ตอนที่ 240 : เสี่ยงดวงไหม
ตอนที่ 240 : เสี่ยงดวงไหม
‘เชี่ยวชาญการปรุงยาและรักษาโรค รวมถึงแอบปลูกสมุนไพรไว้ในทางระบายน้ำ…หมอนี่เป็นนักปรุงยาสินะ แล้วเอาสูตรโอสถมาจากไหน เป็นสมาชิกของโรงเรียนชีวิต หรือผู้วิเศษของโบสถ์พระแม่ธรณี? ไม่สิ บางทีอาจเป็นผู้วิเศษนอกกฎหมายเหมือนเรา’
ไคลน์นั่งฟังพลางใช้ความคิด แต่ไม่ได้กล่าวส่งเสียงออกไป
สำหรับอาณาจักรโลเอ็น เนื่องจากโบสถ์วายุสลาตันไม่ถูกกับโบสถ์สุริยันเจิดจรัสและโบสถ์ปัญญาความรู้ รวมถึงการไม่ลงรอยกันระหว่างโบสถ์รัตติกาลและโบสถ์เทพสงคราม ส่งผลให้นอกจากสามโบสถ์หลัก ราชอาณาจักรโลเอ็นอนุญาตให้โบสถ์พระแม่ธรณีเผยแผ่ศาสนาได้เพียงแห่งเดียว แต่ก็ถูกสามโบสถ์คุกคามมิให้ขยายอิทธิพลมากเกินไปอยู่ดี
เมื่อจำนวนของวิหารมีน้อย ผู้ศรัทธาย่อมน้อยเป็นเงาตามตัว ถึงขั้นไม่จำเป็นต้องมีหน่วยผู้วิเศษคอยดูแล หรือต่อให้หน่วยพิเศษก่อตั้งในภายหลังก็จะไม่ถูกยอมรับจากรัฐบาลและไม่สามารถทำงานร่วมกับตำรวจอยู่ดี หากฆ่าคนโดยพลการจะถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง
จากเอกสารลับเหยี่ยวราตรี โบสถ์พระแม่ธรณีครอบครองสองเส้นทาง คือนักเพาะปลูกและนักปรุงยา แต่เส้นทางหลังไม่สมบูรณ์นัก
ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นนักปรุงยามิได้สวมผ้าคลุมหัวปกปิดใบหน้า มีเพียงหน้ากากโลหะสีดำครึ่งท่อนบน ปกปิดได้แค่ดั้งจมูกและดวงตา ไม่ครอบคลุมไปถึงบริเวณริมฝีปากและโหนกแก้มอวบอิ่มเกินมาตรฐาน
“ขอทวนอีกครั้ง ฉันต้องการให้ใครสักคนช่วยกำจัดสัตว์ป่าในทางระบายน้ำ แค่บริเวณสะพานเบ็คลันด์ก็ยังดี ค่าตอบแทนคือยาวิเศษจำนวนสี่ขวด สองในสี่มีผลห้ามเลือดฉุกเฉินและกระตุ้นการฟื้นฟูบาดแผล เชื่อฉันเถอะ สรรพคุณของมันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าการไปเย็บแผลในโรงหมอมาก สามารถเก็บไว้ได้นานราวหกเดือน”
ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นนักปรุงยาได้อธิบายแจกแจงรายละเอียดและเงื่อนไขของตัวเองอย่างครบครัน ตามด้วยเสียงหัวเราะแห้งแผ่วเบาก่อนพูดเสริม
“อีกสองขวดเก็บไว้ได้นานเดือนครึ่ง มีสรรพคุณเปลี่ยนให้บุรุษกลับไปคึกคะนองเยี่ยงวัยรุ่นสิบเจ็ดสิบแปด หากใครดื่มเข้าไปจะกลายเป็นผู้วิเศษตัวจริงบนเตียงนอน ฮะฮะ! ทุกคนคงเข้าใจความหมายของฉัน…เหนือสิ่งอื่นใด ถึงยาหมดจะอายุก็ยังสร้างผลลัพธ์ได้บางส่วน ตัวยาจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ส่งผลให้กำลังวังชาผู้ใช้เพิ่มพูน กระหาย ดุดัน ป่าเถื่อน รวมถึงเพิ่มความเร็วและความคล่องตัว แต่อาการอ่อนเพลียจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในอีกครึ่งชั่วโมงถัดมา”
‘ฟังดูเหมือนหมอทหารแก่ๆ พยายามโฆษณาสรรพคุณยาของตัวเอง…แถมยังกล้าโฆษณายาหมดอายุอย่างหน้าไม่อาย’
ไคลน์รำพันเงียบ
เมื่อผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นนักปรุงยาตระหนักว่าไม่มีความเคลื่อนไหวจากคนในห้อง มันรีบกัดฟันเสริมอย่างไม่เต็มใจ
“ฉันจะเพิ่มเงินให้อีก สามสิบปอนด์นอกเหนือจากยาวิเศษสี่ขวด!”
