บทที่ 1226 ช้าไปพันปี
สวรรค์นอกพิภพแสงเรืองรองในอดีต!
ผืนฟ้านภาครามในปัจจุบัน!
ในนั้น มีจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลมหาศาล ท้องฟ้าดาราอันไร้ขอบเขตมากมาย และมีดวงดาวนับไม่ถ้วน
พวกมันเดิมทีต่างก็ส่องประกาย เปล่งแสงดาวออกมา
แต่ในเสี้ยวขณะนี้ ทั้งสวรรค์นอกพิภพ ดวงดาวนับไม่ถ้วน ต่างพลันมืดดับ
ราวกับว่าแสงสว่างทั้งหมดถูกดูดกลืนไป
ณ ใจกลางของสวรรค์นอกพิภพที่เกือบจะไร้ขอบเขตแห่งนี้ ที่นั่นสำหรับมนุษย์ธรรมดาหรือแม้กระทั่งผู้บำเพ็ญระดับต่ำแล้วชั่วชีวิตก็อาจเดินทางไปได้ทั่ว มีหลุมดำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตั้งอยู่
หลุมดำนี้ ปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน!
และเหนือหลุมดำนั้น คือใยแมงมุมที่กำลังขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง!
ผมสีขาวเป็นใยแมงมุม ศีรษะเป็นจุดเชื่อมต่อ ในขณะที่มันขยายตัวอย่างต่อเนื่อง กลิ่นอายของเทพแท้จริงก็เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกัน จากการปะทุขึ้นของกลิ่นอายเทพเจ้า ศีรษะทั้งหมดบนใยแมงมุมก็อ้าปากขึ้นพร้อมกัน ส่งเสียงพึมพำเรียกหา
“ปี้หมัวซือ!”
“ปี้หมัวซือ!”
“ปี้หมัวซือ!”
เสียงเดิมนั้นไร้รูปร่าง แต่บนใยแมงมุมนี้ กลับได้รับมอบเจตจำนงแห่งเทพเจ้า กลายเป็นอำนาจเทพเป็นกลุ่มๆ รวมมายังใจกลางของใยแมงมุม
ดังนั้น ที่นั่นจึงค่อยๆ ปรากฏเงาร่างหนึ่งขึ้นมา!
ครึ่งคนครึ่งแมงมุม!
ทั่วทั้งร่าง 7 ส่วนล้วนเป็นสีทอง!
จากการปรากฏตัวขึ้น เสียงพึมพำก็รุนแรงยิ่งขึ้น กลิ่นอายแห่งการกลับมาก็ถึงขีดสุด พลังที่เป็นของเทพแท้จริงกระจายไปทั่วท้องฟ้าดาราในเสี้ยวขณะนี้
ส่วนบนใยแมงมุม บนท้องฟ้าดารา จะเห็นตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิงยืนตระหง่านอยู่ ใบหน้าของตัวอ่อนเซียนดูทรงอำนาจน่าเกรงขาม ในดวงตาฉายประกายแสงเยือกเย็น
เขายกมือขวาขึ้น เหนือศีรษะของเขามีวังเซียนใหญ่โตโอฬารส่องประกายแสงเซียนเจิดจ้าพร่างพราย
ส่วนสิ่งที่สายตาของเขาจ้องมองก็คือเงาร่างที่อยู่ใจกลางใยแมงมุมนี้!
ทันทีที่มองไป มือขวาของสวี่ชิงก็ซัดลงมาทันที
วังเซียนคำรามลั่น
ผสมผสานร่วมกับหลุมดำใต้ใยแมงมุม โจมตีจากบนและล่าง ยิ่งกว่านั้นยังกระตุ้นทั้งสวรรค์นอกพิภพด้วย
จะทำการสยบกำราบ!
