Skip to content

Outside Of Time 1190


บทที่ 1190 : 2 พี่น้องผงาดฟ้าร่วมใจ!

ธุลีเม็ดนี้ ทันทีที่ปรากฏขึ้น ฟ้าดินที่ตั้งของสำนักเซียนกระบี่ก็คำรามกึกก้อง

พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวดกลุ่มหนึ่ง ประดุจอำนาจสวรรค์ จากการปรากฏของธุลีที่ลอยล่องแผ่วเบานี้ ก็พวยพุ่งขึ้นมาอย่างน่าตกตะลึง

โลกสั่นคลอน มิติมอดดับ ผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่ที่นี่ต่างรู้สึกเหมือนสายฟ้าหมื่นสายฟาดผ่าในใจ สีหน้าของแต่ละคนก็เปลี่ยนไปโดยไม่อาจควบคุม

ร่างกายภายใต้หัวใจที่เต้นรุนแรงนี้ก็ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว

ราวกับว่าเผชิญหน้ากับธุลีนี้ จะเป็นสรรพชีวิตก็ดีหรือสรรพสิ่งก็ดี ต่างต้องถอยทั้งนั้น

มิอาจขัดขืน!

เพราะนี่คือสายธารแห่งจุดสูงสุดเมื่อกฎระเบียบสมดุล เป็นพลังเศษเสี้ยวของเซียน!

เป็นของวิเศษล้ำค่าสูงสุดที่ซิงหวนจื่อ ดวงดาวดวงแรกในเสี้ยวขณะที่ก้าวเข้าสู่เตรียมเซียน อาศัยพรสวรรค์และวาสนาตลอดชีวิตของเขา รวมถึงรากฐานอันหนักแน่นของตัวเองและที่ได้รับจากหอคอยดวงดาวถึงจะคว้าเอามาได้!

กล่าวได้ว่า นี่คือสิ่งยืนยันวิถีเซียนในอนาคตของซิงหวนจื่อ!

ความยิ่งใหญ่ของมัน ไม่ต้องอธิบายมาก

ตอนนี้จากการลอยลงมาของมัน ฟ้าดินย่อมเปลี่ยนสีไปโดยธรรมชาติ!

ทำให้คนทั้งหลายราวกับได้เห็นห้วงท้องฟ้าดาราทั้งหมด!

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุลีเม็ดนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยปรากฏในภาคเหนือเลย

ผู้ที่เคยเห็นธุลีเม็ดนี้จริงๆ มีเพียงเตรียมเซียนไม่กี่คนที่จับตามองการต่อสู้ระหว่างสวี่ชิงกับซิงหวนจื่อในชั้นที่ 5 วังเซียนแสงเรืองรองเมื่อก่อนหน้านี้เท่านั้น

แต่ในเสี้ยวขณะนี้ มันปรากฏขึ้นในภาคเหนือ ปรากฏขึ้นที่สำนักเซียนกระบี่ ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเชียนจวินและปี้อี้

ดังนั้น ความตื่นตกใจที่นำมาจึงยิ่งรุนแรงมากขึ้น พอที่จะสั่นคลอนกายและวิญญาณของทุกคน

เชียนจวินและปี้อี้ยิ่งสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนี้

เพราะในเสี้ยวขณะนี้ แผนการใดๆ ล้วนกลายเป็นเรื่องเด็กเล่นไปหมด

เพราะในเสี้ยวขณะนี้ การเตรียมตัวทั้งหมดล้วนกลายเป็นเรื่องตลก

กระบี่ใหญ่เล่มแรกที่มาจากใต้ลานกว้าง และกระบี่ใหญ่เล่มที่ 2 ที่ตกลงมาจากท้องฟ้า พวกมันล้วนสั่นสะเทือนภายใต้เสียงคำรามของฟ้าดิน พลังกระบี่ไม่อาจสำแดงต่อไปได้

พลังกระบี่ ถูกบังคับขัดจังหวะอย่างรุนแรง

ตัวมันเอง…ภายใต้การสั่นสะเทือนนี้ ต้องส่งเสียงราวครวญครางร่ำไห้ออกมา

เสี้ยวพริบตาต่อมา กระบี่ทั้ง 2 เล่มบนฟ้าและบนดินนี้ ก็มาถึงขีดสูงสุดที่จะสามารถทนได้ จากนั้น…ก็แตกเป็นเสี่ยงๆ พังทลายลงเป็นชุ่นๆ