และได้ผล บุรุษผู้หนึ่งบนเก้าอี้นวมวงนอกทำการยกมือ สายตากวาดมองรอบตัวเล็กน้อยก่อนจะเปล่งเสียง
“ผมรับงานนี้ แต่ต้องจ่ายล่วงหน้าเป็นยาวิเศษสองขวด ชนิดละขวด ขอให้คุณเนตรแห่งปัญญาเป็นพยาน”
“ไม่มีปัญหา”
ชายชราบนเก้านี้นวมตัวใหญ่เปล่งเสียงพลางพยักหน้ารับ ไคลน์นั่งสำรวจอีกฝ่ายและพบว่าร่องแก้มค่อนข้างลึก ผิวพรรณเหี่ยวย่นเล็กน้อย เมื่อรวมกับน้ำเสียงและวิธีการพูด ชายหนุ่มประเมินว่าอีกฝ่ายคงเป็นสุภาพบุรุษวัยกลางคนค่อนไปทางชรา
“ตกลง”
ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นนักปรุงยาถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย
หลังจากจบการแลกเปลี่ยนเมื่อครู่ บรรยากาศภายในชุมนุมเริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น เพียงไม่นาน สตรีภายใต้ผ้าคลุมศีรษะมิดชิดเริ่มเปิดการขาย
“ฉันต้องการขายอาวุธสองชิ้น”
อาวุธ? ไคลน์เปลี่ยนท่านั่งพร้อมกับรวบรวมสมาธิ ในเมื่อตนมิอาจเลื่อนระดับในอนาคตอันใกล้ หนทางเดียวสำหรับเพิ่มโอกาสชนะศัตรูคือการใช้อาวุธช่วยเหลือ
“ชิ้นแรกเป็นดาบลงอักขระ ผลิตโดยโบสถ์สุริยันเจิดจรัส มีคุณสมบัติปัดเป่าและขับไล่วิญญาณ เป็นอาวุธชนะทางพรายน้ำ วิญญาณอาฆาต ซอมบี้ รวมถึงสิ่งมีชีวิตประเภทอันเดดทั้งหมด สามารถใช้ได้อย่างน้อยสามปี และแน่นอน มันคมพอจะฆ่ามนุษย์ปรกติด้วยการฟันแทง”
หญิงสาวลึกลับกล่าวด้วยเสียงสลับสูงต่ำ คล้ายกับจงใจปกปิดน้ำเสียงแท้จริง
“จ่าย ห้าร้อยปอนด์ หรือแลกเปลี่ยนกับสูตรผลิตโอสถลำดับแปด คนเถื่อน แล้วดาบเล่มนี้จะเป็นของคุณ”
‘แพงฉิบ…ไม่ได้สำคัญถึงขั้นขาดไม่ได้…หากต้องเผชิญหน้าอันเดดแข็งแกร่งยากเกินรับมือ การใช้นกหวีดทองแดงคงเป็นทางเลือกฉลาดกว่า เพราะถึงจะไม่มีมิสเตอร์อะซิก แต่ผู้ส่งสารก็มากพอจะข่มขู่ให้อัดเดดหวาดกลัว’
ไคลน์ส่ายศีรษะ มันรอฟังหญิงสาวปริศนาแนะนำอาวุธชิ้นถัดไปอย่างตั้งใจ
“ปังตอสับเนื้อ มาพร้อมกลไกพิเศษช่วยเปลี่ยนรูปทรงให้พกพาได้ง่าย เป็นอาวุธสำหรับพกติดตัวเพื่อต่อสู้ในยามฉุกเฉิน ผลิตจากช่างฝีมือลือชื่อ หาอาวุธประเภทนี้ตามท้องตลาดได้ยาก ขายในราคา ยี่สิบห้าปอนด์”
‘ราคาแตกต่างราวฟ้ากับเหวเมื่ออาวุธชนิดหนึ่งเป็นอาวุธวิเศษ และอีกอาวุธไม่ใช่’
ไคลน์นั่งมองจนกระทั่งดาบโลหะถูกซื้อโดยสุภาพบุรุษมาดขรึมจากมุมห้อง ส่วนปังตอสับเนื้อกลายเป็นหนึ่งในสิ่งของสะสมของเนตรแห่งปัญญา
