บทที่ 420 กำจัดคน! (ปลาย)
……
หญิงสาวคลี่ยิ้มท่าทางขบขับกับอากัปกิริยาของชายหนุ่ม “ข้าล้อเล่นน่ะ!” ……
……
เยี่ยฉวนยังไม่หายอึ้ง……
..
เหลียนว่านลี่เห็นเช่นนั้นจึงถอดเอาวงแหวนสัมภาระออกมาวางลงบนโต๊ะ “เอ้านี่ ข้ายกให้”
คนพูดหันหลังและออกไปทันทีโดยไม่รอคำตอบ
หลังจากที่คนสตรีคล้อยหลังไปไม่นาน เยี่ยฉวนเอื้อมมือหยิบของที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะขึ้นมา ทันทีที่พบว่าอะไรบรรจุอยู่ภายในชายหนุ่มก็ถึงกับนิ่งงันไป
กระบี่แท้จริง!
ในนั้นบรรจุกระบี่แท้จริงถึงสามเล่ม!
เก็บวงแหวนสัมภาระเรียบร้อยแล้วตัวเขาเองจึงรีบตามออกไปนอกโถงท้องพระโรง ทว่าเหลียนว่านลี่หายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว!
สตรีนางนั้นเป็นคนใจคอกว้างขวางอะไรเช่นนี้?
เยี่ยฉวนเกิดความรู้สึกค่อนข้างสับสน
ฉับพลันนั้นมีชายชราผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นทางเบื้องหน้า
จ้าวหอชั้นห้า!
คนเพิ่งมาถึงกดนิ้วชี้ลงไปทีหนึ่ง พลันนั้นเองวงแหวนสัมภาระปรากฏขึ้นต่อหน้าเยี่ยฉวน มีเสียงจ้าวหอพูดขึ้นว่า “พ่อหนุ่ม ของล้ำค่าที่เจ้าให้ข้านำไปขายนั้น แลกเป็นสุดยอดศิลาจิตวิญญาณได้ทั้งหมด 650 ล้านชิ้นอยู่ในวงแหวนสัมภาระอันนี้แล้ว”
สุดยอดศิลาจิตวิญญาณ 650 ล้านชิ้น!
เพียงแค่ได้ยินจำนวนเท่านั้น ทำเอาเยี่ยฉวนถึงกับมือไม้สั่น!
จ้าวหอชั้นห้าหัวเราะร่า “อย่าดูถูกคัมภีร์ทักษะยุทธ์ขั้นสวรรค์เด็ดขาด ของล้ำค่าชิ้นนี้ในแผ่นดินชิงใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ”
เยี่ยฉวนพยักหน้าแทนคำตอบ และหยิบวงแหวนสัมภาระส่งให้กับชายชราพลางพูดชี้แจงว่า “นี่คือสุดยอดศิลาจิตวิญญาณที่ข้าเป็นหนี้สำนักอัปสรเมรัยน่ะขอรับ”
คนจ้าวหอรับสิ่งของมาโดยไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด ก่อนชายชราทำท่านึกขึ้นได้บางอย่างพร้อมกับที่สีหน้าคนจะหมองหม่นลงเล็กน้อยและพูดว่า “พ่อหนุ่ม ทางเราได้ข่าวว่าที่แผ่นดินฉางหลานเกิดความวุ่นวาย! ภายในหนึ่งเดือนข้างหน้าแผ่นดินฉางหลานจะเหลือแต่คนตาย เมื่อถึงเวลานั้นเป็นได้ว่าคนกล้าแกร่งที่สุดจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะพากันหลั่งไหลเข้ามาในแผ่นดินชิง ไม่เพียงเท่านั้นเวลานี้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เองก็เริ่มปั่นป่วนวุ่นวาย คนที่อยู่ไม่ได้จะหนีมาที่แผ่นดินชิง! ทว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนดูท่าว่าจะถอนตัวจากแผ่นดินชิงและแผ่นดินฉางหลานแล้ว!”
คนพูดหันมามองหน้าเยี่ยฉวนและพูดมาอีกว่า “ถ้าเจ้าไม่คิดวางมือจากแคว้นเจียง แคว้นหนิงและสถานศึกษาฉางหลานแล้วละก็ เจ้าควรเตรียมแผนสำรองไว้เสียแต่เนิ่นๆ ด้วยจะดีกว่า!”
