ตอนที่ 1011 ไหล่เขา
หลัวเฟิงทำการเดินและเทเลพอตไปตามจุดต่างๆ ของจักรวรรดิเทพ
จักรวรรดิเทพกำลังเต็มไปด้วยพลังงานได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
มหาสมุทรกว้างไกลไม่อาจเทียบได้กับจักรวรรดิเทพนี้
มหาสมุทรกว้างไกลได้อยู่เหนือพระราชวังอันสวยงามที่เปล่งแสงสีทองจากพลังงานกฎแห่งทอง ตรงยอดแหลมด้านบนคือศูนย์กลางของจักรวรรดิเทพ
หลัวเฟิงหลับตาและกางแขนออก เขากำลังรู้สึกถึงความมหัศจรรย์กับการเชื่อมต่อของจักรวรรดิเทพที่ส่งมาที่เขา แม้กระทั่งภูเขา พื้นราบ ทะเลทราย แหล่งน้ำ
หลัวเฟิงรับรู้ถึงจักรวรรดิเทพผ่านเข้ามาแม้จะกำลังหลับตาเหมือนกับได้รวมเข้ากับจักรวรรดิเทพเป็นหนึ่งเดียว ด้วยพลังของมหาสมุทรกว้างไกลผสานเข้ากับจักรวรรดิเทพ พลังก็ถูกเสริมยิ่งขึ้นไปหลายเท่า
“จักรวรรดิเทพนี้…มันเป็นจักรวรรดิเทพของข้า พลังของจักรวรรดิเทพที่สามารถฆ่าแม้แต่อัศวิน” หลัวเฟิงกล่าว
หลัวเฟิงลืมตาขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม รากฐานของจักรวรรดิเทพมีความสำคัญที่สุด
โลกภายในของหลัวเฟิงมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 แสนล้านกิโลเมตร ทำให้จักรวรรดิเทพของเขาต่อกรได้แม้กับอัศวิน
“ข้าสร้างจักรวรรดิเทพของตัวเองเสร็จแล้ว”
“ร่างมหาสมุทรของข้าสามารถใช้เทคนิคพรสวรรค์ ‘ข้าคือจักรวาล’ แล้วยังใช้ความสามารถจัดการกฎอวกาศและเวลา ถ้าสองอย่างนี้รวมกันกับพลังของจักรวรรดิเทพ พลังของมันต้องน่ากลัวมาก”
การใช้จักรวรรดิเทพ ร่างมหาสมุทรกว้างไกล เทคนิคพรสวรรค์พร้อมกัน ถือว่าต้องอยู่ในจุดที่เสี่ยงและหมดหวัง เนื่องจากจักรวรรดิเทพนั้นเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ถ้ามันถูกทำลายหลัวเฟิงอาจไม่สามารถกลับมาได้ การย้อนเวลาของสิ่งมีชีวิตสูงสุดกับหลัวเฟิงจำเป็นต้องมีค่าใช่จ่ายที่สูงเป็นอย่างมาก
———-
มหาสมุทรกว้างไกลคอยดูแลจักรวรรดิเทพ ส่วนร่างเผ่าโมชาน และอสูรเขาทอง และร่างมหาสมุทรที่มีความสูง 5
พันกิโลเมตรใส่แหวนโลกไปกับเขาด้วย ทั้งสามร่างได้อยู่ในแต่ละแหวนโลก
“ตอนนี้สามารถสนุกกับการต่อสู้ได้มากขึ้น แม้ว่าร่างทั้งหมดจะถูกทำลาย มหาสมุทรกว้างไกลก็สามารถฟื้นคืนมาได้ในทันที”
“ต่อไปนี้ พลังงานในแต่ละร่างได้ถูกเชื่อมต่อกัน ไม่มีอะไรเทียบได้กับพลังงานอมตะของมหาสมุทรกว้างไกลนี้ได้ ตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องระวังคือสมบัติที่แท้จริง”
หลังจากหลัวเฟิงได้ออกมาจากจักรวรรดิเทพของตัวเองได้ไม่นานก็ถูกเรียกโดยผู้นำเมืองแห่งความโกลาหล
———-
ณ ยอดเกาะสายฟ้า
หลัวเฟิงปรากฎตัวขึ้นมาบนยอดของภูเขาที่ผู้นำเมืองกำลังยืนรออยู่
“อาจารย์” หลัวเฟิงทำความเคารพ
“มานี่หลัวเฟิง” ผู้นำเมืองหันกลับมามองหลัวเฟิง และแสดงรอยยิ้มออกมาเมื่อเขาเห็นหลัวเฟิง
หลัวเฟิงทำการเดินเข้าหาผู้นำเมืองด้วยความสับสน “คะ…ครับ”
หลัวเฟิงยืนอยู่ด้านหลังของผู้นำเมือง เขาจึงพูดออกไปว่า “มายืนทางขวาข้างๆ นี้ และมองลงไปที่นั่น”