ถัดมาเป็นการค้าขายทั้งแบบประสบความสำเร็จและล้มเหลว เข้าตาไคลน์เพียงสิ่งเดียวคือ ‘เครื่องประดับพารวย’ คุณสมบัติของมันจะช่วยให้ผู้สวมใส่โชคดีเป็นเวลาสามเดือน แต่ก็ยังไม่ถูกใจไคลน์สักเท่าไร แถมราคาก็ไม่น่าคบหานัก
เมื่อบรรยากาศเริ่มกลับมาเงียบงันอีกครั้ง ชายหนุ่มสูดลมหายใจเต็มปอดพร้อมกับเปล่งเสียงโดยกดให้ต่ำกว่าปรกติ
“ผมต้องการขายบางสิ่ง”
เมื่อดึงดูดทุกสายตาในห้องสำเร็จ ไคลน์หยิบกล่องบุหรี่โลหะออกมาเปิดฝา เผยให้เห็นตะกอนพลังลักษณะคล้ายเยลลีสีแดง ตามด้วยการกล่าวอย่างฉะฉานโดยไม่ต้องเรียบเรียงคำพูดให้เสียเวลา เนื่องจากเตรียมประโยคนี้ไว้นานแล้ว
“ผมพบสิ่งนี้จากตัวศพ ไม่ค่อยมั่นใจว่ามันคืออะไรและนำไปใช้ประโยชน์ด้านใดได้บ้าง แต่สัมผัสถึงพลังแปลกประหลาดไหลเวียนอย่างเต็มเปี่ยม บางทีใครสักคนในหมู่พวกคุณอาจรู้จักและทราบวิธีใช้งานมัน”
ไคลน์จงใจไม่พูดว่าเป็นตะกอนพลังพิเศษ และจงใจไม่อธิบายว่าเยลลีสีแดงก้อนนี้สามารถนำไปใช้แทนวัตถุดิบหลักโอสถนักล่า เพราะเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกฎความถาวรของพลังพิเศษ ไคลน์ไม่ต้องการมอบความรู้ราคาแพงให้กับสมาชิกบางคน ขณะเดียวกันก็เป็นการสำรวจไปในตัวว่ามีใครทราบกฎความถาวรของพลังพิเศษบ้าง เพราะถ้าหากมี หมายความว่าบุคคลดังกล่าวอยู่ในระดับค่อนข้างสูง หรือไม่ก็มีเบื้องหลังลึกลับ เหมาะสมแก่การจ้างมาเป็นคนคุ้มกันส่วนตัว
ไม่เพียงเท่านั้น การแสร้งไม่รู้ยังถือเป็นการปกปิดตัวตนทางอ้อม ทำเหมือนกับตัวเองเป็นมนุษย์ธรรมดาไร้เดียงสาท่ามกลางกลุ่มผู้วิเศษ
แม้ไคลน์จะสวมหน้ากากและผ้าคลุมหัวปิดบัง แต่คาสปาส·คันลินิงก็เคยเห็นใบหน้าตนมาแล้ว บางทีอาจมีสมาชิกชุมนุมสักคนสองคนรู้จักคาสปาสเป็นการส่วนตัว ไคลน์พร่ำบอกกับตัวเองก่อนออกจากบ้านว่าตนต้อง ‘รอบคอบ’ และ ‘ไม่ประมาท’
สายตาทุกคู่กำลังจดจ่อวัตถุคล้ายเยลลีในกล่องบุหรี่โลหะ แต่เนื่องจากไคลน์ไม่ใช่เส้นทางผู้ชม จึงไม่ทราบว่าการตอบสนองเช่นนี้หมายถึงสิ่งใด
แต่บรรยากาศภายในห้องกลับเงียบงันนานเกินกว่าสิบวินาที…เงียบยิ่งกว่าป่าช้า
ทันใดนั้น สุภาพบุรุษสูงอายุบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ เนตรแห่งปัญญา กระแอมเสียงค่อยและกล่าว
“ผมทราบว่าสิ่งนี้คืออะไร และยังทราบด้วยว่านำไปใช้ทำอะไรได้ แต่ความรู้ดังกล่าวมีราคาค่อนข้างสูง หากคุณอยากทราบคงต้องมีบางสิ่งมาแปลกเปลี่ยน… อย่างไรก็ตาม ผมยินดีจ่ายสี่ร้อยปอนด์เพื่อเยลลีก้อนนั้น เชื่อเถอะว่าเป็นราคายุติธรรมแล้ว แต่ถ้าไม่อยากขายก็ไม่เป็นไร”
