Skip to content

Tales of Herding Gods 278


ตอนที่ 278 อุ่นสุรา

อักษรรูนทุกชนิดจากคัมภีร์พุทธปรากฏรอบร่างฉินมู่และหมุนวนไปคล้ายระฆังใหญ่ที่ห้อมล้อมเขา สรวงสวรรค์ 5 ชั้นจากพระสูตรมหายานยูไลก่อรูปเป็นเสียงพุทธที่โอบรอบกาย

ในเวลาเดียวกัน เขาขับเคลื่อนวิชามังกรเก้าราชันย์ และปราณมังกรก็โหมเข้ามาจากเก้าสายแร่มังกรอันล้อมรอบเมืองหลวงอยู่ เพิ่มพูนรัศมีเขาไปอีกขั้น!

วิชามังกรเก้าราชันย์เป็นสุดยอดวิชาของราชวงศ์จักรพรรดิ และเขาได้รับการสั่งสอนจากจักรพรรดิเอี้ยนเฝิงด้วยตนเอง ด้วยการช่วงใช้ของฉินมู่ ปราณมังกรก็ถ่ายเทออกมาจากเก้าสายแร่มังกรและกระทั่งซึมซาบเข้าไปในแม่นํ้า อันทําให้มังกรอันก่อด้วยนํ้าทะยานพุ่งเข้ามาหาฉินมู่!

เขาจู่โจมเป็นคนแรก ไม่ว่าผานกงสั่วจะเผยจุดอ่อนหรือไม่ เขาก็จะถูกถล่มทลายด้วยปราณชีวิตอันเข้มข้นอย่างอัศจรรย์ของฉินมู่อันสยบทุกความประณีตเพริศแพร้วของกระบวนท่า ผานกงสั่วจะถูกโถมทับด้วยพละกําลังมหาศาลอันไม่อาจประเมินได้!

วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการผานกงสั่วคือใช้พลังวัตรที่เหนือลํ้ากว่ามากทุ่มเข้าใส่ มิใช่ไปประชันขันแข่งที่กระบวนท่า!

ตู้ม!

นํ้าในแม่นํ้าระเบิดพวยพุ่งขึ้นสุ่ท้องฟ้า แปรเปลี่ยนเป็นพุทธรูปยักษ์ที่สูงกว่า 15 วาอันยืนอยู่บนนํ้าเหมือนขุนเขาอันก่อขึ้นมาจากนํ้า มังกรนํ้าเข้ากระหวัดตัวรอบๆ พุทธรูปมหึมานี้ และนิ้วทั้ง 5 ของพุทธรูปก็ดูราวกับภูเขา 5 ลูกที่กดบี้ลงไปยังผานกงสั่ว!

มังกรทั้ง 9 คํารามอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อวิชามังกรเก้าราชันย์ผสานเข้ากับพายุสายฟ้าเก้ามังกรจากฟ้าคํารามแปดจู่โจม การโจมตีนี้แสดงถึงความยิ่งใหญ่ไพศาลของทักษะเทวะพุทธ และความยิ่งยงไร้ผู้ต่อต้านของราชวงศ์จักรพรรดิ!

มังกรทั้ง 9 ขยํ้าใส่เป้าหมายของพวกมัน

ปัง ปัง ปัง!

กระแสนํ้ามังกรวารีทะลวงทะลุกําแพงเสียง ระเบิดกัมปนาทราวฟ้าคําราม ทลายทุกอย่างที่ขวางหน้า!

อะไรคือทักษะเทวะ นี่ไงทักษะเทวะ!

