บทที่ 1245 คนเขลาฉลาดเป็นครั้งคราว
ขณะเดียวกันเมื่อศึกแนวรบปีกขวาฝ่ายเทพเจ้าปะทุขึ้น
ในทะเลดารากว้างใหญ่ระหว่างวงแหวนที่ 4 กับวงแหวนที่ 5 ฟ้าดาราพลันบิดเบี้ยว รอยแยกมหึมาหนึ่งปรากฏกลางความว่างเปล่าพร้อมเสียงดังก้อง
คล้ายมีมือซึ่งมองไม่เห็นผ่าแหวกออกมา
ในรอยแยกที่เกิดขึ้น มีเงาร่าง 2 สายลอยออกมา
เมื่อมองจากภายนอก 2 เงาร่างนี้เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
ร่างที่ลักษณะเป็นหญิง สีหน้าซีดเผือด เสื้อยับย่น สีฟ้าแต่เดิมเปลี่ยนเป็นขาวซีด
คล้ายมหาสมุทรในนั้นแห้งเหือดแล้ว
แม้ว่าเหนือศีรษะสวมกวานหงส์ แต่หงส์เพลิงในนั้นล้วนดับสิ้น แม้แต่ดวงตาซึ่งเปลี่ยนเป็นไข่มุกยังกลายเป็นขาวขุ่น
ข้างกายนางคือเทพอาวุโสท่าทางอ่อนกำลัง ระดับของเขาเหมือนไม่เสถียรนัก เห็นรอยแยกแน่นขนัดทั่วร่าง
คล้ายกำลังฝืนซ่อมแซม
ชั่วพริบตายามปรากฏตัว ทั้ง 2 ต่างกระอักเลือดคำโต
เลือดเป็นสีทอง ยามหลั่งทะลักไอพลังประหลาดเข้มข้นแผ่ออกมาจากโลหิต เมื่อเห็นว่ากำลังแผ่กระจาย นัยน์ตาเทพอาวุโสเหลือบแสงทอง เงื้อมือขึ้นฉับพลัน
บีบขย้ำเต็มแรง
ไอพลังประหลาดทั้งหมดถูกกำจัดทันที ถึงขั้นว่าแม้แต่กลิ่นอายกับร่องรอยเหล่าองค์ท่านยังถูกบดบังชั่วพริบตา
เมื่อทำเรื่องเหล่านี้เสร็จ เทพอาวุโสมองหญิงสาวข้างกาย ก่อนกล่าวเสียงแหบพร่า “องค์หญิงซิงโหมว…นี่ไม่ใช่ความผิดท่าน เห็นชัดว่าทั้งหมดเป็นแผนการของฝ่ายผู้บำเพ็ญ!”
2 คนนี้คือซิงโหมวทายาทผู้นำเทพ รวมถึงผู้คุ้มกันคนสุดท้าย
บนสนามรบปีกขวาก่อนหน้านี้ ยามหลิงเคอลงมือ ผู้คุ้มกันข้างกาย 3 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ทั้งหมดตายบนสนามรบ
มีเพียงองค์ท่าน ใช้วิชาเอาตัวรอดซึ่งเทพบิดรมอบให้ อาศัยตะเกียงเทพแทนตัว ครั้นแล้วจึงพ้นเคราะห์เป็นตาย
แต่ด้วยเปลืองแรงเร่งให้ผู้บัญชาการฟื้นคืนชีพ ทำให้พลังบำเพ็ญของนางลดฮวบ แม้ว่าหลีกเลี่ยงเคราะห์เป็นตายได้ แต่อาการบาดเจ็บย่อมยากจะเลี่ยง
หากไม่ใช่ว่าองค์ท่านยังมีผู้คุ้มกันระดับเทพแท้อีกคนในที่ลับ ลงมือช่วยนางในช่วงเวลาสำคัญ เกรงว่าถึงมีตะเกียงเทพแทนตัวก็ยังไม่อาจเลี่ยงเคราะห์ซึ่งตามมาได้
ตอนนี้หนีมาถึงที่นี่ นับว่าโชคดีแล้ว
ทว่า…เทียบกับความอ่อนแอของระดับกับชะตาเทพแล้ว สิ่งที่ทำให้ธิดาเทพองค์นี้ไม่อาจยอมรับคือภาพประทับในความทรงจำ
ภาพนั้นคือฉากยามหลิงเคอลืมตา!