‘วัตถุดิบหลักของโอสถลำดับเก้า จะมีราคาราวชิ้นละหนึ่งร้อยห้าสิบ ถึง สองร้อยปอนด์ และต้องใช้สองชิ้นในการปรุง ทำให้ราคารวมตกอยู่ราว สี่ร้อยปอนด์…นับว่าสมเหตุสมผล…ไม่สิ สุภาพบุรุษสูงอายุผู้นี้ต้องทราบแน่นอนว่าเป็นตะกอนพลังของผู้วิเศษเส้นทางนักล่าอันหายาก ถึงกล้าเสนอราคาขนาดนี้…แต่ไม่ต้องใช้พลังทำนายก็ทราบได้ทันทีเลยหรือ…เขาเป็นนักประเมินหรือไง ลำดับเจ็ด เส้นทางนักปราชญ์’
ไคลน์ใช้ความคิดสักพักก่อนมอบคำตอบ
“ตกลงครับ แต่คุณยังไม่ต้องรีบจ่ายค่าตอบแทน เพราะผมยังอีกหนึ่งคำขอร้อง”
“คำขอร้อง?”
เนตรแห่งปัญญาซักถามด้วยเสียงชรา
ไคลน์ก้มหน้าตรึกตรองสักพัก
“เรื่องของเรื่องคือ ผมดันไปทำให้ใครบางเกิดความไม่พอใจ…เอ่อ อีกฝ่ายมีลำดับประมาณหก หรือ ห้า ในภาษาของพวกคุณ…ดังนั้นผมต้องการจ้างคนคุ้มกัน”
“ลำดับหก หรือ ห้า? นายไปตายง่ายกว่าไหม ถ้าพวกเราแข็งแกร่งขนาดนั้นจริง คงไม่มีใครมาร่วมการชุมนุมเล็กเช่นนี้แน่!”
ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นนักปรุงยาโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงเหยียดหยันเจือความผวา
แม้สมาชิกคนอื่นจะไม่ได้กล่าวสิ่งใด แต่จากกลิ่นอายของบรรยากาศ ไคลน์พอจะเดาออกว่าคงไม่มีใครอยากรับงานนี้ ส่วนความคิดก็คงไม่ต่างจากผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นนักปรุงยามากนัก
เนตรแห่งปัญญาฉีกยิ้มและอธิบาย
“คุณยังเข้าใจโลกของพวกเราไม่ดีพอ ลำดับหก หรือ ห้า ถือเป็นบุคคลทรงพลังชนิดหาตัวจับยาก อาจเคยมีในบางกรณี ลำดับแปด หรือ เก้า สามารถฆ่าลำดับสูงกว่าตัวเองได้ แต่เชื่อผมเถอะว่าสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นไม่บ่อย ไม่มีใครในนี้ต้องการเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องคุณ…หืม…นอกเสียจากคุณจะมั่นใจว่าศัตรูเป็นแค่ลำดับหก และไม่ได้ครอบครองสมบัติวิเศษติดตัว ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมสามารถหาใครบางคนมารับภารกิจนี้”
“ไม่ครับ ผมไม่มั่นใจ…”
ไคลน์ยักไหล่ด้วยสีหน้าผิดหวัง
“เห็นทีผมคงต้องหาทางรอดด้วยตัวเอง…ว่าแต่เงินจำนวน สี่ร้อยปอนด์สามารถซื้อสิ่งใดได้บ้าง เมื่อครู่ได้ยินคุณพูดถึงสมบัติวิเศษ ผมควรซื้อมาป้องกันตัวดีไหม”
“เชื่อผมเถอะ สมบัติวิเศษราคา สี่ร้อยปอนด์ไม่ช่วยให้คุณรอดจากลำดับหก หรือ ห้า แน่นอน แถมยังจะเร่งให้คุณตายไวกว่าเดิม ผมขอแนะนำคุณขอโทษอีกฝ่ายอย่างจริงใจและสำนึกผิด บางทีเงิน สี่ร้อยปอนด์อาจช่วยบรรเทาความโกรธแค้นได้บางส่วน”
