ตอนที่ 253 : ใคร่ครวญยามค่ำคืน
ตอนที่ 253 : ใคร่ครวญยามค่ำคืน
หล่อนช่าง…น่าค้นหา! ไคลน์ฉีกยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบจากมิสบอดี้การ์ด เป็นรอยยิ้มอันเด่นชัด
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กับการงัดข้อผู้วิเศษลำดับห้า นักเชิดหุ่นไว้ได้นานหลายอึดใจ เธอก็คงเป็นลำดับห้าเหมือนกัน ชักอยากรู้แล้วว่าอยู่บนเส้นทางใดและมีชื่อโอสถว่าอย่างไร ร่างกายของเธอค่อนข้างประหลาดทีเดียว…แต่ถ้าไม่ใช่เพราะหล่อน เราคงไม่มีโอกาสขว้างยันต์ถ้อยคำกัดกร่อนใส่โรซาโก้…ไคลน์หยิบหนังสือพิมพ์ใกล้ตัวขึ้นมาแสร้งอ่าน แต่ในใจกำลังตรึกตรองเรื่องของเธอ
อย่างไรก็ตาม สติไคลน์กลับมาจดจ่อกับเหตุการณ์อีกครั้ง เพื่อประเมินว่าตนยังมีช่องโหว่ให้ MI9 ตามสืบอยู่หรือไม่ ตัวอย่างเช่น ตะกอนพลังของโรซาโก้มีพลังวิญญาณอัดแน่นในปริมาณเข้มข้น ลำพังกล่องบุหรี่ไม่สามารถผนึกไว้ได้สมบูรณ์ เพียงใช้เนตรวิญญาณส่องก็น่าจะมองเห็นจากภายนอก
มันตัดสินใจเปิดเนตรวิญญาณพร้อมกับก้มหน้ามองกระเป๋าเสื้อ และได้พบจุดแสงเลือนรางส่องออกจากกล่องบุหรี่โลหะ แต่ปริมาณของแสงไม่เข้มข้นมากนัก
เมื่อปะปนกับออร่าอารมณ์และสุขภาพของมนุษย์ ค่อนข้างยากในการสังเกตเห็น
ใช่แล้ว มีเพียงผู้วิเศษลำดับสูงเท่านั้น จึงจะพบความผิดปรกติเล็กน้อยแค่นี้…ขณะเดียวกัน เราเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมวัตถุดิบพิธีกรรมอย่างผงสมุนไพรและน้ำมันสกัดถึงต้องเก็บไว้ในภาชนะโลหะ ไม่ใช่ไม้ เพราะเนตรวิญญาณระดับต่ำสามารถมองเห็นออร่าทะลุแผ่นไม้ได้…ไคลน์เพิ่งกระจ่างในประเด็นพื้นฐานของศาสตร์เร้นลับ มันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน
ในอดีต มันได้แต่ทำตามกฎโดยไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องหลัง แต่ปัจจุบัน ปมปริศนาเริ่มถูกคลี่คลายทีละข้อเมื่อพัฒนาตัวเองขึ้น
เมื่อตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียดและไม่พบสิ่งผิดปรกติ ไคลน์วางหนังสือพิมพ์ลงและเดินขึ้นไปบนชั้นสอง
เดิมที มันต้องการถอดเสื้อผ้าและนอนแช่อ่างเพื่อผ่อนคลายจิตใจ แต่เมื่อจินตนาการว่าคนคุ้มกันสาวสวยสามารถปรากฏตัวได้ทุกจุดภายในบ้าน ชายหนุ่มเกิดความเคอะเขินปนกระอักกระอ่วน จึงทำเพียงล้างหน้าแปรงฟัน และแช่เท้าด้วยน้ำอุ่น
เมื่อเดินเข้าห้องนอนและถอดเสื้อผ้าเก็บใส่ตู้มิดชิด ไคลน์ทิ้งตัวนอนบนเตียงอย่างสิ้นสภาพ แต่เนื่องจากในช่วงก่อนหน้า มันฝืนถ่างตาในสภาพอ่อนเพลียเป็นเวลานาน ส่งผลให้สมองกำลังตื่นตัวจนมิอาจหลับได้ดังใจปรารถนา
ชายหนุ่มลืมตามองไปด้านบน ยลโฉมจันทร์สีแดงงดงามยามค่ำคืนอย่างเต็มสองตา ไคลน์ไม่คิดพึ่งพาการเข้าฌานเพื่อสะกดจิตตัวเองให้หลับ เพียงปล่อยให้ความคิดล่องลอยไร้จุดหมาย ประหนึ่งกำลังนั่งบนหลังม้าโดยไม่กุมบังเหียนบังคับทิศทาง
เมื่อคิดว่าตัวเองเคยเผชิญความบังเอิญมากมายในเมืองทิงเก็น และได้ทราบภายหลังว่าเป็นผลจากสมบัติวิเศษ 0-08 ไคลน์ฉุกคิดถึงความไม่ปรกติของเหตุการณ์ปัจจุบัน
เราเพิ่งถึงเบ็คลันด์ได้ไม่นาน เพิ่งรับงานนักสืบแค่สองคดี แต่กลับได้รับสูตรโอสถเส้นทางนักทำนายสามลำดับรวดเชียวหรือ? เรียกว่าบังเอิญจนน่าตกใจ
แม้คำทำนายสมัยทิงเก็นจะเคยระบุไว้ว่า ‘เบ็คลันด์คือเมืองสำหรับพัฒนาตัวเรา’ แต่เหตุการณ์มันควรจะปุบปับและง่ายดายขนาดนี้เลยหรือไง?
