Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 412


บทที่ 412 เจ้าไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่

……

เมื่อได้ฟังคำพูดของอีกฝ่าย เยี่ยฉวนสีหน้าแปลกไปนิดหนึ่ง……

……

ภายนอกวังหลวง เสียงฝีเท้ากองทัพม้าควบแทบเป็นจังหวะเดียวกัน แสดงถึงความแข็งแรงและอำนาจแห่งพลังเคลื่อนไหว ทุกนายเปล่งประกายดุร้ายอำมหิต ราวกับเกิดมาเพื่อเป็นนักฆ่าก็ปาน……

..

เพียงสัมผัสพลังเคลื่อนไหวด้วยสายตา ก็พอที่จะทำให้รู้สึกขนพองสยองเกล้า

ทหารม้ากลุ่มนี้ดูละม้ายคล้ายกองทัพม้าเพลิงโลกันตร์แห่งอาณาจักรต้าอวิ๋น ทว่ามีความแตกต่างด้วยทักษะรังสีอำมหิตอันเป็นเอกลักษณ์ของแนวคิดแสนยนิยม!

ทักษะรังสีอำมหิตเป็นทักษะที่เหนือกว่าเคล็ดวิชาเพชฌฆาต ความกล้าแกร่งนั้นเกินกว่าที่คนธรรมดาจะทานทน!!

แม้แต่คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ว่าแข็งแกร่งต้องนิ่งไปอึดใจด้วยความประหลาดใจ ตลอดจนเคล็ดวิชาเพชฌฆาตของคน 100 คน นั้นด้วย

พวกเขามิได้อ่อนด้อยกว่าขุนศึกเต๋าแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เลย!

กองทัพม้าเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วดังนั้นเพียงพริบตาเดียวก็มาหยุดลงตรงเบื้องหน้าเยี่ยฉวน ในกระบวนทหารทั้งหมดยกเว้นสตรีสวมเกราะเงินผู้เป็นหัวหน้า ทหารอื่นพร้อมกันทรุดเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นและกล่าวทักทายเป็นเสียงเดียวกัน “คารวะอาจารย์ใหญ่!”

เสียงประสานดังอื้ออึง!

อาจารย์ใหญ่งั้นหรือ?

ทุกคนตะลึงงันกับภาพที่เห็น!

“ทหารพวกนี้เป็นคนของเยี่ยฉวนหรือนี่?”

เวลาชั่วอึดใจและพลังเคลื่อนไหวของขุนศึกเต๋าแห่งสถานศึกษาฉางหลานซึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำให้เยี่ยฉวนรู้สึกพึงพอใจอยู่ไม่น้อย

ชายหนุ่มได้ทุ่มเทอย่างมากในการสร้างกองกำลังขุนศึกเต๋าขึ้นมา ด้วยการอุดหนุนหลายสิ่งหลายอย่าง และพวกเขาไม่ทำให้ตนผิดหวังในความแข็งแกร่ง ที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากองทัพเพลิงโลกันตร์แห่งอาณาจักรต้าอวิ๋นแม้แต่น้อย

สตรีสวมเกราะเงินเดินตรงมาที่เยี่ยฉวน คนสวมหมวกเหล็กและหน้ากากปิดบังใบหน้า เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่งามเท่านั้น

เจียงจิ่ว แม่ทัพหัวหน้ากองทัพม้านั่นเอง!

นางกวาดตามองสำรวจคนตรงหน้าก่อนเอ่ยทักทาย “สำเร็จผสานเทพแล้วสินะ?”

เยี่ยฉวนผงกศีรษะเป็นเชิงตอบรับ “เมื่อไม่นานนี้!”

หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ “ในฐานะอาจารย์ใหญ่ บัญชาการมาได้เลย!”

เยี่ยฉวนยิ้มในหน้าขณะกำลังจะออกปากบัญชาการดังว่า พลันมีเสียงกระแอมของเด็กสาวทั่วปาเซียวเหยาเรียกความสนใจหลายคน “อะแฮ่ม” ดังเบาๆ มาจากด้านหนึ่ง ก่อนที่คนจะก้าวขึ้นมายืนข้างชายหนุ่ม สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง

ทั่วปาเซียวเหยา!

ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีและรีบพูดแนะนำให้คนที่เพิ่งมาถึง “เสี่ยวจิ่วและทุกคน ข้าขอแนะนำให้รู้จักนางมีชื่อว่าทั่วปาเซียวเหยา มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์และรั้งอันดับแปดแห่งทำเนียบยอดคน ตอนนี้นางเป็นรองอาจารย์ใหญ่ฉางหลานด้วย พวกเจ้าต้องให้ความเคารพต่อนางเช่นเดียวกับที่ให้ความเคารพข้า”

กองทหารม้าสะดุ้งเล็กน้อยฉับพลันก็คืนสู่ปกติ จากนั้นพร้อมใจกันลุกขึ้นและค้อมตัวลงคำนับต่อทั่วปาเซียวเหยา “คารวะรองอาจารย์ใหญ่!”

เห็นเช่นนั้นเด็กสาวจึงเผยยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจ ทำท่าพยักเพยิดราวกับคนอาวุโสก็ปาน “พวกเราเหมือนคนในครอบครัว ฉะนั้นไม่ต้องมากพิธีรีตอง เอ่อ.”

คนพูดตะกุกตะกัก พลันเหลือบมองหน้าเยี่ยฉวนเอ่ยพูดกระซิบกระซาบ “ข้าควรพูดอะไรต่อ?”

เยี่ยฉวนตอบท่าทางเอาจริง “บอกให้พวกเขาไปจัดการพวกนั้น สังหารทุกคนที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์!”

อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกหงัก “จริงสิ ข้าก็คิดอยู่พอดี!”

ชายหนุ่ม “.”

ทั่วปาเซียวเหยาชี้ไปทางกลุ่มคนกล้าแกร่งทั้งหลายที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “พวกเจ้าเป็นคนไม่ดี ทั้งยังไม่ยอมอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ดีๆ แต่กลับมาทำชั่วในแผ่นดินชิง ความรู้ผิดชอบชั่วดีมีกันบ้างไหม? มีมนุษยธรรมกันบ้างหรือเปล่า? รู้ไว้นะ รู้ไว้ ข้า.ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกจะได้แจ่มใสเสียที.!”

คนพูดคงนึกอะไรไม่ออกแล้ว จึงหันหาไปหาเยี่ยฉวนพลางถามเสียงกระซิบ “ข้าควรพูดยังไงอีก?”

ทุกคน “.”

เยี่ยฉวนเองไม่รู้จะพูดอะไรเช่นกัน “ไม่ต้องพูดแล้ว! ลงมือเลย!”

อย่างไรก็ตามเด็กสาวสั่นศีรษะดิก “ไม่ได้ ข้าเคยศึกษามาว่าแรงผลักดันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการต่อสู้! เราต้องใช้แรงผลักดันสยบศัตรู! พวกเจ้าคอยดูข้าให้ดี!”

จากนั้นคนพูดหันไปมองกลุ่มคนผู้กล้าแกร่งจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “บอกคนของพวกเจ้าด้วยว่าทำเช่นนี้คิดผิดแล้ว และเจ้า.”

“หุบปากเสียทีสิโว้ย!”

ทันใดนั้นชายคนหนึ่งท่าทางอดรนทนไม่ไหวก้าวออกมาพลางตวาดเสียงดุร้าย “มาสู้กันเลยดีกว่า เจ้ามันดีแต่คุยโวโอ้อวด! พวกเราเยอะกว่ามีหรือจะกลัวเจ้า? เจ้ามัน.”

ทันใดนั้นทั่วปาเซียวเหยาเหวี่ยงค้อนตีตะปูที่ถืออยู่โขกลงไปบนพื้นเต็มแรง

เปรี้ยง!

ก่อนที่ชายคนพูดจะทันรู้ตัว แรงตีผลักร่างคนปลิวกระเด็นไปในอากาศทันที ด้วยพลังหนักหน่วงปะทะตรงเข้าที่ร่างคนจึงกระอักออกเป็นโลหิตสดๆ!

คนอื่นๆ “.”

หากคนต้นเหตุเด็กสาวทั่วปาเซียวเหยาเขม้นมองด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงบอกว่าคนพูดโกรธจัด “ข้าคิดจะสงบศึกกับศัตรูโดยไม่ต้องต่อสู้อยู่แล้วทีเดียว พวกสวะอย่างเจ้าไม่สมควรมีชีวิตอยู่จริงๆ!”

หลังจากนั้นนางพุ่งตัวไปข้างหน้าพร้อมด้วยค้อนตีตะปูคู่กายอย่างรวดเร็ว!

และกองทัพขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลานต่างพุ่งออกไปในทำนองเดียวกัน

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้กลุ่มคนกล้าแกร่งจากดินแดนศักดิ์พากันตาเหลือกด้วยความตกใจ หลายคนไม่สู้ต่อโดยอยากถอนตัว

ขณะนั้นเจียงเหยี่ยซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล ท่าทางโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง “พวกเรามีมากกว่า 600 ในขณะที่พวกมันมีแค่ 100 เท่านั้น เหตุใดพวกเจ้าจึงกลัวมันด้วย? อาวุธที่ทหารม้าพวกนั้นใช้อย่างน้อยๆ พลังขั้นประกายแสง ถ้าพวกมันตายเจ้าทุกคนจะได้ครอบครองอาวุธล้ำค่าจากการสังหารไงละ!”

คนพูดจบก็ทะยานนำหน้าออกไปทันที

ส่วนคนอื่นที่อยู่รอบๆ หลังจากลังเลอยู่พักใหญ่คนกล้าแกร่งจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างพุ่งตัวตามกันออกไป ด้วยคนเหล่านี้ไม่อาจทนทานต่อสิ่งล่อใจคำว่าทรัพย์สินเงินทอง!

ในด้านจำนวนคนฝั่งเยี่ยฉวนเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างแท้จริง! อย่างไรก็ตามเป็นความเสียเปรียบเชิงปริมาณเท่านั้น ในแง่คุณภาพฝ่ายเยี่ยฉวนนับว่าได้เปรียบโดยเฉพาะเมื่อมีทั่วปาเซียวเหยาคนนั้น

แม้เด็กสาวเป็นคนไม่ค่อยรู้เดียงสาสักเท่าไร หากนางเป็นคนที่แข็งแกร่งทรงพลังอย่างแท้จริง!

แม้แต่ตัวของชายหนุ่มเองยังไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าจะสามารถเอาชนะนางได้!

ทั่วปาเซียวเหยานำหน้าและทะยานตรงเข้าหากลุ่มคนที่อยู่ตรงกันข้าม นางเหวี่ยงค้อนตีตะปูอย่างรุนแรงและรวดเร็วออกไปอย่างไร้แบบแผน พลันฝ่ายตรงข้ามนับสิบต่างแดดิ้นไปด้วยฤทธิ์เดชค้อนของนาง

ไม่มีแม้สักคนที่จะต้านทานพลังฟาดนั้นได้!

อย่าลืมว่าเด็กสาวคนนั้นรั้งอันดับหนึ่งในสิบของทำเนียบยอดคน!

รวมทั้งขุนศึกเต๋าฉางหลานซึ่งฝีมือนั้นยากจะหาผู้ใดทัดเทียม ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งพวกเขาได้!

มิใช่เพียงความแข็งแกร่งทรงพลัง อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ล้วนก่อให้เกิดความน่าเกรงขาม ฉะนั้นคนกล้าแกร่งทั่วๆ ไปไม่มีทางทำอันตรายให้ได้รับบาดเจ็บได้อย่างแน่นอน!

ถึงแม้การต่อสู้จะเพิ่งเริ่มหากผลนั้นเห็นได้อย่างชัดเจน กองกำลังขุนศึกเต๋าฉางหลานเพียงหนึ่งร้อย ได้รุกไล่คนกล้าแกร่งจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลายร้อยคนจนสิ้นท่า

ความจริงนอกจากขุนศึกเต๋าฉางหลานที่มีความแข็งแกร่งทัดเทียมทั่วปาเซียวเหยา มันก็ยังมีสาเหตุอื่นที่มาสนับสนุน ด้วยกลุ่มคนกล้าแกร่งจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาร่วมกันต่อสู้โดยไร้ระเบียบแบบแผน และการถูกรุกไล่ทำให้พวกมันแตกกระเจิงโดยง่ายดาย อีกอย่างพวกมันล้วนมาด้วยความตั้งใจชั่วร้าย ต่างหวังที่จะหาประโยชน์โดยได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น!

ซึ่งหากเผชิญหน้ากับศัตรูธรรมดาวิธีนี้ย่อมได้ผล สำหรับพวกที่ชั้นฝีมือยังห่างไกลพวกเขาสามารถเอาชนะได้โดยไม่ยากเย็น อย่างไรก็ตามฝ่ายตรงข้ามที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ในตอนนี้เป็นกองกำลังขุนศึกเต๋าซึ่งฝึกฝนมาอย่างดี โดยคนที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง!

