บทที่ 1181 ก้าวเดียวสู่ระดับเจ้าเหนือหัว สะท้อนก้องแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
คิดจะเข้ามาในโลกชั้นที่ 5 ความยากลำบากแสนสาหัสนัก!
นี่เป็นสถานที่ที่ต้องเป็นระดับมหาจักรพรรดิเตรียมเซียนถึงจะเข้ามาได้
สำหรับเจ้าเหนือหัว…นอกเสียจากธรรมนูญของตัวเองจะถึงในระดับหนึ่งเท่านั้นจึงจะมีเศษเสี้ยวความหวังอยู่บ้าง
เพียงแต่ผู้บำเพ็ญเช่นนี้หายากยิ่งนัก
กวาดตามองไปทั่วทั้งระบบดาวที่ 5 ในรุ่นนี้…ในบรรดาที่เป็นที่ยอมรับก็มีเพียงซิงหวนจื่อที่เป็นดวงดาวอันดับหนึ่งเท่านั้นถึงจะทำได้
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ซิงหวนจื่อในสายตาของดวงดาวทั้งหลายอยู่สูงส่ง
ขณะเดียวกันก็เป็นความทะเยอทะยานของซิงหวนจื่อด้วย
ธรรมนูญกฏระเบียบของเขา เมื่อนานก่อนหน้านี้ก็ถึงระดับที่สามารถทะลวงระดับเตรียมเซียนได้แล้ว
ทว่าเขากดเอาไว้มาตลอด เป้าหมายก็คือจะใช้โซ่กฎระเบียบของตัวเองสะสมถึง 999 เส้น
จากนั้น ในโลกชั้นที่ 5 ที่มีเพียงระดับเตรียมเซียนเท่านั้นถึงจะก้าวเข้าไปได้ ไปดูดซับพลังอันยิ่งใหญ่จากโลกชั้นที่ 5 แห่งนี้ โดยใช้พลังที่นี่เป็นพื้นฐาน ใช้พลังของวังเซียนเป็นแหล่งกำเนิด เพื่อรับธรรมนูญของอริยะเซียนที่ 4
จากนั้นก็ทะลวงผ่านไปในคราวเดียว สืบทอดเส้นทางของอริยะเซียนที่ 4
หากทำได้สำเร็จเช่นนั้น ในเสี้ยวขณะที่เขากลายเป็นเตรียมเซียน จุดเริ่มต้นและการสั่งสมของเขาในบรรดาเตรียมเซียนก็น่าตื่นตะลึงนัก เท่ากับเป็นการเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน
ด้านกำลังรบก็ยิ่งพุ่งเพิ่มอย่างมหาศาล
กลายเป็นระดับเตรียมเซียนที่แข็งแกร่ง!
อีกทั้งยังอนาคตไร้ขีดจำกัด!
เดินต่อไปเช่นนี้ ในวันข้างหน้าเขาสำเร็จเซียนชั้นล่างก็แทบจะเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว
นี่ก็คือเหตุผลที่เขามายังแดนเซียนดับสูญแห่งนี้!
