บทที่ 1215 ต่างวิถีเป้าหมายเดียวกัน
แต่เมื่อบัญญัติระเบียบบนตัวซิงหวนจื่อโคจร ชั่วพริบตายามโซ่เหล็กมากมายทะลวงอากาศ นัยน์ตาสวี่ชิงพลันหดรัด ตวาดเสียงเบา “ข้างหน้า!”
ยามยกมือชี้นิ้วไปทางซิงหวนจื่อ
ชั่วขณะยามสวี่ชิงส่งเสียง การตอบสนองของซิงหวนจื่อรวดเร็วหาใดเปรียบ โซ่ระเบียบทั้งหมดขยับเคลื่อนพร้อมกัน ขวางตรงหน้าเขาไว้
แต่ยังช้าไปเล็กน้อย
พลังชวนประหวั่นถาโถมมาหน้าโซ่เหล็กเหล่านั้น
ราวดวงดาวแตกเป็นเสี่ยง คล้ายระบบดาวปั่นป่วน
เสียงดังอึกทึกสนั่นหู สีหน้าซิงหวนจื่อพลันซีดเผือด กระอักเลือดแดงสดออกมา ร่างตวัดม้วนเหมือนว่าวสายป่านขาด โซ่ระเบียบทั้งหมดตรงหน้าพังทลาย แตกละเอียดเป็นชิ้นๆ
ตรงตำแหน่งซึ่งโซ่พังทลาย ที่นั่นมีเงาร่างหนึ่งปรากฏฉับพลัน
ตอนนี้เงาร่างเลือนรางกำลังตามล่าซิงหวนจื่อ แต่เมื่อสวี่ชิงจรดนิ้ว บัญญัติห้วงมิติพลันปรากฏโดยไม่อาจจับต้องได้ ก่อนกลายเป็นพลังผนึก
ขวางทางมันไว้
ทว่าผนึกห้วงมิตินี้ ไม่อาจจำกัดความเร็วชวนประหวั่นของเงาร่างนั้นได้อย่างแท้จริง แต่ร่วมกับการขวางด้วยระเบียบของซิงหวนจื่อก่อนหน้านี้ สุดท้ายยังทำให้ซิงหวนจื่อเว้นช่วงหายใจได้เฮือกหนึ่ง
ทำให้ซิงหวนจื่อซึ่งกระอักเลือดถอยร่นสำแดงบัญญัติดุลยภาพ เปลี่ยนเป็นความเร็วซึ่งทำให้เขาถอยหลบจากวิกฤติเป็นตายได้ชั่วคราว!
เงาร่างนั้นจึงชะงักกลางฟ้าดารา
เผยให้เห็นภาพรวม
นั่นคือผู้บำเพ็ญวัยกลางคนสวมชุดคลุมยาวสีแดงที่ยังอยู่นอกประตูวัง!
แต่ตอนนี้ร่างที่ยืนนอกวังเลือนราง กลายเป็นเสี้ยวเงาแล้ว
ตัวเขาอาศัยความเร็วถึงขีดสุด ปรากฏตัวหน้าซิงหวนจื่อเมื่อครู่ ทำลายทุกอย่างแตกละเอียด หากไม่ใช่ว่าสวี่ชิงเอ่ยเตือนและช่วยเหลือ เกรงว่าตอนนี้ซิงหวนจื่อไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส
ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนหันมองสวี่ชิง ก่อนกล่าวราบเรียบ “ถึงขั้นมองตามความเร็วข้าได้ ไม่แปลกที่กล้าขโมยเสบียงเทพของอาจารย์ข้า”
สวี่ชิงหรี่ตา นัยน์ตาฉายแววเยียบเย็น คนตรงหน้าคือผู้บำเพ็ญซึ่งพูดได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดในหมู่กึ่งเซียนที่เขาพบเจอ บัญญัติของเขา… ความจริงแล้วไม่แปลกประหลาด กลับกลายเป็นว่าเรียบง่ายยิ่ง
ความเร็ว!
นั่นคือความเร็วถึงขีดสุด ถึงขั้นเหนือกว่ากาลเวลา!
บัญญัติเขาไม่มีความแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ พิจารณาเพียงใครไปได้ไกลกว่า สิ่งที่ศึกษาจะยิ่งถ่องแท้
“เดิมคิดสังหารคนผู้นี้ ให้เจ้ารู้ว่าควรถอย คายสิ่งที่ขโมยไปออกมา”
“แต่เมื่อเจ้ามาขวาง… ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่าเจ้าด้วยแล้วกัน”
ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนมองสวี่ชิง เสียงยังดังก้อง แต่ร่างเขาปรากฏตัวห่างจากเบื้องหน้าสวี่ชิงเพียง 3 จั้ง!
