บทที่ 1225 เทพเจ้าแห่งความทุกข์ทน : ปี้หมัวซือ
ขณะเดียวกัน ในนภาไร้แถบ ในเสี้ยวขณะที่เรือนจำเทพเจ้าคำรามเลื่อนลั่น กลิ่นอายเทพเจ้าพุ่งเพิ่มขึ้น…
ในห้วงท้องฟ้าดารารอบๆ ก็มีจิตเจตจำนงที่หากไม่ใช่เซียนก็ไม่อาจรับรู้ได้มากมาย กำลังลงมาเยือน
นั่นคือเซียนลาดตระเวนจากสวรรค์นอกพิภพแสงวิญญาณและสวรรค์นอกพิภพนภา 9 ฝั่ง!
ทันทีที่ที่นี่เกิดความผิดปกติ พวกเขาก็สัมผัสรับรู้ได้แล้ว จึงมาเพื่อแก้ไขความวุ่นวายที่เกิดขึ้นที่นี่ให้กลับมาเป็นปกติ
แต่ในทันทีที่จิตของพวกเขากำลังจะก่อตัวขึ้น…
เสียงที่สงบ แต่แฝงไว้ด้วยความลึกลับ ก็ดังขึ้น และเข้าไปในจิตเทพของเซียนเหล่านี้
“ให้เขาได้ลอง และให้พวกเขาคนรุ่นนี้ได้สัมผัสว่าอะไรคือเทพแท้จริง”
จิตที่ลงมาเยือนที่นี่ต่างสั่นสะท้าน จากนั้นก็มีเสียงที่เหมือนกันดังออกมา
“น้อมรับบัญชาผู้นำเซียนจิ่วอั้น”
……
ตอนนี้ นภาไร้แถบ กลิ่นอายเทพเจ้ายังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รุนแรงยิ่งขึ้น
เหนือเรือนจำ ไม่ว่าจะเป็นพัศดีทั้ง 2 หรือจะเป็นพวกซิงหวนจื่อต่างถอยหลังอย่างรวดเร็ว สีหน้าของแต่ละคนเคร่งขรึม ต่างสำแดงพลังบำเพ็ญ ทำการป้องกันโดยรอบ
สาหร่ายทะเลก็เช่นกัน
พวกเขาต่างรู้ดีว่าสิ่งที่ต้องเผชิญในตอนนี้ ไม่ใช่เทพเจ้าธรรมดา แต่เป็น…เทพแท้จริงที่อยู่ในสภาวะฟื้นคืนกลับมาองค์หนึ่ง!
เทพแท้จริง เท่ากับเซียนชั้นล่าง!
กระทั่งว่าในแง่ของความแปลกประหลาด ก็ยังน่าตกตะลึงยิ่งกว่าเซียนชั้นล่างเสียอีก
ในเมื่อจะอย่างไร เทพเจ้าถึงจะเป็นสิ่งมีชีวิตดั้งเดิมของระบบดาวชั้นบน ถึงจะเป็นผู้ที่สามารถดูดซับพลังงานต้นกำเนิดของระบบดาวชั้นบนได้โดยธรรมชาติ ปรับตัวให้อยู่ในที่แห่งนี้ได้ดีกว่าผู้บำเพ็ญ!
อีกทั้งยังเป็นอมตะไม่ดับสูญ
ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับเทพแท้จริง ความกดดันของเหล่าผู้บำเพ็ญจึงมากมหาศาลเป็นธรรมดา
แม้ว่าพวกเขาจะรู้ดีว่าในระบบดาวที่ 5 ตอนนี้ การฟื้นคืนชีพของเทพแท้จริงองค์หนึ่ง มองจากภาพรวมแล้วก็ไม่ได้นับเป็นอะไรใหญ่โต การสยบกำราบก็ไม่ใช่เรื่องยาก
กระทั่งว่าไม่จำเป็นต้องให้ผู้นำเซียนลงมือ เพียงแค่มีบัญชา เซียนชั้นล่างมาที่นี่ ก็สามารถกำราบได้แล้ว
แต่…การได้อยู่ ณ สถานที่เกิดเหตุการณ์การฟื้นคืนชีพแบบนี้ด้วยตัวเอง ความรู้สึกที่ได้รับนั้นแตกต่างกัน
แม้จะรู้ดีว่าสำหรับระบบดาวที่ 5 แล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่การได้สัมผัสด้วยตัวเอง ได้เห็นการกลับมาของเทพแท้จริงด้วยตาตัวเอง และสัมผัสกับกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของเทพแท้จริง
ระลอกคลื่นพลังที่น่าสะพรึงกลัวนั่น ความแปลกประหลาดของวิญญาณที่บิดเบี้ยว ทำให้ทุกคนที่นี่ล้วนจิตใจสั่นสะท้าน
ดังนั้นทุกคนจึงป้องกันตัวเองและถอยร่นไปด้วยความเร็วทั้งหมด
มีเพียงสวี่ชิงเท่านั้น!