ชายหนุ่มสีหน้าเคร่งขรึม “แผ่นดินฉางหลานเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรขอรับ?”
จ้าวหอเหยียดมุมปากยิ้มฝืน “กองกำลังที่ว่าแข็งแกร่งที่สุดไม่เพียงวางมือจากการปกป้องแผ่นดินฉางหลาน ทว่ายังเริ่มฉกชิงปล้นวัตถุดิบพื้นฐานในท้องถิ่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เทียบกับคนที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แล้ว คนพวกนั้นกระทำชั่วไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษาฉางหลานซึ่งเป็นที่รวมของล้ำค่ามากมาย หลังจากที่ถูกปล้นไปหมดแล้วทางฉางหลานจึงรวบรวมบรรดาศิษย์ระดับมือพระกาฬกลับคืนไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์จนหมด”
ชายชราเหลือบตามองเยี่ยฉวนแวบหนึ่ง “ถ้าเจ้ากับอาณาจักรต้าอวิ๋นร่วมมือกันทำเช่นเดียวกับพวกเขา ข้าเชื่อแน่เหลือเกินว่าไม่เกินครึ่งเดือนแผ่นดินชิงจะกลายเป็นดินแดนมรณะโดยสมบูรณ์”
เห็นได้ชัดว่าเขากำลังถูกหยั่งเชิง
ชายหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปาก “ผู้อาวุโสอย่าห่วงเลย ถึงแม้ข้าจะหิวกระหายบ้างในบางครั้ง แต่เมื่อถ้าจะทำอะไรข้าจะคำนึงถึงผลที่จะตามมาทุกครั้งขอรับ”
อีกฝ่ายพยักหน้าช้าๆ “ข้าเชื่อว่าดูคนไม่ผิด”
พลันเยี่ยฉวนยื่นวงแหวนสัมภาระให้กับจ้าวหอตรงหน้า “ผู้อาวุโสในนี้มีสุดยอดศิลาจิตวิญญาณห้าร้อยล้านชิ้น ข้ารบกวนให้ท่านช่วยซื้อศาสตราวุธจิตวิญญาณจำนวนมาก รวมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์และเสื้อเกราะ แต่จะขอให้รีบสักหน่อยเพราะมีความจำเป็นต้องใช้งานจริงๆ ขอรับ”
อีกฝ่ายมองมาโดยไม่ซักถามอะไรมาก จึงรับวงแหวนสัมภาระมาแต่โดยดี “ขอเวลาเพียงห้าวัน ข้าจะส่งมาให้!”
จากนั้นจึงรีบกลับออกไป
เมื่อจ้าวหอชั้นห้าหายลับไป เยี่ยฉวนกลับเข้าไปห้องท้องพระโรงและเข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำทันที
เขานำกระบี่สามเล่มที่ได้รับมอบมาจากเหลียนว่านลี่ออกมา และจัดการสูบกลืนกระบี่เข้าสู่ร่างกายโดยไม่รีรออีกต่อต่อไป
เยี่ยฉวนไม่ได้ต้องการบรรลุขั้นพลังปราณสูงขึ้น ทว่าเพื่อเสริมพลังปราณให้กล้าแกร่ง!
ภายหลังจากสำเร็จขั้นผสานเทพ เขาจึงพบว่าตนเองยังมีจุดอ่อนหลายอย่างเมื่อได้ต่อสู้กับกับคนขั้นผนึกยุทธ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากพลังปราณที่ยังไม่เสถียร ฉะนั้นการออกทักษะกระบี่จึงไม่คล่องตัวเท่าที่ควร
เพราะความกล้าแกร่งในหลายๆ ด้านของเขานั้นสูงขึ้นกว่าแต่ก่อน และเยี่ยฉวนไม่มีเวลาปรับตัวมากนัก ดังนั้นจึงทำให้เขาไม่อาจออกพลังปะทะได้อย่างเต็มที่ในคราวที่ต่อสู้กับผู้เฒ่าเหอฮ่วน มิเช่นนั้นเขาอาจสังหารคนผู้นั้นได้เป็นแน่!