ความเร็วเหนือการรับรู้ กำลังเงื้อมือขวาฟาดไปทางสวี่ชิง ตอนนี้ฟ้าดารารอบตัวสวี่ชิงถูกควบคุม เกิดคลื่นวนกะทันหัน พลังฉีกทึ้งพลันปะทุ
แต่ครู่ต่อมาผู้บำเพ็ญวัยกลางคนกลับเลิกคิ้ว ส่งเสียงประหลาดใจแผ่วเบา
ร่างกายถอยร่นไม่บุกเข้าไป
ตอนนี้ไอสังหารตรงนัยน์ตาสวี่ชิงพลันปะทุ แน่นอนว่าเขาเตรียมการไว้ เมื่อครู่ยามอีกฝ่ายเอ่ยปาก บัญญัติห้วงมิติเขาทับซ้อนเป็นชั้นๆ บัญญัติกาลเวลาสร้างความปั่นป่วน ผสานกันเป็นบัญญัติกาลอวกาศ กลายเป็นห้วงอนันต์
ดังนั้นการมาเยือนของอีกฝ่าย รวมถึงคลื่นวนซึ่งปรากฏฉับพลัน ทำให้พลังฉีกทึ้งสัมผัสกับกาลอวกาศของสวี่ชิงทันที
ดับสลายชั่วพริบตาโดยไร้สุ้มเสียง
ตัวสวี่ชิงสั่นสะท้าน มุมปากหลั่งเลือดแดงสด 2 มือทำมุทราไปเบื้องหน้าฉับพลัน
“สยบ ควบรวม ผนึก!”
สิ่งที่สยบคือห้วงมิติ สิ่งที่ควบรวมคือเวลา สิ่งที่ผนึกคือกาลอวกาศ!
ครู่ต่อมาร่างผู้บำเพ็ญวัยกลางคนแข็งทื่อกลางฟ้าดารา เส้นเวลาที่เขาอยู่พลันชะงักค้าง กาลอวกาศที่สร้างขึ้น แน่นอนว่าถูกผนึก ทั้งตัวรวมถึงโดยรอบเหมือนกลายเป็นอำพัน
ขณะเดียวกันร่างกายสวี่ชิงเปล่งแสงเงินยวง ตัวอ่อนเซียนซึ่งเกือบบรรลุขั้นใหญ่ปรากฏตัวทันที ใหญ่โตไร้ขอบเขต กลายเป็นร่างเสมือนเทพ ยืนตระหง่านกลางฟ้าดารา
ยกมือขวาขึ้น เหยียดนิ้วทั้ง 5 กลายเป็นปัญจธาตุ!
ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน ทั้ง 5 ยอดวิวัฒน์เป็นแก่นตั้งต้น คล้ายดาว 5 ดวง ฝ่ามือเหมือนดาราจักร
ทั้งคล้ายเทพ 5 องค์!
ใช้พลังวิทูรกระหน่ำใส่ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนซึ่งโดนสยบ ควบรวม ผนึก!
ขณะเดียวกันฝ่ายซิงหวนจื่อไม่ลังเล โคจรบัญญัติดุลยภาพฉับพลัน ไม่ออมแรง ระเบิดพลังทั้งหมด ทำให้ฟ้าดาราเปลี่ยนเป็นตาชั่ง
ใช่ว่าส่งเสริมตัวเอง แต่…ช่วยหนุนสวี่ชิง
ใช้ตัวเองเป็นค่าตอบแทน เสริมกำลังให้สวี่ชิง ทำให้พลังต่อสู้สวี่ชิงเพิ่มขึ้นฉับพลัน ลดช่องว่างเพื่อเข้าใกล้ระดับกึ่งเซียนขั้นสูงสุดนั่นอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นสาหร่ายทะเลส่งเสียงกึกก้องทันที ใบทั้งหมดพุ่งไปอย่างรวดเร็ว ระเบิดพลังพรสวรรค์เผ่าตนเต็มที่
พรสวรรค์เผ่ามันคือผนึก
สิ่งที่ผนึกไม่ใช่ห้วงมิติ แต่เป็น…แก่นตั้งต้น!