หลัวเฟิงก้าวออกไปตามคำสั่งของผู้นำเมือง เขามองลงไปยังหมอกที่ถูกปกคลุมไปด้วยภูเขา เมื่อสังเกตผ่านหมอกที่ถูกปกคลุมเขาก็เห็นรูปร่างของปราสาทที่ไม่ชัดเจน
“นักสู้ระดับอมตะทั้งหมดขององค์กรจักรวาลเสมือนได้อยู่ที่นี่ พวกเขาใช้ชีวิตตรงด้านล่างเขาบนเกาะสายฟ้า ตรงกลางเป็นของเหล่าอัศวิน สำหรับด้านบนภูเขาเป็นที่อยู่ของเจ้าแห่งจักรวาล และมีผู้ยิ่งใหญ่อยู่ที่นั่นบางส่วน”
หลัวเฟิงพยักหน้า เขาได้รู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตยอดเยี่ยมที่อาศัยอยู่บนเกาะสายฟ้า
“ตอนนี้เจ้าเป็นอมตะแล้ว มันถึงเวลาที่เจ้าจะเลือกสถานที่ของเจ้า แม้ว่าข้าจะยังไม่ได้เห็นเจ้าต่อสู้ ข้ามั่นใจว่าเจ้ามีพลังในระดับอัศวิน เลือกสถานที่ที่ต้องการบนไหล่เขาและสร้างวังของเจ้า”
“ครับอาจารย์” หลัวเฟิงตอบกลับและทำความเคารพ
“อัศวินอวกาศมีดินแดนเป็นของตัวเองในมิติของพวกเขา ข้าจะจัดการดินแดนใหม่ให้”
หลัวเฟิงกะพริบตาและมึนงง เขาได้รับการยอมรับให้อยู่ในระดับอัศวินแล้ว
“อัศวินถูกยอมรับว่าเป็นผู้อาวุโสของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และมีความเกี่ยวข้องกับปัญหาที่สำคัญของเผ่าพันธุ์” ผู้นำเมืองกล่าว
“อัศวินสามารถที่จะเข้าร่วมกับสภาสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่เจ้ายังคงอยู่ในระดับอมตะ เพียงแค่วังบนเกาะในจักรวาลเสมือนที่อยู่ในการจัดการขององค์กรจักรวาลเสมือน”
“ข้าสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ได้ แต่คุณสมบัติที่จะเข้าร่วมกับสภาสูงสุดเป็นเรื่องของทั้งเผ่าพันธุ์ ทางองค์กรจักรวาลเสมือนไม่มีสิทธิ์” ผู้นำเมืองกล่าว
“ครับ” หลัวเฟิงตอบรับ
หลัวเฟิงเคยได้ยินเกี่ยวกับสภาสูงสุดมาก่อน มันเป็นสถานที่สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่หรือเทียบเท่ากับอัศวินเท่านั้นที่จะได้เข้าร่วม ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์จะถูกกล่าวถึงในสภา
“ข้าเชื่อว่าเจ้ามีพลังอำนาจเช่นเดียวกับอัศวิน แต่นั่นยังไม่เพียงพอ เจ้าจะต้องแสดงพลังออกมาเพื่อเป็นการพิสูจน์สิทธิ์เช่นเดียวกับอัศวิน คำพูดมันว่างเปล่าไม่มีทางเพียงพอ” ผู้นำเมืองกล่าว
ถ้าไม่มีบันทึกการต่อสู้แล้วใครจะเชื่อ ช่วงที่หลัวเฟิงได้เป็นระดับห้วงมิติก็ได้ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเขาใช้ของพิเศษบางอย่างในการเอาชนะนักสู้อมตะ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าหลัวเฟิงจะเอาชนะอัศวินได้
อัศวินและอมตะถือว่าอยู่ในระดับที่แตกต่างกัน นักสู้อมตะก็เหมือนกับทหารเดินเท้า อัศวินก็เหมือนกับนักสู้พิเศษของเผ่าพันธุ์ ผู้ยิ่งใหญ่และเจ้าแห่งจักรวาลถือเป็นเสาหลักของเผ่าพันธุ์
“ไปเลือกสถานที่ตรงไหล่เขานั่น” ผู้นำเมืองกล่าว
“ครับอาจารย์”
หลัวเฟิงบินออกไปยังไหล่เขา
