Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 641


บทที่ 641 นิรมิต! (ปลาย)

คนปลุกพยายามอีกครั้งทันใดนั้นอาหลิงลืมตาโพลง เด็กน้อยหันหน้าไปมองเยี่ยฉวนพร้อมกับกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง

เยี่ยฉวนรีบท้วงเสียงเร็ว “ไม่ อย่าหลับ ตื่นสิ ข้ามีเรื่องขอให้ช่วย!”

อาหลิงขยับเปลี่ยนท่านอนหันหลังให้ พร้อมยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างและหลับต่อไป

อีกฝ่ายยืนมองอย่างลังเลใจ นางหมายความว่ายังไง! นึกแล้วจึงยื่นมือไปสะกิดอีกรอบและกำลังจะอ้าปากพูด ทันใดนั้นอาหลิงลืมตาขึ้นทันควัน พลางหันมาจ้องหน้าเยี่ยฉวนนัยน์ตาขุ่นเขียว “น่ารำคาญจัง!”

คนตรงข้ามอ้าปากหวอพูดไม่ออก

พลันเปลือกตาของอาหลิงหรี่ปรือทำท่าเหมือนจะหลับอีกครั้ง เยี่ยฉวนรีบพูดทันที “อาหลิงถ้าเจ้าช่วยข้าอีกครั้งนะ ข้าจะนำผลไม้วิเศษมาให้เจ้าอีกเยอะๆ!”

เมื่อได้ยินคำนั้นพลันเปลือกตาที่กำลังหรี่ลงของเด็กหญิงกระพือเปิดขึ้นทันที ดวงตากลมจ้องมองคนพูดเขม็ง “จริงเหรอ?”

ชายหนุ่มบิดมุมปาก “จริงสิ!”

อาหลิงชำเลืองมองคนตรงหน้าราวกับกำลังชั่งใจ “พี่สาวที่ชั้นสองและพี่สาวที่ชั้นสี่บอกข้าว่าเจ้าเป็นคนหน้าด้านมากๆ และยังชอบหลอกลวงคนอื่น ข้าไม่ยอมหลงกลง่ายๆ หรอกเพราะงั้นเอาผลไม้วิเศษมาให้ข้าก่อน!”

เยี่ยฉวนได้ยินเข้าถึงกับหน้ามุ่ย!

ในสายตาของยอดยุทธ์ที่ชั้นสองเห็นเขาเป็นคนเช่นนั้นจริงหรือ? ไม่จริง!

ทันใดนั้นอะไรบางอย่างสะกิดใจเยี่ยฉวน พี่สาวบนชั้นสี่? ชายหนุ่มรีบหันไปถามคนตัวเล็ก “เมื่อกี้เจ้าบอกว่าคนที่ชั้นสี่เป็นสตรีงั้นหรือ?”

อาหลิงกะพริบตา สีหน้างงงัน “ใช่หรือ?”

ชายหนุ่มหน้าเหลอ “เจ้าพูดเองเมื่อกี้!”

เด็กหญิงสั่นหน้าดิก “เปล่า ข้าเปล่าสักหน่อย”

เยี่ยฉวนได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาพลางยิ้ม บางครั้งนางทำท่าว่าไม่รู้เรื่องรู้ราวทว่าบางคราวก็ดูฉลาดปราดเปรื่อง

เมื่อดูท่าว่านางจะยืนกรานท่าเดียว เยี่ยฉวนจึงจำต้องหยิบผลไม้วิเศษออกมาส่งให้อาหลิง เด็กน้อยรีบรับไปด้วยสีหน้าและแววตาแสดงความยินดีอย่างล้นเหลือ

ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะถามว่า “เจ้ายังจำของล้ำค่าที่ให้ข้ามาครั้งก่อนได้ไหม?”

อาหลิงพยักหน้าหงึกพลันดวงตาแป๋วแหววมองเยี่ยฉวนด้วยสายตาระแวดระวัง เด็กน้อยหยุดคิดนิดหนึ่ง “ถามทำไม?”

ชายหนุ่มเหยียดมุมปากยกยิ้ม “ไม่มีอะไร ข้าแค่อยากให้เขาร่วมมือกับข้าดีๆ ข้าอยากสร้างกระบี่ที่ทรงพลังมากๆ ขึ้นมาสักเล่ม!”