สิ่งที่พังทลายลงไปด้วย ยังมีลมพายุที่ก่อขึ้นจากเงาปราณกระบี่หลายพันทางนั้นที่ถูกเหนี่ยวนำมัน วนล้อมอยู่รอบตัวสวี่ชิง

เผชิญหน้ากับธุลีกฎแห่งสวรรค์ พลังปราณกระบี่หยุดลง แสงกระบี่ก็หมองหม่น พายุที่ก่อตัวขึ้น…ภายในพริบตา ราวกับถูกลบเลือนไป

ไม่เหลืออยู่

แม้กระบี่เซียนที่เชียนจวินและปี้อี้ฝืนบังคับควบคุมอย่างแข็งกร้าว ทำให้เกิดการสะท้อนพลังกลับและพุ่งตรงไปยังสวี่ชิง 2 เล่มนั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน ในเสี้ยวขณะที่เข้าใกล้สวี่ชิง ก็สั่นสะเทือนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สุดท้าย ก็ม้วนกลับไป

ส่วนเชียนจวินและปี้อี้ที่รวมเป็นหนึ่งด้วยวิชาลับ ยิ่งสั่นสะเทือนไปทั่วร่าง เลือดไหลออกจาก 7 ทวาร ร่างกายที่เดิมทีพุ่งไปอย่างเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร ก็พุ่งย้อนกลับไป ถอยร่นไปอย่างรวดเร็ว

ไม่อาจต่อกรได้ ไม่อาจสู้ได้!

ธุลีแม้จะเบาบาง แต่ในสายตาของเชียนจวินและปี้อี้ น้ำหนักของมันประดุจท้องฟ้ากดทับ

ความรู้สึกอันตรายในใจในเสี้ยวขณะนี้ รุนแรงถึงขีดสุด

แต่การถอยร่นของพวกเขา ภายใต้ธุลีกฎแห่งสวรรค์ ก็ไม่มีความหมายใดๆ

ภายใต้กฎแห่งสวรรค์ ฝังกลบทุกสิ่ง ไม่ยอมให้ดำรงอยู่!

เพียงพริบตา จิตใจของทั้ง 2 ก็มีสายฟ้าฟาดคำราม กายเนื้อไม่อาจทนทานได้ ก็สลายไปทันที สถานะการรวมเป็นหนึ่งก็ถูกขัดจังหวะไปทันที

หลังจากแยกจากกัน ทั้ง 2 ก็กระอักเลือดออกมาอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายต่างแตกสลาย แม้แต่วิญญาณก็เช่นกัน ภายใต้การตกลงมาของธุลี ก็เกิดรอยร้าวขึ้น

ความรู้สึกเป็นตาย ราวกับคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ ท่วมจมทุกสิ่ง

และในเสี้ยวขณะที่ธุลีจะตกลงมาอย่างสมบูรณ์ ร่างกายและวิญญาณของเชียนจวินและปี้อี้จะสลายไปอย่างสมบูรณ์…

เสียงถอนหายใจเบาๆ ดังมาจากหอแห่งนั้นในสำนักเซียนกระบี่

“ไว้หน้ากันสักหน่อยเถิด…”

เสียงถอนหายใจนี้ ก่อให้เกิดลมกระบี่กลุ่มหนึ่ง ปรากฏขึ้นใต้ธุลีเม็ดนั้น

พัดเบาๆ ธุลีก็หยุดนิ่งกลางอากาศ

อาศัยโอกาสที่หยุดนิ่งนี้ เชียนจวินและปี้อี้หายใจหอบถี่ ไม่เสียดายที่จะสำแดงพลังทั้งหมด พุ่งไปยังหอนั่นอย่างรวดเร็ว พวกเขาได้ยินเสียงอาจารย์ และก็รู้ว่าอาจารย์ลงมือแล้ว

และความรู้สึกเป็นตายก่อนหน้านี้ ทำให้พวกเขาตอนนี้หวาดหวั่นตื่นกลัวเป็นอย่างยิ่ง รู้ดีเป็นอย่างยิ่งว่าตอนนี้หนทางรอดเดียวที่มีของพวกเขาคือที่ที่อาจารย์อยู่

