Skip to content

Outside Of Time 1218


บทที่ 1218 ความทะเยอทะยานกับตำแหน่ง

1 วันต่อมา

นอกวังหลวงเผ่านภาปั่นป่วนที่แหลกสลาย ราชาแห่งเผ่านภาปั่นป่วนคุกเข่าอยู่ที่นั่น สีหน้าขมขื่น

สมาชิกเผ่านภาปั่นป่วนมากมายที่อยู่ด้านหลังเขา แต่ละคนใบหน้าซีดเผือด ร่างกายเผยความอ่อนแออย่างชัดเจน ในนั้น ผู้แข็งแกร่ง 3 ตนที่เคยขวางซิงหวนจื่อเอาไว้ ยิ่งมีเลือดไหลออกมาจากมุมปาก ดูห่อเหี่ยวหมองเศร้าเป็นอย่างยิ่ง

พลังบำเพ็ญของพวกเขาตกต่ำลงแล้ว!

ไม่ได้อยู่ในระดับเตรียมเซียนอีกต่อไป แต่ตกลงไปสู่ระดับเจ้าเหนือหัวทันที

อีกทั้งหากดูให้ดี ก็จะเห็นว่าไม่ใช่แค่พวกเขาเพียง 3 คนเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้ แต่สมาชิกเผ่านภาปั่นป่วนคนอื่นๆ พลังบำเพ็ญก็ตกต่ำลงในระดับที่แตกต่างกันไปเช่นกัน

กระทั่งว่าหากสังเกตจากระลอกคลื่นพลังวิญญาณอย่างละเอียด ก็จะพบว่า…การตกต่ำนี้ เป็นไปตลอดกาล

มาจากวิญญาณ และมาจากสายเลือดด้วย!

สายเลือดของพวกเขาถูกลดทอน วิญญาณของพวกเขาถูกพันธนาการ!

ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ยังรวมถึงราชาแห่งเผ่านภาปั่นป่วนที่ขมขื่นด้วย

เขาคุกเข่าอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ ขอบเขตในร่างแม้จะยังคงเป็นระดับเตรียมเซียน แต่ก็ทำได้เพียงแค่ฝืนรักษาไว้เท่านั้น

อีกทั้งสภาวะช่นนี้ จะคงอยู่ตลอดไป ยากที่จะเปลี่ยนแปลง

เพราะใบหน้าด้านที่ 2 ข้างหลังของเขาแห้งเหี่ยวไปแล้ว

การสืบย้อนสายเลือดบรรพชนของเขาถูกขัดขวาง!

แต่สมาชิกเผ่าทุกคนซึ่งรวมเขาอยู่ในนั้นด้วย ตอนนี้ล้วนเลือกที่จะก้มศีรษะ ไม่มีความโกรธแค้นอาฆาตมากนัก

ส่วนที่ด้านหน้าของพวกเขา ในห้วงท้องฟ้าดารา จะเห็นเงาร่างของกลุ่มคนที่กำลังเดินทางจากไป

เป็นผู้โบยบินสู่สวรรค์นั่นเอง

ผู้บำเพ็ญที่เป็นหัวหน้า คือสวี่ชิง

พวกเขาจากไปแล้ว

……

พิธีที่เพื่อให้ทำให้สายเลือดบริสุทธิ์และพลังต้นกำเนิดมหาศาลที่สะสมจากจากพิธีในแผ่นดินเผ่านภาปั่นป่วน ถูกคนทั้งหลายพรากไปแล้ว และสอดคล้องกับการตัดสินของสวี่ชิง

ภายใต้การนำของโจวเจิ้งลี่ เขาก็มอบ 2 ส่วนที่ตัวเองได้มาออกไป

ดังนั้น หลี่เมิ่งถู่และคนอื่นๆ ก็ทำตามเช่นกัน

ส่วนการจัดการกับราชวงศ์นภาปั่นป่วน…ซิงหวนจื่อใช้ในนามแห่งกฎระเบียบ ร่วมมือกับทุกคน สำแดงธรรมนูญแห่งความสมดุล

และด้วยเหตุนี้ จึงใช้วิธีแห่งสมดุลดึงเอาสายเลือดออก ทำให้สายเลือดของคนในเผ่านี้ปะปนไม่บริสุทธิ์