จุดแข็งที่สุดของฉินมู่คือพลังวัตรของเขาที่เหนือลํ้ากว่าผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเดียวกันหลายเท่าตัว แม้แต่ตัวประหลาดเฒ่าอย่างผู้ใหญ่บ้านก็ยังตํ่าต้อยกว่าเขาที่วรยุทธ์ขั้นเดียวกัน

พลังวัตรระดับนี้เป็นสิ่งที่ผานกงสั่วไม่มีทางทาบติด นั่นจึงเป็นเหตุให้ฉินมู่หมายจะใช้พละกําลังอันกร้าวแกร่งไร้ต่อต้านมาโถมทับใส่ผานกงสั่ว เพื่อให้การฝึกปรือ 11,000 ปีของเขาไร้ประโยชน์!

ในพริบตาที่การโจมตีของฉินมู่จะปะทุไปข้างหน้า การโต้กลับของผานกงสั่วก็มาถึง ที่เขาใช้นั้นคือไจกระบี่อันมีขนาดเท่าหัวแม่มือ และแสงกระบี่อันเจิดจ้าก็ระเบิดออกมาจากมัน!

นิพนธ์ที่ 2 จาก 14 นิพนธ์แห่งกระบี่เต๋า รวบ 5 ปราณมัด 3 กําเนิด ผงาดขึ้นฟากฟ้า ราชรถเมฆาทะยานข้าม!

เขาใช้สุดยอดวิชาของสํานักเต๋าโดยทันที ใช้วิชาเซียนเถียนบรมปริศนาเพื่อร่ายรํากระบี่ที่ 2 ของกระบี่เต๋า แสงกระบี่มีไม้ ไฟ ดิน ทอง และนํ้า อันคือ 5 ปราณ ฟ้ากําเนิด ดินกําเนิด และนํ้ากําเนิด อันเป็น 3 กําเนิด ฟ้ากําเนิดนั้นก็คล้ายคลึงกับดวงตะวัน อันเรียกว่าหยางพิสุทธิ์ นํ้ากําเนิดนั้นคล้ายกับดวงจันทร์เรียกว่าหยินพิสุทธิ์ ส่วนดินกําเนิดคือความเป็นกลางไร้คุณสมบัติ

เมื่อเขาร่ายรําเพลงกระบี่นี้ รังสีกระบี่ก็ก่อรูปโลกอุดมคติของสํานักเต๋า หนึ่งคือกระบี่ตะวัน กระบี่จันทรา กระบี่พิภพ และความอุดมสมบูรณ์ของ 5 ปราณ!

เพลงกระบี่สํานักเต๋าจําต้องใช้ความสําเร็จระดับสูงในพีชคณิตเป็นรากฐาน พวกเขาเชื่อว่าทุกๆ เต๋าในฟ้าและดินล้วนแต่ดําเนินไปตามหลักพีชคณิต

นี่คือมรรคาเต๋าของ ‘1 กําเนิด 2’… ‘2 กําเนิด 3’ และ ‘3 กําเนิดสรรพสิ่ง’ ในสายตาพวกเขา ตัวเลขประกอบสร้างทุกสิ่งทุกอย่างในโลกหล้า ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งอื่นก็ไม่มีข้อยกเว้น ทุกๆ สิ่งล้วนแต่เป็นตัวเลขที่มาประกอบเข้าด้วยกันอย่างอัศจรรย์

นี่จึงเป็นเหตุให้สํานักเต๋าสร้างผังวงกลมอู๋จี่ ผังไท่จี่ที่แยกหยินและหยาง ทั้งยังมีผัง 4 สัญลักษณ์ ผัง 8 ทิศ ผัง 64 เพื่อคํานวณเต๋าอันยิ่งใหญ่และทุกสิ่งทุกอย่างในฟ้าและดิน

และเมื่อความเข้าใจเหล่านี้กลายเป็นเพลงกระบี่ มันก็จะก่อเป็นรูปภาพและขับเคลื่อนประมวลผลอย่างไม่หยุดยั้ง วิวัฒน์ทุกสิ่งในโลกและสําเร็จซึ่งพลังอํานาจอันยิ่งใหญ่ไพศาล!

