Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 358


บทที่ 358 แปลกใจไหม? (ปลาย)

……

ตกกลางคืน กลุ่มคนปริศนาเร้นกายออกจากเมืองหลวงไปอย่างเงียบเชียบ คนทั้งหมดมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน-สุดเขตตอนใต้แผ่นดินชิง!……

……

เป้าหมายของพวกเขาคือเยี่ยฉวน!!……

..

เมื่อสถานศึกษาฉางมู่ ดินแดนอันธการและอาณาจักรต้าอวิ๋นขอความร่วมมือ มีหรือที่กลุ่มตระกูลใหญ่จะกล้าปฏิเสธ ใครที่กล้าปฏิเสธ คนผู้นั้นไม่อาจมีชีวิตอยู่ในอาณาจักรต้าอวิ๋นได้ต่อไป ด้วยทั้งสามกองกำลังถือเป็นกลุ่มอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินชิง

ในบริเวณที่รกร้างแห่งหนึ่งทางตอนใต้ ลำแสงกระบี่ปรากฏค้างอยู่ในอากาศ ซึ่งลำแสงยังคงอยู่เช่นนั้นนานเท่านาน

ณ สถานที่แห่งหนึ่งท่ามกลางความมืด มู่ซ่วนชิงยืนอยู่ที่นั้นด้านข้างคือจ้าวทมิฬ สายตาของทั้งคู่กำลังจับจ้องลงไปยังลำแสงกระบี่ซึ่งเปล่งรัศมีขึ้นมาจากด้านล่าง

คนที่ยืนข้างมู่ซ่วนชิง เสียงจ้าวทมิฬพูดขึ้นทันทีว่า “เจ้าแน่ใจนะ?”

อีกฝ่ายเหยียดมุมปากก่อนตอบว่า “ใต้พื้นดินข้าได้วางค่ายกลผนึกวิญญาณ ซึ่งสามารถสกัดพลังชี่ของเขา จนไม่สามารถใช้กระบี่ได้ ต่อให้กล้าแกร่งเพียงใดถ้าไม่มีอาวุธ ความกล้าแกร่งจะลดลงครึ่งหนึ่ง เมื่อถึงตอนนั้นจะฆ่ามันก็คงไม่ยากเย็น แต่ถึงมันจะไม่ตายก็ไม่เป็นไร เพราะกระบี่มีสิ่งที่ทำให้มันตกใจแทบสิ้นสติเลยทีเดียว!”

ขณะพูดพลางเหลือบตามองจ้าวทมิฬ “ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”

คนจึงตอบว่า “คนของข้าพบร่องรอยของเขาแล้ว เวลานี้อยู่ไม่ไกลจากที่นี่คาดว่าอีกไม่นานน่าจะมาถึง”

มู่ซ่วนชิงฟังพลางพยักหน้าขณะกำมือแน่น แววตายะเยือกฉายวาบ “คนของข้าที่ใต้ดินก็พร้อมแล้ว เมื่อใดที่เขาเข้าสู่ค่ายกล ค่ายกลจะเปิดใช้งานทันที อย่าให้มันมีโอกาสตอบโต้ได้!”

จ้าวทมิฬพลันถามขึ้นว่า “ข้ามีบางอย่างข้องใจ เหตุใดเวลานี้เหลียนว่านหลี่จึงหันมาให้ความช่วยเหลืออย่างมากเช่นนี้? เจ้าก็รู้ว่าระหว่างอาณาจักรต้าอวิ๋นกับเยี่ยฉวน ไม่เคยปรากฏความแค้นเคืองต่อกันมาก่อน นางเกิดอยากได้ชัยชนะเหนือแผ่นดินชิงขึ้นมาบ้างละมัง?”

มู่ซ่วนชิงแสยะปาก เอ่ยวาจาเย้ยหยัน “คนผู้นั้นมีนิสัยทะเยอทะยาน จึงไม่แปลกถ้านางจะคิดเช่นนั้น”

อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างเห็นพ้องด้วย “ถ้านางคิดจะได้ชัยชนะเหนือแผ่นดินชิงจริง คงไม่ง่ายนักหากปราศจากฉางมู่ให้การสนับสนุน”

สถานศึกษาฉางมู่มีสาขามากมายกระจายทั่วทุกแว่นแคว้นในแผ่นดินชิง หากสถานศึกษาแห่งนี้ให้การสนับสนุนอาณาจักรต้าอวิ๋น การได้รับชัยชนะเหนือแผ่นดินชิงจะยิ่งง่ายมากขึ้นอีก ด้วยสถานศึกษาฉางมู่นับเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในดินแดนแถบนี้!