ที่ในเสี้ยวขณะนี้ไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลัง แต่กำลังรบทั่วทั้งร่างกลับท่วมท้น ดวงตาเผยประกายแสงเย็นยะเยือก ท่ามกลางสายตาของทุกคน ก็เผชิญหน้ากับรูปปั้นแมงมุม…
ยิ่งยกมือขึ้น พลังของตัวเองก็ระเบิดออกมาอย่างเต็มที่
เพียงพริบตา เหล็กแหลมที่สะสมพลังมานานก็ส่องประกาย กาลอวกาศเป็นชั้นๆ ที่อยู่รอบตัวเขาก็ส่งเสียงเลื่อนลั่น ตัวอ่อนเซียนที่อยู่ด้านหลังก็ยิ่งเจิดจรัสมากขึ้น
เขาจะลองสังหารเทพเจ้า!
และในทันทีที่สวี่ชิงลงมือ รูปปั้นแมงมุมขนาดมหึมานั่นก็สั่นคลอนไปทั้งตัว!
เจตจำนงที่จะฟื้นคืนชีพก็พุ่งเพิ่มขึ้น!
ขาแมงมุมทั้ง 8 ของรูปปั้น ในเสี้ยวพริบตานี้ก็สาดแสงสีทองเจิดจรัส ขยับเคลื่อนไหวขึ้นมา
แสงสีทองที่สาดส่องออกมา คือแสงเทพของเทพเจ้า ในขณะเดียวกับที่พวยพุ่งไปทุกทิศทาง ขาของมันที่เหมือนรุ้งยาวสีทอง 8 สาย ก็ป้องกันอยู่ข้างหน้า
ก่อขึ้นเป็นม่านแสงสีทองชั้นหนึ่ง!
ภายในม่านแสง หลังขาแมงมุม ดวงตาทั้ง 2 ข้างของรูปปั้นก็พลันลืมขึ้นในเสี้ยวขณะนี้เอง
ฉายความเย็นชา และแสงสีทองที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม ราวกับมหาสมุทร ปกคลุมผืนท้องฟ้าดาราทันที
กลิ่นอายเทพเจ้ายิ่งเข้มข้นขึ้น
เสียงพึมพำก็เช่นกัน
เสียงของปี้หมัวซือดังสนั่นหวั่นไหว สั่นสะท้านวิญญาณ
องค์ท่านเร่งการกลับมา!
ขณะเดียวกัน มือของสวี่ชิงที่ยกขึ้น ก็ซัดลงมาแล้ว
เพียงชั่วพริบตา เหล็กแหลมก็พุ่งออกมาเป็นอันดับแรก รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ทะลุผ่านห้วงท้องฟ้าดารา ภายในแสงเซียนส่องประกายวูบวาบ แผ่ระลอกคลื่นพลังปั่นป่วนน่าหวาดหวั่นสั่นสะท้านโลก!
นี่คือการโจมตีที่เซียนชั้นล่างสร้างขึ้น และแฝงไว้ด้วยพลังระดับเตรียมเซียนของสวี่ชิง!
นี่คือการโจมตีที่รวมไว้ซึ่งธรรมนูญของเขา!
นี่คือการโจมตีที่แฝงไว้ด้วยพลังของวังเซียนแสงเรืองรองตลอดจนสวรรค์นอกพิภพ!
และเช่นเดียวกัน นี่คือการโจมตีที่แฝงไว้ด้วยกฎแห่งสวรรค์!
