บทที่ 1182 ซิงหวนจื่อผู้ดื้อรั้น
เจ้าเหนือหัวขอบเขตนี้คือขั้นตอนการสร้างตัวอ่อนเซียน
ทันทีที่ตัวอ่อนเซียนสำเร็จ ผสานกับธรรมนูญที่ตรงกับระดับขั้น ก็จะสามารถเหยียบย่างเข้าสู่ระดับมหาจักรพรรดิเตรียมเซียนได้
และจากนั้นตัวอ่อนเซียนจะแปรเปลี่ยนเป็นเซียน ธรรมนูญจะกลายเป็นสายธารา เตรียมเซียนจะเลื่อนขั้นขึ้นสู่เซียนชั้นล่าง
ขอบเขตใหญ่ทั้ง 3 นี้เป็นความปรารถนาที่แม้แต่ฝันก็ยังคงใฝ่ฝันถึงของผู้บำเพ็ญตลอดทั้งชีวิต เพียงแต่ผู้ที่สามารเดินข้ามผ่านไปได้มีน้อยยิ่งนัก
พูดได้ว่าขอบเขตใหญ่ทุกขอบเขตล้วนแต่เป็นการเฟ้นหาและคัดทิ้งอย่างหฤโหด ทุกก้าวที่ข้ามผ่านล้วนต้องมีโอกาสและวาสนา ยิ่งต้องมีการสะสมพลังรากฐานของตัวเอง
และก็เพราะเทพเจ้าในระบบดาวที่ 5 ถูกกำราบไป ผู้บำเพ็ญไม่มีเคราะห์พิบัติอย่างศัตรูสวรรค์ ด้วยเหตุนี้จำนวนจึงพุ่งทะลุ ดังนั้นถึงได้ดูแล้วมีผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวมากมาย
แต่ความจริงหากพิจารณาจากสัดส่วนแล้วก็ยังนับว่าน้อย
ส่วนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เทพเจ้าสร้างหายนะรุนแรงสาหัส ไอพลังประหลาดตลบอวล ชีวิตล้วนยากลำบาก ต่อให้เป็นในยุครุ่งโรจน์ จำนวนของผู้บำเพ็ญก็ไม่อาจเทียบกับระบบดาวที่ 5 ทั้งดวงได้
ดังนั้น จนถึงตอนนี้ จำนวนผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
เพราะการยกระดับของ 3 ขั้นนี้ ไม่เพียงแต่ต้องให้ธรรมนูญแต่ละชั้น…แต่ละชั้น แข็งแกร่งยิ่งใหญ่เท่านั้น ยิ่งต้องการพลังระบบดาวอย่างมหาศาลมาเป็นสารอาหารเพื่อสร้างตัวอ่อนเซียน จนกระทั่งแปรเปลี่ยนเป็นเซียน
ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้
เรื่องเหล่านี้สวี่ชิงก็ได้รู้แล้วเมื่อก่อนหน้านี้
ตอนนี้ในเสี้ยวพริบตาที่ทะลวงขั้น เขายิ่งรู้ดีถึงข้อได้เปรียบและข้อบกพร่องของตัวเองเป็นอย่างดี
ก็เหมือนกับในยามที่เป็นระดับเตรียมสู่เทวะ ธรรมนูญของเขาแม้จะแข็งแกร่ง แต่กายเนื้อเป็นเหมือนจุดอ่อน…ตอนนี้ในระดับเจ้าเหนือหัวคล้ายกันเหมือนเดิม
“เหตุที่ข้าสามารถก้าวสู่โลกชั้นที่ 5 ระดับมหาจักรพรรดิเตรียมเซียนได้ก็เพราะธรรมนูญของข้า”
“ผสานจักรวาลซ้อนกาลเวลา วิถีสูงสุดที่ 9 ในด้านระดับขั้นก็เทียบได้กับธรรมนูญบริบูรณ์ของระดับมหาจักรพรรดิเตรียมเซียนแล้ว บอกว่าเป็นสายน้ำก็แทบไม่ต่างกันเลย”
“ดังนั้นสำหรับข้าแล้ว เจ้าเหนือหัวขอบเขตนี้ กระทั่งว่ามหาจักรพรรดิเตรียมเซียนขอบเขตนี้ สิ่งที่ข้าขาดไป…ก็มีเพียงการก่อกำเนิดและการเติบโตของตัวอ่อนเซียนเท่านั้น”
“เช่นนั้นเส้นทางต่อจากนี้ สิ่งที่ต้องเน้นให้ความสำคัญของข้าก็คือได้รับพลังระบบดาวให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็คือพลังต้นกำเนิดจากระบบดาวชั้นบนมาเป็นสารอาหาร เร่งการก่อกำเนิดและการเติบโตของตัวอ่อนเซียนข้า”
“ส่วนธรรมนูญ…ก็จะละทิ้งไม่ได้ เพราะหากคิดอยากจะก้าวเข้าสู่ระดับเซียนชั้นล่าง ธรรมนูญของข้าในตอนนี้ยังขาดไปอีกขั้นหนึ่ง”
“ซึ่งก็คือ…วิถีสูงสุดที่ 10 !”