ดังนั้น จึงใช้ความเร็วที่รวดเร็วเป็นอย่างยิ่งพุ่งไปทันที

เพียงแต่…เบื้องหน้าของพวกเขา จู่ๆ กลับมีระลอกคลื่นกาลอวกาศเป็นวงๆ กีดขวางในห้วงเวลานี้ หอนั่น ราวกับกลายเป็นศาลเจ้าที่ไม่มีอยู่จริง

ยิ่งไปกว่านั้น เสี้ยวพริบตาต่อมา ระลอกคลื่นกาลอวกาศเหล่านั้นก็ทับซ้อนกัน ก่อตัวเป็นพายุแห่งกาลอวกาศ แปรเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำปั่นป่วนแห่งกาลอวกาศ ก่อตัวเป็นคลื่นแห่งกาลอวกาศ ฟองคลื่นซัดโหมขึ้นมา และซัดไปบนร่างของเชียนจวินและปี้อี้

คลื่นสลายไป ร่างของทั้ง 2 ก็หายไปพร้อมกับมัน

ถูกหอบม้วนพัดพาไปในคลื่น ถูกจมลงในกาลอวกาศ ไม่อยู่ในโลกปัจจุบันแล้ว!

ส่วนสวี่ชิง ตอนนี้ก้าวหนึ่งเหยียบลงไปในคลื่นที่สลายไป แล้วหายตัวไปเช่นกัน

บุกเข้าไป…ในกาลอวกาศที่เขาส่งเชียนจวินและปี้อี้ไป!

ฉากนี้ ตั้งแต่สวี่ชิงก้าวออกไป เชียนจวินและปี้อี้ก็เริ่มการโจมตีตอบโต้ จนกระทั่งการโจมตีตอบโต้ล้มเหลว พยายามหลบหนี แล้วก็ถูกสวี่ชิงดึงเข้าสู่กาลอวกาศ แล้วก็บุกเข้าไป…

เหตุการณ์ทั้งหมด เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น!

แต่ความตื่นตะลึงที่นำมาให้ขั้วอำนาจต่างๆ ในภาคเหนือที่อยู่ที่นี่กลับท่วมท้น ไม่ถึงขนาดยากที่จะลืมเลือนไปตลอดชีวิต แต่ก็ไม่ต่างกันเท่าไร

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะชื่อเสียงของเชียนจวินและปี้อี้นั้นเลื่องลื่อนัก ดังนั้นการพลิกกลับตาลปัตรของสถานการณ์เช่นนี้ จึงทำให้คนตื่นตะลึง

อีกส่วนหนึ่ง คือคนที่ลงมือนั้น ไม่มีใครรู้จัก แต่ความน่ากลัวของธรรมนูญนั้น น่าหวาดหวั่นครั่นคร้ามนัก

และอีกอย่างคือระดับความรุนแรงของการต่อสู้ระหว่างดวงดาวศึกนี้ได้ก้าวข้ามระดับเจ้าเหนือหัวไปแล้ว

ต่อให้เป็นระดับเตรียมเซียน การต่อสู้แบบนี้ก็ยังน่าทึ่ง

ดังนั้น จึงอดไม่ได้ที่บางคนจะมองสวี่ชิง…เป็นซิงหวนจื่อ

“คนเมื่อครู่นั้น…”

“ซิงหวนจื่อหรือ”

“แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่…”

ในและนอกสำนักเซียนกระบี่ ต่างตื่นตกใจกันไปหมด ภายในหอเก็บกระบี่ จอมเซียนหลันฝูถอนหายใจ ก้าวเท้าออกไป กำลังจะก้าวไปข้างหน้า และในขณะเดียวกันก็เปิดปาก คิดอยากจะพูดอะไรบางอย่าง…

แต่ชายกลางคนเสื้อคลุมยาวสีแดงที่อยู่ข้างๆ ในเสี้ยวขณะนี้ยิ้มๆ แล้วพูดขึ้นก่อน “คนหนุ่มสาวสมัยนี้ ช่างน่าเกรงขามนัก ขนาดเซียนชั้นล่างยังไม่ไว้หน้ากันเลย”