14 นิพนธ์กระบี่เต๋าของสํานักเต๋าแฝงฝังโลกอุดมคติไว้ในทุกๆ นิพนธ์ นั่นล้วนแต่เป็นภาพสวยงามอัศจรรย์ที่สรรค์สร้างขึ้นมาจากพีชคณิต แปลความฟ้าและดินออกมาเป็นตัวเลข

นี่คือความแตกต่างอันใหญ่ที่สุดระหว่างสํานักเต๋าและศาสนาพุทธ สํานักเต๋าเป็นแนวทางคณิตศาสตร์ ส่วนศาสนาพุทธเป็นแนวทางจิตใจ

เหล่าศิษย์สํานักเต๋ามักจะพูดกันเล่นๆ ในหมู่กันเองว่า คณิตศาสตร์เจ้าแย่หรือ เช่นนั้นเจ้าจะฝึกวิชาต่อไปทําไม กลับบ้านไปแต่งเมียมีลูกเถอะ

ทักษะเทวะของทั้ง 2 ปะทะกัน หนึ่งนั้นเป็นทักษะเทวะเพลงกระบี่ ส่วนอีกหนึ่งนั้นเป็นทักษะเทวะวิชาร่างเนื้อผสานกับทักษะเทวะเวทมนตร์ เมื่อพวกเขาปะทะกัน มันก็สร้างภาพอันน่าประหวั่นพรั่นพรึง ผิวแม่นํ้าสั่นสะเทือนไปหมด และนํ้าก็โถมซัดขึ้นสูงสู่ท้องฟ้า ยิ่งไปกว่านั้นแผ่นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทําให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อม

ผลพวงจากการปะทะนี้ทําให้เกลียวนํ้าอันรุนแรงทะลวงเหล่าต้นหลิวที่ขึ้นอยู่ริมฝั่งนํ้า และปราณกระบี่ก็แทงเข้าไปในก้อนหิน สร้างรูจํานวนมากที่แนวโขดหินริมตลิ่ง!

การจู่โจมสะเทือนฟ้าจากฉินมู่พุ่งเข้าใส่โลกอุดมคติของสํานักเต๋าที่ก่อรูปขึ้นมาจากแสงกระบี่ของผานกงสั่ว และพลังอํานาจอันเกรี้ยวกราดก็ถูกฉีกทําลายด้วยคณิตศาสตร์ที่แฝงอยู่ในแสงกระบี่!

ในเพลงกระบี่ของผานกงสั่ว สิ่งที่น่าเบื่ออย่างพีชคณิตก็สามารถกลับกลายเป็นน่าลุ่มหลงและตระการตาไปได้

ท่ามกลางแสงกระบี่อันน่าหลงใหล เก้ามังกรวารีและพุทธรูปนํ้าก็แหลกสลายไปอย่างรวดเร็ว มิอาจต้านทานรับแม้แต่กระบวนท่าเดียวจากกระบี่เต๋า!

แสงกระบี่นับไม่ถ้วนพุ่งไปและซัดใส่แสงพุทธธรรมอันก่อรูปเป็นระฆังทองรอบกายฉินมู่ คลื่นกระเพื่อมปรากฏบนผิวระฆัง และในพริบตาถัดมา ระฆังใหญ่ก็ถูกทําลาย!

สีหน้าฉินมู่ยังนิ่งสงบเมื่อไจกระบี่ของเขาลอยขึ้นมาในมือ ในเสี้ยววินาทีนั้นแสงกระบี่จากในไจกระบี่ก็แผ่พุ่ง ฉินมู่มิได้ใช้กระบี่ย่างไปในทิวทัศน์ แต่ใช้กระบวนท่าที่ 2 ของภาพกระบี่ไปเลยโดยตรง!

ฟิ้ว!

กระบี่จักรพรรดิก่อตั้ง ทะเลโลหิต!

