ตอนที่ 143 : เครื่องแปลภาษาอัตโนมัติของเดอะฟูล
- Home
- All Mangas
- Lord of Mysteries
- ตอนที่ 143 : เครื่องแปลภาษาอัตโนมัติของเดอะฟูล
ตอนที่ 143 : เครื่องแปลภาษาอัตโนมัติของเดอะฟูล
ไคลน์เดินวนไปมาภายในห้องซ้อมยิงปืนส่วนตัว มันพยายามขบคิดหาคำตอบว่า เหตุใดโบสถ์รัตติกาลถึงปิดบังความจริงเกี่ยวกับเส้นทางนักทำนายไว้
พวกมันไม่ต้องการให้ใครเลือกเดินบนเส้นทางนี้อย่างนั้นหรือ หมายความว่า ผู้วิเศษเส้นทางนักทำนายทรงพลังใช่ไหม
ส่วนเหตุผลของการเปิดเผยเพียงลำดับเก้า ก็เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจว่า เส้นทางนักทำนายเป็นแค่ผู้วิเศษสายสนับสนุนแสนอ่อนแอและไม่สมบูรณ์
หัวหน้าเคยบอกไว้ วิหารศักดิ์สิทธิ์ ‘อาจ’ ครอบครองสูตรโอสถเส้นทางนักทำนายตั้งแต่ลำดับแปดขึ้นไป เพียงแต่ไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างทราบ
ไม่สิ…พวกมันไม่ได้เขียนชื่อโอสถลำดับเจ็ดและแปดไว้ในเอกสารลับ ระบุเพียงความสามารถเบื้องต้นเท่านั้น
หรือก็คือ โบสถ์รัตติกาลไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างทราบว่า ทางโบสถ์ถือครองเส้นทางนักทำนายไว้มากกว่าลำดับเก้า
เพราะอะไรกัน?
หรือในอดีตจะเคยมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกี่ยวกับผู้วิเศษเส้นทางนักทำนายเกิดขึ้น เช่นการถูกความทรงจำตระกูลอันทีโกนัสครอบงำจนเกิดการทรยศหักหลัง
หรือเพราะเหตุผลอื่น?
ไคลน์เกิดความรู้สึกด้านลบต่อโบสถ์รัตติกาลทันที โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ระดับเบื้องบน ชายหนุ่มเริ่มลังเลว่า ตนควรยื่นคำร้องขอเลื่อนระดับเป็นตัวตลกดีไหม
หากโบสถ์รัตติกาลมีเบื้องหลังกับผู้วิเศษเส้นทางนักทำนายจริง พวกมันจะต้องจับตามองตนเป็นพิเศษแน่
เดอะฟูลแห่งมิติสายหมอกเทาคงไม่ชอบการถูกจับตามองสักเท่าไร
หืม…
แต่เหยี่ยวราตรีสาขาทิงเก็นเป็นผู้ค้นพบเบาะแสตัวตลก คงไม่แปลกกระมัง หากผู้วิเศษนักทำนายระดับล่างของสาขาทิงเก็นต้องการเลื่อนขั้นเป็นตัวตลก
แถมลำดับแปดก็ไม่จัดว่าสูง คงไม่ถูกจับตามองขนาดนั้น และเบาะแสสูตรโอสถลำดับเจ็ดคงไม่โผล่ออกมาในเร็วๆ นี้
ถ้าอย่างนั้นจะติดปัญหาเพียงข้อเดียวคือ ตนสามารถย่อยโอสถนักทำนายเสร็จสมบูรณ์ภายในหนึ่งเดือน หากยื่นเรื่องขอเลื่อนระดับตอนนี้ เบื้องบนอาจตระหนักถึงความผิดปรกติ
พวกมันต้องสงสัยว่าไคลน์ใช้เทคนิคสวมบทบาทแน่นอน
แต่ไคลน์มีคำตอบเตรียมไว้แล้ว
มันจะอธิบายว่า ตนลอกเลียนแบบมาจากพฤติกรรมของมาดามดาลี่ย์ และยังมีเพื่อนร่วมงานเป็นผู้ส่องความลับอย่างลุงนีลล์ ‘หลักปฏิบัติ’ ของผู้ส่องความลับถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจในการย่อยพลังโอสถ
คำแก้ตัวดังกล่าวไม่มีจุดบกพร่อง