“ทำไมคนกลับมาไม่ใช่ผู้บัญชาการ แต่เป็นผู้บำเพ็ญ…”
เรื่องนี้ส่งผลกระทบและทำให้องค์ท่านตกตะลึงอย่างมาก ต่อให้ห่างจากสนามรบมาไกล แต่สายตายังสับสน
“ทั้งมีสถานการณ์การต่อสู้ตรงแนวรบปีกขวาด้วย…”
เมื่อเห็นองค์หญิงข้างกายเป็นเช่นนี้ เทพอาวุโสกล่าวเสียงทุ้มต่ำ “องค์หญิง เซียนชั้นล่างคนนั้นเดิมเป็นเซียนชั้นล่างขั้นสูงสุด ทั้งมีร่างเทพแท้จริงขั้นบริบูรณ์ ดังนั้นความน่ากลัวด้านพลังต่อสู้ของเขาจึงแข็งแกร่งรองจากระดับผู้นำเทพ!”
“ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้เผยตัวบนสนามรบด้วยฐานะตัวแปรและปัจจัยไม่คาดฝัน สงครามที่เกิดขึ้นตรงแนวรบปีกขวาย่อมคาดเดาฉากจบได้”
“ดังนั้นท่านอย่าวอกแวกอีก”
“อาการบาดเจ็บข้าสาหัสนัก กลิ่นอายความตายเด่นชัด ตอนนี้ทำได้เพียงฝืนคงระดับเทพแท้ ทั้งคุ้มครององค์หญิงได้ไม่นานนัก”
“แต่ที่นี่…ไม่ใช่วงแหวนที่ 4 ทั้งเป็นเขตแดนระหว่าง 2 ฝ่าย เห็นชัดว่าเป็นตำแหน่งซึ่งค่อนไปทางแนวรบปีกซ้ายของผู้บำเพ็ญด้วย กลิ่นอายวิญญาณเซียนเข้มข้น อานุภาพกดดันทำให้อาการบาดเจ็บของพวกเราฟื้นตัวลำบาก”
“นอกจากนี้ยังมีโอกาสเจอหน่วยค้นหาจากฝ่ายผู้บำเพ็ญ!”
“องค์หญิง ต่อจากนี้พวกเรามีอันตรายรอบด้าน จำเป็นต้องซ่อนตัวเต็มที่ ทั้งต้องเดินทางอย่างระวัง”
“ต่อให้กลับถึงวงแหวนที่ 4 ก็ห้ามเผยตัวแม้แต่น้อย!”
“เรื่องนี้สำคัญต่อองค์หญิง ทั้งเกี่ยวกับผู้นำเทพ ดังนั้นองค์หญิง…โปรดดีขึ้นเถิด!”
เสียงแหบพร่าของเทพอาวุโสดังก้องทั่วทิศ
ธิดาเทพซิงโหมวได้ยินแล้วเงียบไปสักพัก ความสับสนตรงนัยน์ตาซ่านสลาย ถูกความเย็นชาเข้ามาแทน
“ข้าสัญญากับท่าน หากท่านสิ้นชีพ อนาคตยามคืนชีพ เทพบิดรจะนำทางด้วยตัวเอง!”