ขณะที่ฟังคนอีกฝ่าย อาหลิงแสดงสีหน้าว่าสนใจขึ้นมาทันที จากนั้นมีเสียงพึมพำอย่างตื่นเต้น “สร้างกระบี่……เอาที่ทรงพลังมากๆ งั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนพยักหน้าเนิบ “ใช่แล้ว!”

อาหลิงหมุนตัวและทะยานวาบจากไปทันที ต่อมามีเสียงดังโครมครามเหมือนวัตถุกระทบกันลงมาจากชั้นที่สอง ชั่วอึดใจหนึ่งอาหลิงปรากฏกายขึ้นต่อหน้าเยี่ยฉวนอีกครา ในอ้อมแขนหอบตัวอักษรคำว่า ‘นิรมิต’ มาด้วย

ตัวหนังสือ ‘นิรมิต’ มีสีเทาปนขาวและกำลังสั่นน้อยๆ

กฎเต๋าแห่งนิรมิต!

เยี่ยฉวนออกจะรู้สึกแหยงต่อกฎเต๋าแห่งนิรมิตที่ว่า ด้วยสมรรถนะอันน่าประหลาดพิลึกพิลั่น!

อาหลิงนำกฎแห่งเต๋านั้นมายื่นให้ต่อหน้าพลางบอกว่า “สร้าง……สร้างด้วยอันนี้!”

ชายหนุ่มจำต้องยื่นมือออกไปรับกฎแห่งเต๋า ซึ่งทันทีที่ได้สัมผัสสิ่งนั้น ความรู้สึกมึนงงก็วูบเข้ามาในหัวทันที ทว่าไม่นานเขาก็เรียกสติกลับมาได้

เด็กหญิงมองคนตรงหน้า รอยยิ้มแจ่มใสปรากฏชัดบนใบหน้าและริมฝีปาก

ชายหนุ่มรับกฎแห่งเต๋ามาถือไว้ ทว่าในครั้งนี้สิ่งนั้นไม่แสดงอาการขัดขืนแต่อย่างใด จนเขาเองชักลังเล จากนั้นจึงพูดกับสิ่งนั้นเบาๆ ว่า “ข้าอยากให้เจ้าเป็นตัวกลางทำให้กระบี่ กลายเป็นกระบี่ที่มีความพิเศษจะได้ไหม ว่าอย่างไร?”

กฎเต๋าแห่งนิรมิตสั่นน้อยๆ ประหนึ่งสิ่งนั้นกำลังโต้ตอบ

เยี่ยฉวนรู้สึกปีติยินดีอย่างที่สุด “เอาล่ะ ถ้างั้นมาเริ่มกันเลย!”

พูดจบเขาจัดการทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นและเผยฝ่ามือแบออกไปข้างหน้า กฎเต๋าแห่งกระบี่จึงลอยขึ้นสู่กึ่งกลางหน้าผากระหว่างหัวคิ้วอย่างช้าๆ

เพียงไม่นานพลังปริศนาได้ปรากฏออกเบื้องหน้าเยี่ยฉวนอย่างฉับพลัน พลังที่ว่าดูน่าพิศวงอย่างยิ่งอันที่จริงต้องบอกว่าน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งจึงจะถูก ด้วยเป็นพลังที่มองไม่เห็นและไม่มีใครรู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่สามารถรับรู้ได้

เยี่ยฉวนรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยด้วยสัมผัสได้ว่านี่คือพลังแห่งนิรมิต ถ้าใช้พลังนี้ผสานรวมกับกระบี่จะทำให้ตนสามารถเข้าไปในความฝันของอีกฝ่ายได้โดยง่าย

กระบี่แห่งความฝัน!

เพียงเท่านี้ก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว!

จากนั้นเขาจึงเริ่มกระบวนการยักย้ายถ่ายเทพลังดังกล่าวทันที ซึ่งไม่เหมือนที่คิดไว้แต่แรกด้วยพบว่าการจัดการไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก

ต่อมาส่วนปลายของกระบี่จึงปรากฏให้เห็น!