จอมเซียนหลันฝูฝีเท้าหยุดชะงัก หันไปมองชายกลางคนเสื้อคลุมยาวสีแดงที่พูดด้วยความชิงชัง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง กำลังจะอ้าปาก ชายกลางคนเสื้อคลุมยาวสีแดงก็กล่าวขึ้นอีกว่า “แต่จะอย่างไรก็เป็นศิษย์ตัวเอง แม้ไม่สะดวกที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่การปกป้องชีวิตของพวกเขาก็สมเหตุสมผล และยังทำให้เจ้าผู้เยาวว์คนนั้นรู้ว่า จะต้องไว้หน้าเซียนชั้นล่าง”

จอมเซียนหลันฝูเงียบนิ่ง

เขายิ่งเกลียดคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก

อีกฝ่ายเอาแต่พูดสิ่งที่เขาจะพูดครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรในขณะนี้ดี

ดังนั้น เขาจึงขมวดคิ้ว ลมหายใจกำลังจะพ่นออกจากจมูก

ชายกลางคนเสื้อคลุมยาวสีแดงที่อยู่ข้างๆ ก็แค่นเสียงเย็นขึ้นจมูก

จอมเซียนหลันฝูโกรธจัด “เจ้าเกินไปแล้วนะ แม้แต่เสียงฮึดฮัดของข้าก็ยังจะแย่งไปอีก!”

ชายกลางคนเสื้อคลุมยาวสีแดงยิ้ม ไม่พูดอะไร

จอมเซียนหลันฝูในใจยิ่งรู้สึกชิงชังขึ้นไปอีก เลยไม่พูดอะไรเลย ก้าวออกไป 1 ก้าว แล้วก็หายไปในเสี้ยวพริบตา

……

และในเสี้ยวขณะนี้ ในกาลอวกาศที่แตกต่างจากโลกปัจจุบัน บนทะเลทรายแห่งหนึ่ง

ร่างของเชียนจวินและปี้อี้ กำลังพุ่งไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว พยายามหาทางออกจากที่นี่

ภายใต้การซัดกวาดของคลื่นกาลอวกาศ พวกเขาถูกสวี่ชิงแยกออกจากโลกปัจจุบัน และส่งเข้าไปในกาลอวกาศแห่งนี้

ในเสี้ยวพริบตาที่ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ พวกเขามีเสี้ยวขณะหนึ่งที่แยกแยะความจริงและความเท็จไม่ค่อยออกเพราะกาลอวกาศแห่งนี้ ทะเลทรายแห่งนี้ ช่างสมจริงเหลือเกิน

แต่วิกฤตเป็นตายที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากส่วนลึกของจิตใจ ทำให้พวกเขา 2 พี่น้องตอนนี้ไม่มีเวลาคิดมาก จิตใจถูกครอบงำด้วยความวิตกกังวลและความขมขื่นอย่างสิ้นเชิง

“บ้าเอ๊ยๆๆ เป็นเพราะเจ้า!”

“มีสิทธิ์อะไรมาโทษข้า! เห็นอยู่ชัดว่าเป็นเจ้าที่คิดแผนโง่ๆ นี้ขึ้นมา จะวางแผน จะซุ่มโจมตี ตอนนี้โง่ไปเลยใช่ไหม!”

“ข้าโง่หรือ ก็ไม่ใช่เพราะเจ้าบอกว่าไม่มีใครช่วยพวกเราได้ แม้แต่อาจารย์ก็เป็นคนไร้ประโยชน์ ดังนั้นเราจึงต้องล่อคนคนนั้นมา ถ้าสามารถสังหารได้ ก็จะสามารถแก้ไขผลกรรมเวรของการยอมรับนายได้!”

“พูดเสียอย่างกับว่ามีแต่ข้าที่ยอมรับนายเลยนะ เจ้าก็ด้วยไม่ใช่หรือ!”

“เป็นเพราะเจ้า!”

พี่น้องเชียนจวินและปี้อี้ทั้ง 2 คน ตอนนี้ทะยานไปข้างหน้า พลางจ้องหน้ากันและทะเลาะกัน หลังจากที่กล่าวโทษกันและกันแล้ว ทั้ง 2 ก็คำรามเสียงต่ำอีกครั้ง

“อาจารย์ก็เป็นพวกไร้ประโยชน์!”