เมื่อองค์ท่านเอ่ยวาจา เทพอาวุโสพยักหน้าเล็กน้อย หลับตาก่อนลืมขึ้นอีกครั้ง ทั้งร่างเขาเหลือบแสงทอง จากนั้นร่างกายค่อยเปลี่ยนเป็นโปร่งแสง
โปร่งใสแผ่ขยายปกคลุมธิดาเทพ
จากนั้นเทพ 2 องค์นี้จึงหายตัวไป
…
เวลาเคลื่อนคล้อย หลายวันผ่านไป
ศึกแนวรบปีกขวาที่เกิดขึ้นตรงวงแหวนที่ 4 เมื่อหลายวันก่อน การกลับมาของจอมเซียนหลิงเคอทำให้จังหวะสงครามขนาดใหญ่นั่นถึงจุดสูงสุดทันที
คล้ายคลื่นล้นฟ้าเปิดฉากอย่างสมบูรณ์
ความฮึกเหิมที่ส่งผลต่อฝ่ายผู้บำเพ็ญของศึกนี้ถือว่าไร้ใดเปรียบ
ขณะเดียวกัน…เหตุการณ์นั้นยังสร้างความตื่นตระหนกแก่ฝ่ายเทพเจ้าอย่างไม่อาจลบเลือน
ก่อนหน้านี้…การคืนชีพคือความสามารถของเทพเจ้า ถือเป็นของขวัญซึ่งวงแหวนชั้นบนมอบให้เทพเจ้า
ทั้งเป็นรากฐานของฝ่ายเทพเจ้า!
เทพแท้จริงไม่มีวันตาย ขอเพียงนามแท้จริงยังมีคนจำได้ สุดท้ายย่อมคืนชีพกลับมา
แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับแนวรบปีกขวาบนวงแหวนที่ 4 ล้มล้างความเข้าใจของเหล่าเทพ!
เห็นชัดว่า…ธิดาเทพของเหล่าองค์ท่านคืนชีพผู้บัญชาการ แต่ผลคือเมื่อตื่นขึ้นมากลับเป็นผู้บำเพ็ญ!
นี่บ่งบอกว่ากฎเกณฑ์พื้นฐานบางอย่างถูกผู้บำเพ็ญสั่นคลอน!
เมื่อมีครั้งแรกก็ย่อมมีครั้งที่ 2…ถ้าผู้บำเพ็ญมีความสามารถเช่นนี้ นั่นเท่ากับว่าดวงชะตามีพื้นฐานทัดเทียมเทพ!
มีอิทธิพลอย่างมาก!
ถึงขั้นว่าอนาคตยามเทพแท้จริงคืนชีพก็อาจเกิดเรื่องคล้ายคลึงกันได้
ถูกยึดร่างโดยพลการ
ดังนั้นสำหรับเหล่าเทพตรงแนวรบปีกขวาแล้ว ความปั่นป่วนในใจถึงขั้นไม่เคยเป็นมาก่อน
เนื่องจากสิ่งนี้ยังหมายถึง…หลักการตายตัวที่ว่าเทพแท้เป็นอมตะเปลี่ยนไปแล้ว!
ในเมื่อคนที่กลับมาคือผู้บำเพ็ญ เจ้าของร่างเทพคนเดิม ผู้บัญชาการปีกขวาคนนั้น ตอนนี้…องค์ท่านเป็นอย่างไร
เส้นทางหวนคืนขององค์ท่านถูกแทรกแซง ถ้าอย่างนั้นองค์ท่านยังกลับมาได้หรือไม่
ทุกอย่างนี้ยังเป็นปริศนา
สิ่งที่เทพเจ้ารังเกียจยิ่งคือ…ความไม่รู้
ดังนั้นสงครามที่เกิดขึ้นตรงแนวรบปีกขวาของเทพเจ้า แม้ว่าส่งผลเพียงแนวรบนี้ แต่นัยสำคัญกลับล้ำลึก
จินตนาการได้เลยว่าเมื่อเรื่องนี้ทยอยแพร่งพรายออกไป นั่นย่อมทำให้แนวรบทั้งหมดรวมถึงทั่ววงแหวนที่ 4 เปิดฉากคลื่นลมกาฬวาต(ลมพายุใหญ่) สะเทือนเหล่าเทพ!
นัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของกระแสนี้ ถึงขั้นไม่ด้อยกว่าการถือกำเนิดของระดับผู้นำเทพ!