สวี่ชิงขณะนั่งสมาธิก็สัมผัสระลอกคลื่นพลังตอนนี้ของตัวเอง พลางพึมพำในใจ สรุปอดีตที่ผ่านมา วิเคราะห์อนาคต
วิถีสูงสุดที่ 10 คืออะไรสวี่ชิงไม่รู้ ยังไม่มีทิศทาง
สำหรับความแข็งแกร่งและอ่อนแอของตัวเองในตอนนี้ ในใจของเขาปรุโปร่งชัดแจ้งแล้ว
“ข้าในตอนนี้ พลังโจมตีสามารถสู้กับระดับเตรียมเซียนได้แล้ว แต่กายเนื้อของข้า เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนของการสร้างตัวอ่อนเซียน ความแข็งแกร่งเป็นเพียงระดับเจ้าเหนือหัวเท่านั้น ดังนั้นเผชิญหน้ากับพลังเตรียมเซียน นี่คือจุดอ่อน”
สวี่ชิงครุ่นคิด
“เหมือนนักฆ่าอย่างนั้นหรือ”
ในดวงตาของเขาฉายประกายเย็นเยือก จบสิ้นความคิดของตัวเอง เงยหน้ามองไปยังความว่างเปล่า
ที่ที่มองไป มิติแผ่ระลอก ระลอกพลังเแข็งแกร่งเด็ดขาดกลุ่มหนึ่งพวยพุ่งปะทุขึ้นที่นั่น คล้ายว่ามีคนอยู่ข้างนอก กำลังฝืนบุกเข้ามา
ฐานะของผู้มาเยือน สวี่ชิงย่อมรู้
เพียงแต่…
“ทะลวงขั้นข้างนอกแล้วหรือ”
สวี่ชิงสีหน้านิ่งเฉย ในยามที่มองไป ระลอกคลื่นมิติผืนนั้นก็เปลี่ยนมากว้างใหญ่ เงาร่างของซิงหวนจื่อที่อยู่ในนั้นพลันปรากฏตัวออกมา
ทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น กลิ่นอายของเขาก็แผ่ออก พลังระดับเตรียมเซียนปะทุมา
เสียงคำรามก้องฟ้า สะท้านสะเทือนไปทั่วทุกสารทิศ
ดวงตาทั้ง 2 ของซิงหวนจื่อในเสี้ยวขณะนี้ยิ่งแดงก่ำไปทั้งดวง ในเสี้ยวพริบตาที่ปรากฏตัวขึ้น ก็จ้องไปทางสวี่ชิงตาไม่กะพริบ
เขาทะลวงขั้นแล้วจริงๆ!