และเผ่านภาปั่นป่วนเป็นฝ่ายทำผิดกฎก่อน หากไม่ใช่ว่าที่นี่ยังเกี่ยวพันกับสวรรค์นอกพิภพอื่นๆ แล้ว เช่นนั้นเมื่อรายงานเรื่องนี้ไป การทำลายล้างเผ่าก็เป็นเรื่องปกติ

ตอนนี้ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีการสังหาร ทำเพียงแค่ลดทอนสายเลือด เช่นนั้นเรื่องนี้ไม่ว่าจะรายงานขึ้นไปอย่างไร การกระทำของพวกสวี่ชิงก็ย่อมสอดคล้องกับแนวทางของเผ่ามนุษย์ในระบบดาวที่ 5 อย่างแน่นอน

ไม่ว่าใครก็ไม่อาจตำหนิได้

ขณะเดียวกัน การจัดการเช่นนี้ ก็สอดคล้องกับชื่อเสียงของผู้รวบรวมทรัพยากร…

เรียกได้ว่ามีการพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งภายในและภายนอก

และเผ่านภาปั่นป่วนเอง ก็ยอมรับเรื่องนี้เช่นกัน

เพราะพวกเขาก็รู้ว่า เมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มเล็กๆ ของผู้โบยบินสู่สวรรค์ทั้งหมดเช่นนี้…ไม่ว่าจะเป็นกำลังรบ หรือภูมิหลัง หรือจะเป็นสิ่งอื่น พวกเขาล้วนด้อยกว่าทั้งสิ้น

และการที่เผ่าของพวกเขาได้พบเจอกับคนเหล่านี้ ชะตาของเผ่าก็ย่ำแย่นัก

หากอีกฝ่ายตั้งใจจะทำลายเผ่าของพวกเขาจริงๆ พวกเขาก็ทำได้เพียงเดินไปเส้นทางแห่งความสิ้นหวังเท่านั้น

ในเมื่อท้ายที่สุดแล้ว ที่นี่คือระบบดาวที่ 5 เผ่ามนุษย์อยู่สูงสุด

ดังนั้นผลลัพธ์ของการจัดการเช่นนี้ จึงทำให้พวกเขาส่วนใหญ่โล่งอก

ขอเพียงสมาชิกในเผ่ายังมีชีวิตอยู่ ก็ถือเป็นความโชคดีที่สุดแล้ว

ดังนั้นเรื่องที่นี่ ก็ถือว่าจบลงแล้ว

และจากนั้น สวี่ชิงก็พาคนทั้งหลาย กลับไปยังที่ตั้งของคุกอันดับ 1 หมายเลข 29

ระหว่างทาง เขาบอกทุกคนในกลุ่มย่อยถึงการตรวจสอบและแผนการของเขาเกี่ยวกับดวงอาทิตย์เทพแท้จริง

เมื่อได้ยินว่าสาหร่ายทะเลในคุกอันดับ 1 หมายเลข 29 เป็นผู้คุมเรือนจำของเทพแท้จริงตนหนึ่ง และเทพแท้จริงตนนี้สามารถถูกดึงพลังงานต้นกำเนิดออกมาได้ ทุกคนก็ตื่นเต้นขึ้นมา

แม้ว่าในตอนนี้ พวกเขาไม่เพียงแต่ทำภารกิจเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นเท่านั้น อีกทั้งแต่ละคนก็ได้รับผลตอบแทนไม่น้อย แต่…สำหรับพลังงานต้นกำเนิด ความต้องการของพวกเขายิ่งมหาศาล

ดังนั้นทุกคนจึงมีสายตาที่มีความปรารถนาแรงกล้า

นอกจากนี้ จากการที่ได้สัมผัสเรียนรู้กันหลายวันนี้ และยังได้ร่วมกันบุกเข้าไปในเผ่าหนึ่ง มีการแบ่งของที่ได้มา การกระทำทั้งหมดนี้ก็ทำให้ทุกคนปรับตัวเข้าหากันได้มากขึ้น

สำหรับเรื่องที่สวี่ชิงเป็นผู้นำก็ล้วนยอมรับกันทั้งสิ้น

โดยเฉพาะการที่สวี่ชิงทำให้ทุกคนได้รับพลังงานต้นกำเนิด และกำลังรบก็อยู่จุดสูงสุด เช่นนี้แล้วก็ทำให้ความรู้สึกของการยอมรับมากขึ้นไปตามธรรมชาติ