ไม่ว่าจะเป็นวัสดุหรือการสะสมพลังก่อนหน้านี้ ล้วนทำให้เหล็กแหลมเล่มนี้มีคุณภาพที่ยอดเยี่ยม
ตอนนี้ทุกที่ที่มันผ่านไป มิติแตกสลาย ท้องฟ้าดาราก็เกิดหลุมดำขึ้นมาเป็นชุด ความแหลมคมของมัน ราวกับว่าแข็งแกร่งไม่อาจต้านทาน!
ในชั่วพริบตาก็ปรากฏตัวขึ้นที่ม่านแสงสีทองหน้ารูปปั้นแมงมุม
แทงเข้าไปอย่างแรง!
เสียงคำรามก็ดังเลื่อนลั่น!
ทว่า…มันไม่ได้ทะลุผ่านไป แต่ถูกสกัดกั้นไว้หน้าแสงสีทอง
รูปปั้นนั้นคือซากร่างของเทพแท้จริงที่กำลังกลับมา และยังเป็นภาชนะด้วย และตอนนี้เทพแท้จริงองค์นี้ก็ไม่ได้หลับใหล แต่อยู่ในสภาวะที่กำลังกลับมา ดังนั้นม่านแสงสีทองที่มันปล่อยออกมา จึงมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นกัน
ดังนั้นการมาถึงของเหล็กแหลมไม่เพียงแต่ทะลุไปไม่ผ่าน กระทั่งว่าภายใต้แสงสีทองแผ่ขยายออกไป ก็จะกลืนกินและหลอมรวมมันด้วยซ้ำ
แต่เสี้ยวพริบตาต่อมา ก็มีเสียงกระดิ่งดังก้องกังวาน
สวี่ชิงร่างเพียงไหววูบ ขณะเดียวกับที่ก้าวไปข้างหน้า ก็หยิบกระดิ่งของเขาออกมา กระดิ่งนี้แฝงไว้ด้วยเจตจำนงของผู้นำเทพ ตอนนี้เมื่อเสียงดังออกมา ท้องฟ้าดาราก็สั่นสะท้าน
ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญหรือเทพเจ้า ในเสียงของกระดิ่งนี้การโคจรทุกอย่างในร่างกายล้วนหยุดชะงักไปในระดับที่แตกต่างกัน
ม่านแสงสีทองก็เป็นเช่นนั้น!
เกิดการหยุดชะงักขึ้นในชั่วพริบตา
ส่วนพลังของเหล็กแหลมในเสี้ยวขณะนี้ก็ปะทุออกมาอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น ก่อเป็นพลังถล่มภูเขาล่มมหาสมุทร หอบม้วนมาด้วยเจตจำนงทำลายล้างอันไม่สิ้นสุด ทะลุผ่านม่านแสงสีทองไปทันที พุ่งตรงไปยังหว่างคิ้วของรูปปั้น
รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ปะทุออกมาอย่างรุนแรง
ทะลุผ่านไปทันที!
รูปปั้นแมงมุมสั่นสะท้าน…
ในเสียงคำรามจากจิตใจของผู้บำเพ็ญที่อยู่ไกลๆ เหล่านั้น พวกเขาได้เห็นด้วยตาของตัวเองว่าหลังจากที่รูปปั้นแมงมุมสั่นสะท้านแล้ว มันก็แตกร้าว
หลังจากนั้น…ก็แตกเป็นเสี่ยงๆ พังทลายลง
แต่ไม่มีใครรู้สึกโล่งใจ เพราะหลังจากที่รูปปั้นแตกสลายไปแล้ว กลิ่นอายของเทพเจ้ากลับไม่ได้หายไป ความรู้สึกของการกลับมาก็ยังคงมีอยู่ กระทั่งว่าเสียงพึมพำจากเทพเจ้าก็ยังคงดังก้องอยู่อย่างนั้น
ราวกับว่าสิ่งที่แตกสลายไป เป็นเพียงสิ่งที่ตื้นเขินที่สุดของเทพแท้จริงที่กำลังกลับมาองค์นี้เท่านั้น
เสี้ยวพริบตาต่อมา พลังที่น่าครั่นคร้ามหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิมก็พลันพุ่งลงมาจากความว่างเปล่า
ทุกที่ที่มันผ่านไป ห้วงท้องฟ้าดาราบิดเบี้ยว สรรพชีวิตทั้งหลายสั่นสะท้าน
นั่นคือพลังของเทพเจ้า!
