บทที่ 511 ของปลอม! (ต้น)
ภายในหอโถงเมื่อคนสวมชุดดำลับตาไป คูหมิงสวีค่อยหายใจหายคอโล่งขึ้น หากแต่ความรู้สึกตื่นตระหนกก็ยังไม่จางหาย……
เซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉาง!……
เขาไม่คิดมาก่อนว่าเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางยังมีชีวิตอยู่และกลับคืนสู่โลกชิงฉางแล้ว
ทันใดนั้นคูหมิงสวีรู้สึกโล่งอกที่ตนไม่ได้สังหารเยี่ยฉวน มิเช่นนั้นไม่เพียงสำนักผู้ตรวจการเขตแดนที่ต้องประสบเคราะห์กรรม ทว่าสำนักมารอสูรก็เช่นกัน!
คูหมิงสวีทรุดเดินกะปลกกะเปลี้ยกลับไปที่ม้านั่ง “ต่อไปเห็นทีจะทำอะไรต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้!”
คนสวมชุดดำดอดออกจากสำนักมารอสูรไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ ดังเช่นตอนขามา
ท่ามกลางหุบเขาต่างระดับน้อยใหญ่ ชายสวมชุดดำจึงหยุดชะงักลงกับที่และถอดผ้าคลุมผืนใหญ่ออก……
ใช่แล้วเขาคือเยี่ยฉวน!
หลังจากหันไปมองทางที่ตนมา ชายหนุ่มเองก็ค่อยเบาใจด้วยเช่นกัน
การเข้าไปในสำนักมารอสูรครั้งนี้ นับว่าเป็นการผจญภัยที่สุ่มเสี่ยงเอาการ
ด้วยหากคูหมิงสวีลงมือต่อสู้กับเขาขึ้นมา เจ้าสำนักนั่นจะต้องรู้ว่าคนสวมชุดดำคือเยี่ยฉวนเป็นแน่!
อันที่จริงครานี้นับได้ว่าเยี่ยฉวนเดิมพันว่าคูหมิงสวีไม่กล้าลงมือต่อสู้กับตน!
.และเขาก็คิดถูกเสียด้วย!!!
ภายหลังจากใช้พลังชี่โกลาหลซ่อนลมหายใจ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่อาจค้นพบพลังที่แท้จริงของตนได้ อีกทั้งไม่รู้ถึงการไปมาของตนด้วยซ้ำ
เมื่อสภาพการณ์เป็นเช่นนี้คูหมิงสวีจึงไม่กล้าลงมือ ด้วยจิตใต้สำนึกบอกให้ตนยำเกรงต่อคนตรงหน้าดุจเกรงกลัวต่ออสูรเฒ่า
แม้ว่าเยี่ยฉวนจะประสบความสำเร็จในการต้มตุ๋นคูหมิงสวีครั้งนี้ ทว่าชายหนุ่มก็ยังหวั่นใจไม่หาย ผลจากการกระทำหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา มีหวังคงถูกรุมกินโต๊ะแน่!……เคราะห์ดีที่แผนการต้มเจ้าสำนักของเขาเป็นผลสำเร็จ
เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงสามารถออกจากแผ่นดินชิงได้อย่างหายห่วง ด้วยคูหมิงสวีรับปากแล้วว่าจะดูแลแคว้นหนิงและอาณาจักรต้าอวิ๋น
เยี่ยฉวนยุติความคิดจากนั้นจึงหมุนตัวกลับและจากสถานที่ไปทันที จุดหมายต่อไปของเขาคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่!!!
หนึ่งชั่วยามให้หลังเยี่ยฉวนก็ได้โดยสารไปกับเรือเหาะมุ่งหน้าไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ในห้องรับรองบนเรือเหาะ
ชายหนุ่มกำลังนั่งขัดสมาธิบนเตียงนอน ขณะนั้นกำลังใช้ความคิดตรึกตรอง
เวลานี้เขารู้ว่าเป้าหมายของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมิใช่เยี่ยหลิงทว่าเป็นตนเอง ถ้าเขาไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์โดยไม่มีวิธีจัดการอย่างเหมาะสม อาจช่วยชีวิตน้องไม่ได้และตนเองอาจเอาชีวิตไปทิ้งเสียอีกด้วย
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่แห่งนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมาช้านานและอำนาจของมันฝังรากหยั่งลึกอย่างแนบแน่น มีทั้งความแข็งแกร่งและอิทธิพลอย่างมาก ถ้าเขาดุ่ยๆ เข้าไปสู้กับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน มีแต่จะเสียเปรียบอย่างแน่นอน!
เขาต้องสู้ มันก็ต้องมิใช่การสู้อย่างปกติวิสัย!
เขาต้องคิดวางแผนการอย่างรอบคอบ!