เช่นนี้เอง ทุกคนจึงห้อตะบึงไปตลอดทาง

มาถึงที่ตั้งของคุกอันดับ 1 หมายเลข 29

ดวงอาทิตย์เทพแท้จริงตนนั้นยังคงอยู่ที่เดิม สาหร่ายทะเลที่ออกไปพร้อมกับสวี่ชิง แม้จะเป็นร่างหลัก แต่ก็ไม่กล้าละทิ้งหน้าที่ ดังนั้นก่อนที่จะออกไป จึงได้แยกร่างออกมา เพื่อจับตามองเรือนจำเทพแท้จริงตลอดเวลา

ตอนนี้เมื่อกลับมาที่นี่อีกครั้ง สวี่ชิงสะกดความคาดหวังในใจลง เขาตรวจสอบก่อนครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ก็มองไปยังคนอื่นๆ รอบตัว

“ถ้าอย่างนั้น พวกเราจะทำตามแผน เก็บเกี่ยวพลังงานต้นกำเนิดที่นี่!” สวี่ชิงกล่าวอย่างเนิบนาบ

รอบตัวเขา ผู้รวบรวมทรัพยากรทุกคนรวมถึงซิงหวนจื่อ ระหว่างทางก็ได้รู้แผนการแล้ว ขณะนี้เมื่อได้เห็นและสัมผัสด้วยตาของตัวเอง แต่ละคนล้วนสายตาฉายประกายประหลาด

ครู่หนึ่ง พวกเขาต่างสบตากัน ล้วนเห็นการตัดสินใจของแต่ละคน

เมื่อสวี่ชิงเห็นเช่นนั้น ก็ไม่พูดอะไรอีก ก้าวไปข้างหน้าทันที พุ่งตรงไปยังดวงอาทิตย์เทพแท้จริง

รากของร่างแยกสาหร่ายทะเลก็สั่นไหว เปิดทางเข้าออก และร่างหลักของมันก็กลับมาในเสี้ยวขณะนี้ หลังจากที่อาศัยการเสริมพลังของตัวมันให้กับคนทั้งหลายในระดับหนึ่งแล้ว ซิงหวนจื่อก็ตามสวี่ชิงไปติดๆ

โจวเจิ้งลี่และเสียหลิงจื่อ รวมถึงหย่วนซานซู่กับหลี่เมิ่งถู่ ก็ตามไปทีละคน

ไม่นานนัก กลุ่มรวบรวมทรัพยากรกลุ่มเล็กนี้ ก็เหมือนกับฝูงหมาป่าที่หิวโหย พุ่งเข้าไปทั้งหมด

……

เวลาผ่านไป

3 วันต่อมา ดวงอาทิตย์เทพแท้จริงพลันสั่นสะเทือน สาหร่ายทะเลด้านนอกก็สั่นไหวอย่างรุนแรง

การสั่นสะเทือนนี้ดำเนินไป 7-8 วัน สุดท้ายก็มีเสียงระเบิดดังสนั่น แม้จะอยู่ในห้วงท้องฟ้าดารา ก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานต้นกำเนิดอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากภายในดวงอาทิตย์นี้

ราวกับว่าผนึกถูกเปิดออกแล้ว

จนกระทั่งผ่านไปอีกหลายวัน ไฟและความร้อนของดวงอาทิตย์เทพแท้จริงนี้ก็ลดลง ขนาดโดยรวมก็เหมือนจะหดเล็ก และในความรางเลือน ก็เหมือนว่ามีพลังงานต้นกำเนิดที่เข้มข้นยิ่งขึ้น กำลังจะปะทุออกมา

แต่ตอนนี้เอง จู่ๆ จิตเทพที่ทรงพลังกลุ่มหนึ่งก็พวยพุ่งขึ้นมาจากภายในดวงอาทิตย์เทพแท้จริงนี้

แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหนึ่ง

“พวกเจ้า…พอได้แล้ว!!”

“เสบียงนี้ ข้าจะเอามันไป พวกเจ้าไสหัวออกไปภายใน 10 อึดใจ หากเกินเวลาที่กำหนด ตายอยู่ที่นี่ อาจารย์ตลอดจนอำนาจเบื้องหลังของพวกเจ้า ก็โทษข้าไม่ได้!”