กระบี่เต๋าและภาพกระบี่เข้าปะทะกัน ผานกงสั่วครางหนักๆ 5 ปราณและ 3 กําเนิดถูกทําลายในพริบตาเมื่อแสงกระบี่อันไร้ต่อต้านถล่มใส่หน้าเขาด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น

ร่างของเขาทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า ร่อนราวมังกรกล้า ขับเคลื่อนวิชาท่าร่างอันอัศจรรย์ ท่าร่างเขาเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาราวกับมัจฉาโต้คลื่น นกกระจอกเหินบินและหงส์เพลิงเก้าตัว แต่เขาก็ไม่อาจหลบเลี่ยงทุกแสงกระบี่ได้

ฉึก ฉึก ฉึก

แสงกระบี่สีแดงเลือดพุ่งทะลุร่างเขาเมื่อเขากระโดดหนีไปรอบๆ และร่วงลงไปยังผิวแม่นํ้า ทําให้มวลนํ้าระเบิดไปทั่วทิศทาง

ฟึ่บ!

ฉินมู่กระโดดขึ้นและแสงกระบี่ในมือของเขาก็จางหาย ไจกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นมีดมหึมาและฟาดฟันใส่ผิวแม่นํ้า!

ผานกงสั่วกวัดแกว่งไจกระบี่ของเขาเพื่อต้านทานการจู่โจมนี้ แต่ก็พลันได้ยินเสียงปังๆๆ ถี่ยิบ เขากระเด็นไปหกเจ็ดทีบนแม่นํ้า ราวกับหินร่อนที่เด็กๆ ชอบเขวี้ยงเล่นที่ผิวนํ้า

อีกทางหนึ่ง ฉินมู่วิ่งตะลุยเข้าใส่ด้วยฝีเท้าที่เหยียบไปบนผิวนํ้า ทุกย่างเท้าของเขาระเบิดมวลนํ้ากระจัดกระจายสาดนํ้าไปรอบทิศทาง ไม่ทันที่ผานกงสั่วจะตั้งตัวติด ฉินมู่ก็ตะบึงมาเป็นร้อยวาแล้ว

มีดยักษ์สีเงินนั้นถูกดึงกลับและมวลเงินเข้ามาห่อหุ้มหมัดของเขาไว้ดุจนํ้าไหล ฉินมู่ซัดกําปั้นออกไป

ตูม!

ผิวแม่นํ้าสะท้านสะเทือนเมื่อมังกรวารีอันเรืองรองด้วยแสงเขียวจากปราณมังกรขู่คํารามอย่างเกรี้ยวกราดและขยํ้ากลืนกินผานกงสั่วที่อยู่ห่างไปไม่กี่ 10 วา

ผิวแม่นํ้ากลายเป็นพลุ่งพล่านดุจนํ้าเดือดในพริบตา มังกร 45 ตัวพุ่งทะยานออกจากหมัดและหลอมรวมเป็นหนึ่งกับนํ้าในแม่นํ้าเมื่อมันพุ่งเข้าใส่ผานกงสั่วเป็นผลให้เกิดเสียงกัมปนาทสะเทือนถี่ยิบ

ฉินมู่ทะยานขึ้น ฟ้าพลางยื่นนิ้วทั้ง 10 ของเขาออกมา ด้วยฝ่ามือของเขาที่หงายสู่ท้องฟ้า เขาดึงเอาอสุนีบาตลงมาและฟาดมันลงไปยังผิวแม่นํ้า เปลวสายฟ้าเหล่านั้นเข้ามาหลอมรวมกันและทะลวงลงไปยังใจกลางของมังกรทั้ง 45 !

เมื่อฉินมู่เหินลงมา ไจกระบี่ในมือเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงกระบี่นับไม่ถ้วน กระบี่ย่างไปในทิวทัศน์!

แสงกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นภูเขากว้างแม่นํ้าใหญ่ที่ร่วงหล่นลงมาจากนภากาศ พวกมันกดทับลงไปยังแม่นํ้า แหวกผิวนํ้าและแยกช่องออกกว่าเป็น 10 ๆ วา มวลนํ้าที่ยกสูงขึ้นได้แยกออกเป็นละอองไอและก่อรูปเป็นภูเขากลางแม่นํ้า!