ตอนนี้ทั้งหมดลงมือ ฝ่ายหนึ่งเสริมพลังสวี่ชิง ฝ่ายหนึ่งเสริมกำลังผนึก
เมื่อเป็นเช่นนี้สวี่ชิงยกนิ้วทั้ง 5 ก่อนหวดลงมาเหมือนอานุภาพสวรรค์
ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนซึ่งถูกผนึกคนนั้น ตอนนี้กลับเงยหน้ามองสวี่ชิงช้าๆ นัยน์ตาฉายแววประหลาด แฝงนัยลึกซึ้ง กล่าวเสียงแหบพร่า “ข้ารู้แล้วว่าเจ้าเป็นใคร เจ้าก็คือ…สวี่ชิง!”
ขณะกล่าวผู้บำเพ็ญวัยกลางคนเลียริมฝีปาก ยกมือขวาขึ้นเช่นกัน วาดไปข้างหน้า ก่อนบีบมือเต็มแรง
เมื่อบีบมือเสียงแตกหักพลันดังขึ้น
ห้วงมิติแหลกละเอียด
เวลาแตกเป็นเสี่ยง
กาลอวกาศพังทลาย
จากนั้นเขาค่อยคลายฝ่ามือช้าๆ ก่อนออกแรงบีบอีกครั้ง
ครั้งนี้ซิงหวนจื่อตัวสั่นสะท้าน กระอักเลือดออกมาอย่างบ้าคลั่ง ตาชั่งที่วิวัฒน์จากดุลยภาพพังทลาย แต่ซิงหวนจื่อไม่ใช่พวกธรรมดา รอบตัวเขาปรากฏเส้นแสงดารามากมายทันที
ต้นตอของแต่ละเส้นคือหอคอยวงแหวนแห่งหนึ่ง!
ตอนนี้ทั้งหมดเค้นพลัง ทำให้แสงดาวเจิดจรัส เปลี่ยนเป็นพลังหนุน ทำให้การถล่มของตาชั่งล่าช้าออกไป
เสริมสมดุลให้สวี่ชิงอย่างต่อเนื่อง
ฝ่ายสาหร่ายทะเล ใบทั้งหมดแหว่งวิ่น ขณะที่สั่นสะท้าน มันยังเผยหนวดแดงนับไม่ถ้วนออกมาจากใบขาดวิ่นพวกนั้น
มุ่งหมายพันรอบกายผู้บำเพ็ญวัยกลางคน
เปลี่ยนจากผนึกเป็นพันธนาการ!
ไม่เพียงแค่นั้น จิ้งจอกดินเผยตัวบนฟ้าดารา แสงทองที่วิวัฒน์จากแท่นเทวะก่อตัวเป็นเทวรูปมหึมา ระเบิดพลังเต็มที่
ทำให้ตัวผู้บำเพ็ญวัยกลางคนเปลี่ยนเป็นดิน ทั้งมีแสงดาวนับไม่ถ้วนส่องประกายเหนือศีรษะ กำราบลงมาเช่นกัน
พวกเขากำลังสร้างโอกาสให้สวี่ชิง!
ความจริงคือความเร็วของผู้บำเพ็ญวัยกลางคนนี้ รวมถึงพลังต่อสู้ น่าตกตะลึงเกินไป
นี่คือระดับกึ่งเซียนขั้นสูงสุด ห่างจากเซียนคิมหันต์เพียงก้าวเดียว!
ต่อให้ขั้นนี้ยากก้าวข้าม แต่ต้องบอกว่าหลังจากผู้บำเพ็ญถึงระดับกึ่งเซียนขั้นสูงสุดแล้ว พลังทั่วไปย่อมขัดขวางหรือทำลายไม่ได้
โดยเฉพาะบัญญัติของคนผู้นี้ ถือเป็นบัญญัติแห่งความเร็วซึ่งเรียบง่ายและน่ากลัว
สาเหตุที่บัญญัตินี้เรียบง่าย เนื่องจากเชื่อมต่อกับบัญญัติได้มากมาย ทิศทางหลายหลาก ตอนนี้เห็นชัดว่าผู้บำเพ็ญวัยกลางคนแค่สำแดงออกมาเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
ดังนั้นเมื่อเริ่มศึกนี้แล้ว สวี่ชิงซึ่งมีพลังต่อสู้แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขา แน่นอนว่าเป็นคมศาสตรา
สร้างโอกาสให้คมดาบคือวิธีการต่อสู้
ทุกอย่างนี้พูดแล้วดูช้า แต่ความจริงเกิดขึ้นชั่วประกายไฟกระทบหิน ครู่ต่อมายามซิงหวนจื่อ สาหร่าย จิ้งจอกดินสกัดกั้นโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด นิ้วทั้ง 5 ของสวี่ชิงหวดลงมาอย่างสมบูรณ์
ฟ้าดาราดังกัมปนาท ทั่วทิศสั่นสะเทือน
นิ้วทั้ง 5 ราวเทพเจ้า นิ้วมือดั่งดวงดาว เคลื่อนลงมาพร้อมฝ่ามือที่เหมือนพลังดาราจักร กำราบผู้บำเพ็ญวัยกลางคน
แต่กลับไม่มีเสียงอึกทึกสนั่นหู!