เพียงแต่แม้ในอุดมคติจะดี แต่ความจริงก็มีข้อผิดพลาด ความพ่ายแพ้ในโลกชั้นที่ 4 ความล้มเหลวของฝ่ายรักษากฎระเบียบ ทำให้โซ่แห่งกฎระเบียบของเขาไม่เพียงแต่ไม่บรรลุ 999 เส้นตามแผน
กระทั่งว่ายังขาดสะบั้นไปอีกหลายเส้น
นี่ส่งผลกระทบให้กับเขาไม่น้อยเลย
แต่ซิงหวนจื่อในฐานะที่เป็นดวงดาวอันดับหนึ่ง หลังจากที่เขาล้มเหลว ไม่นานนักก็ปรับสภาพอารมณ์จิตใจ เลือกที่จะเข้ามาในโลกชั้นที่ 5 จะเดินเส้นทางก่อนหน้านี้ต่อไป
อีกทั้งยังเดินมาถึงยังในช่วงเวลาที่ใกล้จะสำเร็จแล้ว
โซ่กฎเกณฑ์ของเขาไม่เพียงแต่ฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์เท่านั้น เส้นที่ 999 ตอนนี้ยิ่งก่อตัวขึ้นเกินครึ่งแล้ว
ให้เวลาเขาอีกหน่อย เขาก็จะสามารถทำสำเร็จโดยสมบูรณ์
จากนั้นก็จะสามารถทะลวงขอบเขต ทะลวงระดับเจ้าเหนือหัว ก้าวสู่ระดับเตรียมเซียน
แม้กระบวนการจะคดเคี้ยว แต่ผลลัพธ์เหมือนกัน
นี่ก็คือแผนทั้งหมดของซิงหวนจื่อ
อีกทั้งในความรู้ความเข้าใจของเขา คนรุ่นเดียวกันที่เข้ามาในวังเซียน นอกจากตัวเขา คนอื่นไม่มีทางมาปรากฏตัวที่นี่ได้
ดังนั้นจึงไม่มีใครมาขัดขวาง
ส่วนมหาจักรพรรดิเตรียมเซียนเหล่านั้นที่อยู่ที่นี่ ก่อนที่ตนจะก้าวสู่ระดับเตรียมเซียน นอกเสียจากตนจะเป็นฝ่ายไปลงมือโจมตี ไม่เช่นนั้นแล้วพวกเขาไม่มีทางลงมือกับตนอย่างแน่นอน
นี่คือการคุ้มครองพิเศษในฐานะดวงดาวที่ได้รับในฐานะดวงดาว ภายใต้กฎของระบบดาวที่ 5
ใครผู้ใดก็ตามที่ฝ่าฝืนล้วนต้องได้รับค่าตอบแทนอย่างมหาศาลที่ละเมิดกฎแห่งดวงดาว
ดังนั้นเดิมเขาคิดว่า การทะลวงขั้นของตัวเองไม่มีทางเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้น
จวบจนกระทั่งตอนนี้ เขาเห็นสวี่ชิง…
การปรากฏตัวของสวี่ชิงทำให้ซิงหวนจื่อในใจมีสายฟ้าฟาดผ่า เพราะภาพนี้แฝงไว้ด้วยความหมายมากมายมหาศาลนัก
เขายิ่งมองออกว่า ในตัวอีกฝ่ายมีร่องรอยที่ใกล้จะทะลวงขั้นแล้วเต็มที รู้ดีว่าอีกฝ่ายมาที่นี่ ความจริงแล้วเป้าหมายก็เหมือนกับตน ล้วนเพื่อทะลวงขั้นที่นี่
และการค้นพบนี้ก็ทำให้ในใจของซิงหวนจื่อเกิดระลอกคลื่นรุนแรง
“ที่แท้ พลังบำเพ็ญของเจ้า…คือระดับเตรียมสู่เทวะ!”
ไม่ใช่แค่เขาที่ตื่นตะลึง ตอนนี้ในโลกชั้นที่ 5 นี้ มหาจักรพรรดิเตรียมเซียนที่ฝึกบำเพ็ญอยู่ที่นี่เหล่านั้นก็ต่างลืมตาทั้ง 2 ข้างขึ้น จ้องมองสวี่ชิง สีหน้าแตกต่างกันไป
ในใจต่างเกิดระลอกคลื่นอารมณ์
โดยเฉพาะพลังบำเพ็ญของสวี่ชิง…ก็ทำให้ระลอกคลื่นอารมณ์นี้เพิ่มขึ้น เปลี่ยนมาใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อย
“เตรียมสู่เทวะอย่างนั้นหรือ”
“ธรรมนูญของเขา…”
“ด้วยพลังบำเพ็ญระดับเตรียมสู่เทวะยังสัมผัสรับรู้ธรรมนูญเช่นนี้…”
“น่าสนใจ ท่าทางดวงดาวอันดับ 1 ของรุ่นนี้จะต้องเปลี่ยนชื่อเสียแล้ว”
โลกชั้นที่ 5 ในเสี้ยวขณะนี้คล้ายว่าเกิดลมไร้รูปร่างขึ้น
ท่ามกลางสายลม ซิงหวนจื่อที่เดิมสีหน้าย่ำแย่ ตอนนี้กลับมาเป็นปกติ ลุกขึ้นช้าๆ
ระหว่างที่ลุกขึ้น จิตสังหารเข้มข้นปะทุอย่างต่อเนื่องจากร่างของเขา ในเวลาสั้นๆ ไม่กี่อึดใจ จิตสังหารก็ก่อเป็นลมพายุ กระหน่ำทั่วทุกสารทิศ แปรเปลี่ยนเป็นพลังกดดันอันทรงพลังยิ่งใหญ่
ในเสี้ยวพริบตาที่เห็นสวี่ชิง ในขณะเดียวกับที่ในใจก่อนหน้านี้ตื่นตะลึง เขาย่อมมองฐานะของสวี่ชิงออก
ต่อให้เป็นในโลกชั้นที่ 4 เขาไม่ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของสวี่ชิง แต่สายตาของสวี่ชิง ทำให้เขาจดจำได้อย่างลึกซึ้ง
ดังนั้นจากการประสานสายตา เขาก็เดาทุกอย่างได้แล้ว
คนที่อยู่ข้างหน้า ในโลกชั้นที่ 4 ก็คือผู้บำเพ็ญที่สิงร่างของนายน้อยบุตรผู้นำเซียนจี๋กวง!