ไม่มีทางที่จะไม่ทะลวงขั้น หลังจากที่ถูกขับไล่อยู่หลายครั้ง เขาก็เข้าใจแล้วว่า คิดจะยกระดับในโลกชั้นที่ 5 ตามแผน เป็นเรื่องที่ไม่มีทางทำได้สำเร็จ
ดังนั้น เขาทำได้เพียงตัดสินใจเลือกอย่างเด็ดเดี่ยว ทะลวงขั้นพลังบำเพ็ญของตัวเองข้างนอก ก้าวสู่ระดับเตรียมเซียน
และการทะลวงขั้นเช่นนี้ ย่อมไม่สมบูรณ์แบบ
ดังนั้น จิตสังหารในใจก็มากล้นเหนือกว่าก่อนหน้านี้ไปนานแล้ว จิตสังหารต่อสวี่ชิงรุนแรงจนถึงขีดสูงสุด
สัมผัสจิตสังหารนี้ มองเห็นดวงตาอันแดงก่ำของซิงหวนจื่อ สวี่ชิงสีหน้าเป็นปกติ เอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ “รอเจ้านานแล้ว”
4 คำนี้แผ่ระลอกไปในโลกชั้นที่ 5 ประดุจลมพายุพัดกรรโชก ประดุจสายฟ้าฟาดผ่า ก่อเป็นระลอกคลื่นมิติต่อเนื่องกัน
ระลอกคลื่นเหล่านี้แผ่ระลอกไปรอบๆ ตัวซิงหวนจื่อ แผ่ระลอกไปในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเขา อยู่ไปทั่วทุกที่!
ยิ่งกว่านั้นในสายตาสวี่ชิงตอนนี้มีดวงดาวพราวพร่างปรากฏขึ้น กะพริบระยิบระยับด้วยแสงไหลวนจากห้วงกาลเวลา
ภายใต้แสงนี้ ซิงหวนจื่อในสายตาของเขาไม่ได้มีตัวตนเพียงลำพังอีกต่อไป
เขาเห็น…ซิงหวนจื่อที่อยู่มิตินับไม่ถ้วน ตลอดจนในสภาพสภาวะแตกต่างกันไปในมิติต่างๆ
มีบ้าคลั่ง มีหัวเราะเย็นชา มีเงียบนิ่ง มีเหี้ยมเกรียม มีขมขื่น…
ในมิติที่นับไม่ถ้วน ซิงหวนจื่อที่นับไม่ถ้วน ล้วนแต่มองประสานสายตากับสวี่ชิง
‘เห็น’ เป็นเพียงแค่ก้าวแรก ส่วนก้าวต่อไปคือผลกระทบ
สวี่ชิงตอนนี้สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน สิ่งที่ตนสร้างอิทธิพลได้ไม่ใช่แค่ซิงหวนจื่อในโลกตอนนี้เท่านั้น เขายังสามารถสร้างอิทธิพลต่ออีกฝ่ายในมิติอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน
กระทั่งว่าหากพลังธรรมนูญของตนเพียงพอ เช่นนั้น…เขาสามารถลบเลือนสังหารในความหมายที่แท้จริงได้ด้วย
ลบอีกฝ่ายในกาลอวกาศทั้งหมดไป ไม่ว่าจะเป็นผลกรรมเวร ไม่ว่าจะเป็นโชคชะตา ไม่ว่าจะเป็นวัฏสงสาร…
ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้สวี่ชิงนึกถึงเทพแท้จริงที่อวี้หลิวเฉินพูดในตอนนั้น
เทพแท้จริง เหตุที่สามารถคืนกลับมาได้เพราะนามแท้จริงไม่สูญสลาย ดังนั้นต่อให้ตาย ขอเพียงยังถูกจดจำ ก็สามารถเป็นเครื่องหมายของการกลับมาได้
