บทที่ 476 ล้างบางแผ่นดินชิง!
ท่ามกลางหุบเขาสูงชัน เยี่ยฉวนและโม่อวิ๋นฉีพร้อมกับพวกรีบรุดไปอย่างรวดเร็ว คนทั้งกลุ่มเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเต็มพิกัดจนเกิดประกายเพลิงลุกโชนไปตามทาง
ล้างบาง!
การไปของพวกเยี่ยฉวนในครั้งนี้เพื่อจะล้างบางจอมยุทธ์ ที่บุกมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งกระจายอยู่ทั่วแคว้นเจียง
คนเหล่านี้เสมือนเนื้อร้าย ซึ่งเยี่ยฉวนจะต้องกำจัดออกไปก่อนที่พวกสำนักมารอสูร และสำนักมารภูตผีจะพากันบุกเข้ามาในแผ่นดินชิง
หนึ่งชั่วยามต่อมาเยี่ยฉวนพร้อมด้วยโม่อวิ๋นฉีกับพวกก็มาถึงยังเมืองเล็กๆ ซึ่งตั้งบริเวณตะเข็บชายแดน ภาพที่ปรากฏต่อหน้าก่อให้เกิดความสลดหดหู่ใจแก่กลุ่มคนไม่กี่คนนี้อยู่ไม่น้อย
บัดนี้ด้วยพลังชี่จิตวิญญาณเสื่อมถอยลง อีกทั้งสภาพแวดล้อมของแผ่นดินชิงมีสภาพเลวร้ายลงทุกขณะ นอกจากนั้นแผ่นดินชิงยังถูกซ้ำเติมด้วยเหล่าจอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มากระทำย่ำยี จึงทำให้แม้แต่ในแคว้นเจียงเอง……หลายเมืองก็ได้กลายสภาพเกือบเป็นเมืองร้างไปแล้ว
เหตุที่กลายเป็นเมืองร้างเพราะบางเมืองชาวบ้านอพยพหลบหนี ในขณะที่บางเมืองชาวบ้านถูกสังหารตายหมด
ณ เชิงกำแพงเมือง
เยี่ยฉวนแหงนหน้าไปบนกำแพง ร่างไร้วิญญาณนับร้อยถูกแขวนเรียงราย!
ซากศพที่ถูกนำมาแขวนไว้นั้น บางศพมีสภาพโลหิตสดไหลอาบแสดงว่าพวกเขาเพิ่งถูกนำมาแขวนไว้เมื่อไม่นานมานี้
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้ผู้พบเห็นถึงกับเย็นวาบไปทั่วสันหลัง
เสียงแหบแห้งของโม่อวิ๋นฉีดังขึ้นจากด้านข้างเยี่ยฉวน “ที่ปรึกษาลู่ส่งข่าวแจ้งมาว่ามีจอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์กลุ่มหนึ่งมาชุมนุมกันอยู่ที่นี่ พวกมันยึดเมืองนี้ใช้เป็นค่ายและจะออกไปปล้นสะดมทุกวัน”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “ให้เวลาเจ้าครึ่งชั่วยามพอไหม?”
โม่อวิ๋นฉีเหยียดมุมปากยิ้มเยาะ “เจ้าดูถูกพวกเราเกินไปแล้ว!”
โดยไม่รีรอเขายกมือขึ้นโบกให้สัญญาณ “พวกเรา ลุย!”
จากนั้นกองกำลังจำนวนหนึ่งร้อยพุ่งทะยานตรงไปทางเมืองข้างหน้าทันที
พลันนั้นเองชายคนหนึ่งถลันพรวดออกมาใต้ประตูเมือง สีหน้าเดือดดาลอย่างเห็นได้ชัด “พวกเจ้าเป็นใคร……”
ก่อนที่คนจะพูดจนจบประโยค มีดบินเล่มหนึ่งแทงพรวดเข้าบริเวณกึ่งกลางระหว่างคิ้วของมัน
กองทหารม้าร้อยม้าจึงหลั่งไหลเข้าเมืองดุจกระแสน้ำหลาก จากนั้นภายในเมืองจึงมีเสียงเอะอะจากการต่อสู้และเสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังระงม
ที่ด้านนอกกำแพงเมือง เยี่ยฉวนยืนกอดอกโดยแผ่นหลังพิงประตูเมือง มุมปากคาบใบไม้ชนิดหนึ่งท่าทางสบายๆ และไม่ใคร่สนใจใยดีมากนัก
ไม่เกินครึ่งชั่วยาม โม่อวิ๋นฉีจึงนำกองร้อยทหารม้าแห่งฉางหลานกลับออกมา ร่างไร้วิญญาณหลายร้อยถูกนำไปกองซ้อนกันตรงที่ว่างภายในเมือง จากนั้นจึงจัดการเผาศพเหล่านั้น
บริเวณนอกเมืองขณะนั้นโม่อวิ๋นฉีนำวงแหวนสัมภาระห่อหนึ่งส่งให้กับเยี่ยฉวน “พวกเราเก็บกวาดสุดยอดศิลาจิตวิญญาณได้ราวเก้าสิบล้านชิ้น กับของล้ำค่าอื่นมูลค่าราวสี่สิบล้านเห็นจะได้”
คนพูดพลางคนส่ายหน้าเล็กน้อย “คนพวกนี้รวยจริง คงเที่ยวปล้นสะดมผู้คนมาไม่น้อยทีเดียว……”
ชายหนุ่มรับวงแหวนสัมภาระมาและจัดการเก็บเข้าที่ ก่อนพึมพำเสียงแผ่ว “เหลือชาวบ้านอยู่ในเมืองอีกไหม?”