“ตาแก่คนนั้น ทั้งๆ ที่เป็นเซียนแท้ๆ แต่กลับมองดูพวกเราถูกสังหารกับตา!”

“ใช่แล้ว หน้าของอาจารย์ คนคนนั้นไม่สนใจเลยสักนิด!”

“ดังนั้น ก็เป็นเพราะบารมีอาจารย์ไม่มากพอ!”

“ถูกต้องที่สุด ถ้าเขาเป็นจอมเซียน คนคนนั้นจะต้องให้เกียรติแน่นอน”

“ดังนั้น…”

“เป็นเพราะท่านอาจารย์!!”

พี่น้องทั้ง 2 คำรามพร้อมกัน และหลังจากที่ได้ระบายออกมาแล้ว พวกเขาก็กลับมาเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันอีกครั้ง

ตอนนี้หลังจากระบายออกไปแล้ว ความอัดอั้นในใจก็คลายลงบ้าง ความเร็วก็เร็วขึ้น ใกล้จะทะยานออกจากทะเลทรายนี้แล้วเต็มที

แต่ในตอนนี้เอง ทะเลทรายก็มีลมพัดมา

ลมพัดหอบเม็ดทราย เพียงเสี้ยวอึดใจก็ปลิวว่อนทั่วฟ้า โหมกระหน่ำไปทั่วทั้งโลก มาด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทานได้ พุ่งเข้าหาทั้ง 2 อย่างกึกก้อง

ไม่ว่าพวกเขาจะลงมืออย่างไร จะคำรามอย่างไร จะระเบิดพลังอย่างไร ก็ไร้ประโยชน์

สุดท้าย ลมทรายทั่วทั้งผืนฟ้า ก็กลายเป็นใบหน้ายักษ์ที่ครอบครองท้องฟ้า

นั่นคือใบหน้าของสวี่ชิง

อ้าปากกว้างไปหาทั้ง 2 แล้วกลืนลงไปทันที

ท่ามกลางความสิ้นหวัง เชียนจวินและปี้อี้มองหน้ากัน กัดฟันแน่น ดวงตาเผยความไม่ยอมจำนน ต่างถ่ายทอดเสียงหากัน

“น้องพี่ เรายอมตายก็ไม่ยอมก้มหัว!”

“ท่านพี่ เราจะตายอย่างทรนง แต่จะไม่ยอมศิโรราบเพื่อเอาตัวรอดเด็ดขาด!”

“จากนี้ เราจะพุ่งขึ้นไปพร้อมกัน ไประเบิดตัวเอง!”

“ดี! พุ่งไปพร้อมกัน ระเบิดพร้อมกัน!”

ในระหว่างจิตเทพ ทั้ง 2 คำราม ร่างกายสั่นไหว ดูเหมือนจะพุ่งออกไป แต่เสี้ยวพริบตาต่อมา…พวกเขากลับคุกเข่าลงพร้อมกัน รีบตะโกนเสียงดังว่า “นายน้อย…”

ทันทีที่ 2 คำนี้พูดจบ ทั้ง 2 ก็มองหน้ากันโดยสัญชาตญาณ ต่างก็เผยความประหลาดใจ กำลังจะอ้าปากพูด เสี้ยวพริบตาต่อมา…บนท้องฟ้าของกาลอวกาศนี้ ก็พลันมีแสงสีฟ้าปรากฏขึ้น

แสงนี้ราวกับทะเล กวาดเข้ามา หลังจากที่ครอบคลุมกาลอวกาศนี้ ใบหน้าที่แปลงมาจากสวี่ชิงบนท้องฟ้าก็ชะงักไปเล็กน้อย

และในแสงสีฟ้ามีเสียงแห่งความโกรธดังออกมา

“เจ้าพวกน่าขายหน้าทั้ง 2 คน!”

