Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 455


บทที่ 455 ความยุติธรรมแห่งป่า! (ปลาย)

……

ผู้เป็นเจ้าสำนักขยับทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าในเวลานั้นเองมีชายชุดดำอีกคนกำลังรีบร้อนมุ่งตรงเข้ามาแต่ไกล “ท่านเจ้าสำนัก ข้าได้รับข่าวร้าย……เยี่ยฉวนกำลังตรงมาทางนี้ อีกชั่วสิบอึดใจก็จะถึงแล้วขอรับ!” ……

……

“พวกเราถอย!” ……

..

เวลานี้เสวียเยว่ไม่ลังเลอีกต่อไป จึงรีบหันกลับ ออกไปจากสถานที่นั้นทันที

“เจ้าสำนัก ศิษย์หลายคนที่อยู่ในเมือง……” ชายชุดดำพูดตามหลัง

เสวียเยว่ตอบเสียงเหี้ยมเกรียม “เรียกพวกมันกลับไม่ทันแล้ว! พวกเราต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!”

จากนั้นร่างคนเริ่มสั่นน้อยๆ และไม่นานจึงหายวูบไป

เขาต้องรีบหนีหัวซุกหัวซุน

คนที่เคยถูกส่งไปเพื่อสังหารเยี่ยฉวนเป็นยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงถึงสองคน กับยอดฝีมือขั้นผนึกยุทธ์นับสิบคนและยอดฝีมืออื่นหลายร้อย!

แต่ตอนนี้สิ คนเหล่านั้นหายสูญไปขณะที่เยี่ยฉวนยังรอดชีวิต

ที่สำคัญเยี่ยฉวนสามารถสังหารคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพ ย่อมหมายความว่าชายหนุ่มสามารถสังหารตนได้!

หนี!

เมื่อเสวียหลบหนีจึงหายไปจากขอบฟ้าในเวลาไม่นานนัก ทว่าศิษย์ของสำนักมารโลหิตหาได้ว่องไวอย่างคนเจ้าสำนักไม่ ดังนั้นเมื่อพวกมันรีบออกไปทางประตูเมือง จึงเป็นเวลาเดียวกับที่ลำแสงกระบี่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอันเป็นลำแสงกระบี่ของเยี่ยฉวนนั่นเอง

เมื่อเห็นเยี่ยฉวนเท่านั้นคนที่เป็นศิษย์สำนักมารโลหิตพากันทำหน้าตื่นด้วยควาหวาดกลัว ถ้าเป็นยอดฝีมือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์คนอื่นอาจไม่ค่อยรู้จักหน้าค่าตาเยี่ยฉวน ทว่าศิษย์สำนักมารโลหิตคุ้นหน้าคุ้นตาคนผู้นี้เป็นอย่างดี เขาคือเยี่ยฉวนคนที่ตัดศีรษะศิษย์ระดับมือพระกาฬของสำนักมารโลหิตกว่าสามสิบคน เสียบประจานไว้ที่นอกประตูเมืองแคว้นเจียง

ครู่หนึ่งคนท่าทางอาวุโสของสำนักมารโลหิตเดินออกมาข้างหน้า สายตาเขม้นมองตรงมายังเยี่ยฉวนก่อนเอ่ยขึ้นว่า “นายท่าน พวกเรากำลังจะรีบไปเดี๋ยวนี้และจะไม่กลับมาเหยียบแผ่นดินชิงอีก ข้า..”

ทว่ากระบี่เล่มหนึ่งทะยานวูบออกจากหีบกระบี่ข้างหลังของเยี่ยฉวนพร้อมมีแสงสว่างวาบ

ฉัวะ!

พลันศีรษะผู้พูดคนอาวุโสแห่งสำนักมารโลหิตขาดสะบั้นในทันที!

เมื่อเห็นเช่นนั้นศิษย์สำนักมารโลหิตหน้าตาบิดเบี้ยวเหยเก จากนั้นต่างคนต่างวิ่งหนีกระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง

เยี่ยฉวนมองดูพลางส่ายหน้า “พวกเจ้าบอกว่าจะกลับก็กลับงั้นหรือ? สายเกินไป!”