พลังนี้หนักแน่นราวกับทะเลดวงดาว เหนือกว่าอำนาจสวรรค์ หอบกวาดที่นี่ ขณะเดียวกับที่ทำให้เสียงพึมพำของเทพเจ้าดังยิ่งขึ้น พื้นที่บริเวณนี้…ก็เหมือนกระดาษแผ่นหนึ่ง เริ่มพับขึ้นมา!
แต่การพับนี้ เกิดขึ้นในจิตสำนึกเท่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจริงบนท้องฟ้าดารา
ราวกับว่ากาลอวกาศของที่นี่ มี 2 ชั้น
ชั้นข้างล่างคือที่ที่ทุกคนอยู่ ส่วนชั้นบนที่เพิ่มขึ้นมานั้น มีเพียงส่วนที่แตกสลายของรูปปั้นเท่านั้น
การพับนี้ เกิดขึ้นที่ชั้นที่เพิ่มขึ้นมาด้านบนชั้นนั้น!
ดังนั้นมันจึงไม่รวมสิ่งมีชีวิต แต่รวมเพียงเศษหินที่แตกสลายของรูปปั้นเท่านั้น
และการพับก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ในเวลาชั่วเสี้ยวพริบตาก็พับนับครั้งไม่ถ้วน
เสี้ยวพริบตาต่อมา เศษซากที่แตกสลายของรูปปั้นก็หายไปจากสายตาของทุกคน ทุกอย่างก็ถูกซ่อนอำพรางลงไป กระทั่งว่าแม้แต่กลิ่นอายของเทพเจ้าที่ยังคงเพิ่มขึ้น ตลอดจนพลังของการกลับมา และเสียงพึมพำ ล้วนหายไปพร้อมกับการพับนี้
ราวกับว่าทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น!
ท้องฟ้าดาราเงียบสงบ
สีหน้าของทุกคนต่างเปลี่ยนไป
ฉากนี้แปลกประหลาดเกินไป จนทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะคาดเดาว่า มีเซียนชั้นล่างมาจัดการเรื่องการฟื้นคืนชีพของเทพแท้จริงโดยที่มองไม่เห็นหรือไม่
แต่ไม่นาน ก็มีคนตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ!
“ไม่ถูก องค์ท่านจะหนี!”
ส่วนการค้นพบของสวี่ชิง เนื่องจากเขาเป็นคนลงมือ ดังนั้นจึงเร็วกว่าผู้บำเพ็ญคนอื่นๆ แทบจะในทันทีที่การพับเริ่มต้นขึ้น กาลอวกาศเป็นชั้นๆ ที่เกิดจากธรรมนูญคู่ขนานรอบๆ ตัวเขาก็ร่วงลงมา
ธรรมนูญกาลอวกาศ พลังผสานจักรวาลซ้อนกาลเวลาพลันแผ่ออกมา
กาลอวกาศแต่ละชั้น…แต่ละชั้น สยบกำราบที่นี่ทันที
ทำให้เวลาบนท้องฟ้าดาราหมุนย้อนกลับ ทำให้มิติเกิดระลอกคลื่นปั่นป่วน จากนั้น…สวี่ชิงในกาลอวกาศเหล่านี้ต่างก็ประสานปางมือ และใช้ธรรมนูญของตัวเอง
เริ่ม…หมุนย้อน!
คลี่สิ่งที่ถูกพับออกมาอีกครั้ง!
พับกี่ครั้ง ก็คลี่ออกเท่านั้น!
ดังนั้นในความรู้สึก การเคลื่อนไหวของทุกสิ่งในที่นี้ก็เหมือนไหลย้อนกลับ กลิ่นอายเทพเจ้าที่หายไปก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เสียงพึมพำของเทพเจ้าที่เงียบลงไป ก็ดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง
ทั้งพลังแห่งการฟื้นคืนกลับมาก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง!
เศษรูปปั้นที่ซ่อนอำพรางอยู่…ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง!
เพียงแต่รูปลักษณ์ของพวกมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่ได้เป็นวัสดุของรูปปั้นอีกต่อไป แต่กลายเป็นก้อนกระจุกสีขาวมากมาย!