ผู้นำเมืองมองหลัวเฟิงที่ดิ่งลงไปด้านล่าง เขาคิดถึงเหตุการณ์ตอนหลัวเฟิงได้เป็นอมตะ ทำให้เขามีความเชื่อว่าหลัวเฟิงมีพลังอยู่ในระดับอัศวิน
———-
ไหล่เขาตรงกลางภูเขาเป็นสถานที่มีสิ่งปลูกสร้างของอัศวินอาศัยอยู่ ข้ารับใช้กับศิษย์ก็อาศัยอยู่ในสถานที่เหล่านี้ แต่ละวังมีเส้นผ่านศูนย์กลางนับหมื่นกิโลเมตรหรือมากกว่า สิ่งก่อสร้างที่มีความสวยงามเหล่านี้ได้เพิ่มความงดงามให้กับกลางภูเขา
หลัวเฟิงที่บินเหนือภูเขาได้มองหาสถานที่เหมาะสม
“หลัวเฟิง” มีเสียงพูดดังขึ้น
หลัวเฟิงหันไปมองเงาที่บินเข้ามาหาเขา เงานั้นคืออัศวิน 9 ดาบ
“อัศวิน 9 ดาบ” หลัวเฟิงแสดงรอยยิ้ม
อัศวิน 9 ดาบทักทายหลัวเฟิงเหมือนเพื่อน อัศวิน 9 ดาบคิดว่าหลัวเฟิงไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับเขา แต่ก็ยังเป็นอัฉริยะที่หาตัวยากแถมยังเป็นศิษย์ของผู้นำเมือง ทำให้เขาคิดว่าหลัวเฟิงถือว่ายังมีสถานะใกล้เคียงกัน
อัศวิน 9 ดาบยิ้ม “เจ้ากำลังจะไปพบกับอาจารย์ของเจ้าใช่ไหม”
“ไม่” หลัวเฟิงส่ายหัว “ข้าต้องการหาสถานที่สร้างวังของตัวเอง”
“จะสร้างวังงั้นเรอะ เจ้าที่พึ่งได้เป็นอมตะ ข้าคิดว่าเจ้าต้องไปสร้างวังที่ส่วนล่างของภูเขา ทำไมถึงได้บินมาที่นี่” อัศวิน 9 ดาบงง
นักสู้อมตะทั่วไปจะไม่มีที่อยู่ตามไหล่เขา มีเพียงข้ารับใช้ของอัศวินที่จะรับอนุญาติให้เดินในพื้นที่
“ผู้นำเมืองบอกให้ข้าเลือกสถานที่ตามไหล่เขานี้เพื่อสร้างวัง” หลัวเฟิงตอบ
ในตอนแรกที่อัศวิน 9 ดาบรู้สึกสับสนเล็กๆ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นไม่พอใจ
มันเป็นสิ่งที่อุกอาจเกินไป ทุกคนจำเป็นต้องปฎิบัติตามกฎ แม้กับผู้ดูแลจักรวาลเสมือนก็ควรขออนุญาติกับสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ก่อน การสร้างวังตรงไหล่เขาส่วนกลางเป็นสิทธิ์พิเศษของอัศวิน แม้จะเป็นจักรพรรดิคงกระพันก็ต้องสร้างที่ด้านล่างของภูเขา มันไม่ควรจะมีข้อยกเว้น
“เชิญค้นหาเถอะ” อัศวิน 9 ดาบ ออกไปด้วยความไม่พอใจ
“อัศวิน 9 ดาบดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจ ไม่อาจที่จะตำหนิเขาได้ เพราะยังไม่ได้พิสูจน์พลังตัวเอง มันต้องเป็นเรื่องธรรมดาที่อัศวินบางคนจะต้องไม่พอใจ” หลัวเฟิงพูดเสียงเบา
“แต่เขาก็โทษข้าไม่ได้ ไม่มีใครกล้าที่จะต่อต้านผู้นำเมืองอยู่แล้ว”
———-
หลัวเฟิงได้เลือกที่ตั้งวังและสถาปัตยกรรมที่เขาต้องการ ช่วงที่มีการสร้างวังของหลัวเฟิงก็มีความไม่สงบขึ้นมาในหมู่อัศวินที่อาศัยบนภูเขา
“จักรพรรดิดาบสายน้ำ กำลังสร้างวังบนไหล่เขางั้นเรอะ”
“เขาเป็นเพียงแค่อมตะ เขาต้องไม่มีคุณสมบัติที่จะสร้างมันที่นี่”
“นี่เป็นการกระทำที่อุกอาจมาก”
“เขาต้องการแสดงอำนาจของเขาที่เป็นศิษย์ของผู้นำเมืองแห่งความโกลาหล…”
อัศวินรวมตัวกันในสังคมของอัศวิน พวกเขารู้สึกดีที่ตัวเองเป็นผู้อาวุโสเหนือระดับอมตะทั่วไป แต่ตอนนี้กลับมีอมตะที่มาอาศัยอยู่ท่ามกลางพวกเขา พวกเขาไม่กล้าที่จะสร้างความไม่พอใจให้กับผู้นำเมือง พวกเขาถึงรวมตัวกันแสดงความไม่พอใจ