เสียงนี้ประดุจสายอัสนีฟาดผ่า ระเบิดก้องไปทั่วจักรวาลนภาปั่นป่วน

ทำให้ดาราจักรและดวงดาวนับไม่ถ้วนในจักรวาลต่างสั่นสะเทือน สรรพชีวิตทั้งหลายสั่นสะท้านหวาดหวั่น

ผู้ที่หวาดหวั่นไปด้วยยังมีพวกสวี่ชิงที่บุกเข้าไปในดวงอาทิตย์เทพแท้จริงนี้

ไม่นานนัก ก็เห็นร่างของพวกเขาแต่ละคนต่างกระอักเลือดออกสดๆ ออกมามา สีหน้าปั่นป่วน กลับมาอย่างรวดเร็ว

สุดท้าย ในเสี้ยวพริบตาของอึดใจที่ 10 พวกเขาก็พุ่งออกมาจากดวงอาทิตย์เทพแท้จริงนี้

ทันทีที่ปรากฏตัวบนห้วงท้องฟ้าดารา คลื่นวนขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นใต้ดวงอาทิตย์เทพแท้จริงนี้ทันที

ความใหญ่ของคลื่นวนลูกนี้เหมือนปากว่างเปล่าขนาดมหึมา ภายในมีมือขนาดใหญ่มโหฬารยื่นออกมา คว้าดวงอาทิตย์เทพแท้จริงนี้ไว้ แล้วดึงเข้าไปในคลื่นวนน้ำ

สาหร่ายทะเลเองก็ต้องคลายรากออก มิฉะนั้นมันก็จะถูกดึงเข้าไปข้างในด้วย

ทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะช้า แต่ความจริงแล้วหลังจากที่ทุกคนปรากฏตัว คลื่นวนและมือใหญ่ก็ล้วนปรากฏขึ้นในทันที นำดวงอาทิตย์เทพแท้จริงไปแล้ว คลื่นวนและมือใหญ่ก็หายไปในทันที

ราวกับว่าไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน

บนท้องฟ้าดาราที่ว่างเปล่าในเสี้ยวขณะนี้ มีเพียงสาหร่ายทะเลที่สั่นสะท้าน และพวกสวี่ชิงที่มีสีหน้าย่ำแย่เท่านั้น

สำหรับฉากนี้ ในช่วงเวลาสั้นๆ ทุกคนก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

หลังจากที่พวกเขาเข้าไปในดวงอาทิตย์เทพแท้จริง การทำลายผนึก 2 ชั้นแรก แม้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่โดยรวมก็นับว่าราบรื่น และพวกเขาก็ดูดซับพลังงานต้นกำเนิดจากเทพแท้จริงองค์นั้นไปได้ไม่น้อย

แต่…ในตอนที่ทำลายผนึกชั้นที่ 3 กลับเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้น

ในผนึกชั้นที่ 3 มีดวงตาหนึ่งข้างอยู่!

นั่นคือดวงตาของเซียนที่ทิ้งไว้ที่นั่น เพื่อใช้ผนึกร่างหลักของดวงอาทิตย์เทพแท้จริงองค์นี้

และเมื่อพวกเขาเห็นดวงตานั้น ดวงตานั้นก็พลันลืมขึ้นมา ปล่อยเจตจำนงอันน่าสะพรึงกลัวออกมา เหมือนพายุที่กวาดไปทั่ว

ทำให้ทุกคนไม่สามารถต้านทานได้

ส่วนฐานะของมันไม่ต้องพูดก็รู้ นั่นคือเซียนชั้นล่างที่อยู่เบื้องหลังนั่นเอง

เห็นได้ชัดว่าขุนนางนอกนภาของสวรรค์นอกพิภพแสงเรืองรองในอดีตคนนี้ ได้ทราบถึงตัวตนของผู้ที่มาที่นี่ผ่านศิษย์ของเขา ดังนั้นด้วยความโกรธ เขาก็ยังคงยั้งมือ

ให้เวลา 10 อึดใจ

จากนั้นเขาก็อยากให้ดวงอาทิตย์เทพแท้จริงตนนั้นอยู่ที่นี่อีก จึงเลือกที่จะทุ่มเททุกอย่าง นำมันไป