ราวกับว่าบนเลือดเนื้อมีก้อนขนสีขาว และก้อนขนเหล่านั้นเนื่องจากยาวมากเหลือเกิน จึงดูเหมือนผมสีขาวที่ปลิวสยายไปมาราวหนวด พุ่งออกไปด้านนอก
เศษซากของรูปปั้นทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน
อีกทั้งยังมีความรู้สึกที่ทะลุทะลวงวิญญาณ แผ่ออกมาจากกระจุกผมทุกกระจุก ทำให้ทุกสิ่งที่ไม่ใช่เทพเจ้า ในเสี้ยวขณะนี้วิญญาณเหมือนจะฉีกขาด เกิดความรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาเป็นระลอก…ระลอก
สวี่ชิงเองก็สีหน้าซีดเผือดไปเช่นกัน วิญญาณแผ่ระลอกคลื่นปั่นป่วนอย่างรุนแรง
แต่เสี้ยวพริบตาต่อมา ตัวอ่อนเซียนที่อยู่ด้านหลังของเขาก็พลันเดินออกมา หลังจากปกคลุมร่างกายของเขาแล้ว ร่างของตัวอ่อนเซียนก็ขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง จากนั้นก็ยกมือขึ้น
มือนี้ราวกับท้องฟ้าดารา!
ด้วยพลังที่สะสม ด้วยพลังสูงส่งสูงสุด ด้วยร่างอันกว้างใหญ่ไพศาลบนท้องฟ้าดารา ก็ซัดมา…ที่นี่ทันที!
ตบลงไปอย่างแรง!
ภายในตัวอ่อนเซียน วังเซียนแสงเรืองรองที่เป็นรากฐานเซียน ส่องประกายอย่างรุนแรง
แสงที่แผ่ออกมา ทะลุผ่านไปในตัวอ่อนเซียนทั้งหมด ทำให้ตัวอ่อนเซียนในเสี้ยวขณะนี้ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง
และมือของตัวอ่อนเซียนที่ยกขึ้น ก็กว้างใหญ่ไพศาลเช่นกัน
ทันทีที่ซัดลงมา ก็ราวกับปกคลุมความว่างเปล่า สกัดกั้นทุกสิ่ง
แม้แต่กระจุกผมสีขาวปลิวสยายที่เกิดจากเศษหินของรูปปั้น ก็หยุดชะงักไป
นี่คือมือของตัวอ่อนเซียน นี่คือการใช้สิทธิ์ของวังเซียนแสงเรืองรองเพื่อปราบปราม!
เสี้ยวพริบตาต่อมา มือใหญ่ก็ซัดลงมา!
แต่ทันทีที่มือใหญ่นี้ตบลงไป ก็เกิดความผิดปกติขึ้นอีกครั้ง
เศษซากรูปปั้นที่กลายเป็นกระจุกผมเหล่านั้น จู่ๆ ก็พลันปะทุขึ้นมา ต่างเชื่อมต่อกัน จากนั้นก็พุ่งแผ่ออกไปด้านนอกด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
และจากการเชื่อมต่อของเส้นผม จากการพุ่งแผ่ออกไปของกระจุกผม ใยแมงมุมขนาดมหึมาผืนหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าดารา ปรากฏขึ้นภายใต้ฝ่ามือตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิง!
ใยแมงมุมผืนนี้มีขนาดใหญ่น่าตกตะลึง
แผ่ออกไปในท้องฟ้าดารา
ใยของใยแมงมุมนั่น ก็คือผมสีขาว!
และเศษซากรูปปั้นที่อยู่ที่จุดเชื่อมต่อทุกจุด ตอนนี้รูปลักษณ์ก็เปลี่ยนไป กลายเป็นศีรษะที่สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดมากมาย!
ศีรษะเหล่านี้ มีทั้งชายและหญิง มีทั้งคนแก่และเด็ก มีทั้งผู้บำเพ็ญและเทพเจ้า
ล้วนเป็นผู้ที่ถูกเทพแท้จริงองค์นี้สังหารในอดีต
ชีวิตที่ถูกองค์ท่านสังหาร แม้จะตายไปแล้ว แต่วิญญาณก็ไม่อาจหลบหนีได้ ถูกองค์ควบคุมไปตลอดชั่วกาล กลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์ท่าน!