ปลายกระบี่ซึ่งเผยให้เห็นมีสีเท่าอ่อนซึ่งคล้ายกับสีหมอกควัน ขณะนั้นอาหลิงน้อยยืนลุ้นให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง

การดำเนินต่อไปแบบค่อยเป็นค่อยไปกระทั่งส่วนลำตัวของกระบี่เผยออกให้เห็น แม้จะต้องใช้ความอุตสาหะมากอยู่สักหน่อย หากก็ยังง่ายกว่าการกลั่นกระบี่โดยกฎเต๋าแห่งปฐพีและกฎเต๋าแห่งสุญญากาศเป็นไหนๆ

ครู่ใหญ่ลำตัวกระบี่จึงปรากฏอย่างชัดแจ้ง ไม่เพียงส่วนลำตัวทว่ามีส่วนด้ามกระบี่ก็ปรากฏออกด้วยเช่นกัน!

ราวหนึ่งถ้วยชาต่อมา กระบี่สีเทาอ่อนได้วางอยู่บนฝ่ามือของเยี่ยฉวนที่รอรับอยู่แล้ว!

ทันทีที่สัมผัสกระบี่บนฝ่ามือ ชายหนุ่มรำพึงกันตนเองน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี “กระบี่นิรมิต! ฮ่าๆ……”

ทว่าหัวเราะได้ไม่นานดูเหมือนเขาจะเอะใจบางอย่างพลันหัวคิ้วย่นเข้าหากัน

มันดูแปลกๆ!

เมื่อความรู้สึกบอกตนเองเช่นนั้น พลันสีหน้าคนเผือดวูบด้วยรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น!

นั่นเป็นเพราะกฎเต๋าแห่งนิรมิตมิได้ต้านทานนับตั้งแต่ที่เขาเริ่มกระบวนการ ยิ่งกว่านั้นสิ่งนั้นดูเหมือนจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ!

เรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลจริงนั่นล่ะ!

เขากลั่นกระบี่โดยไร้ซึ่งอุปสรรคทั้งปวง!

เยี่ยฉวนฉุกใจคิดอะไรบางอย่าง พลันใบหน้าเปลี่ยนเป็นขาวซีดขณะหันไปมองรอบตัว ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นสีขาวไปทั้งหมดด้วย ทว่าอาหลิงยังอยู่ที่เดิม ซึ่งขณะนั้นเด็กหญิงกำลังจ้องมองกระบี่ในมือเขาอย่างใจจดใจจ่อ!

ปกติ!

ค่อนข้างปกติเกินไปมากทีเดียว!

ทว่าเสียงเตือนจากสัญชาตญาณของตนดังก้องบอกว่ามีสิ่งผิดปกติ!

หัวใจกระบี่วิภาส!

หลังจากนิ่งงันอยู่เป็นครู่เยี่ยฉวนฉวยกระบี่ก่อนจะฟาดออกไปตรงหน้า

ฉัวะ!

มีเสียงของอะไรสักอย่างตรงเบื้องหน้าฉีกขาดอย่างฉับพลัน ทันใดนั้นทุกสิ่งที่อยู่ล้อมรอบกลับเป็นภาพเลือนราง ภาพพร่าเลือนอยู่เพียงครู่เดียวก่อนจะกลับคืนสู่สภาพปกติ!

ที่ตรงหน้าเด็กอาหลิงจ้องมองมายังเขาด้วยแววตาสงสัย และนางยังถือกฎเต๋าแห่งนิรมิตอยู่ในมือ!

เมื่อเห็นดังนั้นช่ายหนุ่มผ่อนลมหายใจทันทีด้วยความรู้สึกโล่งอก กลายเป็นว่าเมื่อครู่เป็นเพียงภาพฝันนั่นเอง!

เยี่ยฉวนจับตามองกฎเต๋าแห่งนิรมิตนิ่งนาน หลังจากเงียบงันไปครู่ใหญ่จึงพูดยิ้มๆ ว่า “เอาไว้ข้าค่อยจัดการผสานเจ้าวันหลังก็แล้วกัน!”

จากนั้นจึงละออกจากหอคอยแห่งเรือนจำทันที

ทว่าทันทีที่ย่างเท้าออกจากหอคอยแห่งเรือนจำชายหนุ่มถึงกับชะงักหยุดอยู่กับที่ ด้วยพบว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล……

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version