ส่วนเงาร่างครึ่งคนครึ่งแมงมุมนั่น ตอนนี้ก็พลันเงยหน้า ลืมตาสีทองขึ้น ในเสี้ยวพริบตาที่จ้องมองสวี่ชิง สายตาก็ประสานกันอย่างไร้รูปร่าง
นี่เป็นประสานของสายตา และเป็นการจ้องมองของวิญญาณ ยิ่งเป็นการสัมผัสกันในระดับพลังงานต้นกำเนิด
ทันทีที่เชื่อมต่อกัน…ทุกสิ่งเบื้องหน้าสวี่ชิง ราวกับกะพริบไปวูบหนึ่ง
แต่เสี้ยวพริบตาต่อมาก็กลับเป็นปกติ
ทุกสิ่งในสายตา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพิ่มขึ้น วังเซียนยังคงเหมือนเดิม แล้วพลันร่วงลงมาอย่างรุนแรง กดทับลงไปบนใยแมงมุมนั่น
เงาร่างครึ่งคนครึ่งแมงมุมดิ้นรน แต่องค์ท่านที่ไม่ได้กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ เมื่อเผชิญหน้ากับน้ำหนักของสวรรค์นอกพิภพ ก็ดูเหมือนจะทำอะไรไม่ได้
แต่เห็นได้ชัดว่าองค์ท่านไม่ยอมแพ้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นอำนาจเทพหรือพลังเทพ ต่างพวยพุ่งขึ้นพร้อมกัน
สวี่ชิงทั่วทั้งร่างสั่นสะท้าน เลือดกระอักออกมา กายเนื้อและวิญญาณล้วนฉีกขาด แต่จะอย่างไรเสีย…สิ่งที่เขาสำแดงออกมาในตอนนี้ คือพลังของทั้งสวรรค์นอกพิภพเพื่อขับเคลื่อนโดยการใช้ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง
ดังนั้นหลังจากที่ต้องจ่ายด้วยค่าตอบแทนที่สูงมาก เขาก็ทำสำเร็จ
ผลักใยแมงมุมพร้อมกับเงาร่างครึ่งคนครึ่งแมงมุมบนนั้น ท่ามกลางเสียงระเบิดเลื่อนลั่นสนั่นหวั่นไหว ก็ผลักมันลงไปยังหลุมดำมหึมาข้างล่าง
ทำให้สยบกำราบครั้งนี้จบสิ้นลง
และความเหนื่อยล้าของเขา ในเสี้ยวขณะนี้ก็ทะลักโหมบ่ามาอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นสวี่ชิงจึงย่อมเลือกที่จะนั่งขัดสมาธิบนหลุมดำที่สยบเทพแท้จริง ดูดซับพลังงานต้นกำเนิดที่ไหลออกมาไม่ขาดสายจากในหลุมดำ
ขณะเดียวกับที่พักฟื้นร่างกาย ก็ทำให้ตัวอ่อนเซียนของเขาเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย
ดูเหมือนเขาจะลืมเวลาไปแล้ว และลืมภารกิจของผู้รวบรวมทรัพยากรด้วย จมดิ่งอยู่ในการฝึกบำเพ็ญนี้
และผลเก็บเกี่ยวที่ได้รับก็ยิ่งใหญ่นัก
พลังบำเพ็ญของเขา จากระดับเตรียมเซียนช่วงต้น พุ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จวบจนกระทั่งเวลาผ่านไป…
10 ปีผ่านไป
ในยามสวี่ชิงลืมตาขึ้น พลังบำเพ็ญของเขาก็ได้บรรลุถึงระดับเตรียมเซียนบริบูรณ์แล้ว
ความรู้สึกของจุดสูงสุดนั้น ตลอดจนความรู้สึกที่ราวกับว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ทำให้ในดวงตาของสวี่ชิงเหม่อลอยไปชั่วขณะ
แต่ไม่นานนัก เขาก็กลับมาเป็นปกติ และนึกถึงภาพฉากเมื่อ 10 ปีก่อน นึกถึงประสบการณ์ของผู้รวบรวมทรัพยากร อย่างไรเสีย สำหรับผู้บำเพ็ญแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บำเพ็ญเช่นเขา การฝึกบำเพ็ญ 10 ปี ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
“เวลายังพอ ก้าวไปอีกขั้น ก็จะสามารถกลับไปแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ได้!”
