บทที่ 210
ข้าก็แค่ทำเหมือนกอดท่อนไม้น้ำแข็งท่อนหนึ่งอยู่เท่านั้น
“ไม่กลัว…” กู้ซีจิ่วร้อนจนหัวสมองพร่าเลือนเล็กน้อย ตอบกลับไปตามจิตใต้สำนึก “ข้าก็แค่ทำเหมือนกอดท่อนไม้น้ำแข็งท่อนหนึ่งอยู่เท่านั้น”
ตี้ฝูอีนิ่งงัน
เขาสะบัดแขนเสือทันที กู้ซีจิ่วก็ถูกผลักออกไป…
และหลังจากถูกผลักออกไปครานี้ กู้ซีจิ่วก็เข้าใกล้ร่างเขาไม่ได้อีกต่อไป
รอบกายเขาคล้ายกับมีครอบโปร่งแสงปกคลุมอยู่ ทำให้เธอถูกดีดออกไป เข้าใกล้เขาในระยะสามฉื่อไม่ได้
อีกทั้งเหมือนว่าภายในรถม้าจะร้อนขึ้นยิ่งกว่าเดิม ร้อนราวกับลังถึงก็มิปาน และเธอก็คือหมูหันที่ถูกใส่เข้าไปในลังถึง…
ในที่สุดกู้ซีจิ่วก็ร้อนจนเป็นลมไป อุณหภูมิในรถม้าลดลงแล้ว ผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนหนึ่งซับลงบน ใบหน้าเธอ เช็ดเหงื่อทั้งหมดบนใบหน้าออกให้
หมวกคหบดีของเธอหล่นลงมา เผยให้เห็นเส้นผมดกดำดุจเส้นไหม
ทั่วร่างเธอตั้งแต่หัวจรดเท้ามีเพียงผมเท่านั้นที่ยังคงสภาพเดิมไว้ แต่บัดนี้กลับเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ราวกับงมร่างคนขึ้นมาจากน้ำ
ฝ่ายตี้ฝูอีหลุบตามองนางครู่หนึ่ง สะบัดแขนเสื้อไปทางนางเล็กน้อย เสื้อคลุมที่ชุ่มโชกเหงื่อและยับยุ่งจากการกลิ้งเปลี่ยนเป็นแห้งสะอาดเรียบร้อย จุดเดียวที่ไม่เรียบร้อยก็คือสาบเสื้อของนาง ก่อนหน้านี้นางคงจะร้อนเกินไป เลยคลายสาบเสื้อออกด้วยความเลอะเลือน บัดนี้สาบเสื้ออ้าออกกว้างเผยให้เห็นสัดส่วนขาวผ่องอย่างวับๆ แวมๆ…
เดิมทีตี้ฝูอีละสายตาไปเพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา แต่เหมือนตระหนักถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงหันเหสายตากลับมาอีกครั้ง จ้องแผ่นอกขาวผ่องนั้นอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นยื่นมือออกไป
ไม่เพียงไม่ช่วยผูกสาบเสื้อให้ กลับแบะสาบเสื้อให้กว้างขึ้นอีก ในที่สุดเขาก็เห็นทิวทัศน์ภายในชัดเจน คิ้วงามเลิกขึ้น!
สาวน้อยฝีมือเยี่ยมยอดนัก!
สิ่งที่อยู่ด้านในคล้ายกับผิวหนังจริงๆ ทั้งยังเป็นผิวหนังขาวซีดอุดมไขมันของชายอ้วนทั่วไปด้วย ทำให้เขาอยากจะดึงออกแทนนาง จริงๆ! จะได้ไม่เคืองสายตาอยู่เช่นนี้!
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยื่นมือไปอีกครั้ง ดูเหมือนอยากสอดมือเข้าไปลูบไล้ภายในสาบเสื้อของนางดู แต่สุดท้ายก็ข่มกลั้นใจไว้
ตี้ฝูอีอุ้มนางขึ้นมา เอนร่างนางพิงเบาะนุ่มอันหนึ่ง จากนั้นก็เลิกแขนเสื้อของนางขึ้นเพื่อดูแขน แขนของนางก็ขาวอวบอ้วน ด้านบนมีขนอ่อนตามปกติอยู่ด้วย!
นัยน์ตาของเขาฉายแววสนใจใคร่รู้ บีบแขนนางครั้งแล้วครั้งเล่า คลึงแล้วคลึงอีก ราวกับทดสอบประสาทสัมผัสมือ…
เป็นวิชาแปลงโฉมที่ลํ้าเลิศยิ่งนัก!
แม้แต่เขาก็ไม่แน่ว่าจะทำออกมาได้สมจริงถึงเพียงนี้!
หากเขาไม่มีวิธีตรวจสอบแบบพิเศษ เกรงว่าคงถูกนางตบตาไปแล้ว!
ที่แท้แล้วนางเรียนรู้ทักษะนี้มาจากผู้ใดกัน?
นางถึงเชี่ยวชาญอย่างที่พบเห็นได้ยากเช่นนี้!
ถึงกับแปลงโฉมได้ทั้งตัว เขาถึงขั้นสงสัยว่าส่วนลับของนางก็ผ่านการแปลงโฉมด้วยแล้ว ไม่แน่อาจมีเครื่องเพศของบุรุษอยู่ด้วยจริงๆ
สายตาของเขาเหลือบมองท่อนล่างนางอย่างอดใจไว้ไม่อยู่ ตรงนั้นมีเสื้อคลุมซ้อนทับกันบดบังอยู่เลยมองอะไรไม่ออก เขาชะงักเล็กน้อย มีอปัดผ่านส่วนนั้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ค่อยยังชั่ว ไม่มี!
ดูเหมือนนางยังพอมีศีลธรรมอยู่บ้าง เขาไล้มือบนหน้านาง ถอนหายใจเบาๆ “เด็กน้อย เจ้าไม่ธรรมดา จริงๆ ที่แท้เจ้าเป็นใครกันแน่?”
หยกนภาที่อยู่บนข้อมือนางสาดแสงแวบหนึ่ง ปลายนิ้วตี้ฝูอีเคาะลงบนกำไลทันที!
แสงบนร่างหยกนภาหายไปโดยพลัน!
ตี้ฝูอีถึงได้พอใจ สำรวจผิวหนังปลอมบนร่างนางต่อไป…
เนื่องจากรถม้าขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ภายในรถจึงโคลงเคลงเล็กน้อย เขายกมือเคาะผนังรถม้า “ฉีดเลือดไก่[1]เข้าไปหรือ? ถึงวิ่งเร็วขนาดนี้?!”
เด็กหนุ่มที่บังคับรถอยู่ด้านนอกนิ่งเงียบ นายท่านผู้จุกจิก ไม่ใช่ท่านหรอกหรือที่สั่งให้เร็วขึ้นหน่อย?
วาจาของนายท่านคือราชโองการ ไม่สิ ทรงอำนาจกว่าราชโองการเสียอีก
ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงบังคับรถให้ช้าลง กลับมาเดินทางโดยใช้ความความเร็วคงที่เหมือนก่อนหน้านี้
…………………….
[1] ฉีดเลือดไก่ ในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมเชื่อกันว่าการ ‘ฉีดเลือดไก่’ เป็นวิธีรักษาสุขภาพที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากฉีดเข้าไปแล้วจะมีอาการคึกคัก เหมือนการดื่มเครี่องดื่มชูกำลังในสมัยนี้ ปัจจุบันคำนี้เลยถูกนำมาใช้ในความหมายว่า ‘คึกคัก’ หรือ ‘ตื่นเต้น’