ว่าแล้วเขาตวัดมือขึ้นไปในอากาศหลายครั้ง และจึงมีกระบี่ทะยานออกจากหีบด้านหลังทุกครั้ง

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ……

ภาพที่ปรากฏร่างไร้วิญญาณของศิษย์สำนักมารโลหิตร่วงหล่นลงไปบนพื้นดินทีละคนสองคน!

สังหารหมู่!

นับเป็นการสังหารหมู่ขั้นเด็ดขาด ไม่มีศิษย์สำนักมารโลหิตคนใดสามารถต้านทานกระบี่บินของเยี่ยฉวนได้แม้คนเดียว

ภายในครึ่งก้านธูป ศิษย์สำนักมารโลหิตถูกสังหารล้มตายกันเป็นเบือ และทุกร่างถูกสะบั้นศีรษะในทำนองเดียวกัน จากนั้นไม่นานพื้นดินในละแวกนองราวกับย้อมด้วยสีแดงฉานของโลหิต

เยี่ยฉวนขยับนิ้วมือเล็กน้อย จากนั้นกระบี่บินทั้งหมดได้ทะยานย้อนกลับสู่หีบกระบี่ที่ผู้เป็นเจ้าของสะพายไว้ข้างหลัง

ขณะนั้นกองทหารม้าขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลานตรงรี่มายังเยี่ยฉวน ทหารทั้งหมดกระโจนลงจากหลังม้าแล้วจึงพร้อมใจทรุดเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้น

ชายหนุ่มเก็บกระบี่หลิงซิ่วกลับคืนก่อนทำการเช็ดคราบโลหิตบนใบหน้า จากนั้นจึงชี้ไปยังกำแพงเมืองด้านหนึ่งและว่า “พวกเจ้านำศีรษะพวกนี้เสียบประจานไปที่กำแพงเมืองหลวง กระจายข่าวไปให้ทั่วแผ่นดินชิงว่าเวลานี้ข้ากำลังจนกรอบ ใครที่คิดจะมาย่ำยีที่นี่เชิญดาหน้ามากันได้เลย!”

ว่าแล้วก็หันไปเก็นกวาดวงแหวนสัมภาระจากร่างไร้วิญญาณ จากนั้นจึงกลับออกไป

เรื่องที่เกิดขึ้นในแคว้นหนิงแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับคำประกาศของเยี่ยฉวน

ข่าวสารที่แพร่ออกไป สร้างความเจ็บแค้นให้แก่คนที่มีพลังอำนาจจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในทันที

ช่างยโสโอหังอะไรเช่นนี้!

ไม่น่าแปลกใจที่เยี่ยฉวนหยิ่งผยองปานนี้! เขาได้ท้าทายอำนาจคนทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์เข้าแล้ว

บัดนี้คนยอดฝีมือแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์พากันโกรธเคืองไม่ชอบใจกับคำพูดดังกล่าว!

เยี่ยฉวนเป็นใครจึงกล้าแสดงกิริยายั่วโมโหได้ถึงเพียงนี้? ดังนั้นจึงมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามายังแคว้นหนิงหลายก๊กหลายกลุ่มมากมาย

ความจริงเหตุผลสำคัญซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดใจให้พวกเขามาที่นี่คือเงินรางวัล

รางวัลนำจับจำนวนมหาศาลของสำนักผู้ตรวจการแขตแดนเป็นเครื่องดึงดูดใจไม่น้อย!

หากสังหารเยี่ยฉวนได้พวกเขาจะได้รางวัลเป็นสิ่งของล้ำค่า บางทีจะมากกว่าสมบัติที่ได้จากการปล้นแคว้นหลายแคว้นด้วยซ้ำ!