เสียงดังออกมา เชียนจวินและปี้อี้ก็ดีใจทันที กำลังจะลุกขึ้นยืน แต่เพียงพริบตา แสงสีฟ้าเหล่านั้นก็พุ่งลงมา รวมตัวกันเป็นเงาร่างของจอมเซียนหลันฝู เพียงก้าวเดียวก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าพี่น้องทั้ง 2

ราวกับขี้เกียจจะฟังคำพูดของพวกเขา จอมเซียนหลันฝูยกมือขึ้นตบ

ทันใดนั้น พี่น้องทั้ง 2 ก็สะท้านไปทั่วร่าง ป้ายอนุมัติเมืองเซียนของพวกเขาแยกออกมาจากร่างกาย

จอมเซียนหลันฝูปัดไป ส่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

จากนั้นมือใหญ่ก็สะบัด สำแดงพลังเต็มที่ ฟ้าดินเปลี่ยนสี กาลอวกาศเกิดรอยร้าว พลังสูงสุดที่น่าสะพรึงกลัวอย่างสุดจะพรรณนา ก็พวยพุ่งขึ้นจากร่างของเขา

ปั่นป่วนไปทุกกาลอวกาศ!

ราวกับว่าเพียงชั่วความคิดของเขา กาลอวกาศทั้งหมดก็จะกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา

เมื่อทำทั้งหมดนี้เสร็จ เขาก็กล่าวอย่างเรียบๆ ว่า “ผู้เยาว์ ไว้หน้ากันสักนิดเป็นอย่างไร!”

บนท้องฟ้า ร่างของสวี่ชิงเดินออกมา หลังจากรับป้ายอนุมัติเมืองเซียน 2 อันที่ส่งมาแล้ว เขาก็ก้มตัวโค้งคารวะ “ผู้อาวุโสกล่าวเช่นนั้น ผู้เยาว์ย่อมทำตาม”

กล่าวจบ สวี่ชิงก็ถอยกลับไป และหายไปอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่หายไปพร้อมกัน คือกาลอวกาศนี้

บริเวณรอบๆ พร่าเลือน และเมื่อกลับมาชัดเจนอีกครั้ง ก็ยังคงเป็นสำนักเซียนกระบี่ เพียงแต่ไม่ใช่ลานกว้าง แต่เป็นภายในหอกระบี่

เชียนจวินและปี้อี้รู้สึกเหมือนฝันไปเล็กน้อย จากนั้นก็ดีใจจนสุดขีด กำลังจะขอบคุณอาจารย์

เห็นเพียงจอมเซียนหลันฝูถลึงตาจ้องเขม็ง ก้าวขึ้นไปเตะพี่น้องทั้ง 2 คนละทีจนกระเด็นไปอยู่มุมห้อง จากนั้นก็ยังไม่สะใจ ท่ามกลางเสียงของ 2 พี่น้องที่ร้องโหยหวน เขาก็เตะซ้ำไปอีกหลายครั้ง

“เจ้าพวกไม่ได้เรื่อง!”

“เจ้าพวกขายขี้หน้า!”

“ข้าตอนนั้นดื่มมากเกินไปถึงได้คิดว่าพวกเจ้าเอามาปั้นเอามาแต่งให้เป็นดาวได้!”

“พวกเจ้าไม่ใช่คุณสมบัติกายกระบี่โดยกำเนิด แต่เป็นคุณสมบัติกายวอนหาเรื่องโดยกำเนิด!”

หลังจากเตะเสร็จ จอมเซียนหลันฝูส่งเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชา มองชายกลางคนเสื้อคลุมยาวสีแดงที่อยู่ข้างๆ ไม่พูดอะไร

ชายกลางคนเสื้อคลุมยาวสีแดงก็กะพริบตาปริบๆ ไม่พูดอะไรเช่นกัน

จอมเซียนหลันฝูขมวดคิ้ว รออยู่ครู่หนึ่ง

“ทำไมเจ้าไม่พูดในสิ่งที่ข้าจะพูดล่ะ”

“ข้าไม่อยากพูด” ชายกลางคนเสื้อคลุมยาวสีแดงยิ้ม

จอมเซียนหลันฝูจนปัญญา ถอนหายใจหลังจากนั้นครู่หนึ่ง

“ศิษย์พี่…เจ้า 2 คนโง่นี่ อย่างไรเสียก็เป็นศิษย์หลานของท่าน ตอนนี้ท่านมีอำนาจอยู่ในมือ ไม่อย่างนั้น…ให้ป้ายพวกเขาอีก 2 อันดีหรือไม่”

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version