ข้างใต้นํ้า โลหิตพุ่งออกมาเมื่อเงาร่างหนึ่งหลบหนีไปทางก้นแม่นํ้า

ฉินมู่ยกมือขึ้นและกระบี่ผู้พิทักษ์เยาว์บนสะเอวเขาก็ลอยขึ้นมาด้วยเสียงหึ่ง นิ้วชี้ของเขาหมุนวนและกระบี่ผู้พิทักษ์เยาว์ก็หมุนเกลียวหวีดหวือ ปราณกระบี่ห้อมล้อมมันเมื่อมันใช้ท่วงท่ากระบี่เกลียว ทะลวงทะลุมวลนํ้าและยิงตรงไปยังก้นแม่นํ้า ไล่ล่ารอยเลือดนั้น

เสื้อของฉินมู่วูบไหวจากแรงลมเมื่อเขาร่อนลงมาเหยียบผิวนํ้าอันเต็มไปด้วยคลื่นคลั่งอย่างแผ่วเบา เสียงของคลื่นเหล่านั้นที่สาดซัดกันไปมาดังมาจากข้างหลังเขา อันเป็นคลื่นที่เกิดจากการที่เขาวิ่งตะบึงมาเมื่อครู่นี้ คลื่นนํ้าที่ทะยานสูงในอากาศเพิ่งร่วงลงมาบัดนี้เอง

บนผิวแม่นํ้า ฉินมู่เปลี่ยนท่าย่างก้าว และผิวแม่นํ้าใต้เท้าเขาก็แปรเปลี่ยนทันที มวลนํ้าหมุนเกลียววนรอบๆ ตัวเขา ราวกับว่ามัน เป็นมังกรไร้เขาล่องหนที่ล้อมรอบเขา สร้างอาณาเขตวงกลมใหญ่

ซูม!

กระบี่ผู้พิทักษ์เยาว์พุ่งออกมาจากผิวนํ้า และหมุนเกลียวต่อในอากาศ เมื่อมันมาถึงหน้าฉินมู่ มันก็หยุดหมุน

ฝักกระบี่ที่เอวฉินมู่ลอยขึ้นมาแปรเปลี่ยนเป็นปลามังกรที่ฮุบกระบี่เข้าไปในปากโอ่โถงของมัน ก่อนที่จะกลับมาเป็นฝักกระบี่ที่เอวเขาอีกครั้ง

สีหน้าของฉินมู่ยังไม่ไหวติงเช่นเดิมพลางยืนอยู่ที่นั่นอย่างสงบ ไจกระบี่ขึ้นออกจากมือของเขาและลอยค้างอยู่ในอากาศ ดูราวกับหยดนํ้าขนาดค่อนข้างใหญ่

รอบกายเขา กระแสนํ้าทั้งหลายพลันลอยขึ้นไปบนฟ้าอย่างแช่มช้าราวกับว่าฝนตกย้อนทาง นํ้าในแม่นํ้าที่ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นไอนํ้า สร้างหมู่เมฆที่คลี่คลุมรัศมีหลาย 10 วา

ฟ้าแลบและฟ้าร้องแผดก้องมาจากหมู่เมฆนั้น มีสายฟ้าฟาดลงมาเป็นระยะ อันส่องแสงให้เห็นเกล็ดและกรงเล็บอันลางเลือนในก้อนเมฆ

“ผานกงสั่ว เจ้าทําให้ข้าผิดหวัง” เสียงสงบนิ่งของฉินมู่กล่าวไปท่ามกลางแม่นํ้าอย่างไม่ยินดียินร้าย “การฝึกปรือของเจ้ามา 19 ชาติมีแค่นี้เองหรือ ทําไมเจ้าไม่กล้าโผล่ออกมาล่ะ ข้ารอจะปลิดชีวิตเจ้าอยู่นะจะได้กลับไปทานอาหาร เพราะเดี๋ยวอาหารก็จะเย็นชืดหมด”