เวลาดำเนินไป เรือเหาะเดินทางออกจากเขตหุบเขาหว่านชิวและเข้าสู่มหาสมุทร
ในระหว่างนี้เยี่ยฉวนก็กำลังหาความรู้เกี่ยวกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปพลาง เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับดินแดนแถบนี้เขาได้ซื้อตำราของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่จากสำนักอัปสรเมรัยมาศึกษาอย่างละเอียด
โลกชิงฉางแบ่งแยกดินแดนออกเป็นสามส่วน ให้ชื่อว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่ แผ่นดินฉางหลานและแผ่นดินชิง อันที่จริงดินแดนทั้งสามมีส่วนที่ติดต่อถึงกัน อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของดินแดนทั้งสามกลับห่างเหินกันอย่างยิ่ง แม้ว่าจะมีการติดต่อสื่อสารและแต่ละแห่งมีการเชื่อมโยงไปมา หากช่องว่างที่มีอยู่ก็มิใช่เล็กน้อย
เหตุผลที่สำคัญเนื่องจากทักษะยุทธ์แห่งเต๋าในดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีความเจริญรุ่งเรืองมากสุดในบรรดาทั้งสามดินแดน ในสายตาของจอมยุทธ์เจ้าถิ่นในดินแดนศักดิ์สิทธิ์มองว่าอีกสองดินแดนเป็นพวกบ้านนอกอีกทั้งเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไร้อารยธรรม
ถึงกระนั้นก็ถือเป็นเรื่องปกติ ด้วยคนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นแกร่งกล้ากว่าคนในแผ่นดินชิงและแผ่นดินฉางหลานอย่างเทียบกันไม่ได้
ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เองยังจำแนกเป็นโลกและโลกพิภพ ซึ่งคนในโลกสวรรค์ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่แข็งแรงกว่าโลกพิภพ ส่วนเหตุที่ว่าทำไมกลุ่มอำนาจบางกลุ่มสามารถอาศัยอยู่ในโลกสวรรค์ได้ ก็ด้วยพวกเขามีบรรพบุรุษที่ทรงพลังและได้มาแผ้วถางบุกเบิกโลกไว้ให้
พูดง่ายๆ บรรพบุรุษทำคุณประโยชน์นั่นเอง!
ส่วนโลกพิภพ นี่ก็เป็นเขตที่มีความหลากหลายของกลุ่มอำนาจ จนแม้แต่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่กล้าเข้าไปแตะต้องได้โดยง่าย
ชุมนุมสำนัก กระบี่ ลัทธิ!
ชุมนุมที่กล่าวถึงก็คือชุมนุมพลังเร้นลับ เป็นกลุ่มอำนาจที่มีความลึกลับมืดดำมากที่สุดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์และความลึกลับที่ว่าอาจมากกว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเสียด้วยซ้ำ ไม่มีใครรู้เห็นว่าสำนักใหญ่ตั้งอยู่ที่ไหน ทว่าในทุกๆ การจัดอันดับยอดฝีมือของทำเนียบยอดคนแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งถูกเปิดเผย.มันก็จะต้องเป็นคนของชุมนุมพลังเร้นลับติดโผเสมอ!
สำนักกระบี่ที่ว่านั้นมีชื่อว่าสำนักชางเจี้ยน เมื่อคราวที่เซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางพำนักอยู่ ถือว่าเป็นเวลาแห่งความโชติช่วงชัชวาลของสำนักชางเจี้ยนก็ว่าได้ พวกเขาจึงเป็นกลุ่มอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกชิงฉางอย่างไม่ต้องสงสัย แม้แต่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนยังแพ้หลุดลุ่ย!
ถึงแม้เซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางจะจากไปแล้ว หากแต่ไม่มีใครกล้าดูถูกฝีมือคนของสำนักนี้อยู่วันยังค่ำ!
ส่วนกองกำลังลัทธิที่กล่าวถึงคือหุบเขาแดนพิสดาร เพราะหากพูดถึงสัตว์อสูรที่ทรงพลังในโลกชิงฉาง งั้นแล้วที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ก็คงเป็นพวกสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในแถบหุบเขาแดนพิสดารนั่นเอง!
ทว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของหุบเขาแดนพิสดารแห่งนี้ยังคงเป็นปริศนามาโดยตลอด
แม้แต่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนยังแสดงความยำเกรงต่อหุบเขาแดนพิสดารด้วย!
ซึ่งตามปกติแล้วในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่มีใครกล้าต่อกรกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน
ภายในห้องพัก เยี่ยฉวนวางตำราหลังจากใช้เวลาในการเข้าฌานสมาธิมานาน เขากำลังเริ่มฝึกปรือพลังบ้างแล้ว!
เขาบรรลุขั้นผนึกยุทธ์แล้วและก่อนที่จะเดินทางถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่ เขาต้องการที่จะบรรลุให้ถึงขั้นผนึกยุทธ์ระดับแท้จริงให้ได้!
เพื่อบรรลุความสำเร็จ ชายหนุ่มต้องฝึกการใช้พลังสุญญากาศ และในเมื่อตอนนี้เขาได้กฎเต๋าแห่งสุญญากาศไว้ในครอบครอง ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับเยี่ยฉวน!
ในเวลาต่อมานั้นเองเยี่ยฉวนจึงได้กระจ่างแจ้งต่อการใช้กฎเต๋าแห่งสุญญากาศ แม้ว่าเขาสามารถใช้สุญญากาศเป็นทางผ่านไปสู่กฎเต๋าแห่งสุญญากาศและกระทั่งใช้พลังแยกส่วนสุญญากาศก็ตาม หากสิ่งที่ว่าเป็นศักยภาพของกฎแห่งเต๋าที่ติดกาย มิได้เกิดจากศักยภาพของเขา!
ฉะนั้นสิ่งที่เขาต้องฝึกปรือก็คือการใช้พลังสุญญากาศโดยไม่เกี่ยวข้องกับกฎเต๋าแห่งสุญญากาศ และสิ่งสุดท้ายคือฝึกใช้พลังแยกส่วนสุญญากาศ!
กฎเต๋าแห่งสุญญากาศจึงเป็นเสมือนอาจารย์ที่ดีที่สุดสำหรับเขาในเวลานี้……อย่างน้อยๆ ก็คงก่อนที่จะบรรลุขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!!!