จากมุมมองคนอื่นยังคิดว่านี่เป็นแผนการของผู้นำเซียนจั้นหลู!
ตะเกียงคือก้าวแรก การลอบสังหารคือก้าวที่ 2 การล่อธิดาเทพออกมาคือก้าวที่ 3 จากนั้นค่อยยืมมือธิดาเทพ คืนชีพเทพแท้ ทั้งเปิดฉากมหาสงครามเพื่ออำพราง
ตอนนี้เมื่อพิจารณาทั้งหมดแล้ว คล้ายว่าทำเพื่อการคืนชีพช่วงท้ายนั่น!
“ที่แท้เป็นเช่นนี้!”
ตอนนี้แนวหน้าเขตสงครามปีกซ้ายของฝ่ายผู้บำเพ็ญบนวงแหวนที่ 5 พวกสวี่ชิงเพิ่งเก็บกวาดสนามรบแห่งหนึ่งเสร็จ ไม่ได้จากไปทันที แต่ถูกรายงานการรบทำให้ตกตะลึง
รายงานการรบของหลายวันก่อนส่งกลับมายังแนวรบปีกซ้าย
เนื้อหารายงานการรบบอกเล่าทั้งหมด ทำให้ฝ่ายผู้บำเพ็ญฮึกเหิมหาใดเปรียบ
ในสายตาพวกสวี่ชิง รายงานการรบนี้ช่วยไขข้อสงสัยให้พวกเขาเช่นกัน
“สมเป็นผู้นำเซียนจั้นหลู คนแบบนี้ต่อให้ไม่เลื่องชื่อด้านกลยุทธ์ก็ยังมีความคิดน่าทึ่ง ทั้งมีจอมเซียนหลิงเคอด้วย…แต่ผู้อาวุโสคนนี้ ข้าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน” หลี่เมิ่งถู่ทอดถอนใจ
พวกซิงหวนจื่อที่อยู่ด้านข้างนัยน์ตาฉายแววประหลาด แต่ละคนคิดต่างกันไป ส่วนใหญ่คือเรื่องล้มล้างความคิดน่าเหลือเชื่ออย่างการยึดร่างโดยหลิงเคอ
ในสมองสวี่ชิงนึกถึงป้ายหินตรงแดนฝังเซียน นึกถึงคำจารึกของจอมเซียนหลิงเคอ
‘เขาทำสำเร็จแล้ว’ สวี่ชิงพึมพำในใจ เกิดคลื่นความรู้สึกเด่นชัด แต่เขารู้จักเทพเจ้า ดังนั้นในใจเลยคาดเดาและวิเคราะห์ความสำเร็จนี้ได้
เขาไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องซึ่งทำได้โดยแพร่หลาย ดูเป็นข้อยกเว้นกรณีพิเศษมากกว่า
โจวเจิ้งลี่เอ่ยปากเช่นกัน “ในวงแหวนที่ 5 ความจริงแล้วผู้เลื่องชื่อด้านกลยุทธ์คือผู้นำเซียนจิ่วอั้น…เรื่องนี้บรรดาคนวางแผนอย่างแท้จริงอาจมีผู้นำเซียนจิ่วอั้นด้วย”
“อีกอย่างคือเรื่องเช่นนี้…ถ้าคิดทำให้สำเร็จย่อมมีอุปสรรคนานัปการ เกรงว่าส่วนใหญ่เป็นกรณีพิเศษ”
“ไม่อย่างนั้นถ้าส่วนมากทำได้ ทำไมศึกนี้ผู้กลับมาจึงมีเพียงจอมเซียนหลิงเคอเล่า”
“หากทำได้ถึงขั้นนี้จริง ศึกนี้ถ้าข้าเป็นคนวางแผน ข้าจะให้ผู้บำเพ็ญจำนวนมากยึดร่างก่อน จากนั้นค่อยแฝงตัว สุดท้ายค่อยโจมตีรอบด้านพร้อมกัน”
“พลิกสถานการณ์ในคราเดียว!”