บนผิวแม่นํ้านั้นนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหว

ฉินมู่ขมวดคิ้วแล้วหันกายกลับเดินไปยังฝั่งตลิ่ง เมื่อเขาเดินย้อนกลับทางเดิม ผู้คนที่อยู่แถวๆ นั้นเหลียวมองเขาเป็นสายตาเดียวกันด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ นักท่องเที่ยวทั้งหลายมองตามหลังเขาไปอย่างไม่อาจละสายตาได้

ฉินมู่ไม่สนใจพวกเขาและหยิบพู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกที่เขาเขวี้ยงทิ้งไว้เมื่อครู่ เมื่อเหลือบไปเห็นค้อนเหล็กเขาก็ยื่นมือไปจับด้ามค้อนแล้วพลังทุบฟาดลงไปอย่างรุนแรงบนพื้นดิน เสียงตูมดังสนั่น อากาศเบื้องหน้าของเขาถูกบีบอัดเป็นกําแพงที่กระเพื่อมและแหลกสลายไป

ด้วยการฟาดของเขาลงบนพื้นแผ่นดินก็ยุบลงและแยกออก แรงสั่นสะเทือนดังมาจากใต้ดินเมื่อมีเงาร่างหนึ่งหนีไปอย่างเร็วรี่!

ฉินมู่กระโจนไปข้างหน้าราวเหินบินและมายังไม้เท้าไผ่ในพริบตา เขาฟาดฝ่ามือลงไป ไม้เท้าไผ่ทะลุจมลงในพื้นดินและมีโลหิตพุ่งกระฉูดออกมาจากรูที่เขาเพิ่งทําขึ้น

ฉินมู่กระโดดอีกสองสามปราดและมาถึงมีดเชือดหมู่ที่เขาปักทิ้งไว้ เขาตีลังกากลับหัว มือจับ 2 มีดที่จมดิน เขาเหวี่ยงตัวหมุนไปพร้อมกับพวกมันทําให้แสงมีดจํานวนไร้คณาพุ่งเฉือนเข้าไปในปฐพี

ร่างของเขาเคลื่อนไปข้างหน้า ขณะที่แสงมีดฟาดฟันลงไปในดินอย่างไม่หยุดหย่อนราวกับห่าฝนและนํ้าตกคลั่ง

ทันใดนั้น ฉินมู่ก็แยกขาออกและกระแทกสันมีดลงไปบนพื้น เขาตีลังกากลับตัวในอากาศและร่วงลงมาอย่างมั่นคงบนพื้น ฉินมู่เสียบมีดเก็บฝักที่หลังแล้วจึงหันกายเดินกลับเข้าไปในเมืองหลวง

ไม่นานนักเขาก็มาถึงเรือนหยกหอม และเดินเข้าไปในอุทยานไผ่เขียว เดินเลี้ยวไป 2 ทีอ้อมพระโพธิสัตว์กวนอิมมายังห้องส่วนตัว

หมอผีใหญ่ทั้ง 2 ยังคงอยู่ในห้องส่วนตัวนั้นและเผยสีหน้าตระหนกเมื่อเห็นเขา

“อาหารยังอุ่นอยู่หรือเปล่า” ฉินมู่ถาม

หนึ่งใน 2 หมอผีใหญ่มองไปที่เขาอย่างใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ส่วนอีกคนรีบผงกหัวโดยพลัน

“แล้วสุราล่ะ?”

“สุราเริ่มจะเย็นลงแล้ว”

ฉินมู่โบกมือไล่แล้วกล่าว “ไปอุ่นมันมาให้ข้า ส่วนเจ้าอยู่ที่นี่ คอยรินสุรา”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version