ใช่แล้ว ความอัจฉริยะของมาดามดาลี่ย์ยังน่าสงสัยยิ่งกว่าตนเสียอีก เธอใช้เวลาเพียงสามปีเพื่อก้าวไปถึงลำดับเจ็ด ‘ผู้สื่อวิญญาณ’ โดยปัจจุบันถูกเบื้องบนวางตัวให้เป็นอาร์คบิชอปในอนาคต
ฉะนั้น เรื่องโอสถลำดับเก้าของตนถูกย่อยภายในเดือนเดียวไม่ได้น่าตกตะลึงขนาดนั้น
นอกเสียจาก ตัวมันจะย่อยโอสถตัวตลกสำเร็จภายในสองสามเดือน และส่งคำร้องเลื่อนระดับติดต่อกันทันที นั่นคงเป็นการเรียกทุกสายตาให้จับจ้องอย่างเลี่ยงไม่ได้
สรุปโดยสั้นคือ ตนยังยื่นคำขอเลื่อนระดับตามปรกติได้อยู่ ผู้วิเศษลำดับแปดไม่ได้ดึงดูดสายตาเบื้องบนมากนัก แต่อนาคตต้องระวังพฤติกรรมให้มากขึ้น
เฮ่อ…ไว้ค่อยทำนายบนมิติสายหมอกเพื่อยืนยันการตัดสินใจครั้งสุดท้าย
ไคลน์สลัดความคาใจทิ้งไป มันหยิบปืนออกมาจากซองรักแร้และกระหน่ำยิงเป้าซ้อมตามจำนวนกระสุนฝึกรายวัน
ปืนลูกโม่ทองเหลืองจากเวิร์ช เพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียน มีความคงทนในระดับน่าทึ่ง แต่ก็ต้องขอบคุณดันน์และเลียวนาร์ด สองคนนั้นช่วยสอนวิธีบำรุงรักษาปืนอย่างถูกต้อง
อันที่จริงก็ไม่จำเป็นนัก เพราะถึงปืนของตนจะพังก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อุปกรณ์เหล่านี้อยู่ในรายการเบิกจากเหยี่ยวราตรี
ไคลน์ยืนมองเป้าซ้อม กึ่งกลางกระดาษปรากฏรูโหว่ใหญ่เพียงจุดเดียวแม้จะถูกกระหน่ำยิงใส่หลายสิบนัดรวด
จากนั้น มันจัดระเบียบเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยและเดินทางกลับถนนดารารัตน์
เมื่อถึงหน้าบ้าน ไคลน์เห็นเด็กสาวคนหนึ่งกำลังเดินวนเวียนหน้าประตูด้วยท่าทางกระวนกระวาย
เธอสวมเดรสยาวฟ้าอ่อนสดใส มาพร้อมหมวกตาข่ายสีเข้ากัน แก้มยุ้ยน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติ ไคลน์จดจำได้ทันที สตรีผู้นี้คือเพื่อนสนิทน้องสาวตน
อลิสซาเบธ
เมื่อเห็นไคลน์ ดวงตาเด็กสาวพลันเบิกโพลง ผ่านไปราวสองวินาที เธอรีบเดินเข้าหาไคลน์ด้วยสีหน้าแววตาเปี่ยมสุข
“ทิวาสวัสดิ์ค่ะ มิสเตอร์โมเร็ตติ ดิฉันขอเดาว่าคุณเพิ่งกลับจากหมู่บ้านลามุดใช่ไหม”
โทษทีสาวน้อย ฉันกลับถึงตั้งเช้าแล้ว
“เปล่า ผมมาจากถนนซุตแลน”
ทำไมเราถึงเป็นคนซื่อสัตย์ขนาดนี้…ไคลน์กล่าวชมตัวเองติดตลก
อลิซาเบธแสดงสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อด้วยท่าทางตื่นเต้น
“เดาผิดจนได้ แต่ดิฉันมาหาคุณเพื่อจะบอกว่า เมื่อคืนไม่ได้ฝันถึงอัศวินเกราะดำแล้ว เป็นไปตามที่คุณพูดทุกประการ ฝันร้ายหายไปภายในหนึ่งสัปดาห์”
คงต้องเป็นอย่างนั้นล่ะนะ เพราะเจ้าวิญญาณอาฆาตถูก 3-0782 ชำระล้างโดยสมบูรณ์ ไม่หลงเหลือแม้แต่เศษซาก ถึงขนาดหาด้วยเนตรวิญญาณยังไม่พบ นับประสาอะไรกับฝันของเธอ
ไคลน์อมยิ้ม มันตอบกลับอย่างอ่อนโยน
“หายจากฝันร้ายก็ดีแล้ว ผมดีใจมากที่คุณมาขอความช่วยเหลือ”