เนตรแห่งปัญญาอธิบายอย่างห่วงใย
‘เราเคยคิดถึงเรื่องนั้นแล้ว แต่คนอย่างเบเคอร์ลันคงไม่รับเงินก้อนนี้แล้วยอมจบแน่’
ขณะไคลน์กำลังจะตอบกลับ บุรุษผู้รับงานปราบสัตว์ป่าในท่อน้ำทิ้งได้พูดแทรก
“อยากลองเสี่ยงดวงไหม ผมมีสมบัติพิสดารพร้อมขายในราคา สี่ร้อยปอนด์ คุณสมบัติของมันคือการช่วยให้ได้ยินเสียงจากตัวตนยิ่งใหญ่ หากคุณโชคดีสามารถถอดรหัสข้อความจากเสียงดังกล่าว บางทีอาจนำข้อมูลนั้นมาพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น การป้องกันตัวก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่ถ้าบังเอิญโชคร้ายถอดรหัสออกมาเป็นคำสาป หรือถอดรหัสไม่สำเร็จ ผลลัพธ์จะลงเอยด้วยการบาดเจ็บสาหัส ในกรณีเลวร้ายอาจถึงแก่ความตาย อยากเสี่ยงดวงไหม”
ยังไม่ทันจะกล่าวจบประโยค เนตรแห่งปัญญาตวาดแทรก
“อสรพิษดำ! ห้ามนำสมบัติชั่วร้ายมาขายในชุมนุมของฉัน!”
‘อสรพิษดำ’ หัวเราะพลางพูดต่อ
“ผมไม่ได้โกหกสักหน่อย และไม่ได้ทำผิดกฎการค้าขายของชุมนุมด้วย เปิดเผยทั้งข้อดีและข้อเสียของสมบัติอย่างละเอียด ปล่อยให้การตัดสินใจสุดท้ายเป็นของผู้ซื้อ แล้วก็…โอกาสได้รับข้อมูลเป็นประโยชน์มีอยู่สักสิบเปอร์เซ็นต์ คุณต้องการเสี่ยงโชคไหม”
‘รัสเซี่ยนรูเล็ตแห่งโลกผู้วิเศษหรือไง…หืม ได้ยินเสียงจากตัวตนลึกลับ…หรือว่าจะเป็นตะกอนพลังของผู้สดับแห่งชุมนุมแสงเหนือ? ตะกอนพลังจากผู้คลุ้มคลั่ง? ’
ไคลน์เงยหน้ามองอสรพิษดำพลางสันนิษฐานว่า บุคคลดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในสมาชิกชุมนุมแสงเหนือ บางทีอีกฝ่ายคงมีเครือข่ายข้อมูลจำนวนมากเบื้องหลัง
‘เสี่ยงดวงดีไหม…ไม่สิ สำหรับเราคงเรียกเสี่ยงดวงไม่ได้ เพราะสามารถนำขึ้นไปทดสอบใช้งานในห้วงมิติเหนือหมอกเทาเพื่อตรวจสอบอันตรายเบื้องต้น แถมยังเป็นการนำสมบัติตัวจริงเข้าไป ไม่ใช่เพียงภาพมายาเหมือนสมัยก่อน…และด้วยเทคนิคนี้ กรณีเลวร้ายคงไม่ถึงตาย แต่ก็เป็นแค่ตะกอนพลังของผู้วิเศษลำดับแปดไม่ใช่หรือ ผลลัพธ์จะยอดเยี่ยมสักแค่ไหนกันเชียว เงิน สี่ร้อยปอนด์ไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย’
หลังจากปล่อยให้ความคิดมากมายโลดแล่นในสมอง ไคลน์ตัดสินใจผงกศีรษะรับ
“ตกลง”
Comments for chapter "ตอนที่ 240 : เสี่ยงดวงไหม"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com