เห็นได้ชัดว่าการกระทำนี้ เป็นการกระทำที่เซียนชั้นล่างท่านนี้ทำด้วยความจำใจ

ไม่เช่นนั้น เขาก็คงไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ในวันนี้…

และสวี่ชิงกับคนอื่นๆ ต่างก็ทำอะไรไม่ได้

แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเซียนชั้นล่าง พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ

ตอนนี้ทุกคนทำได้เพียงถอนหายใจในใจ และเลือกที่จะจากไป

สาหร่ายทะเลก็รู้สึกสับสนงุนงงเล็กน้อย

คุกที่มันดูแล…หายไปแล้ว

เทพเจ้าที่อยู่ในใบของมัน ก็ถูกมันยักยอกจนเกลี้ยงหมดแล้ว

ในเสี้ยวขณะนี้ ฟ้าดินกว้างใหญ่ แต่จู่ๆ มันก็ไม่มีภารกิจให้ทำแล้ว…

ดังนั้นภายใต้การชักชวนของสวี่ชิง มันจึงเลือกที่จะติดตามพวกเขาไป

เช่นนี้เอง หลังจากที่พบแถบมายาเวิ้งว้างอุกกาบาตแห่งหนึ่ง ทุกคนก็แยกย้ายกันไป ต่างเลือกอุกกาบาตของตัวเอง นั่งขัดสมาธิอยู่บนนั้น เตรียมที่จะดูดซับสิ่งที่ได้รับมาก่อน

และกำหนดว่าจะไปจากจักรวาลนี้ในอีก 1 เดือน

เพราะแม้ว่าจะดูดซับพลังงานต้นกำเนิดภายใต้ผนึกเพียง 2 ชั้น แต่ปริมาณโดยรวมก็ไม่น้อยเลย

และเวลาครึ่งเดือนก็ไม่นานนัก เพียงพริบตาก็ผ่านไป

แถบมายาเวิ้งว้างอุกกาบาตนี้ลอยอยู่บนท้องฟ้าดาราอย่างเงียบๆ ทุกคนบนนั้นก็เงียบสงบเช่นกัน

ในช่วงครึ่งเดือนนี้ ทุกคนต่างนั่งขัดสมาธิอยู่บนอุกกาบาตของตัวเอง พยายามเปลี่ยนพลังงานต้นกำเนิดที่ได้รับมาให้เป็นพลังบำเพ็ญและกำลังรบของตนเอง

กลิ่นอายบนร่างของพวกเขา ก็เพิ่มขึ้นทุกวัน และยิ่งเฉียบคมมากขึ้น

จนกระทั่งวันที่ 17 มาถึง…บนท้องฟ้าดาราที่เงียบสงบ บนแถบมายาเวิ้งว้างอุกกาบาตที่ลอยล่องอยู่นี้ จู่ๆ ก็มีกลิ่นอายอันแข็งแกร่งยิ่งใหญ่ พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ความแข็งแกร่งของกลิ่นอายนี้สั่นสะเทือนทุกสารทิศ ทำให้อุกกาบาตเกิดความปั่นป่วน ถูกกระแทกเหนี่ยวนำ กระจัดกระจายออกไป

เพียงพริบตา กาลอวกาศบิดเบี้ยว ธาตุทั้ง 5 ก่อตัวขึ้น กระตุ้นกฎของจักรวาลนี้ให้มารวมตัวกันจากทุกทิศทาง ก่อตัวเป็น 5 แสง 10 สี งดงามพร่างพรายเป็นอย่างยิ่ง

ยังมีเสียงหัวใจเต้นที่ดังสนั่นหวั่นไหวเป็นระลอก ดังตึกๆ ขึ้นมาในเสี้ยวขณะนี้

ราวฟ้าร้องก้องกังวาน

ภาพฉากนี้ ทำให้ทุกคนที่นี่จิตใจสั่นสะท้านทันที แต่ละคนต่างตื่นขึ้นจากการนั่งสมาธิ ลืมตาขึ้นมาในทันใด และมองไปยังสถานที่ที่ระลอกคลื่นอันยิ่งใหญ่ทรงพลังนี้แผ่ออกมาพร้อมกัน!