“ขอบคุณมากค่ะ! ขอบคุณอีกครั้ง วันนี้คงต้องขอตัวก่อน ช่วงบ่ายมีคาบเรียนสำคัญ ถ้าว่างเมื่อไรจะหาโอกาสแวะมาเยี่ยมเมลิสซ่าแน่นอนค่ะ~”
เมื่อพูดจบ เด็กสาวเดินข้ามถนนไปขึ้นรถม้าเช่าฝั่งตรงข้าม
อลิซาเบธฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข ภายในใจกำลังนึกสงสารเมลิสซ่า
เธอคงไม่มีวันได้ทราบว่า พี่ชายของตัวเองยอดเยี่ยมขนาดไหน
…
โกหกไปก็คงเปล่าประโยชน์สินะ เด็กสาวในวัยนี้เลือกจะอยู่กับความฝัน เลือกจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด
ต่อให้ปิดบัง แต่อลิซาเบธคงเข้าใจว่าเราคือสาเหตุการหายไปของฝันร้ายอยู่ดี ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็ทางหนึ่ง
ไคลน์ส่ายศีรษะเล็กน้อย มันภาวนาให้เด็กสาวแก้มยุ้ยเก็บความลับเก่ง
เมื่อเห็นรถม้าของเพื่อนสนิทเมลิสซ่าลับสายตาไป ชายหนุ่มเปิดประตูเดินเข้าบ้านเพื่อนอนหลับพักผ่อน
…
หลังจากงีบหนึ่งยก มันตื่นขึ้นมาสรุปเหตุการณ์ประจำสัปดาห์ลงแผ่นกระดาษ รวมถึงความคลางแคลงใจต่อโบสถ์รัตติกาล
และเฉกเช่นทุกครั้ง เมื่อเสร็จสิ้น ไคลน์เผากระดาษภาษาจีนจนไหม้เกรียมไม่เหลือซาก
ถัดมาเป็นการตรวจสอบเวลากับนาฬิกาพกใบองุ่น
“เพิ่งบ่ายสองครึ่งเองหรือ ยังมีเวลาว่างอีกสักสิบห้านาที…”
เมื่อทราบดังนั้น ไคลน์รีบแต่งตัวเดินออกจากบ้าน ปลายทางคือร้านขนมปังสลินบนถนนกางเขนเหล็ก
มันสั่งชาเย็นของมาดามเวนดี้หนึ่งแก้ว
หลังจากลิ้มรสจนพึงพอใจ ไคลน์เดินกลับบ้านและปิดประตูลงกลอนมิดชิด จากนั้นก็กลับเข้าห้องนอน กางกำแพงวิญญาณและส่งตัวเองขึ้นมิติสายหมอกในเวลา 2.45
ท่ามกลางบรรยากาศคล้ายวังสวรรค์ของคนยักษ์ ชายหนุ่มเขียนข้อความทำนายลงบนกระดาษหนังสีน้ำตาล :
“เราควรส่งคำขอเลื่อนระดับผ่านทางเหยี่ยวราตรี”
มันวางปากกาหมึกซึมลงพลางปลดสร้อยเงินบริเวณข้อมือซ้ายออก ทิ้งให้ปลายลูกตุ้มวิญญาณลอยเหนือแผ่นกระดาษเล็กน้อย
ถัดมาเป็นการท่องประโยคให้ครบเจ็ดครั้งและหลับตาเข้าฌาน จากนั้นก็ลืมตาขึ้นเพื่อพิจารณาผลลัพธ์ทำนาย
…หมุนตามเข็มนาฬิกา
คำตอบออกมาเป็นเชิงบวก แต่นั่นคงหมายถึงโอสถตัวตลกเท่านั้น ลำดับถัดไปไม่มีทางปลอดภัยเหมือนเดิมแน่ สงสัยคงต้องรีบยกระดับชุมนุมไพ่ทาโรต์ ให้กลายเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนวัตถุดิบหายากเสียแล้ว
ไคลน์ทำนายอีกสักสองสามข้อเพื่อยืนยันว่าตนไม่ได้เข้าใจผิดไป
ถัดมา ชายหนุ่มเหยียดฝ่ามือขวาสัมผัสกับดาวแดงตัวแทน ‘เดอะซัน’
มันต้องการดึงเจ้าหนุ่มเดอะซันขึ้นมาก่อนสมาชิกคนอื่นเพื่อไต่ถามข้อมูลเบื้องต้น ไคลน์อยากทราบว่า เด็กคนนั้นได้นำเรื่องราวบนมิติสายหมอกไปรายงานกับสภาอาวุโสหรือยัง
ถ้าหากยัง ตนจะบอกวิธีพิเศษสำหรับแจ้งเวลาชุมนุมไพ่ทาโรต์ล่วงหน้า
…
เมืองเงินพิสุทธิ์
บ้านตระกูลเบเกอร์
เดอร์ริคนั่งบนเตียงอย่างเงียบงัน เฝ้ารอการอัญเชิญจากเดอะฟูลทุกลมหายใจ
