Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 460


บทที่ 460 ข้าจะทำให้ดีที่สุด! (ต้น)

……

ตระกูลซือถูต้องการตอบโต้สำนักผู้ตรวจการเขตแดน อย่างนั้นหรือ?……

……

เยี่ยฉวนครุ่นคิดด้วยความรู้สึกสับสนในใจ!……

..

ซือถูหมิงจ้องเยี่ยฉวนเขม็งขณะพูด “เยี่ยฉวนเจ้าเป็นคนฉลาด น่าจะเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ดี เวลานี้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนประกาศตั้งค่าหัวของเจ้าไว้สูงลิบ ถึงแม้พวกเขาอยากจะใช้เจ้าเป็นเครื่องมือสร้างความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอำนาจในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม แต่คิดหรือว่าพวกมันจะยอมปล่อยเจ้าไป? คนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะยอมปล่อยเจ้าไปงั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนนิ่งงัน มือกำหมัดแน่นสีหน้าเผือดซีด

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ซือถูหมิงรีบเสริมขึ้นทันที “พวกมันไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่นอน ในเมื่อเจ้าเองก็ไม่คิดหนีอยู่แล้ว เหตุใดจึงไม่หันหน้าสู้กับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเสียเลยเล่า? ถ้าเลือกที่จะสู้ บางทีเจ้าจะยังมีโอกาสรอด!”

ชายหนุ่มสั่นศีรษะ “ข้าทำไม่ได้!”

ชายชราเอ่ยเบาๆ “ข้าบอกแล้วว่าตระกูลซือถูของเราจะช่วยเจ้าเอง ไม่เพียงตระกูลเท่านั้น ยังมีกลุ่มอำนาจที่เจ้าไม่รู้จักจะคอยให้ความช่วยเหลือในทางลับอีกด้วย!”

เยี่ยฉวนเงยหน้าขึ้นเบนหน้าไปทางซือถูหมิง “ทำไมข้าต้องเชื่อเจ้าด้วย?”

ชายชราตอบเสียงแหบต่ำ “คิดว่าเจ้ามีทางเลือกที่ดีกว่างั้นหรือ? ไม่เลย เจ้าไม่มีทางอื่น เห็นได้ชัดว่าเซียนกระบี่อาจารย์ของเจ้าไม่มีทางรับมือสำนักผู้ตรวจการเขตแดนได้เลย มีเพียงหนทางเดียวที่จะทำให้เจ้ามีโอกาสรอดชีวิตคือร่วมมือกับเรา”

ชายหนุ่มนิ่งเงียบ ในหัวกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

“ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพวกเรา เจ้าไม่รอดแน่” ชายชราซือถูหมิงเสริมมาอีก

เยี่ยฉวนถามเสียงแห้ง “เจ้าจะช่วยอย่างไร?”

ซือถูหมิงเหลือบตามองขึ้นไปเบื้องบนท้องฟ้า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนมุ่งจะทำลายแผ่นดินชิง พวกเราจะขัดขวางอย่าให้มันทำได้สำเร็จ เราต้องร่วมมือกันช่วยปกป้องแผ่นดินชิง!”

เยี่ยฉวนอดเหน็บแนมทำนองเย้ยหยันไม่ได้ “ไม่ใช่ว่าแผ่นดินชิงและแผ่นดินฉางหลานล่มสลาย แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่ยังคงอยู่หรอกหรือ?”

อีกฝ่ายตอบเสียงห้าวลึก “เดิมทีข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะอย่างนั้นข้าจึงมักสนับสนุนสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมาโดยตลอด ก่อนจะมารู้ภายหลังว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่ได้ทำเพื่อปกป้องดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่เพื่อแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานของแผ่นดินชิงและแผ่นดินฉางหลานต่างหาก ซึ่งข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาจึงต้องการแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานนั่นนักหนา แต่ถึงอย่างไรพวกมันมีเจตนาที่ไม่ดีแน่!”

สีหน้าเยี่ยฉวนฉงนสงสัยอย่างยิ่ง “เหตุใดพวกเขาจึงไม่เข้าไปปล้นเสียเอง? ทำอย่างนี้จะยิ่งยุ่งยากขึ้นไปอีก!”

ซือถูหมิงแสยะยิ้มเยาะหยัน “แหล่งวัตถุดิบพื้นฐานของแผ่นดินชิงตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ลึกลงไปใต้บาดาล ซึ่งมีความสามารถในการป้องกันตัวของมันเอง ถ้าสิ่งนั้นไม่ยินยอมพร้อมใจจะไม่มีวันปรากฏออกมาให้เห็นอย่างเด็ดขาด ต่อให้เป็นคนขั้นพลังสูงกว่าควบยุทธสะท้านภพยังไม่อาจบังคับได้ ถึงกระนั้นหากใช้โลหิตปริมาณมากก็จะสามารถทะลุทะลวงเข้าไปถึงใต้บาดาล ทำให้แหล่งวัตถุดิบหลีกหนีออกมาทางพื้นดินเพราะมันเกลียดกลิ่นโลหิต ที่ร้ายกว่านั้นพวกสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเป็นพวกปากอย่างใจอย่าง เจ้ารู้ไหม? ตอนนี้พวกมันจึงพยายามทำตัวเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมให้คนในโลกชิงฉางไว้วางใจอย่างไรล่ะ!”

หลังจากเงียบงันไปเป็นครู่ เยี่ยฉวนส่ายหน้าพร้อมกับถอนใจเฮือก “เหล่ายอดฝีมือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่บุกรุกเข้ามาในแผ่นดินชิงเล่า……จะสกัดพวกมันได้ยังไง?”