ทหารกองกำลังขุนศึกเต๋าเหล่านี้ได้ถูกฝังหัวเพียงอย่างเดียวคือฆ่า!

ทันใดนั้นเจียงเหยี่ยพุ่งทะยานตรงเข้าหากองกำลังขุนศึกเต๋าฉางหลาน ถึงกระนั้นยังไม่ทันที่เขาจะเริ่มออกปะทะ เยี่ยฉวนพุ่งเข้าสกัดพร้อมกระบี่หลิงซิ่วและฟาดลงใส่คนเป้าหมายอย่างแรง

เปรี้ยง!

พลันเจียงเหยี่ยทั้งร่างลอยละลิ่วไปไกลกว่าเก้าสิบจั้งทันที!

เมื่อคนชะงักหยุดอยู่กับที่ กระบี่บินสะบัดพรึ่บออกจากหีบกระบี่ที่ชายหนุ่มสะพายหลัง ชั่วพริบตาถัดมากระบี่เล่มนั้นทะยานพรวดออกเบื้องหน้าชายชราเจียงเหยี่ย!

กระบี่บินทะยานออกอีกครา!

คนชราอีกฝ่ายเห็นเข้าถึงกับตาเหลือก ทันใดนั้นเขากลับไม่กล้าออกต้านทานกระบี่และผลักร่างกระถดถอยหลัง หากก็ช้าไปเสียแล้ว!

ฉั่วะ!

ท่อนแขนขาดกระเด็นหวือออกไป โลหิตแดงฉานหลั่งรินเป็นสาย

ภายหลังจากที่กระบี่ตวัดแขนของชายชราเจียงเหยี่ยจนขาดสะบั้นในหนึ่งปะทะ กระบี่หลิงซิ่วจึงกลับคืนสู่หีบกระบี่ด้านหลังชายหนุ่มเจ้าของตามเดิมอย่างรวดเร็วและไม่ออกมาอีกเลย ด้วยเวลานั้นเจียงเหยี่ยถอยหนีออกไปนอกเขตวังหลวงแล้วซึ่งพ้นระยะอำนาจของกระบี่ ถึงแม้กระบี่หลิงซิ่วจะสามารถติดตามคนออกไปได้ แต่พลังจะลดทอนลงเป็นอันมาก

เจียงเหยี่ยเขม้นมองเยี่ยฉวนด้วยแววตาโกรธขึ้งและหวาดกลัวอย่างลึกล้ำ

อานุภาพกระบี่บินของเยี่ยฉวน ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก!

ช่วงเวลาเดียวกันกลุ่มคนกล้าแกร่งจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เริ่มล้มเหลวไม่เป็นกระบวน

หลังจากที่ได้ประจักษ์ต่อความแข็งแกร่งน่ากลัวของกองกำลังขุนศึกเต๋าฉางหลาน คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลายคนหันหลังวิ่งหนี พวกเขามาเพื่อหวังเงินทองความมั่งคั่งมิใช่จะเอาชีวิตมาทิ้ง!

เมื่อเห็นหลายคนหนี อีกหลายต่อหลายคนจึงไม่ต้องการยืนหยัดต่อสู้อีกต่อไปและทำนองเดียวกันต่างพากันหาทางหลบหนีไป

ดังนั้นเหตุการณ์ที่ปรากฏจึงเป็นภาพที่คนกล้าแกร่งจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลายคนพยามหนีกันอลหม่าน ขณะที่มีหลายคนต้องตาย

เจียงเหยี่ยหน้าง้ำด้วยความไม่พอใจ ขณะนั้นเยี่ยฉวนพุ่งเข้ามาจากที่ไม่ไกลนัก ชายชราเหลือบมองพลันตกใจแทบสิ้นสติและเท้าพลันก้าวถอยกรูดโดยไม่คิดชีวิตไปไกลกว่าหกสิบจั้ง

ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองค่อนข้างไกลมากทีเดียว!

เยี่ยฉวนนิ่วหน้า ถึงตอนนี้ชายหนุ่มสามารถรับมือกับคนผนึกยุทธ์ ทว่านั่นจะไม่มีประโยชน์เลยหากเจียงเหยี่ยไม่คิดสู้กลับเอาแต่หลบหนีท่าเดียวอย่างนี้!