นั่นเป็นอุกกาบาตวงรีก้อนหนึ่ง ผู้ที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนนั้น สวมชุดคลุมยาวสีดำ ผมยาวปลิวพริ้ว ร่างกายปล่อยแสงพร่ามัวออกมา บนร่างมีกลิ่นอายเซียนเข้มข้น ปะทุออกมาเป็นระลอกอย่างต่อเนื่อง

เป็นสวี่ชิงนั่นเอง!

“เขากำลังจะทะลวงระดับเตรียมเซียน!” ซิงหวนจื่อดวงตาฉายประกายประหลาด

“พลังเช่นนี้ ระลอกคลื่นเช่นนี้…”

เสียหลิงจื่อสีหน้าเคร่งขรึม หย่วนซานซู่เหม่อลอยเล็กน้อย หลี่เมิ่งถู่สังเกตการณ์รอบๆ ทันที คุ้มกันให้สวี่ชิง

เชียนจวินและปี้อี้ ก็รู้สึกจิตใจหวาดหวั่นเช่นกัน แอบบอกตัวเองว่าไม่ดีแล้ว

พวกเขามีลางสังหรณ์ว่า หลังจากที่สวี่ชิงเลื่อนขั้นเป็นเตรียมเซียนได้สำเร็จ เกรงว่าแค่ยกมือขึ้น พวกเขาพี่น้อง 2 คนก็จะแปลงเป็นกระบี่เซียนโห่ร้องด้วยความดีใจไปอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้…

เมื่อคิดถึงภาพฉากนั้น พี่น้องทั้ง 2 ก็ร้อนใจขึ้นมา

และในเสี้ยวขณะนี้ โจวเจิ้งลี่ก็หรี่ตาลง ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ดวงตาเผยความเด็ดขาด ลุกขึ้นยืนไหววูบออกไป ก็มาถึงยังอุกกาบาตที่ใกล้สวี่ชิงที่สุด นั่งขัดสมาธิลง สีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยขึ้นด้วยเสียงต่ำทุ้ม “ทุกท่าน ยังไม่คุ้มกันอีก จะรอเมื่อใดกัน!”

“นอกจากนี้ ไม่ว่าพวกท่านจะมีใครที่มีความคิดอื่นหรือไม่ ข้าแซ่โจวผู้นี้ก็ต้องเตือนพวกท่านไว้ก่อน…”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ในดวงตาโจวเจิ้งลี่ก็เผยแสงเย็นเยือก

“อย่าลืมว่าที่นี่…สวรรค์นอกพิภพในอดีตมีชื่อว่าอะไร”

“และสวรรค์นอกพิภพอื่นๆ ที่นั่งระดับบนส่วนใหญ่ก็เต็มหมดแล้ว”

“เรื่องเหล่านี้ พวกท่านล้วนเข้าใจดี เช่นนั้น ไม่ว่าพวกท่านจะคิดอย่างไร เป้าหมายของข้าแซ่โจวก็คือจะแย่งชิงตำแหน่งที่อยู่ข้างนายแห่งสวรรค์นอกพิภพในอนาคตแห่งนี้!”

“แม้ว่าความเป็นไปได้จะไม่มากนัก กระทั่งว่าอาจจะเล็กน้อยริบหรี่ แต่…เมื่อเทียบกับผลตอบแทนมหาศาลที่ได้รับ ข้าแซ่โจวยินดีที่จะเดิมพัน!”

“ดังนั้น ทุกคนที่อาจทำให้การเดิมพันของข้าล้มเหลว ล้วนเป็นศัตรูของข้า!”

นี่เป็นครั้งแรกที่โจวเจิ้งลี่พูดถึงความทะเยอทะยานของตัวเอง แม้ว่าทุกคนจะไม่รู้ว่าคำพูดที่ทะเยอทะยานของเขา เป็นเป้าหมายที่แท้จริงของเขาหรือไม่ แต่…

ต้องบอกว่าคำพูดของเขา ทำให้หลายคนจิตใจไหวหวั่น

เชียนจวินและปี้อี้ ก็ไม่หวาดหวั่นอีกต่อไป แต่หลังจากที่อึ้งตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาก็ฉายประกายแสงประหลาด

“ตำแหน่งอย่างนั้นหรือ”

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version