คนข้างหน้า ก็คือผู้บำเพ็ญที่ซ่อนอยู่ในที่มืด สร้างความปั่นป่วนอันไร้สิ้นสุด!
คนข้างหน้า ยิ่งเป็นคนที่อาศัยตัวอักษรบนหนังสือสมรส ขับไล่ตนออกมา!
“ในเมื่อมาแล้ว…”
“คิดจะทะลวงขั้นที่นี่…”
“ข้าไม่อนุญาต!”
ซิงหวนจื่อจิตสังหารพลันปะทุขึ้นมา ในเสี้ยวพริบตาที่ลุกขึ้น พลังของพลังบำเพ็ญที่ขาดอีกเพียงเศษเสี้ยวก็จะทะลวงระดับได้แล้วก็พลันระเบิดเลื่อนลั่นขึ้นมา
เขารู้ดีว่า ไม่ว่าอีกฝ่ายจะส่งผลกระทบต่อการทะลวงขั้นต่อไปของตนหรือไม่ ตนเองทางนี้ไม่มีทางอนุญาตให้อีกฝ่ายทะลวงขั้นต่อหน้าตัวเองเด็ดขาด
ระดับขั้นเตรียมสู่เทวะ ก่อนหน้านี้ก็นำความเดือดร้อนไม่น้อยเลยมาให้ตน หากทะลวงขั้นจริงๆ แม้เขาจะมีความมั่นใจว่าสยบกำราบได้ แต่ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เขาไม่สบอารมณ์
ดังนั้นในเสี้ยวพริบตาที่ลุกขึ้นมา ซิงหวนจื่อร่างเพียงไหววูบ ก็พุ่งไปทางสวี่ชิงทันที
ผู้บำเพ็ญระดับมหาจักรพรรดิเตรียมเซียนที่อยู่รอบๆ เหล่านั้น ตอนนี้ต่างจ้องมองภาพฉากนี้
สำหรับพวกเขา ทั้ง 2 คนนี้ล้วนแต่ไม่สามารถใช้คำว่าผู้เยาว์ไปเรียกได้ง่ายๆ ในเมื่อสามารถเดินมาถึงที่นี่ได้ ก็คือมีคุณสมบัติที่จะยืนอยู่กับพวกเขา
แต่ว่า ไม่ว่าใครจะชนะล้วนไม่เกี่ยวกับพวกเขาทั้งสิ้น
ดังนั้นในการฝึกบำเพ็ญที่น่าเบื่อหน่ายนี้ มองดูพวกเขาสู้กันย่อมสนุกสนานมีสีสัน
แต่ในยามที่ซิงหวนจื่อทะยานไปพร้อมด้วยจิตสังหารท่วมฟ้า ในเสี้ยวพริบตาที่ผู้บำเพ็ญระดับมหาจักรพรรดิเตรียมเซียนเหล่านี้มองไป สวี่ชิงที่ปรากฏตัวในโลกชั้นที่ 5 มองเห็นรอบๆ อย่างชัดเจนก็คิ้วขมวดเล็กน้อย
เขารู้ดีว่าสภาวะของตัวเองตอนนี้ไม่เหมาะที่จะต่อสู้
ตอนนี้ธรรมนูญคู่ขนานในร่างกำลังแผ่ระลอก โลกใบที่ 9 กำลังจะสมบูรณ์
ดังนั้นสวี่ชิงรู้ดีว่าตอนนี้สำหรับตนแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ…อาศัยพลังของที่นี่มาทะลวงระดับเตรียมสู่เทวะในคราวเดียว ก้าวสู่ระดับเจ้าเหนือหัว
อีกทั้งเขายังมีความมั่นใจอย่างเต็มที่