“ไม่ใช่ปรากฏตัวคนเดียว แม้ว่าได้รับชัยชนะ แต่ทำให้เทพเจ้าระวังตัวและจับจ้อง แน่นอนว่าคงค้นคว้าด้วย”
คำพูดโจวเจิ้งลี่ดึงดูดความสนใจของคนโดยรอบ
สวี่ชิงเงยหน้า เหลือบมองโจวเจิ้งลี่
การวิเคราะห์ของอีกฝ่ายเหมือนเขา
ความสำเร็จจากการยึดร่างครั้งนี้…เมื่อสมองสวี่ชิงนึกถึงเนื้อหาจากรายงานการรบ เขาจับประเด็นสำคัญหนึ่งได้ทันที
‘ธิดาเทพ…’
นัยน์ตาสวี่ชิงหดรัด
ขณะเดียวกันเสียงโจวเจิ้งลี่ดังก้อง “ทำไมต้องดึงธิดาเทพมาเกี่ยวข้อง”
พวกซิงหวนจื่อครุ่นคิด แต่ 2 พี่น้องเชียนจวินกับปี้อี้ที่อยู่ด้านข้างกลับกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “พวกเจ้าพูดจาซับซ้อนนัก ไร้สาระ สำหรับพวกเรา 2 พี่น้อง เรื่องนี้ง่ายมาก ไม่แน่ว่าสิ่งที่พวกคนใหญ่คนโตอย่างผู้นำเซียนจั้นหลูต้องการคือใช้เรื่องนี้ ทำให้วงแหวนที่ 4 จับตามอง”
“พวกเจ้าบอกว่าแนวรบปีกซ้ายเหมือนตะเกียงไม่ใช่หรือ เรื่องนี้มีหรือจะไม่ทำให้ตะเกียงยิ่งส่องสว่าง”
ปกติพวกเขา 2 พี่น้องท่าทางไม่ค่อยฉลาดนัก แต่ตอนนี้เมื่อเอ่ยวาจา สวี่ชิงพลันมองมาทางพวกเขา พวกโจวเจิ้งลี่ก็สั่นสะท้านในใจ หันมองมาพร้อมกัน
ถูกสายตาทุกคนจับจ้อง เชียนจวินกับปี้อี้พลันตกใจ
พวกเขาแค่กล่าวลอยๆ…
“หากเป็นเช่นนี้จริง ถ้าอย่างนั้น…การต่อสู้ครั้งนี้ แผนการสุดท้ายย่อม…สะท้านฟ้าสะเทือนดิน!”
โจวเจิ้งลี่สูดหายใจ พึมพำเสียงเบา มองสวี่ชิงตามสัญชาตญาณ
นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววประหลาด กำลังจะเอ่ยปาก
แต่ตอนนี้แผ่นหยกภารกิจติดตัวพวกเขาพลันสั่นสะเทือนพร้อมกัน
คำสั่งครอบคลุมทั่วแนวหน้าเขตสงครามปีกซ้าย ส่งถึงกองทัพกับผู้บำเพ็ญทุกกลุ่มตรงแนวหน้าชั่วพริบตา
“ทุกฝ่ายรับคำสั่ง แยกย้ายทันที กระจายตัวค้นทั่วเขตแนวหน้าเต็มกำลัง ไม่ว่าเป็นพื้นที่ของวิญญาณเซียนหรือไอพลังประหลาด…”
“ตามหา…ทายาทจักรพรรดิเทพหลีจู ธิดาเทพซิงโหมว!”
“ห้ามสังหาร!”
“ผู้ทราบร่องรอย ได้ล้านแต้มกองทัพกับแก่นตั้งต้น 10 ตาราง!”
“ผู้จับเป็น ได้ 10 ล้านแต้มกองทัพกับแก่นตั้งต้น 100 ตาราง ตั้งสมญาอริยะเซียน ทั้งมอบ…ศัสตรามรรคผู้นำเซียนให้!”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