ตอนนั้นสวี่ชิงฟังคำพูดนี้ไม่เข้าใจ รู้สึกเพียงว่าเทพแท้จริงน่ากลัว มีสิ่งที่ไม่รู้ไม่เข้าใจมากมาย
แต่ตอนนี้…เขาเข้าใจแล้ว
เหตุที่กลับมาคืออีกฝ่ายและไม่ใช่อีกฝ่าย นั่นเป็นเพราะ…ผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งหลังความตายคือแปรเปลี่ยนมาจากเทพเจ้าในอีกกาลอวกาศหนึ่ง
ความกระจ่างแจ้งนี้ ในพริบตาที่ผุดขึ้นมาในใจ ในใจของซิงหวนจื่อทางนั้นก็แผ่ระลอกรุนแรง
“แต่น่าเสียดาย ติดที่ตัวอ่อนเซียนของข้าตอนนี้เป็นเพียงแค่มายาสัจจะเท่านั้น วิถีสุดยอดที่ 9 ยังเดินไปไม่ถึงสุดทาง ดังนั้นข้าในตอนนี้ไม่สามารถส่งอิทธิพลต่อกาลอวกาศได้ทั้งหมด”
สวี่ชิงพึมพำในใจ มือขวายกขึ้น หันไปทางซิงหวนจื่อ กางออกเล็กน้อย
ส่วนซิงหวนจื่อในตอนนี้กำลังจ้องตาสวี่ชิง ท่วงทำนองเทพเจ้าที่แผ่ออกมาจากในดวงตาสวี่ชิงทำให้ในใจของเขาสะท้านเฮือก หนังศีรษะในเสี้ยวขณะนี้ชาวาบไปทันที
ในขณะเดียวกับที่ลมหายใจหยุดชะงัก ความรู้สึกวิกฤตอันตรายรุนแรงกลุ่มหนึ่งก็ปะทุมา
นั่นเป็นความรู้สึกที่เหมือนถูกมองทะลุ
มองทะลุผลกรรมเวร มองทะลุชะตา มองทะลุวัฎสงสาร ด้วยเหตุนี้…จึงเกิดความรู้สึกวิกฤตอันตรายไปตามสัญชาตญาณ
ดังนั้นเสี้ยวขณะต่อมา โซ่เหล็กกฎระเบียบมากมายก็มาปรากฏรอบๆ ซิงหวนจื่อทันที ในขณะเดียวกับที่พันล้อมเขา พลังน่าหวาดหวั่นพลังบำเพ็ญระดับเตรียมเซียนของเขาก็ปะทุมาอย่างเลื่อนลั่นเช่นกัน
กำลังจะโจมตี…
สวี่ชิงยกฝ่ามือที่หันไปทางซิงหวนจื่อแล้วบีบเบาๆ
ปากก็ส่งเสียงราบเรียบออกมา “ห้วงนรก!”
ทันทีที่ 2 คำนี้ดังก้อง ในเสี้ยวพริบตาที่ฝ่ามือของเขากำไว้…กาลอวกาศเหล่านั้นที่มีซิงหวนจื่อปรากฏขึ้นรอบๆ ในสายตาสวี่ชิง
การปะทุพลังนี้ เพียงพริบตาก็แข็งแกร่งจนถึงขีดสูงสุด แปรเปลี่ยนเป็นพายุกาลอวกาศ ระเบิดบึ้มเลื่อนลั่นบนตัวซิงหวนจื่อขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ ห้วงนรกอยู่ในมือสวี่ชิงไม่อาจควบคุมได้ ทำได้เพียงปล่อยให้มันเกิดขึ้นอย่างไร้ลำดับ แต่ตอนนี้…หลังจากควบคุมวิถีสูงสุดที่ 9 ก็ต่างออกไปแล้ว
จากการเหวี่ยงไปของกำปั้นที่แบออก พายุกาลอวกาศที่ไร้ลำดับก็ถูกเหนี่ยวนำทันที พัดกวาดโหมมา ประดุจภายใต้คลื่นคลั่ง หอบม้วน…กาลอวกาศทั้ง 9 ที่ไม่รวมซิงหวนจื่อในโลกปัจจุบันเอาไว้!