แต่หากในขั้นตอนนี้ ตนลงมือ หากถูกคนรบกวน ความมั่นใจเต็มที่นั้นก็ยากที่จะปกป้องทุกอย่างได้เช่นกัน
และตามความคิดเดิมของเขา เขาก็ไม่มีทางไปก่อกวนการทะลวงขั้นของซิงหวนจื่อ ทุกคนอยู่ที่นี่ทะลวงขั้นด้วยกันก็ได้แล้ว รอเมื่อทะลวงขั้นเสร็จค่อยสู้กันก็ไม่สาย
เพียงแต่ตอนนี้…ซิงหวนจื่อไม่อนุญาต
“เช่นนั้นข้าก็ไม่อนุญาตเช่นกัน”
สายตาของสวี่ชิงเปลี่ยนมาเย็นชา ทันทีที่จับจ้องไปยังซิงหวนจื่อ มือขวาของเขาก็ยกขึ้น สะบัดไปทางซิงหวนจื่อที่พุ่งทะยานมาหาตนด้วยจิตสังหารท่วมฟ้าเบาๆ
ปากเอ่ยขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ
“ขับไล่!”
คำพูดนี้ดังออกมา โลกชั้นที่ 5 ระเบิดครืนครั่นเลื่อนลั่นทันที พายุในเสี้ยวขณะนี้กรรโชกรุนแรง มาถึงขีดสูงสุด ขณะเดียวกับที่ส่งอิทธิพลต่อโลกทั้งใบ คลื่นวนเหล่านั้นก็ต่างหมุนวนครืนครั่นขึ้นมา
ราวกับมีดวงตานับไม่ถ้วน ในชั่วเสี้ยวพริบตานี้ ต่างลืมตื่นขึ้นมาพร้อมกัน
พลังต่อต้านน่าครั่นคร้ามกลุ่มหนึ่งปะทุขึ้นสะท้านสะเทือน
ซัดมายัง…ร่างของซิงหวนจื่อ!
ซิงหวนจื่ออึ้งตะลึง คิดอยากดิ้นรน แต่ภายใต้พลังอันน่าครั่นคร้ามนี้ เขาไม่สามารถต้านทานได้เลย เสี้ยวพริบตาต่อไป…เงาร่างของเขาก็รางเลือน
เพียงพริบตา ก็หายไปไร้ร่องรอย
ถูกขับไล่ออกไปจากโลกชั้นที่ 5 !
และจากการที่ซิงหวนจื่อถูกขับไล่ออกไป พลังต่อต้านที่นี่ก็สลายไป ทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติ
แต่ผู้บำเพ็ญมหาจักรพรรดิเตรียมเซียนที่อยู่รอบๆ เหล่านั้น ตอนนี้ความคิดที่อยากจะดูเรื่องสนุกหายไปในพริบตา สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือจิตใจที่หนักอึ้งเหลือประมาณ
“อำาจหรือ”
“คุณสมบัติ!”
“คนคนนี้มีอำนาจของวังเซียน!”
คนอื่นคิดอย่างไรสวี่ชิงตอนนี้ไม่มีเวลาไปสนใจ นายน้อยวังเซียนก่อนจากไปได้มอบอำนาจวังเซียนทั้งวังให้กับเขา ดังนั้นชั้นที่เขาเข้าไปได้ ตามหลักแล้วสามารถขับไล่ทุกอย่างได้
ดังนั้นหลังจากขับไล่ซิงหวนจื่อไปแล้ว สวี่ชิงนั่งขัดสมาธิ หลับตาทั้ง 2 ลง จมลงสู่วิถีสูงสุดที่ 9 ของตัวเอง!