ซือถูหมิงมองเยี่ยฉวนด้วยสายตาแน่แน่ว “ในช่วงนี้กองกำลังหลักจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์น่าจะไม่เข้ามา ส่วนคนอื่นถ้าเป็นยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงพวกเราจะรับมือกับมันเอง แต่คนที่ขั้นพลังด้อยกว่านั้นให้เป็นหน้าที่เจ้าต้องจัดการกับพวกมัน”

ชายหนุ่มพยักหน้าว่าเป็นอันตกลง “เข้าใจแล้ว!”

ย่อมเป็นธรรมดาอยู่แล้วซึ่งเยี่ยฉวนเข้าใจดี ตระกูลซือถูและกลุ่มอำนาจที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังหลีกเลี่ยง ที่จะต่อกรกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนอย่างเห็นได้ชัด! จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตระกูลซือถูจึงหันมาหาเขา แท้ที่จริงพวกเขาต้องการให้เยี่ยฉวนเป็นคนเผชิญหน้ากับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนนั่นเอง!

เยี่ยฉวนก้มศีรษะเล็กน้อย ท่าทางสงบเยือกเย็น ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเขากำลังอะไร

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่มีคำตอบ ชายชรานิ่วหน้าก่อนพูดเปรยอย่างใจเย็น “ถ้าเจ้ายังลังเล ทางเลือกของเจ้าคงมีแต่ตายกับตาย แต่ถ้าเราร่วมมือกัน จะยังพอมีทางรอดยังไงล่ะ”

เยี่ยฉวนค่อยกำหมัดทั้งสองข้างช้าๆ ท่าทีบ่งชัดว่าเขาเองกำลังต่อสู้ดิ้นรนกับความคิดของตนอยู่ไม่น้อย อึดใจใหญ่ต่อมาเสียงสูดหายใจเข้าปอด ก่อนจะพูดว่า “ก็ได้ ข้าจะร่วมมือกับพวกเจ้า!”

เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของชายชราจึงคลายกังวลอย่างเห็นได้ชัด ด้วยพวกเขาไม่อยากเป็นฝ่ายปะทะโดยตรงกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน และไม่อยากร่วมสังคายนาด้วยอีกต่อไป ดังนั้นมีหนทางเดียวคือต้องจัดการขั้นเด็ดขาด!

และเยี่ยฉวนเป็นตัวเลือกที่จัดว่าสมน้ำสมเนื้อ

สำนักผู้ตรวจการเขตแดนต้องการใช้เยี่ยฉวนเป็นเครื่องมือทำให้กลุ่มอำนาจฆ่าฟันกันเอง ถ้าเช่นนั้นทำไมพวกเขาจะใช้เยี่ยฉวนกำจัดสำนักผู้ตรวจการเขตแดนบ้างไม่ได้?

พลันสายตาเหลือบมองไปทางชายหนุ่ม ความคิดเย้ยหยันวาบขึ้นในจิตใจ เจ้าหนุ่มน้อยนั่นกลายเป็นตัวหมากตัวหนึ่งบนกระดานเสียแล้ว!

ต่อมาเสียงห้าวของเยี่ยฉวนพูดขึ้นว่า “เท่าที่รู้ตอนนี้จอมยุทธ์จำนวนมากจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์บุกรุกเข้ามาในแผ่นดินชิง คนเหล่านั้นล้วนมีขั้นพลังสูงกว่าจอมยุทธ์ในแผ่นดินชิง การขัดขวางไม่ให้พวกมันเข้ามาปล้นสะดมคงทำได้ยาก!”

ชายชราหันมามองเยี่ยฉวน “เจ้าน่าจะไปร่วมกับเหล่าจอมยุทธ์ในแผ่นดินชิง ตราบใดที่พวกเจ้าร่วมมือร่วมใจกัน คงยากที่คนนอกจะเข้ามากร้ำกราย”

ชายหนุ่มพูดเสียงขรึม “ข้าจำเป็นต้องใช้เงิน!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายชราซือถูหมิงถึงกับนิ่งงันไปทันที

“ลองคิดสิว่าศัตรูของเจ้าเป็นใคร?” เสียงแหบห้าวของเยี่ยฉวนพูดต่อไป “ศัตรูเป็นถึงสำนักผู้ตรวจการเขตแดน! เราต้องยอมสละบางอย่างเพื่อบางอย่าง มิเช่นนั้นคงทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่รอความตายเท่านั้น!”

ฝ่ายชายชราซือถูหมิงนิ่งเงียบไปนาน กว่าจะเอ่ยออกมาว่า “เจ้าต้องใช้เงินเท่าไร?”

“ไม่มากนักหรอก!”

เยี่ยฉวนตอบเสียงเรียบ “สุดยอดศิลาจิตวิญญาณหนึ่งพันล้านชิ้นเท่านั้น!”

ซือถูหมิงหน้าตึงแววตาเย็นชาขึ้นมาทันที “สุดยอดศิลาจิตวิญญาณหนึ่งพันล้าน เจ้ายังว่าไม่มากอีกหรือ? แน่ใจนะ?”

เยี่ยฉวนส่ายหน้าพลางริมฝีปากคลี่ยิ้ม “ข้าจะบอกอะไรเจ้าสักอย่าง เจ้ารู้ไหมว่าก่อนหน้านี้บนโลกชิงฉางเคยเต็มไปด้วยค่ายกลลึกลับ?”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version