ทำให้ซิงหวนจื่อในกาลอวกาศทั้ง 9 ล้วนตัวอยู่ในพายุ กายเนื้อเน่าเปื่อยไปในทันที โซ่เหล็กกฎระเบียบทั้งหมดล้วนสลายไปท่ามกลางห้วงกาลเวลา
ทุกอย่างนี้คล้ายบอกว่า…
กฎระเบียบใดๆ ในห้วงกาลเวลาล้วนกลายเป็นอดีตทั้งสิ้น
ดังนั้น ซิงหวนจื่อในกาลอวกาศทั้ง 9 จึงมี 3 คนที่ส่งเสียงร้องโหยหวน ร่างกลายเป็นเถ้าธุลีไปในกาลเวลา มีเพียงตัวอ่อนเซียนเท่านั้นที่ยังคงอยู่ ประดุจลอกคราบ
เพียงแต่เหมือนว่าจะยืนหยัดได้ไม่นานเท่าไร กำลังสั่นสะท้าน
ร่างในกาลอวกาศทั้ง 6 ที่เหลือ ในห้วงกาลเวลานี้ก็เริ่มพังทลายเช่นกัน
และสิ่งที่ได้พบเจอของพวกเขาก็ส่งอิทธิพลถึงโลกปัจจุบัน ทำให้ซิงหวนจื่อในโลกปัจจุบันกระอักเลือด ร่างเริ่มเน่าเปื่อย
นี่ก็คือกำลังรบระดับเตรียมเซียน!
ส่งอิทธิพลต่อตัวอ่อนเซียนได้!
กลับกัน ไม่ว่าการแสดงออกของธรรมนูญจะยอดเยี่ยมเพียงใด หากไม่อาจสั่นคลอนตัวอ่อนเซียนได้ เช่นนั้นก็ล้วนไม่อาจเรียกว่ากำลังรบระดับเตรียมเซียนได้
และธรรมนูญที่แตกต่างกัน การแสดงออกอันเป็นรูปธรรมที่ส่งอิทธิพลให้ก็ต่างกันไป
มิติคู่ขนาน สิ่งที่สร้างผลกระทบให้คือผสานจักรวาลซ้อนกาลเวลา อาศัยการทำลายกาลอวกาศมากมาย มาส่งผลกระทบต่อโลกปัจจุบัน
หากเปลี่ยนเป็นหลี่เมิ่งถู่ พิษของเขาเมื่อถึงในระดับนี้ เช่นนั้นสิ่งที่ลงมือโจมตีกัดกร่อน ก็คือร่างในโลกปัจจุบัน
และซิงหวนจื่อก็เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะพลังบำเพ็ญของเขาทะลวงขั้นกลายเป็นระดับเตรียมเซียนแล้ว
แม้ว่าการทะลวงขั้นนี้สำหรับเขามองแล้วไม่สมบูรณ์แบบ แต่ด้านกำลังรบสุดท้ายแล้วก็ยังคงไม่ธรรมดา
ดังนั้น ต่อให้ตอนนี้เขามองไม่เห็นกาลอวกาศอื่นๆ ของตัวเอง แต่หลังจากที่สัมผัสได้ว่าตัวอ่อนเซียนของตัวเองเสียหาย การลงมือโจมตีตอบโต้ของเขา…ก็เกิดขึ้นตามมา!
โซ่เหล็กกฎระเบียบนับไม่ถ้วนทุกเส้นล้วนกะพริบประกายแสงสีทองระยิบระยับ หลังจากที่ต่างรวมเข้าด้วยกันแล้ว ก็เหมือนเครื่องชั่งอันหนึ่ง!
นั่นคือตาชั่ง
ฝั่งหนึ่งคือตัวเขา อีกฝั่งหนึ่งคือสวี่ชิง!
และเหนือกฎระเบียบ…คือสมดุล!
ทันทีที่ปรากฏขึ้นก็เชื่อมโยงกันอย่างเร้นลับ!
ทันทีที่เชื่อมกัน พายุห้วงนรกที่สวี่ชิงสร้างขึ้น ในเสี้ยวขณะนี้กดอีกฝั่งหนึ่งของตาชั่งเอาไว้ ทำให้มันเสียสมดุล…
หลังจากเสียสมดุล พลังอันยิ่งใหญ่มาจากความว่างเปล่า ปรากฏขึ้นอย่างแข็งกร้าว ซัดไปบนร่างของซิงหวนจื่อ รวบรวมอย่างต่อเนื่อง ทรงพลังอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็ทำให้ความไม่สมดุล…กลับมาสมดุลอีกครั้ง!