วิถีสูงสุดที่ 9 วิถีสุดยอดคู่ขนาน
วิถีสูงสุดนี้ในความรู้ความเข้าใจของสวี่ชิง เหมือนกับเม็ดทรายในยามแรกสุดของทะเลทรายกาลเวลา ขยับเคลื่อนที่ครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อให้เกิดเป็นเส้นเวลามากมาย แปรเปลี่ยนเป็นกาลอวกาศมากมาย
กาลอวกาศเหล่านี้ ตามทฤษฎีแล้วไร้ขอบเขต การเปลี่ยนแปลงก็เช่นเดียวกัน
พวกมันเป็นเรื่องจริงได้ แต่ก็เป็นภาพมายาเรื่องโกหกได้เหมือนกัน
เช่นเดียวกัน ก็สามารถเป็นประตูได้
ผ่านจากประตูเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงตัวตนในทุกกาลอวกาศได้ อีกทั้งยังจิตใจเชื่อมกัน ความคิดเชื่อมกัน
ประดุจรวมเป็นหนึ่ง นี่ก็คือวิถีสูงสุดที่ 9
“หรือจะเรียกว่าผสานจักรวาลซ้อนทับกาลเวลาก็ได้” ขณะที่สวี่ชิงพึมพำในใจ โลกชั้นที่ 5 ก็แผ่ระลอกอีกครั้ง เงาร่างของซิงหวนจื่อก่อตัวขึ้นในความว่างเปล่า เสียงของเขาคำรามต่ำ “เจ้า…”
แต่ก็แค่คำรามออกมาเพียงคำเดียวเท่านั้น สวี่ชิงไม่แม้แต่จะมอง ยกมือขึ้นสะบัด ขับไล่ต่อไป
ระลอกคลื่นแผ่มาทันที ซิงหวนจื่อที่เหยียบเข้ามาในชั้นที่ 5 สลายไปอีกครั้ง พร้อมกับความอัดอั้นและความโกรธเดือดดาล ถูกซัดกลับไป
มีเพียงแว่วเสียงคำเดียวของเขาที่ยังดังก้องอยู่
สวี่ชิงหลับตา โคจรวิถีสูงสุดที่ 9 ในร่างอีกครั้ง ท่ามกลางการเชื่อมโยงกาลอวกาศนี้ก็ค่อยๆ ใหญ่โตขึ้น โลกใบที่ 9 ก็ประดุจดอกไม้บานสะพรั่ง ยิ่งเจิดจรัสพราวพร่าง
จากนั้นก็หลอมรวม!
โลก 9 ใบ ในเสี้ยวพริบตานี้ต่างผสานเป็นหนึ่งเดียว ส่วนพลังบำเพ็ญของสวี่ชิงก็ยกระดับขึ้นตาม กลิ่นอายก็ยิ่งทรงพลัง รัศมีอำนาจก็เช่นเดียวกัน
ระลอกคลื่นที่เกิดขึ้นราวกับเกิดเป็นคลื่นวนเอง
หมุนวนครืนครั่นเลื่อนลั่น
และในคลื่นวนนี้ สวี่ชิงที่นั่งขัดสมาธิในนั้น วิญญาณในร่าง…เริ่มแผ่ออก!
ระดับขั้นเจ้าเหนือหัวเป็นขั้นตอนการสร้างตัวอ่อนเซียน จนกระทั่งสุดท้ายแล้วตัวอ่อนเซียนเสร็จสมบูรณ์ก็คือระดับเตรียมเซียน!
ดังนั้นจึงแบ่ง 3 ขั้น ได้แก่มายาสัจจะ อมตะ และตัวอ่อนเซียน!