วลี ‘ง่ายดาย’ ไม่ได้หมายถึงความแข็งแกร่งของศัตรู แต่เป็นความซับซ้อนของเหตุการณ์ จริงอยู่ว่าคดีราชทูตเบเคอร์ลันอาจอันตรายและเสี่ยงตายมาก แต่เรื่องราวกลับดำเนินอย่างเถรตรงและสั้นกระชับ ทุกสิ่งเกิดขึ้นและจบลงภายในไม่กี่สัปดาห์
แผนเดิมของเราคือ รวบรวมข้อมูลของลัทธิเร้นลับจากจัสติส แฮงแมน มิสซิล และเพื่อนของเธอ จากนั้นก็ล่อให้สมาชิกของลัทธิเร้นลับออกมางับเหยื่อ ผ่านเหตุการณ์ชิงเหลี่ยมอย่างดุเดือด จนกระทั่งได้รับสูตรโอสถลำดับเจ็ด ในตอนสุดท้าย เรื่องราวทั้งหมดควรเกิดขึ้นภายในสามเดือน แต่ความเป็นจริงกลับจบลงภายในสามสัปดาห์…
คงไม่ได้ถูกชักนำโดยใครบางคนใช่ไหม?
อา…แต่ถ้าประเมินจากสภาพแวดล้อมปัจจุบันเป็นหลัก สาธารณรัฐอินทิสมีสายสัมพันธ์กับลัทธิเร้นลับมานานแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่ความบังเอิญอย่างแน่นอน ไดอารีของจักรพรรดิโรซายล์เขียนถึงเหตุการณ์นี้ไว้ชัดเจน
พลังของนักทำนายและผู้ไร้หน้า เหมาะสมกับการทำงานสายลับอย่างมาก บางทีอาจเหมาะสมกว่าทุกเส้นทาง ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อผู้วิเศษเส้นทางนักทำนายจะรับบทบาทผู้ช่วยมือขวาของเอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐอินทิสประจำอาณาจักรโลเอ็น…เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความบังเอิญเช่นกัน
รวมถึงเรื่องเบเคอร์ลันส่งลูกน้องมาแก้แค้นเรา สิ่งนี้ก็ไม่แปลก เพราะนอกจากจะได้แก้แค้นแล้ว ยังสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของ MI9 ได้ด้วย ขณะเดียวกันก็ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าโรซาโก้ ผู้มีพลังพิเศษในการหลบหนีและพลังขัดขวางผลทำนาย เรื่องนี้จึงสมเหตุสมผล
สำหรับเอียน พฤติกรรมของเด็กคนนั้นก็ไม่พิสดารแต่อย่างใด เมื่อติดต่อนักสืบคนสนิทอย่างเซอเรียลไม่ได้ และไม่มีนักสืบคนไหนยอมทำคดี การมองหานักสืบเอกชนในหนังสือพิมพ์จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ช่วงนั้นอาจมีนักสืบลงโฆษณาไม่มาก เพราะอย่างน้อย หนังสือพิมพ์เบ็คลันด์โพสก็มีเราลงโฆษณาด้านนักสืบแค่คนเดียว…
เราเคยสรุปไปก่อนหน้าแล้ว สองข้อบกพร่องในเหตุการณ์นี้คือ เมอซอลหุนหันพลันแล่นเกินไป คิดลอบฆ่าเราทันทีโดยไม่ยอมประนีประนอม รวมถึงเรื่อง เราไม่ยอมปลอมตัวออกจากบ้านเพราะกังวลว่าจะใช้ชีวิตประจำวันยุ่งยาก…สองเหตุการณ์นี้มีโอกาสค่อนข้างมาก ว่าจะถูกใครบางคนคอยชักนำอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะกรณีเมอซอล…