ตอนนี้หลังจากที่ปรากฏขึ้น ก็สกัดกั้นฝ่ามือตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิง
ทันทีที่สัมผัสกัน ไม่มีเสียงคำรามดังขึ้น แต่กลับมีความรู้สึกของการสั่นสะท้านร่วมกัน ทะลุผ่านความว่างเปล่า ก่อตัวเป็นพายุบนท้องฟ้าดารา พัดกวาดไปทั้งหมด
ที่ที่พายุลูกพัดนี้ผ่านไป ดวงดาวที่สัมผัสล้วนพังทลาย อุกกาบาตนับไม่ถ้วนกลายเป็นเถ้าธุลีในทันทีที่นั้น
ในขณะที่ใช้วิธีนี้คลี่คลายการโจมตี ก็ยิ่งมีแรงสะท้อนกลับที่ปะทุพุ่งขึ้น
ทำให้มือตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิง โดนระลอกคลื่นปั่นป่วน 2 ครั้งในพริบตา ในขณะเดียวกับที่สะท้อนกลับมา ร่างกายของเขาก็เกิดการพังทลาย
ภาพฉากนี้ ทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างมาก!
สวี่ชิงก็กระอักเลือดออกมา ดวงตาฉายประกายแสงเฉียบคม
เขาเห็นว่าใยแมงมุมที่แปลกประหลาดและกว้างใหญ่ไพศาลนี้ ตอนนี้กลายเป็นสีทองไปกว่าครึ่งแล้ว!
และตระหนักได้ว่าเมื่อเป็นสีทองทั้งหมดแล้ว ก็หมายถึงการกลับมาได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว
“ข้าได้แสดงพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเองแล้ว แต่ก็ยังคงไม่อาจกำราบเทพแท้จริงที่กำลังกลับมาได้ อีกทั้งยังอยู่ในสภาวะอ่อนแอ…”
สวี่ชิงเงียบไป
เขารู้ดี อวี้หลิวเฉินในตอนนั้น สิ่งที่วางแผนก็เป็นเพียงแค่เทพแท้จริงที่ยังไม่ได้กลับมา ซึ่งแตกต่างจากสถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้
และเขาก็รู้ดีว่าแม้ว่าเขาจะยอมแพ้ในวันนี้ ก็ไม่นับเป็นเรื่องใหญ่อะไร
แม้ว่าเทพแท้จริงองค์นี้จะกลับมาจริงๆ แต่อยู่ในระบบดาวที่ 5 ก็ไม่สามารถก่อเรื่องใหญ่โตอะไรได้ อีกทั้งเมื่อดูจากเวลาแล้ว เกรงว่าอีกไม่นาน ก็จะมีเซียนชั้นล่างมาสยบกำราบ
กระทั่งว่าสวี่ชิงรู้สึกว่ามีโอกาสสูงมากว่าในตอนนี้ รอบๆ ก็มีเซียนชั้นล่างอยู่ด้วยซ้ำ!
เพียงแต่พวกเขาไม่ได้เลือกที่จะลงมือในทันที…
ดังนั้นสวี่ชิงจึงอยากลองดูอีกครั้ง
เขาต้องการพลังงานต้นกำเนิด!
หากสามารถกำราบเทพแท้จริงที่กำลังกลับมาองค์นี้ได้ เช่นนั้น ก็สามารถดึงพลังงานต้นกำเนิดมาได้อย่างต่อเนื่อง เท่ากับเป็นการเพิ่มแหล่งพลังงานต้นกำเนิดสำหรับการฝึกบำเพ็ญในภายหลัง!
คิดถึงตรงนี้ ในดวงตาของสวี่ชิงประกายแสงเย็นเยือกฉายวาบขึ้น
“ยังมีอีกวิธี!”
คิดถึงตรงนี้ พลังงานต้นกำเนิดในร่างกายของสวี่ชิงก็ปะทุออกมาเต็มที่ กลิ่นอายเซียนก็พลันเพิ่มขึ้น ไปเสริมพลังตัวอ่อนเซียนของตัวเอง ทำให้มือของตัวอ่อนเซียนที่ถูกสะท้อนกลับมา ในเสี้ยวขณะนี้หนาแน่นและใหญ่โตยิ่งขึ้น
ยิ่งใช้สิทธิ์ของตัวเองไปกระตุ้นวังเซียนแสงเรืองรอง
ทำให้พลังของวังเซียนนี้ อยู่ในตัวอ่อนเซียนยิ่งเพิ่มพลังขึ้น สุดท้ายฝ่ามือที่ปรากฏบนท้องฟ้าดารา ก็มีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 10 เท่า
กว้างใหญ่ไพศาลจนน่าตกตะลึง
จากนั้นก็ซัดลงมาอีกครั้ง!
ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการตบ แต่เป็นนิ้วทั้ง 5 ของตัวอ่อนเซียนกางออก นิ้วทั้ง 5 เหมือนเสาของท้องฟ้าดารา พุ่งไปยังใยแมงมุม คว้ามันเต็มแรง!
ทันทีที่สัมผัสกัน สวี่ชิงกระอักเลือดออกมา ฝ่ามือตัวอ่อนเซียนเกิดแรงสะท้อนกลับ พังทลายต่อเนื่องอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า อีกทั้งยังไม่ใช่แค่ฝ่ามือ แต่แขนตลอดจนทั่วทั้งร่างกายของตัวอ่อนเซียนก็ได้รับผลกระทบด้วย
แต่ในดวงตาของเขาฉายความบ้าคลั่งออกมา แม้ว่าตัวอ่อนเซียนของเขาจะแผ่ระลอกปั่นป่วน แต่เขาก็ยังคงกระตุ้นวังเซียนแสงเรืองรองในตัวอ่อนเซียนอย่างเต็มที่ ทำให้แสงเซียนส่องประกายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แปรเปลี่ยนเป็นทะเลแสง เติมเต็มส่วนที่พังทลายทุกส่วน ยิ่งแผ่ออกไปด้านนอก ส่องสว่างดาราจักรแห่งนี้
พลังสิทธิ์อำนาจการครอบครองที่แฝงอยู่ในสวรรค์นอกพิภพแสงเรืองรอง ในเสี้ยวพริบตานี้ สวี่ชิงเปิดใช้อย่างเต็มที่
ก่อเป็น…การส่งข้ามขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!
ขอบเขตของมัน แผ่ระลอกไปทั่วทั้งดาราจักร!
สวี่ชิงจะเปลี่ยนสนามรบการต่อสู้กับเทพแท้จริง!
จะย้ายภาชนะของเทพแท้จริงที่อยู่ในสภาวะกำลังกลับมานี้ ไปยังสวรรค์นอกพิภพของตัวเอง
ที่นั่น จะใช้พลังของสวรรค์นอกพิภพทั้งหมด เพื่อสยบกำราบเทพแท้จริงที่กำลังกลับมานี้!
เสี้ยวพริบตาต่อมา!
พลังส่งข้าม ท่ามกลางเสียงคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหว ก็เพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่ หลังจากที่ปกคลุมทุกสิ่งแล้ว สวี่ชิงและใยแมงมุมที่ถูกมือของตัวอ่อนเซียนของเขากำไว้ ก็หายไปในเสี้ยวพริบตา!
…
ขณะเดียวกัน ในนภาไร้แถบแห่งนี้ จิตเซียนที่ไม่ใช่เซียนก็ไม่อาจสัมผัสได้ ก็แผ่ระลอกเช่นกัน ต่างก็ส่งกระแสจิต จ้องมองไปที่…สวรรค์นอกพิภพแสงเรืองรองในอดีต!
และในสวรรค์นอกพิภพนภา 9 ฝั่ง ภายในวังเซียนนภา 9 ฝั่งที่เป็นแกนกลาง ในบรรดาอาคารสิ่งก่อสร้างนับไม่ถ้วน บนเจดีย์เซียนนภา 9 ฝั่งที่สูงที่สุด ตอนนี้ มีเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงนั้น
เขาสวมชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้ม มือไพล่หลัง ทอดสายมองไปยังที่ไกล
“ปี้หมัวซือ เทพแห่งความทุกข์ทนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระบบดาวที่ 5 ในอดีต อำนาจเทพขององค์ท่านสามารถสร้างภาพมายาของความเจ็บปวดสูงสุดของวิญญาณทั้งหมด และเปลี่ยนให้เป็นแหล่งพลังงานของตัวเอง จอมเซียนเคยกล่าวไว้ว่าภาพมายาของเทพเจ้าองค์นี้ ไม่ใช่มายาเสียทั้งหมด มีสิ่งที่เป็นจริงอยู่ด้วย!”
“เช่นนั้นสวี่ชิง ครั้งนี้ได้ให้โอกาสเจ้าแล้ว จะคว้าไว้ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของเจ้าแล้ว”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