นิ้วมือก็ดี ฝ่ามือก็ช่าง ยามหวดลงมา พลังปัญจธาตุพันรอบทันที
ฝ่ามือซึ่งเหมือนกระบวนท่าสังหารนี้กลับไม่ใช่ท่าไม้ตาย!
แต่ถือเป็นผนึกด้วย!
นี่ก็คือกลศึกของสวี่ชิง
ใช้ 5 ยอดปัญจธาตุ อาศัยพื้นฐานของวงแหวนชั้นล่าง ร่วมกับเวลาและมิติ ผสานกับสมดุลระเบียบ รวมถึงพันธนาการแก่นตั้งต้น
สร้างเป็นผนึกขั้นสูงสุด!
ภาพนี้ทำให้ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนนัยน์ตาหดรัดเป็นครั้งแรก
รู้สึกถึงอันตรายตามสัญชาตญาณ ร่างกายพร่าเลือนชั่วพริบตา บัญญัติความเร็วถูกเขาสำแดงอีกระดับโดยไม่ลังเล
นั่นคือ…หนทางซึ่งไม่ใช่เส้นขนาน เหนือกว่ากาลเวลา เหนือกว่าห้วงมิติ เหนือกว่ากาลอวกาศ!
บัญญัติของเขาคล้ายสวี่ชิงระดับหนึ่ง ต่างวิถีเป้าหมายเดียวกัน!
ทว่าสิ่งที่เขาเลือกไม่ใช่ทางขนานซับซ้อน แต่เป็นการเดินหน้าอย่างแน่วแน่!
ทุกอย่างนี้เซียนชั้นล่างย่อมมองออก แต่ต่ำกว่าระดับเซียนชั้นล่าง มีเพียงสวี่ชิงซึ่งปลายทางเดียวกับเขาที่กระจ่างแจ้ง ในใจเกิดคลื่นสะเทือนราวพายุกระหน่ำ
‘วิถีของเขา วิถีของเขา…’
สวี่ชิงหายใจกระชั้นถี่ เขาตามหาขั้วที่ 10 ของตนมาตลอด แต่น่าเสียดายว่าไม่มีหนทาง กระทั่งตอนนี้เขาค่อยรู้สึกเหมือนโลกดำสนิทมีแสงส่องมา!
แต่น่าเสียดายว่าสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้เขาไม่มีเวลาคิดมากความ ได้แค่กลบแสงวิญญาณนี้
จากนั้นท่าไม้ตายแท้จริงของเขาค่อยปรากฏ!
นั่นคือเสียงกระดิ่ง
เสียงกระดิ่งซึ่งแฝงอานุภาพผู้นำเทพเสี้ยวหนึ่ง ทำลายและสยบหมื่นวิชาได้!
เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น ฟ้าดาราว่างเปล่า!
ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนระดับกึ่งเซียนขั้นสูงสุดตัวสั่นสะท้าน
ต่อด้วยสิ่งที่แฝงหลักการสวรรค์ ทางขนาน บัญญัติเซียนของสวี่ชิง ทั้งคู่ควรกับตัวอ่อนเซียนของเขา…เหล็กแหลม!
หวนกลับมาจากกาลอวกาศคู่ขนาน
ทั้งหมด 479 เล่ม!
คล้ายดาวตกมากมาย เปลี่ยนจากภาพมายาเป็นเสมือนจริง!
สุดท้ายค่อยปรากฏในปัจจุบัน ยามสวี่ชิงเงื้อมือ ทั้งหมดรวมเป็นหนึ่งเดียว
กลายเป็นการโจมตีปลิดชีพ!
มุ่งตรงไปทางผู้บำเพ็ญวัยกลางคน!