แต่กระนั้น เมื่อประเมินจากชาติพันธุ์และอุปนิสัยส่วนตัว เมอซอลก็มีโอกาสทำเรื่องดังกล่าวโดยไม่ต้องให้ใครบงการด้วยพลังพิเศษ
แถมนั่นยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญของคดี ความตายเมอซอลไม่ช่วยอธิบายว่า ทำไมตนถึงต้องพัวพันกับผู้วิเศษลำดับกลางของเส้นทางทำนายในตอนจบ
บังเอิญอย่างแท้จริง? ไม่น่าใช่ สัญชาตญาณของเราตอบปฏิเสธ
ลองคิดให้ลึกกว่าเดิม หลังจากเราเดินทางข้ามมายังโลกใบนี้ สองคดีแรกล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้วิเศษเส้นทางนักทำนายทั้งสิ้น แต่สิ่งนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ เพราะในภายหลังได้พิสูจน์แล้วว่า นั่นเป็นผลมาจาก 0-08
จริงสิ…สมุดบันทึกอันทีโกนัสเคยครอบงำให้ ‘ตุ๊กตาอัปมงคล’ นำภาพดวงตาแนวตั้งพร้อมกับลวดลายมากมาย มาแสดงให้เราเห็นหน้าประตูยานิสในการเข้าเวรวันแรก…สัญลักษณ์ดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับสมบัติตระกูลอันทีโกนัสบนเทือกเขาโฮนาซิส…เหตุผลของเราในตอนนั้นคือ เป็นเพราะตระกูลอันทีโกนัสไม่มีทายาทหลงเหลือแล้ว จึงเลือกเราเป็นผู้สืบทอดคนต่อไป เนื่องจากเรารอดชีวิตมาได้ แม้จะเคยเกี่ยวข้องกับมันโดยตรงครั้งหนึ่ง
เป็นสมมติฐานงี่เงาชะมัด…สมุดบันทึกไม่คิดบ้างหรือ ว่าเราจะเป็นสาวกตัวยงของโบสถ์เทพธิดารัตติกาล? แต่ในตอนนั้น เราเพียงคาดเดาจากสภาพแวดล้อม ไม่ได้เชื่อเป็นจริงเป็นจัง
แต่สมบัติตระกูลอันทีโกนัสต้องเกี่ยวข้องกับเส้นทางนักทำนายแน่นอน
ลองคิดให้ลึกยิ่งกว่าเดิม เหตุใดเราถึงถูกเคลื่อนย้ายข้ามโลก? เหตุใดถึงต้องสิงในร่างไคลน์·โมเร็ตติ ไม่ใช่คนอื่น…ในตอนนั้น ไคลน์ได้ประกอบพิธีกรรมมืดร่วมกับนาย่าและเวิร์ช ผลลัพธ์ลงเอยด้วย ตัวเราถูกสมุดบันทึกสะกดจิตให้ฆ่าตัวตาย… สมุดเล่มนั้นก็คงเกี่ยวข้องกับเส้นทางนักทำนายเหมือนกัน
และเหนือสิ่งอื่นใด เนื้อหาของไดอารีจักรพรรดิโรซายล์แผ่นแรก ดันเขียนถึงความเสียดายหลังจากไม่ได้เลือกเส้นทางนักจารกรรม ผู้ฝึกหัด หรือนักทำนาย…เรื่องนี้บังเอิญอย่างมากจนผิดปรกติ
หากไม่นับเหตุการณ์เกี่ยวกับ 0-08 เลย ตั้งแต่เริ่มจนจบ ชีวิตเราเกี่ยวข้องกับเส้นทางนักทำนายมากมาย แต่เป็นไปในลักษณะยุ่งเหยิง ไม่ได้จงใจบังเอิญเหมือนกับขณะถูก 0-08 ชักนำ…บางครั้งเป็นสถานการณ์บังคับ แต่บางก็เกิดจากความสมัครใจของเราเอง ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเว้นระยะห่างพอประมาณ
หรือตัวเราจะมีพลังดึงดูดให้สมบัติของเส้นทางนักทำนายเข้าหา แต่ขณะเดียวกันก็ถูกพวกมันดึงดูดให้เข้าหาเช่นกัน?
ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลก ถ้าหากมีการดึงดูดในลักษณะนี้จริง แล้วเหตุใดมิสเตอร์อะซิกถึงมองไม่เห็นและทักท้วงเรา?
ตัวเรามีสิ่งใดแปลกกว่าคนอื่น?
หรือความพิเศษดังกล่าวจะเกี่ยวกับพลังคืนชีพแบบจำกัดจำนวนครั้ง?
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ไคลน์เกิดความต้องการจะเข้าไปในมิติเหนือสายหมอก เพื่อทำนายถามว่าสมมติฐานของตนเป็นจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม มันรีบสลัดความคิดดังกล่าวทิ้งทันที ไม่ใช่เพราะกลัวมิสบอดี้การ์ดเฝ้ามองทางกระจก แต่เป็นเพราะปริศนาใหญ่อันดับหนึ่งของตนคือไอ้เจ้ามิติเหนือสายหมอกปริศนานั่นต่างหาก!
ดังนั้น ถ้ามันไม่อยากให้เราทราบความจริง ผลลัพธ์ก็คงไม่ออกมาแน่นอน การใช้พลังทำนายพร่ำเพรื่อไม่เกิดผลดีแน่
อย่างน้อย ช่วงนี้ก็ยังไม่ปรากฏสัญญาณการถูกชักนำโดยพลังลึกลับ คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามครรลองธรรมชาติ เรายังพอรับได้ หากการดึงดูดเกิดขึ้นอย่างเป็นมิตรโดยไม่มีเจตนาชั่วร้ายแอบแฝง…ในเมื่อเลือกเส้นทางมาแล้ว คงเปลี่ยนไม่ได้จนกว่าจะถึงลำดับสี่ ดังนั้นต้องปล่อยให้ทุกสิ่งไหลไปตามกระแสของโชคชะตา…แต่ต้องคอยเตือนตัวเองเสมอ ห้ามเดินทางไปยังยอดเขาโฮนาซิสเพื่อค้นหาสมบัติของตระกูลอันทีโกนัสเด็ดขาด…เราสัมผัสได้ว่า ตัวเราในอนาคตจะขอบคุณการตัดสินใจอันเฉียบแหลมของวันนี้ ฮะฮะ! ไคลน์รำพันเงียบงันในใจ ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าเปลือกตาเริ่มหนักจนไม่สามารถฝืนถ่างไหว
ความคิดสุดท้ายก่อนหลับสนิท
เราควรร่วมชุมนุมผู้วิเศษให้มากขึ้น ต้องพยายามหาวัตถุดิบโอสถ ‘นักมายากล’ จากจัสติส แฮงแมน และเดอะซัน…ขณะเดียวกัน ถ้าใครมีวัตถุดิบเกี่ยวข้องกับ ‘ผู้ไร้หน้า’ เราก็ไม่คิดปฏิเสธ…ระหว่างนี้ก็ต้องรวบรวมสมบัติวิเศษไว้จำนวนหนึ่ง เอาแบบมีผลข้างเคียงไม่รุนแรงนัก เมื่อยังไม่แข็งแกร่ง ก็ต้องพกพาอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้มากเข้าไว้…และห้ามลืมการลงทุน รับงานนักสืบ ออมเงิน และพยายามหาเบาะแสของลาเนวุสเด็ดขาด สิ่งเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นในการแก้แค้น และยังเป็นคือบทพิสูจน์สำคัญของก้าวถัดไป เราจะเข้มแข็งขึ้นถ้าผ่านมันไปได้…
ไคลน์วางแผนอนาคตเสร็จสรรพ
…
เจ็ดโมงตรงในตอนเช้า ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาและพบว่า บรรยากาศนอกบ้านยังหม่นหมองและเต็มไปด้วยหมอกหนา
ไคลน์พยุงตัวยืนและเดินไปทางประตูห้องนอน แต่ขณะผ่านกระจกเต็มบาน มุมสายตาพลันเหลือบเห็นมิสบอดี้การ์ดปรากฏตัวบนผิวกระจกเงา
เธอสวมหมวกเล็กใบเดิม ผิวพรรณบนใบหน้าขาวซีดเฉกเช่นทุกครั้ง น้ำเสียงล่องลอยเลือนรางทะลุผ่านกระจกกระทบหูไคลน์
“คนของ MI9 ลอบเข้ามาเมื่อคืน”
กะแล้วเชียว…พวก ‘ตำรวจ’ มักมาสายเสมอ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องขอบคุณ เพราะถ้ามาเร็วกว่านี้คงได้ฉิบหายกันหมด…ไคลน์อมยิ้มพลางซักถาม
“ไม่พบอะไรใช่ไหม”
มันมีคำตอบในใจอยู่แล้ว เพราะหากคนของ MI9 พบร่องรอยบางสิ่ง ตัวมันคงไม่ได้หลับสนิทเป็นตายเช่นนี้
“ไม่” เมื่อขานตอบ ร่างมิสบอดี้การ์ดเลือนหายไปจากกระจกเงาทันที
ความพิเศษของเธอทรงพลังมาก…แม้แต่เนตรวิญญาณก็มิอาจหาพบ…จริงสิ บางทีเราอาจมองเห็นได้ด้วยตะกอนพลังของโรซาโก้…ลองค้นหาเธอด้วยเส้นด้ายมายาสีดำดีไหม? ไคลน์ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับไปทางเตียงและโน้มหยิบกล่องบุหรี่ใต้หมอน
เพียงใช้ฝ่ามือสัมผัสกล่อง ยังไม่ต้องปิด ชายหนุ่มรู้สึกได้ทันทีว่า รอบลำคอของตน กำลังมีสายลมเย็นเฉียบไหลเวียนพร้อมจิตสังหารเข้มข้น ทำเอาเส้นขนทั่วร่างลุกตั้งชั้นอย่างควบคุมไม่อยู่
แกร่ก!