เมื่อคิดได้ดังนี้ ดวงตาของสวี่ชิงก็ฉายความคาดหวัง เพียงก้าวเดียวก็ออกจากสวรรค์นอกพิภพที่เขาอยู่ เมื่อปรากฏตัวขึ้น ก็อยู่ในนภาไร้แถบที่เรือนจำรูปปั้นที่เขาจากไปในตอนนั้นตั้งอยู่
การหายไปของรูปปั้น การหายไปของเรือนจำ ทำให้ผู้คุมเรือนจำกับพัศดีและผู้บำเพ็ญอื่นๆ ได้จากไปแล้ว
แต่ซิงหวนจื่อและคนอื่นๆ ไม่ได้จากไป ยังคงรออยู่ที่นี่
ทันทีที่เห็นสวี่ชิง สีหน้าของแต่ละคนฉายระลอกคลื่นอารมณ์
จากนั้น พวกเขาก็จากไปพร้อมกัน กลับไปยังกรมรวบรวมทรัพยากร ส่งมอบสิ่งที่ได้จากภารกิจ จากนั้นภายใต้ภารกิจอื่นๆ อีกเป็นชุด ชื่อเสียงของกลุ่มพวกเขาก็ค่อยๆ แพร่ไปทั่วสวรรค์นอกพิภพนภา 9 ฝั่ง
สุดท้ายก็ถูกจัดให้ไปยังสนามรบ
สนามรบอยู่ระหว่างระบบดาวที่ 4 และที่ 5 และในสนามรบ กลุ่มของพวกเขาก็สร้างผลงานอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งว่าจับเทพธิดาองค์หนึ่งได้ด้วย
นั่นเป็นถึงทายาทของจอมเทพ!
อาศัยผลงานนี้ ชื่อเสียงของสวี่ชิงก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะเดียวกันเรื่องที่สวรรค์นอกพิภพแสงเรืองรองเป็นของเขาก็ได้เล่าลือออกไปแล้ว
เพียงพริบตา ชื่อของสวี่ชิงก็ดังก้องในหูของผู้บำเพ็ญทั้งหลาย
ทั้งหมดนี้ ในความรู้สึกของสวี่ชิงเห็นได้ชัดว่าผ่านไปอย่างเนิบช้านัก แต่โดยไม่ทันรู้ตัวก็ได้ผ่านไปแล้ว ดูเหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
จวบจนกระทั่งในสนามรบ ในภารกิจครั้งหนึ่ง เขาได้พบกับจอมเทพองค์หนึ่งจากระบบดาวที่ 4 !