เมื่อข้อเสนอมีรางวัลสูงลิ่วกลุ่มคนที่มีความกล้าหาญจึงกระโดดเข้าใส่ ดังนั้นถึงแม้จะรู้ว่าเยี่ยฉวนมิใช่ยอดฝีมือธรรมดาๆ พวกเขายังมาด้วยความเต็มใจ บางคนมาด้วยพกความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างเต็มที่ ในขณะที่บางคนมาเพราะอยากได้รางวัลนำจับ

อย่างไรก็ตามคนที่หวาดกลัวก็มีมาก โดยเฉพาะคนที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเคยมายังแคว้นหนิงและแคว้นเจียง ทว่าบัดนี้พวกเขาต่างพากันหนีไปให้ไกลจากทั้งสองแคว้น

ด้วยเยี่ยฉวนทำการสังหารเจ้าสำนักเหอฮวน หัวหน้าชุมนุมฮวนเสี่ยวและศิษย์ของสองชุมนุมสำนักอีกกว่าสองร้อยชีวิตจนหมด

ชายหนุ่มเป็นคนที่มีพลังอำนาจมาก มีคนเพียงไม่กี่คนที่สามารถรับมือกับเข้าได้

พูดง่ายๆ คนที่มาแคว้นหนิงซ้ำอีกในครั้งนี้ ส่วนใหญ่ต้องเป็นคนที่มีความมั่นใจในฝีมือตัวเอง แน่ละต้องมีพวกที่ชอบใจร้อนวู่วามปะปนมาด้วย

ภายในวังหลวงแคว้นหนิง

เยี่ยฉวนไม่ได้กลับแคว้นเจียงไปในทันที ด้วยเขามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำนั่นคือกู้คืนหอคอยแห่งเรือนจำโดยเร็วที่สุด

เวลานี้เขาได้สุดยอดศิลาจิตวิญญาณมาแล้วราวร้อยล้านชิ้น!

โดยได้จากเจ้าสำนักของสำนักเหอฮวนและชุมนุมฮวนเสี่ยวราวเจ็ดสิบถึงแปดสิบล้านชิ้น และสุดยอดศิลาจิตวิญญาณที่ได้จากศิษย์อื่นๆ อีกราวสิบกว่าล้านชิ้น

สำหรับเขาแล้วจึงไม่แปลกเลยที่สิ่งนี้เปรียบได้กับสมบัติอันล้ำค่ามหาศาล!

นอกจากนี้ของล้ำค่าที่เยี่ยฉวนได้รับชิ้นอื่นอย่างเช่น ศาสตราวุธจิตวิญญาณหลายชิ้น คัมภีร์พลังปราณจำนวนมากและทักษะยุทธ์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งล้วนจัดว่าเป็นสมบัติล้ำค่าด้วยเช่นกัน มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่าสุดยอดศิลาจิตวิญญาณสิบล้านชิ้น

ในห้องพัก เยี่ยฉวนนั่งขัดสมาธิอยู่บนที่นอน ก่อนจะเริ่มดูดกลืนสุดยอดศิลาจิตวิญญาณเข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำ ซึ่งบัดนี้มีสภาพไม่ต่างจากหลุมดำล้ำลึกไม่อาจหยั่งถึง หลังจากที่ส่งสุดยอดศิลาจิตวิญญาณลงไปกว่าสิบล้านชิ้น หอคอยยังคงนิ่งไม่กระเตื้องแม้แต่น้อย

ผ่านไปราวครึ่งก้านธูป เป็นสุดยอดศิลาจิตวิญญาณกว่าหนึ่งร้อยล้านชิ้นแล้วที่กลืนหายๆ!

ทว่ายังไร้วี่แววของหอคอยแห่งเรือนจำ!

สังเกตเห็นเช่นนั้นเยี่ยฉวนรู้สึกรันทดหดหู่ใจจึงนิ่งงันไปจนเนิ่นนาน ในที่สุดเมื่อไม่รู้จะทำอย่างไรจึงล้มตัวหงายผลึ่งลงไปบนที่นอน เสียงบ่นเบาๆ กับตัวเองดังพึมพำ “อย่าล้อข้าเล่นอย่างนี้สิ……นี่มันเกินไปแล้วนะ!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version