มือไม้ไคลน์อ่อนแรงกะทันหัน ส่งผลให้กล่องโลหะหล่นกระทบพื้นจนเกิดเสียง
คำเตือนจากมิสบอดี้การ์ดสินะ…ไคลน์ยิ้มจืดชืดพร้อมกับแสร้งตีหน้าซื่อ มันรีบเก็บกล่องโลหะใส่กระเป๋าเสื้อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น
หลังจากล้างหน้า ล้างมือ และแต่งกายเสร็จเรียบร้อย ไคลน์เดินลงมาชั้นล่างและตรงไปทางกล่องจดหมายทันที ตามด้วยการล้วงหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าออกมา แน่นอน สิ่งนี้ต้องเสียค่าบริการรายเดือน
เมื่อพลิกหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทัสซอคขึ้นมาอ่าน พาดหัวข่าวตัวใหญ่คือ
“เอกอัครราชทูตอิสทิสประจำกรุงเบ็คลันด์ถูกลอบสังหาร! องค์กรชั่วร้าย ‘ชุมนุมแสงเหนือ’ ออกมาอ้างความรับผิดชอบ!”
ข่าวออกวันรุ่งขึ้นเลยหรือ? ยิ่งไปกว่านั้น ชุมนุมแสงเหนือแค่รับภารกิจไปจากเรา แล้วทำไมพวกมันถึงอ้างความรับผิดชอบ? หืม…เข้าใจแล้ว กลุ่มก่อการร้ายมักต้องการสร้างชื่อเสียงในคดีใหญ่ เพื่อให้มวลชนเห็นว่าพวกมันมีพลังอำนาจในมือ ถัดจากนั้น ผู้คนก็จะหลั่งไหลไปเข้าร่วม สิ่งนี้สอดคล้องกับหลักการเผยแผ่ศาสนาหรือลัทธิทั่วไป…มิสเตอร์ A แข็งแกร่งเอาเรื่องทีเดียว มันคงเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากคนเลี้ยงแกะ…ไคลน์ยืนก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ใจกลางบ้าน
จากเนื้อหาของข่าว มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้โจมตีเป็นคนของชุมนุมแสงเหนือ และหลังจากสืบสวนขยายผล ทางกองทัพพบว่า พวกมันจงใจทิ้งจดหมายอ้างความรับผิดชอบไว้ในสถานทูต
รายละเอียดข่าวยังระบุข้อมูลอย่างคร่าวของชุนนุมแสงเหนือไว้ด้วย รวมถึงไล่เรียงเหตุก่อการร้ายในอดีตของพวกมัน สิ่งนี้ทำให้ชุมนุมแสงเหนือโด่งดังยิ่งกว่าองค์กรกลับเก่าแก่ยาวนานในชั่วข้ามคืน
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวจบลงได้สักที…ชายหนุ่มถอนหายใจผ่อนคลาย มันชำเลืองออกไปนอกบ้านและพบว่าหมอกหนาเริ่มจางลง
ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ…สงสัยวันนี้อากาศดีเป็นพิเศษ…ไคลน์อมยิ้มชอบใจ
ได้เวลาออกไปจับชู้แล้ว
Comments for chapter "ตอนที่ 253 : ใคร่ครวญยามค่ำคืน"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com