ศึกนั้น แม้แต่เขาที่สามารถต่อกรกับเซียนชั้นล่างได้ ก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้
ผู้บำเพ็ญในกลุ่มรบตายทั้งหมด
ตัวเขาเองได้รับบาดเจ็บสาหัส เกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ก็รอดมาได้ ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น เขาจึงหลบหนีเข้าไปในกาลอวกาศ และถูกตามล่า สุดท้ายก็ทำได้เพียงเลือกที่จะเข้าไปในห้วงสมุทรปั่นป่วนกาลอวกาศ และซ่อนตัวอยู่ในกาลอวกาศปั่นป่วนที่ไม่มีที่สิ้นสุดนั้น
เพียงแต่ แม้จะรอดพ้นจากความตายได้ แต่ในห้วงสมุทรปั่นป่วนกาลอวกาศนั้น เขาบาดเจ็บรุนแรงสาหัส ตัวเขาเองก็หลงทาง ไปตามระลอกคลื่นความปั่นป่วน จนกระทั่งจมลงสู่ส่วนลึกของกาลอวกาศ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดเขาก็ตื่นขึ้น
จากนั้นเขาก็ดิ้นรนเพื่อที่จะกลับมา
อาศัยชะตาของตัวเอง ตลอดจนความเข้าใจในกาลอวกาศ หลังจากผ่านความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ภายใต้ความยากลำบากแสนสาหัส เขาก็ได้ค้นพบวิธีที่จะเดินทางจากไป
ในที่สุด ในวันหนึ่ง เขาก็พบจุดเชื่อมต่อที่จะกลับมา
เดินออกมาจากในนั้น กลับสู่โลกปัจจุบัน
หลังจากกลับมา เขาเห็นว่าสงครามยังคงดำเนินต่อไป เพียงแต่…ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวอย่างหนึ่ง หลังจากที่เขากลับมายังค่ายผู้บำเพ็ญแล้ว ก็ปรากฏขึ้นในสัมผัสรับรู้ของเขา
ความจริงนี้ ทำให้เขาสั่นสะท้าน ทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อ
เพราะเวลาในปัจจุบัน…ห่างจากวันที่เขาหายตัวไป 1,000 ปีแล้ว!
ความจริงนี้ ทำให้สวี่ชิงสั่นสะท้าน ทำให้เขาเกิดความกังวลอย่างรุนแรง เกิดความตื่นตระหนก เขาเลือกที่จะออกจากสนามรบในทันที และใช้วิธีที่เขามาระบบดาวที่ 5 กลับไปยังแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ระหว่างทางกลับ ในใจเขาก็ไม่กล้าที่จะคิดว่าแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์จะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไร 1,000 ปี…เขาพลาดไป 1,000 ปี
จวบจนเมื่อเขายืนอยู่บนท้องฟ้าของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ดวงตาทั้ง 2 ข้างก็ไร้ประกาย
แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ แตกต่างจากตอนที่เขาจากไปอย่างสิ้นเชิง
เต็มไปด้วยเทพเจ้า
เผ่ามนุษย์ สูญสิ้นแล้ว
จักรพรรดินีหลีเซี่ยหายไปไร้ร่องรอย
เขาไปยังถิ่นเดิมของเผ่ามนุษย์ ไปยังทางเข้าของเผ่าเทพนภาเจิดจรัส ที่นั่น…พังทลายแล้ว
เขาไปที่มณฑลปักษาสวรรค์ทักษิณ ที่นั่นได้จมลงสู่ทะเลโอฬารแล้ว
หวงเหยียนแตกดับไปแล้ว
สวี่ชิงรับรู้ทุกสิ่งเหล่านี้อย่างเงียบๆ
จนกระทั่งเสียงถอนหายใจ ดังก้องอยู่ในหูของเขา
เสียงถอนหายใจนั้น ค่อนข้างจะคุ้นเคย
สวี่ชิงหันกลับไปอย่างเงียบๆ มองหญิงชราที่ปรากฏตัวอยู่ข้างกาย
รูปร่างหน้าตาของหญิงชราคนนี้ ค่อนข้างจะคุ้นเคยอยู่บ้าง ข้างๆ นางมีผีเสื้อเหี่ยวแห้งตัวหนึ่งบินวนล้อม
“ก่อนที่อาจารย์จะแห้งเหี่ยวไป เคยกล่าวไว้ว่า ตอนนั้นเจ้าได้ถามนางถึงวิธีที่จะจากไป และได้บอกว่าจะกลับมาอย่างตรงเวลา”
“ทว่า 1,000 ปีผ่านไป เจ้า มาช้าเกินไปนัก…
ตอนนี้แม้จะกลับมาแล้ว…แต่จะมีความหมายอะไร”
หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
นางคือศิษย์ของเจ้าวังท่านนั้น ในวังเซียนคิมหันต์เมื่อคราวอดีต คือผีเสื้อน้อย…ตัวนั้น
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