สถานที่ใต้ดิน

ในสถานที่แห่งนี้เป็นที่รวมตัวของผู้คนนับร้อยจากทุกแห่งหน คนที่จัดว่าอ่อนด้อยที่สุดเป็นคนที่มีขั้นพลังสันโดษ

ฝีมือระดับพระกาฬ!

ล้วนแต่เป็นคนมีฝีมือระดับพระกาฬจากสถานศึกษาฉางมู่และดินแดนอันธการ ส่วนคนยี่สิบคนที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ล้วนแล้วแต่อยู่ในขั้นสุดยอดพลังผสานเทพทั้งสิ้น!

แน่นอนว่าค่ายกลใหญ่ใต้ดินครั้งนี้จะว่าเป็นการเผยไพ่ใบสำคัญย่อมไม่ผิดเพี้ยน

พลังสกัดกั้น!

ทันทีที่เยี่ยฉวนลงไปในชั้นใต้ดิน จะทำให้ค่ายกลใหญ่ถูกเปิดใช้งาน โดยเขาจะถูกสกัดกั้นมิให้ใช้พลังชี่หรือทักษะอื่นใดได้เลย เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาจะจู่โจมเข้าพร้อมกันในคราวเดียว และเยี่ยฉวนจะไม่มีทางรอดเป็นแน่!

ซึ่งในการตั้งค่ายกลครั้งนี้ขึ้นมา ฉางมู่และดินแดนอันธการต้องเสียทุนทรัพย์ไปอย่างน้อยห้าร้อยล้านเหรียญทองกับสุดยอดศิลาจิตวิญญาณนับสิบล้านชิ้น

และเหนือสิ่งอื่นใดคือพวกเขาขอยืมกระบี่ขั้นสวรรค์มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์.

ครั้งนี้พวกเขายอมสละทรัพย์สมบัติจำนวนมากมหาศาล!

ทั้งหมดที่ว่าเพียงเพื่อกำจัดเยี่ยฉวนให้สิ้นซาก!!!

ขั้นพลังของเยี่ยฉวนที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็วกับสถานศึกษาฉางหลาน เวลานี้มิใช่แค่สร้างความกังวลใจทว่าเป็นความกลัว!

ถ้าขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป สถานะของเยี่ยฉวนและฉางหลานบนแผ่นดินชิงย่อมต้องแปรเปลี่ยนไม่วันใดก็วันหนึ่ง และแม้แต่การเป็นภัยคุกคามต่อสถานะผู้ทรงอำนาจของพวกตน บัดนี้หนทางของพวกเขาและเยี่ยฉวนได้เดินมาถึงทางตันเสียแล้ว ไม่มีทางที่จะหันมาประนีประนอมกันได้อีกต่อไป!

ดินแดนอันธการและสถานศึกษาฉางมู่ไม่มีทางถอยหลัง!!

เวลาค่อยเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า

หนึ่งชั่วยามถัดมา บุรุษสวมชุดดำมีหีบกระบี่เหน็บอยู่ข้างหลังเคลื่อนกายอยู่ท่ามกลางป่ารกร้าง ท่าทีเดินก้มหน้าและสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าที่แท้จริง เมื่อจับทิศทางของชายผู้นี้……จึงเห็นชัดว่ากำลังมุ่งหน้าไปในทางที่มีแสงแห่งกระบี่ปรากฏ!

เมื่อเห็นชายปริศนากำลังมุ่งหน้าไป มู่ซ่วนชิงซึ่งเร้นกายอยู่ในความมืด เขาหรี่นันย์ตาลงเล็กน้อย “เขามาแล้ว!”

จ้าวทมิฬผงกศีรษะก่อนจะถอยไปอย่างเงียบเชียบ

ณ สถานที่ใต้ดิน คนราวหนึ่งร้อยตั้งท่าเตรียมพร้อมจู่โจม

สีหน้าและท่าทางของแต่ละคนเคร่งเครียดจริงจังเป็นอย่างยิ่ง ด้วยพวกเขาทุกคนต่างรู้ดี ว่าคนที่ตนกำลังจะเผชิญหน้าในอีกไม่ช้านั้นเป็นจ้าวกระบี่หนุ่มแห่งแผ่นดินชิง!

นอกจากนั้น ในตัวเยี่ยฉวนยังมีสิบสองมนุษย์ทองคำ! เคราะห์ดีที่พวกเขาต่างเตรียมการรับมือไว้แล้ว

แค่รอให้อีกฝ่ายเหยียบย่างเข้ามาที่นี่เท่านั้น เยี่ยฉวนไม่มีทางมีชีวิตรอดออกไปได้อย่างแน่นอน!