มายาสัจจะในนั้นคือแผ่ออกมาจากวิญญาณของตัวเอง อยู่นอกร่างปกคลุมร่างกาย ก่อเป็นร่างจริง เพราะแปลงมาจากวิญญาณ จึงเรียกว่ามายา และเพราะเป็นร่างจริง ดังนั้นจึงชื่อว่า…สัจจะมายา
ตอนนี้ทั่วทั้งร่างสวี่ชิงประกายแสงกะพริบระยิบระยับ จากการแผ่ออกไปของวิญญาณก็คล้ายว่ามีรูปเคารพอันเจิดจรัสปรากฏขึ้น
ร่างที่นั่งขัดสมาธิประดุจยักษ์ ยิ่งอยู่ท่ามกลางประกายแสงที่ไหลวน ก็ค่อยๆ เปล่งประกายแสงหมื่นจั้ง ราวกับแฝงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า!
เจ้าเหนือหัว เดิมทีในระบบฝึกบำเพ็ญก็เทียบได้กับระดับเพลิงเทวะ!
และต่างไปจากระดับเจ้าเหนือหัวอื่นๆ ในขั้นนี้เล็กน้อย มายาสัจจะของสวี่ชิงเพิ่งจะปรากฏออกมาก็เปลี่ยนจากสภาวะรางเลือนมาชัดเจนขึ้นอย่างรวดเร็ว จวบจนกระทั่งถึงขั้นบริบูรณ์ของมายาสัจจะ
ขณะเดียวกัน พลังทรงพลังยิ่งใหญ่ที่เหนือกว่าเตรียมสู่เทวะก็ปะทุออกมาจากร่างของสวี่ชิง
เพียงก้าวเดียวสู่ระดับเจ้าเหนือหัว!
ขณะเดียวกัน นอกวังเซียน นอกระบบดาวที่ 5 ในระบบดาวที่ 9 ที่…ห่างออกไปเป็นห้วงดาราที่ไร้ขอบเขต!
บนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ใต้เขตปกครองผนึกสมุทร จื่อเสวียนที่ปิดด่านอยู่นอกตำหนักหงส์ในวังใต้ดิน…
เงาร่างที่นั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่นร่างหนึ่ง ร่างก็มีแสงเทพไหลวนเช่นกัน สะท้านฟ้าสะเทือนดิน
นั่นเป็นร่างเทพของสวี่ชิง
ในเสี้ยวพริบตาที่ร่างเซียนของเขาก้าวสู่ระดับเจ้าเหนือหัว ก็เชื่อมต่อกันอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้อำนาจเทพในร่างเทพนี้ต่างกะพริบวูบวาบขึ้นมาทั้งหมด
เทพและเซียนต่างร้องประสานขับขาน!
บรรพจารย์สำนักวัชระที่อยู่ข้างๆ อึ้งตะลึงไปทันที
จื่อเสวียนที่อยู่ในตำหนักหงส์ขนตาขยับเบาๆ
จักรพรรดิมนุษย์หลีเซี่ยก็เงยหน้าขึ้นในวังหลวงเผ่ามนุษย์เช่นกัน ทอดสายตาไปยังเขตปกครองผนึกสมุทร
ผู้ที่มองไปด้วยยังมีที่ใต้แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ในโลกโบราณที่ผนึกเผ่าเทพนภาเจิดจรัสเอาไว้ เอ้อร์หนิวที่กำลังอุ้มศีรษะที่มีขนาดใหญ่เท่าภูเขาลูกเล็กๆ วิ่งทะยานอย่างเอาชีวิตมาล้อเล่น
ทั่วทั้งร่างของเขาสะบักสะบอม แต่ดวงตาทั้ง 2 กลับเต็มไปด้วยแววเจ้าเล่ห์ วิ่งไปพลางหัวเราะร่า “รวยแล้วๆ เจ้าสิ่งนี้แค่มองก็รู้แล้วว่าอร่อย แต่ว่าแข็งไปหน่อย ต้องหาที่ผ่าองค์ท่านออก!”
ตอนนี้ขณะที่ทะยานอย่างรวดเร็ว เขากลืนน้ำลาย กำลังจะสำรวจรอบๆ หาที่กิน แต่เสี้ยวขณะต่อมาก็สัมผัสอะไรได้ มองไปข้างบนอย่างแปลกประหลาด จากนั้นลูกตาก็แทบจะถลนออกมา “แม่โว้ย อาชิงน้อยทางนั้นกินของวิเศษอะไรเข้าไปหรือ ทำไมจึงทะลวงขั้นได้เร็วขนาดนี้”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