เพื่อไม่ให้อยู่ใกล้ผู้อื่น เดอร์ริคไม่ออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียวหลังกลับจากมิติสายหมอกคราวก่อน มันแทบไม่กินอะไร อาหารประทังชีวิตคือของเหลือก่อนบุพการีจะเสียชีวิต
เดอร์ริคไม่แยแสเสียงท้องร้องคำรามหรือความหิวโหย ร่างกายกำลังอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง ประหนึ่งซากศพเร่ร่อนท่ามกลางทุ่งกว้างอันมืดไร้ก้นบึ้ง
แต่ไม่ว่าจะทรมานเพียงใด เดอร์ริคยังคงเงียบงันและไม่ขยับตัว
ทันใดนั้น แสงสว่างสีแดงเข้มปรากฏจากความว่างเปล่า โอบล้อมร่างกายเด็กหนุ่มไว้ทุกทิศอย่างอบอุ่น ภาพการของเห็นพลันล่องลอยไปยังอีกห้วงมิติหนึ่ง
ห้วงมิติสีเทาไร้สิ้นสุด บรรยากาศเย็นเฉียบ ปรากฏเบื้องหน้าเดอร์ริคอีกครั้ง
เมื่อเหลือบมองไปทางเก้าอี้ฝั่งประธานชุมนุม เด็กหนุ่มได้พบกับเดอะฟูลท่ามกลางม่านหมอกหนาทึบคนเดิม
ไคลน์อมยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อการอัญเชิญของตนไม่ถูกรบกวน ไม่มีแม้สัญญาณของอันตรายเหมือนกับเมื่อครั้งเทพสุริยันเจิดจรัสเกรี้ยวกราด
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง เดอะซัน”
ไคลน์เปล่งภาษาคนยักษ์ด้วยเสียงกังวาน
ขณะเดอร์ริคกำลังทึ่งกับบรรยากาศรอบข้าง เมื่อได้ยินเดอะฟูลเรียกขาน มันรีบก้มศีรษะคำนับอย่างนอบน้อม
“ท่านรักษาคำพูด”
“สมาชิกคนอื่นกำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า แต่ก่อนอื่น เรามีบางสิ่งต้องการยืนยันกับเจ้าให้แน่ใจเสียก่อน”
ไคลน์ทดสอบพูดเป็นภาษาโลเอ็น โดยหวังให้มิติสายหมอกช่วยแปลงเป็นภาษาคนยักษ์
ทันใดนั้น คำพูดของชายหนุ่มดังกังวานทั่วห้วงมิติสีเทา เด็กหนุ่มเดอร์ริคได้ยินถ้อยคำเดอะฟูลเป็นภาษาคนยักษ์
มันรีบก้มศีรษะถาม
“เรื่องใดหรือขอรับ”
ฟู่ว…หมดห่วงไปอีกหนึ่งปัญหา
หลังจากไคลน์ศึกษาภาษาคนยักษ์ลึกซึ้ง มิติสายหมอกสามารถแปลงภาษาได้อัตโนมัติและทันท่วงที หรือก็คือ จัสติสและแฮงแมนจะเข้าใจถ้อยคำจากปากเดอะซัน
การสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้จะไม่ติดขัด
เฮ่อ…ทำไมการเป็นบอสใหญ่องค์กรลับถึงเหนื่อยแบบนี้ ไม่ได้หยุดพักสักชั่วโมงเลยแฮะ
ไคลน์ใช้สองนิ้วลูบคลำดั้งจมูกด้วยสีหน้าอิดโรย แต่ถูกหมอกเข้มบดบังไว้
มันส่ายศีรษะเบาๆ กับตัวเองอย่างขบขัน
“ในฐานะสมาชิก เรายินยอมให้เจ้าเอ่ยนามอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา จงจดจำคาถาหลังจากนี้ให้ขึ้นใจ เดอะฟูลจากต่างยุคสมัย ผู้ปกครองลึกลับเหนือห้วงสายหมอกเทา ราชันเหลืองดำผู้ครองพลังโชคลาภ”
นัยน์ตาเดอร์ริคหดลับหลังจากได้ยิน แต่มันไม่กล้าเสียสมาธิ สมองพยายามจดจำทุกถ้อยคำอย่างละเอียด