ที่ข้างบนพื้นดิน บุรุษชุดดำเดินตรงไปยังลำแสงกระบี่ใกล้เข้าไปทุกที ขณะนั้นเอง เขาทำท่าจะเข้าไปในบริเวณค่ายกลใหญ่ พลันบุรุษชุดดำชะงักฝีเท้าหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่

มู่ซ่วนชิงนิ่งงัน เขาหยุดทำไม?

จู่ๆ ชายชุดดำลดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นและเริ่มบริกรรม

มู่ซ่วนชิงนิ่วหน้า หัวคิ้วขมวดแน่น “เจ้านั่นทำบ้าอะไร?”

ขณะที่เวลาคล้อยเคลื่อนไปช้าๆ คนที่บนพื้นดินยังนั่งนิ่งไม่ไหวติงอยู่อย่างนั้น

กระทั่งผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม จ้าวทมิฬพลันออกปรากฏกายด้านข้างมู่ซ่วนชิง พูดพึมพำน้ำเสียงคลางแคลงใจ “ท่าจะไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว!”

อีกฝ่ายไม่ละสายตาเคร่งขรึมที่กำลังจ้องเขม็งไปที่ชายชุดดำด้านล่าง “ให้ใครเข้าไปดูใกล้ๆ!”

จ้าวทมิฬพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง ขณะนั้นเอง ชายชุดดำยกมือขึ้นถอดหน้ากากซึ่งกำลังสวมไว้ออกทันที พลันที่เห็นใบหน้าของคนชุดดำถนัดชัดเจน ทั้งมู่ซ่วนชิงและจ้าวทมิฬต่างสีหน้าวูบเปลี่ยนเป็นหมองคล้ำ!

ชายชุดดำมิใช่เยี่ยฉวน ทว่าเป็นโม่อวิ๋นฉี!

โม่อวิ๋นฉีเงยหน้าแหงนมองบนท้องฟ้า มุมปากยกยิ้มน้อยๆ “แปลกใจไหมเล่า? คาดไม่ถึงสินะ?”

มู่ซ่วนชิงเม้มปากแน่น ยามนี้หน้าตาบิดเบี้ยวน่ากลัว!

พลันที่ว่างในอากาศเบื้องหน้าบังเกิดสั่นไหวทีละน้อย ขณะต่อมาใบหน้าของคนแปรเปลี่ยนถมึงทึง ส่งเสียงแผดดังปานกัมปนาท “ถอนค่ายกลด่วน! ทุกคนกลับฉางมู่เดี๋ยวนี้!”

หลังจากนั้น ทั้งคนออกคำสั่งและจ้าวทมิฬได้หายวาบไปจากสถานที่ทันที คนทั้งสองมีความรวดเร็วอย่างยิ่ง เพียงชั่วพริบตาร่างของทั้งคู่ก็หายลับไปจากท้องฟ้าแล้ว

ณ เชิงเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานศึกษาฉางมู่ เขตแดนต้าอวิ๋น

ชายสวมชุดดำทั้งชุดข้างหลังสะพายหีบกระบี่ กำลังยืนประจันหน้ากับศิษย์ฉางมู่จำนวนหนึ่ง!

คนสวมชุดดำไม่ได้ออกจู่โจม และศิษย์ฉางมู่ก็หวาดกลัวเกินกว่าจะเริ่มจู่โจมเพราะคนตรงหน้านี่คือเยี่ยฉวน!

ด้วยมู่ซ่วนชิงและจ้าวทมิฬมีความว่องไวเป็นเลิศ ทั้งสองจึงมุ่งหน้ากลับฉางหลานด้วยเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น

เมื่อเห็นว่าสถานศึกษาฉางมู่ยังอยู่รอดปลอดภัย มู่ซ่วนชิงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก เขาและจ้าวทมิฬพากันทะยานจากอากาศลงเบื้องหน้าชายสวมชุดดำ สายตาจ้องเขม็งชายชุดดำขณะกำลังเอ่ยปาก “เยี่ยฉวน เจ้า.”

จังหวะเดียวกัน ชายสวมชุดดำยกมือขึ้นปลดปมเชือกผ้าคลุมออกเผยให้เห็นใบหน้าของคน

ทันทีที่เห็นโฉมหน้าของชายสวมชุดดำ สีหน้าของมูฉิงซ่วนพลันแปรเปลี่ยนเผือดซีด ขณะที่คนถึงกับสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกสายฟ้าฟาดนับร้อยครั้ง!!!

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version