เยี่ยฉวนเลิกใส่ใจกับชายชราเจียงเหยี่ยและหันหลังกลับ พลันกระบี่หลิงซิ่วทะยานวาบออกจากหีบกระบี่โฉบบินไกลออกไปกว่าเก้าจั้ง และปักลงตรงกึ่งกลางหว่างคิ้วของคนกล้าแกร่งจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เคราะห์ร้ายคนหนึ่งเข้าทันที……

ในขณะนั้นภาพเบื้องหน้ามีซากศพนอนตายเกลื่อนกว่าสองร้อย และคนกล้าแกร่งจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นพากันวิ่งหนีกระจัดกระจาย ทันทีที่เห็นว่าเจียงเหยี่ยถูกเยี่ยฉวนสกัดไว้แล้วเช่นนั้น บรรดาหลานของตระกูลใหญ่คนแคว้นหนิงจึงพากันวิ่งหนีเอาตัวรอดด้วยกันทั้งสิ้น!!

หลายคนตระหนักในทันใดว่าแคว้นหนิงไม่พังพินาศลงในเร็ววันนี้เพราะมีชายหนุ่มที่ชื่อเยี่ยฉวน!

พลันคู่ต่อสู้ที่บนอากาศ สองคนผนึกยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างหยุดชะงักทันทีที่สถานการณ์เบื้องล่างเปลี่ยนไป จึงไม่เป็นเหตุอันสมควรที่จะต้องต่อสู้ยืดเยื้อให้เหนื่อยเปล่า

ถึงกระนั้นคนทั้งสองและเจียงเหยี่ยยังมิได้ล่าถอยไปทันที

เยี่ยฉวนไม่ประสงค์จะสู้กับคนพวกนั้น เมื่อเก็บกระบี่หลิงซิ่วแล้วชายหนุ่มจึงหันไปบอกกับทั่วปาเซียวเหยา “เซียวเหยา พาคนไปเก็บกวาดของล้ำค่าให้หมด!”

เด็กสาวพยักหน้าพลางยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ได้เลย! ได้เลย!”

จากนั้นนางหันไปร้องสั่งทหารกองกำลังขุนศึกเต๋าทางด้านหลัง “พวกเจ้ามาช่วยกันเก็บกวาดเร็ว!”

ทุกคนค้อมตัวรับคำสั่ง

หากก่อนหน้าทหารเหล่านี้ให้ความเคารพต่อเด็กสาวทั่วปาเซียวเหยาก็เป็นเพราะคำสั่งของเยี่ยฉวน ทว่าเวลานี้พวกเขาให้ความเคารพนางด้วยความจริงใจ!

ด้วยยอมรับว่าเด็กสาวตรงหน้าเป็นผู้กล้าแกร่งที่แท้จริง!

อาจกล่าวได้ว่าถ้าไม่มีทั่วปาเซียวเหยาคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ด้วยผู้กล้าแกร่งเหล่านี้ส่วนใหญ่ตายเพราะฝีมือของนางทั้งสิ้น ก่อนหน้านี้เป็นนางที่ทำให้คนกล้าแกร่งจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์หวาดกลัวจนตัวสั่น!

พลังฟาดค้อนหนึ่งครั้ง สามารถสังหารคนได้หนึ่งคน……ใครเล่าจะไม่หวาดกลัว?

ในโลกชิงฉาง คนกล้าแกร่งเท่านั้นจึงจะได้รับความเคารพ!

ทั่วปาเซียวเหยารีบกระวีกระวาดเก็บสิ่งของล้ำค่าในบริเวณลานกว้าง บัดนี้นางยอมรับแล้วว่ารู้สึกชื่นชมยินดีกับการปล้นชิงไม่น้อย

เยี่ยฉวนมาหยุดลงต่อหน้าทัวป้าเหยียน ทำให้องครักษ์จิ้นอู๋ซึ่งเดินยืนขวางคอยคุ้มกันพากันถอยไปอีกด้านเพื่อเปิดทางให้แก่คนที่กำลังตรงเข้ามา

ทัวป้าเหยียนมองหน้าเยี่ยฉวนกับทำท่าจะอ้าปากพูด พลันเยี่ยฉวนหยิบม้วนกระดาษโบราณกระจ่างตายื่นให้ต่อหน้า “คัมภีร์เวทย์เปิ่นไหล ตำราทักษะยุทธ์ขั้นสวรรค์ ข้ามอบให้!” ทักษะยุทธ์ขั้นสวรรค์! หญิงสาวนัยน์ตาเบิกกว้างอย่างงงงัน

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version