“เมื่อกลับถึงเมืองเงินพิสุทธิ์ เจ้าจงรีบประกอบพิธีกรรมพื้นฐานและเอ่ยนามเรา นับแต่นี้เป็นต้นไป หากใกล้ถึงการชุมนุมแต่ละครั้ง เราจะแจ้งเตือนเจ้าล่วงหน้า ดังนั้นไม่ต้องเก็บตัวเงียบ ไม่ต้องอยู่ห่างจากผู้คน กลับไปใช้ชีวิตตามปรกติ จะได้ไม่มีใครสงสัย หลังจากได้ยินการแจ้งเตือนจากเรา เจ้าต้องรีบปลีกตัวจากคนอื่นและหาจุดเงียบสงบภายในระยะเวลาหัวใจเต้นหนึ่งพันครั้ง”
ไคลน์อธิบายวิธีพิเศษเฉพาะตัว
มันเค้นสมองไตร่ตรองมาสักพัก จนพบว่าไม่มีวิธีใดเหมาะสมกว่านี้แล้ว เทคนิคดังกล่าวจำเป็นต้องให้อีกฝ่ายประกอบพิธีกรรมหาตนก่อน เฉกเช่นแฮงแมนและจัสติส
เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยของเมืองเงินพิสุทธิ์ ไคลน์ตัดสินใจให้เด็กหนุ่มข้ามบางขั้นตอนพิธีกรรม เหลือเพียงส่วนสำคัญเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
“หัวใจเต้นพันครั้ง…”
เดอร์ริคพึมพำด้วยสีหน้าขึงขัง
ขณะเดียวกัน ไคลน์หยิบนาฬิกาพกออกมาตรวจสอบเวลา เด็กหนุ่มพลันทำหน้าฉงนเมื่อได้เห็นอุปกรณ์แปลกประหลาด
…
บ่ายสามตรง ไคลน์เหยียดแขนสัมผัสดาวแดงตัวแทนจัสติสและแฮงแมน
เดอร์ริคบรรจงเฝ้ามองเหตุการณ์รอบตัวโดยไม่กะพริบตา แสงแดงฉานส่องออกจากใจกลางเก้าอี้ด้านข้างและฝั่งตรงข้ามตน
ร่างของสองบุคคลแปลกหน้าเริ่มปรากฏตัวในลักษณะภาพฉาย จากภาพเลือนกลายเป็นคมชัด ตั้งแต่หัวจรดเท้า
ออเดรย์·ฮอลล์มองสำรวจรอบตัวตามนิสัยปรกติ ทันใดนั้น เด็กสาวพลันชะงัก
เสียงมิสเตอร์ฟูลดังกังวาน
“เขาคือสมาชิกใหม่ของพวกเรา เดอะซัน”
“ทางนี้คือมิสจัสติส และทางนี้คือมิสเตอร์แฮงแมน”
สมาชิกใหม่?
ออเดรย์ประหลาดใจในตอนแรก ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างเมื่อฉุกคิดได้
เธอตื่นเต้นเมื่อตระหนักว่าชุมนุมไพ่ทาโรต์เริ่มยกระดับทีละนิด ความรู้สึกคล้ายกับได้เป็นตัวเอกในนิยายสักเรื่อง
แฮงแมนอัลเจอร์ขมวดคิ้ว มันค่อนข้างไม่สบอารมณ์ เดอะฟูลดึงตัวสมาชิกใหม่เข้าร่วมอย่างฉับพลันเกินไป
อย่างน้อยก็ควรบอกกันก่อน…
แต่บุคคลยิ่งใหญ่อย่างมิสเตอร์ฟูลคงไม่สนใจความรู้สึกของมดปลวกกระมัง มันทำได้เพียงตัดพ้อ พลางหันไปทักทายจัสติสและเดอะซันตามมารยาท
ออเดรย์ฉวยโอกาสเปิดเนตรผู้ชมและแอบสำรวจสมาชิกใหม่โดยละเอียด
เพศชาย อายุยังไม่มาก ภาษากายบ่งบอกว่ากำลังประหม่าและกังวล แต่บรรยากาศรอบตัวคล้ายชาชินกับความเงียบงันและโดดเดี่ยว
เหมือนหมาป่าเดียวดาย
หลังจากสำรวจเสร็จ ออเดรย์ผงกศีรษะอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันไปมองเดอะฟูลในตำแหน่งประธานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“มิสเตอร์ฟูลคะ ดินฉันรวบรวมไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ได้เพิ่มอีกสองแผ่น”
Comments for chapter "ตอนที่ 143 : เครื่องแปลภาษาอัตโนมัติของเดอะฟูล"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com