สิ่งสำคัญที่เขาต้องทำตอนนี้คือทำให้พลังปราณเสถียรมั่นคงและปรับตัวเองให้เข้ากับขั้นพลังผสานเทพ
.
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่
หลังจากผู้เฒ่าเหอฮ่วนกลับไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นเหตุให้คนในสำนักเหอฮ่วนถึงกับตกอกตกใจกันยกใหญ่
ด้วยสมาชิกของสำนักเหอฮ่วนไม่คาดคิดว่าคนที่ทำให้ผู้เฒ่าเหอฮ่วนได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้คือเยี่ยฉวน!
ในที่สุดสำนักเหอฮ่วนจึงตัดสินใจว่าจะต้องหาคนมาช่วยเหลือ เพราะเจ้าสำนักเหอฮ่วนเองไม่อาจทิ้งภาระกิจที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์กลับมาได้ในขณะนี้ ถ้าสำนักเหอฮ่วนไม่หาคนกล้าแกร่งมาให้ความคุ้มครอง ก็จะถูกพวกที่มุ่งร้ายจ้องทำลายเอาได้ ด้วยเวลานี้ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็กำลังชุลมุนวุ่นวายไม่แพ้ที่อื่น!
ดังนั้นภายหลังจากรักษาตัวจนหายดีแล้ว ผู้เฒ่าเหอฮ่วนจึงรีบรุดไปยังสำนักเหมันตอุดรในฐานะตัวแทนของสำนักเหอฮ่วนทันที
สำหรับกองกำลังทั้งหมดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ สำนักเหมัตอุดรจัดอยู่ในอันดับต้นก็ว่าได้ ด้วยความพิเศษทางภูมิประเทศที่ตั้ง เพราะฉะนั้นกองกำลังทั่วไปอื่นๆ ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์จึงไม่กล้ากระทำยั่วยุให้ขัดเคืองต่อที่นี่ โดยเฉพาะในเวลานี้ที่นับตั้งแต่สำนักได้ธิดาเหมันตอุดรมาครอบครอง ดูเหมือนจะทำให้สำนักแห่งนี้ได้สิทธิพิเศษหลายอย่างเพิ่มมากขึ้น!
ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเหมันตอุดร!
ในเวลานี้นางจัดว่าเป็นที่สุดแห่งอัจฉริยะยอดฝีมือในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งปัจจุบันนางรั้งอันดับหนึ่งในห้าอันดับต้นแห่งทำเนียบยอดคนแล้ว
วันนี้เป้าประสงค์ของการมาเยือนสำนักเหมันตอุดรของผู้เฒ่าเหอฮ่วนคือธิดาเหมันตอุดร เพราะเป็นการขอช่วยเหลือจากกำลังเพียงคนเดียว ซึ่งการจะขอให้ทั้งสำนักเหมันตอุดรมาช่วยเหลือนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าขอไปเพียงคนเดียวเท่านั้นจึงไม่น่ามีปัญหา
ณ สำนักเหมัตอุดร ผู้เฒ่าเหอฮ่วนยืนคอยอย่างใจเย็น บรรยากาศโดยรอบเย็นเฉียบจนเขาชักรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาตะหงิด
เวลาผ่านไปนานพอสมควร หญิงสาวหน้าตาสะสวยปรากฏกายขึ้นต่อหน้า ผู้เฒ่าเหอฮ่วนเห็นเข้าก็รีบค้อมตัวแสดงคารวะทักทาย ก่อนจะล้วงเอาเครื่องประดับทำจากหยกชิ้นหนึ่งยื่นให้สาวงามที่อยู่ตรงหน้า
สตรีรับของมาถือหลังจากพิจารณาดูเป็นครู่
จึงเงยหน้าขึ้นมองชายชราพลางถามขึ้นว่า “เจ้ามามีธุระอะไร?”
ผู้เฒ่าค้อมกายคารวะอีกครั้งจึงค่อยเอ่ยปากออกมา “ข้ามาเพื่อเชิญธิดาเหมันตอุดรไปช่วยสำนักเหอฮ่วนกำจัดคนที่แผ่นดินชิงขอรับ”
