที่ทำจากผ้าริ้ว ใบหน้าซูบเหลือง แต่ดวงตากระจ่างสดใส
เด็กหญิงตัวน้อยหอบกองขยะในอุ้งมือ ทั้งด้ายไหมพรม เศษผ้า กระดุมสีซีด ที่รัดผม ลูกแก้วที่มีกลีบอยู่ข้างใน กล่องไม้ขีดเปล่า และก้อนดินน้ำมัน
เธอเงยหน้ามองซางเจี้ยนเย่าอย่างกระตือรือร้น
“พี่ชาย หนูจะใช้ของพวกนี้แลกของกินของพี่ได้ไหม? แค่นิดเดียวก็พอ ได้ไหม? ได้ไหม?”
ที่มุมของเพิงไม้มีกลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นลอยอบอวล
ซางเจี้ยนเย่ามองเด็กหญิงเงียบๆ อยู่สองวินาที ก่อนที่เธอจะพูดซ้ำ เขาก็นั่งยองลงยื่นนิ้วออกไปแล้วคุ้ยขยะในกองสองสามที
เขาหยิบลูกแก้วที่มีกลีบสีเหลืองอยู่ข้างในออกมา จากนั้นยิ้มแล้วก็ยืนขึ้น
“งั้นเอาอันนี้ละกัน”
“…ขอบคุณพี่ชาย ขอบคุณพี่ชาย” เด็กหญิงตัวน้อยอึ้ง ก่อนจะรีบขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ซางเจี้ยนเย่าหันหน้าไปมองเพิงไม้ที่เจี่ยงไป๋เหมียนกับคนอื่นๆ นั่งอยู่
“พวกเราไปกันเถอะ”
เด็กหญิงรับคำอื้อไปสองครั้ง แล้วเดินตามเขาไปติดๆ
หลงเยว่หงไม่รู้จะพูดอะไร มองซ้ายมองขวาแล้วเดินตามไป
ไม่นานก็กลับมาถึงบริเวณที่รถจี๊ปจอด
“เธอ?” เจี่ยงไป๋เหมียนมองมาที่เด็กหญิงตัวน้อย แสดงความสงสัย
ซางเจี้ยนเย่ายิ้มก่อนตอบ
“เธอเอาของดีมากๆ มาแลกเนื้อตุ๋นจากผมชิ้นนึงน่ะ”
เขารีบนั่งลงแล้วหยิบชามกับตะเกียบขึ้นมา
“เริ่มกันได้หรือยัง?”
“ได้เลย” เจี่ยงไป๋เหมียนกับเถียนเอ้อร์เหอมองหน้ากัน
ซางเจี้ยนเย่ารีบคีบเนื้อวัวใส่ชามเขาแล้วยื่นให้เด็กหญิงตัวน้อย
เด็กหญิงกลืนน้ำลาย รีบรับมาอย่างเร็ว เหมือนจะยัดเนื้อวัวทั้งชิ้นเข้าปาก
แต่ในตอนนั้นซางเจี้ยนเย่าก็ดึงชามและตะเกียบกลับไป
เด็กหญิงเงยหน้ามองเขา ทั้งไม่เข้าใจและเสียใจ
“ระวังร้อน” ซางเจี้ยนเย่าพูดเสียงต่ำโดยไม่ได้แสดงอาการอะไร
ขณะที่พูดเขาก็เอาต้นขาหนีบชาม จากนั้นก็ถือตะเกียบด้วยมือข้างหนึ่ง ค่อยๆ ฉีกแบ่งเนื้อชิ้นใหญ่ให้เป็นชิ้นเล็กๆ อย่างตั้งใจ
พอฉีกเสร็จก็คีบเนื้อชิ้นเล็กป้อนเข้าปากเด็กหญิง
ดวงตาเด็กน้อยเปล่งประกาย เธอกัดแล้วรีบเคี้ยว
“อร่อยไหม?” ซางเจี้ยนเย่ามองดูจนเธอเคี้ยวเนื้อชิ้นเล็กจนหมดแล้วถาม
เด็กหญิงตัวน้อยผงกหัวอย่างแรง
“อร่อยมาก!”
ซางเจี้ยนเย่ายิ้มขึ้นทันที แล้วคีบให้เธออีกชิ้น
เห็นแบบนี้แล้วเจี่ยงไป๋เหมียนได้แต่ถอนใจ
“นายนี่มัน…”
เธอถอนใจพลางพยักพเยิดไปข้างนอก
ซางเจี้ยนเย่ามองตามไป เห็นเด็กสิบยี่สิบคนในลานจัตุรัสที่มีบ้านสารพัดแบบหลายหลังตั้งอยู่ แต่ละคนท่าทางกระตือรือร้น ในมือหอบกองขยะเอาไว้
ซางเจี้ยนเย่าตัวแข็งทื่อทันที
เถียนเอ้อร์เหอร้อง “เฮ้อ” ออกมาหนึ่งคำ หันหน้าพลางยิ้มก่อนที่จะร้องตวาด
“กลับไปให้หมด! ไปให้หมดเลย!”
เด็กๆ ต่างก็แสดงความผิดหวัง ขณะที่เดินกลับบ้านไปนั้นก็เหลียวกลับมามองเป็นระยะ
Comments for chapter "30. “การค้า” ขนาดเล็ก"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com