บทที่ 86
ไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าท่านหรือ
โฉมงามคงเกรงว่าเธอจะบ้าคลั่งแล้วเอาชีวิตตนขึ้นมาจริงๆ จึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ปล่อยให้เธอมัดตามสบาย กู้ซีจิ่วนั้นเชี่ยวชาญในการมัดคนอย่างยิ่ง จึงมัดโฉมงามติดกับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้นางกระดิกตัวไม่ได้แม้แต่นิดเดียว พอมัดเสร็จ กู้ซีจิ่วก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มององค์หญิงคนงามแวบหนึ่ง คนที่สวยขนาดนี้ถูกมัดจนกลายเป็นแบบนี้ ก็นับเป็นความงดงามที่แสนโหดร้ายประเภทหนึ่ง มองไปแล้วน่าหลงใหลนัก ดวงตาฉํ่านํ้าที่จ้องมองกู้ซีจิ่วอยู่ นัยน์ตาสี
เข้มทำให้คนอ่านอารมณ์ไม่ออก…
องค์หญิงคนงามก้มมองแถบเศษผ้าที่พันมัดอยู่บนกายตนเล็กน้อย
ถึงกู้ซีจิ่วจะแสนรักหยกถนอมบุปผา[1]แต่ก็ไม่ได้ลามกจกเปรต จึงหลีกเลี่ยงหน้าอกนางเป็นพิเศษวิธีการมัดก็เหมือนกับที่ใช้มัดก้อนหิน หาได้มีสุนทรีย์ใดไม่
นัยน์ตาขององค์หญิงคนงามฉายแววสุดจะทนขึ้นมาแวบหนึ่ง นิ้วมือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อคล้ายจะอยากใช้คาถาบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ข่มใจเอาไวได้ นางทอดถอนใจหนักๆ คราหนึ่ง “ใครสอนให้เจ้ามัดคนแบบนี้กัน? น่าเกลียดจริง…”
กู้ซีจิ่วตะลึง ที่องค์หญิงคนงามใส่ใจก็คือเรื่องนี้หรอกหรือ?!
“ท่านไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าท่านหรือ?” กู้ซีจิ่วรู้สึกว่าองค์หญิงที่ถูกประคบประหงมอย่างดีจนเหมือนไข่ในหิน เวลานี้นางควรจะต้องหวาดกลัวมากไม่ใช่หรือ?
“ไม่กลัว หากเจ้าอยากฆ่าข้าคงลงมือตั้งแต่ก่อนหน้านี้ที่อยู่ในนํ้าแล้ว ไม่รอจนถึงป่านนี้หรอก” องค์หญิงคนงามตอบ
ดูท่าองค์หญิงผู้นี้จะเฉลียวฉลาดยิ่งนัก! ไม่ใช่แค่หมอนปักลาย[2]ใบหนึ่ง กู้ซีจิ่วพยักหน้าน้อยๆ “ท่านฉลาดนัก”
เจรจากับคนฉลาดทำให้เบาแรงไปได้มาก
“พวกเขาก็ชมข้าแบบนี้ พวกเขาถึงขนาดชมว่าข้าคือคนที่ฉลาดที่สุดในแผ่นดินนี้” องค์หญิงคนงามกล่าวด้วยนํ้าเสียงจริงจัง
องค์หญิงคนหนึ่งจะถูกผู้ติดตามเยินยอว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในใต้หล้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสักนิด ถึงอย่างไรคนในราชวงศ์ข้างกายก็มีพวกประจบสอพลอไม่น้อย
กู้ซีจิ่วเพียงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ไม่ได้พูดดับฝันผู้ที่แสนจะเชื่อมั่นในตนเอง แล้วเริ่มจัดการกับเสื้อคลุมสีขาวราวหิมะอีกตัวหนึ่ง หนนี้เธอไม่ได้ตัดมันออกเป็นเส้นๆ แต่ฉีกแขนเสื้อข้างหนึ่งออกซะ จากนั้นก็เดินไปหยุดตรงเบื้องหน้าองค์หญิงคนงาม
“เจ้าจะทำอะไร?” องค์หญิงคนงามมองแขนเสื้อข้างนั้น แล้วก็มองกู้ซีจิ่ว
“ใช้มันอุดปากท่าน” กู้ซีจิ่วเอ่ยตอบสั้นๆ พลางยื่นมือเตรียมจะยัดแขนเสื้อข้างนั้นเช้าไปในริมฝีปากเรียวเล็กสวยได้รูปของอีกฝ่าย
“ช้าก่อน!” โฉมงามรีบเอ่ย
กู้ซีจิ่วหยุดการเคลื่อนไหว แล้วมองนาง
โฉมงามทอดถอนใจออกมา “ที่จริงแล้วเปิ่นกงมีปัญหาข้อหนึ่งที่สงสัยยิ่งนัก ในเมื่อเจ้ากลัวว่าข้าจะตะโกนโวยวาย แล้วทำไมไม่สกัดจุดข้าเสียล่ะ? น่าจะง่ายกว่ามิใช่หรือ?”
กู้ซีจิ่วไม่ได้ตอบอะไร เพียงยัดแขนเสื้อข้างนั้นเข้าปากของนางเสีย หยุดยั้งการพล่ามไร้สาระของนาง
การสกัดจุดนั้นช่วยลดความยุ่งยากได้ก็จริง แต่ก็ต้องใช้กำลังภายในลึกลํ้า
ทว่าตอนนี้ในร่างเล็กๆ ของเธอมีกำลังภายในตื้นเขินนัก แถมตอนนี้ทรวงอกของเธอยังเจ็บปวดอย่างสาหัสอยู่ ใช้กำลังภายในไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ย่อมไม่อาจสกัดจุดโฉมงามได้
เมื่อจัดการองค์หญิงคนงามเรียบร้อยแล้ว หน้าผากของกู้ซีจิ่วก็มีหยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมออกมา
ในยามที่ถูกฝ่ามือนั้นขององค์รัชทายาทหรงเจียหลัวก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่เวลายิ่งผ่านไปนานเท่าใดก็ยิ่งกำเริบหนักขึ้นเท่านั้น ตอนนี้ในทรวงอกปวดร้าวเสียจนคล้ายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ก็มิปาน
เธอหยิบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมาแล้วเอาใส่ปากกลืนลงไป
ยาลูกกลอนนี้เป็นยาวิญญาณที่ช่วยฟื้นฟูเมื่อได้รับบาดเจ็บ เธอแอบขโมยมาจากห้องยาในจวนแม่ทัพ ลือกันว่าลํ้าค่าเป็นอย่างยิ่ง จึงถูกแม่ทัพใหญ่กู้เก็บซ่อนไว้อย่างแน่นหนา ทว่ากลับไม่อาจรอดพ้นสายตาของกู้ซีจิ่วได้…
ถึงแม้กู้ซีจิ่วรู้วิชาแพทย์และสามารถปรุงยาได้ แต่ระยะเวลาที่เธอมาถึงยุคนี้มันสั้นเกินไป หลอมกลั่นยาวิญญาณไม่ทัน ดังนั้นยาที่พกติดตัวจึงเป็นยาที่มีอยู่แล้วในโลกนี้
………………………….
[1] รักหยกถนอมบุปผา หมายถึง ทะนุถนอมอ่อนโยนต่อสตรี
[2] หมอนปักลาย หมายถึง ดูดีแต่เปลือกนอก