ราวกับยืมพลัง!
นี่คือกฎระเบียบที่แปรเปลี่ยนมาจากการเปลี่ยนแปลงของขั้นธรรมนูญหลังจากที่ซิงหวนจื่อก้าวสู่ระดับเตรียมเซียน
ศัตรูยิ่งแข็งแกร่ง พลังภายนอกที่เขาสามารถดึงดูดได้ก็ยิ่งมากเท่านั้น สุดท้ายก็สามารถก่อให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ สยบกำราบทุกสิ่ง!
ธรรมนูญเช่นนี้ สวี่ชิงในดวงตามีประกายประหลาด
“น่าสนใจ…เช่นนั้น มาดูกันว่าจะเป็นเจ้าที่ขีดจำกัดแตะถึงขีดสูงสุดก่อน หรือว่าจะเป็นข้า” สวี่ชิงเอ่ยราบเรียบ
บนวิถีสุดยอดที่ 9 ในร่างประดุจดีดสายพิณ ทำการดีดมัน
ทันใดนั้น พายุกาลอวกาศที่เกิดจากห้วงนรก จากการปะทุขึ้นมา ก็กวาดหอบม้วนไปยังกาลอวกาศอื่นๆ ของซิงหวนจื่อ ภายในพริบตาเดียวก็กลืนกินกาลอวกาศที่ 11 จากนั้นก็ 12…13…14…
ความไม่สมดุลเกิดขึ้นอีกครั้ง และความสมดุลก็มาเยือนอย่างต่อเนื่อง
สวี่ชิงหรี่ตา ลมพายุท่วมฟ้า เพียงพริบตากาลอวกาศที่หอบม้วนไปก็เพิ่มถึง 18 มิติ
เขาคิดว่าจะใช้ศึกนี้ไปปรับธรรมนูญของตัวเอง
และขีดจำกัดสูงสุดของซิงหวนจื่อสุดท้ายก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ในเสี้ยวขณะที่กาลอวกาศที่สวี่ชิงหอบม้วนไปถึง 20 มิติ ก็ระเบิดกึกก้องมา
ตาชั่งนั่น…ระเบิด พังทลาย
สวี่ชิงลุกยืน
กาลอวกาศ 20 โลกไม่ใช่ขีดจำกัดสูงสุดของเขา ในความรู้ความเข้าใจของเขา ตัวเองในตอนนี้หากวิถีสุดยอดที่ 9 สำแดงอย่างสมบูรณ์ กาลอวกาศที่สามารถส่งผลกระทบได้จะถึงประมาณ 50 มิติ
ส่วนซิงหวนจื่อตอนนี้เลือดสดๆ กระอักออกมาอย่างบ้าคลั่ง ตัวอ่อนเซียนเกิดรอยร้าวมหาศาล ร่างตีลังกาถอยร่นไป
แต่ในใจกลับไม่มีความคิดฟุ้งซ่านอะไรมากมาย
เขารู้ดี เหตุที่ตนตกเป็นรอง ด้านหนึ่งเป็นเพราะธรรมนูญของอีกฝ่ายแข็งแกร่งมาก อีกด้านหนึ่งคือเพราะการทะลวงขั้นของตัวเองไม่สมบูรณ์แบบ
“สวี่ชิง เจ้าแข็งแกร่งมากจริงๆ แต่จุดอ่อนของเจ้าก็ชัดเจนมากเช่นกัน ตัวอ่อนเซียนของเจ้า…เป็นเพียงแค่ระดับมายาสัจจะเท่านั้น!”
ซิงหวนจื่อขณะที่ถอยร่นไปก็ฝืนหยุดยั้ง เงยหน้าขึ้นมา จิตสังหารในดวงตาฉายแสงวาววาม
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