ชายวัยกลางคนกำลังถอยร่น
รวดเร็วถึงขีดสุด ถอยออกจากห้วงมิติ ถอยออกจากกาลเวลา ถอยออกจากอดีตอนาคต จากชะตาชีวิต จากผลกรรม จากร่องรอย รวมถึงความทรงจำ…ถอยออกจากทุกสิ่ง!
แต่เหล็กแหลมรวมเป็นหนึ่งนั่นยังสำแดงพลังทำลายล้างด้วยการชี้นำของเสียงกระดิ่ง!
ทลายห้วงมิติ!
ทะลวงกาลเวลา!
ทลายอดีตอนาคต!
ทะลวงชะตาชีวิต ตัดผ่านผลกรรม!
กวาดล้างร่องรอยรวมถึงความทรงจำ!
ตามล่าจากทุกทิศทาง!
กระทั่งแทงเข้าหว่างคิ้ว
แต่เมื่อเหล็กแหลมสัมผัสกับหว่างคิ้วผู้บำเพ็ญวัยกลางคน ตรงหว่างคิ้วเขาเกิดคลื่นสะเทือน คล้ายกลายเป็นผิวน้ำ เกิดเงาสะท้อนเลือนรางหนึ่ง
ถ้ากล่าวอย่างถูกต้อง นั่นคือเงาด้านหลัง เมื่อปรากฏกลิ่นอายเหนือกว่ากึ่งเซียน ทำให้จักรวาลนี้สั่นสะเทือนทันที
นั่นคือเซียน!
ถือเป็นเงารักษาชีวิตซึ่งอาจารย์ของผู้บำเพ็ญวัยพลางคนมอบให้
ตอนนี้เงาหลังนั่นหันกลับมาช้าๆ
เหลือบมองเหล็กแหลมคราหนึ่ง
สายตานี้ทำให้เหล็กแหลมสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง ตวัดม้วนกลับมา
ซิงหวนจื่อกระอักเลือด แท่นเทวะของจิ้งจอกดินกำลังไม่เสถียร สาหร่ายทะเลฉีกขาดต่อเนื่อง
อัสนีบาตดังก้องสมองสวี่ชิง
ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนอาศัยจังหวะนี้หลบเลี่ยงความเป็นตาย ถอยร่นชั่วพริบตา เว้นระยะห่าง จ้องมองสวี่ชิงเขม็ง หวาดหวั่นเมื่อนึกถึงภาพก่อนหน้า ทั้งหวั่นกลัวขึ้นมา
เขาจึงเอ่ยปากฉับพลัน “จักรพรรดินภาปั่นป่วน ขอสั่งเจ้ารวมถึงเผ่าพันธุ์ จงลงมือช่วยเหลือ!”
จักรพรรดินภาปั่นป่วนหน้าเปลี่ยนสี ในใจเกิดลังเล หากเพียงลงมือกับเผ่ามนุษย์ เขาย่อมกล้าทำ แต่เห็นชัดว่าเรื่องวันนี้ ท่านทูตคนนี้ไม่ได้ให้ลงมืออย่างเดียว
แต่คิดฆ่าคน!
ยามจักรพรรดินภาปั่นป่วนว้าวุ่นใจ สวี่ชิงขับเสียงกึกก้องออกจากสมองแล้ว ก่อนมองผู้บำเพ็ญวัยกลางคนอย่างเย็นชา “เจ้าหมดโอกาสแล้ว”
เมื่อกล่าวจบ สวี่ชิงเชยตามองฟ้าดารา
ชั่วพริบตายามเขามองไป ฟ้าดาราดังกัมปนาท รอยแยกมหึมาหนึ่งเปิดออกทันที เงาร่างมากมายทะยานออกมา
ผู้นำหน้าคือโจวเจิ้งลี่!
ด้านหลังเขาคือพวกหย่วนซานซู่ หลี่เมิ่งถู่ เสียหลิงจื่อ
ผู้ท่องเหินทั้งหมด ผู้รวบรวมทรัพยากรทุกคน ตอนนี้ล้วนมาถึงแล้ว!
นี่คือคำสั่งที่สวี่ชิงมอบให้โจวเจิ้งลี่ระหว่างทางมาที่นี่ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เพื่อทลายผนึกเทพแท้จริงหลังจากนี้ สวี่ชิงให้โจวเจิ้งลี่ระดมพลมาที่นี่!
ภายใต้การนำทางของโจวเจิ้งลี่ ตอนนี้พวกเขาแหวกผ่านฟ้าดารา
ทยอยมาเยือน!
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