โม่อวิ๋นฉีผงกศีรษะ “เหลือบ้างแต่ไม่มาก พวกเรามาได้ทันการพอดี”
เยี่ยฉวนพยักหน้าเป็นเชิงรับทราบ “ไปกันเถอะ!”
จากนั้นกลุ่มคนทั้งกองร้อยจึงหันกลับและออกจากสถานที่ไป
ในระหว่างการเดินทาง โม่อวิ๋นฉีซึ่งอยู่ทางด้านข้างพลันพูดขึ้นว่า “นี่หัวขโมยพี่เยี่ย ข้าได้ยินมาว่าเวลานี้แผ่นดินฉางหลานกลายสภาพเป็นดินแดนมรณะไปเสียแล้ว เจ้าว่าแผ่นดินชิงจะเป็นอย่างนั้นไหม?”
คนถูกถามตอบให้ว่า “เจ้าอยากเห็นแผ่นดินชิงมีสภาพเป็นอย่างนั้นไหมเล่า?”
โม่อวิ๋นฉีสั่นหน้าดิก “อย่างไรเสียที่นี่ก็เหมือนบ้านของเรา”
สีหน้าของคนพูดราวกับกำลังลังเลใจ ในที่สุดจึงพูดต่อมาว่า “ก่อนหน้านี้พอได้เห็นซากศพที่ถูกแขวนไว้บนกำแพงเมือง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพลเมืองของเมืองนี้……ถ้าวันใดเมืองหลวงของพวกเราถึงกาลล่มสลายบ้าง แคว้นเจียงและสถานศึกษาฉางหลานก็คงจะ……”
อีกฝ่ายฝืนยิ้มแห้งๆ “อย่าห่วงเลยทำใจให้สบาย ไม่พวกมันก็เป็นเราที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง”
หลังจากนิ่งไปชั่วอึดใจ โม่อวิ๋นฉีจึงยิ้มออก “เจ้าพูดถูก ไม่มันก็เราที่ต้องตายกันไปสักข้าง! ทำมันซะ! ฮ่ะฮ่ะ……”
ไม่นานนักคนกลุ่มใหญ่ก็ลับหายไปบนเส้นทางไกลสุดขอบฟ้า
เมื่อเยี่ยฉวนและพวกเริ่มปฏิบัติการล้างบางนั้น เป็นช่วงเดียวกันกับกองทหารลึกลับกองหนึ่ง ได้เริ่มปฏิบัติการล้างบางอย่างหนักหน่วงกับบรรดาจอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ในเขตแดนต้าอวิ๋นเช่นกัน
ช่วงแรกบรรดาจอมยุทธ์พยายามต้านทานเหมือนกัน ทว่าต่อมาสังเกตเห็นได้ว่าพวกมันเริ่มที่จะหลบหนี!
ด้วยเพราะตระหนักแน่แก่ใจแล้วว่า ขืนสู้ไปก็ไม่มีทางเอาชนะ!
อย่างว่าแต่ใครเลย แม้แต่ยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพยังถูกฆ่าตายอย่างน่าอเนจอนาถ หนำซ้ำร่างไร้วิญญาณของมันถูกนำไปแขวนไว้บนกำแพงเมืองด้วย……
ยามนั้นบรรดาจอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ค้นพบความจริงในบัดดล ว่าเยี่ยฉวนและเหลียนว่านลี่แห่งแผ่นดินชิงเป็นยอดฝีมือกล้าแกร่งเกินกว่าที่พวกตนคิดไว้มาก!
โดยเฉพาะเยี่ยฉวน ซึ่งผสานรวมกับกองกำลังขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลาน กับได้รับความช่วยเหลือจากกองกำลังรับจ้างอีกสอง!
ดังนั้นในสองวันถัดมา มีจอมยุทธ์จำนวนมากทะยอยถอนร่นออกจากหุบเขาหว่านชิว ด้วยขืนอยู่ต่อไม่ว่าพวกมันจะไปทางไหน ก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งติดตามและไล่ล่าจนกว่าจะพบ……
เวลานี้คนที่สวมบทบาทนักล่าและเหยื่อได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
อีกราวไม่เกินสองวันต่อมา โดยความร่วมมือกันของสองฝ่ายคือเยี่ยฉวนและเหลียนว่านลี่ จอมยุทธ์ที่หุบเขาหว่านชิวถูกล้างบางไปจนเกือบหมด ถึงจะยังมีหลงเหลืออยู่บ้างแต่ด้วยความกลัวตาย ทำให้ไม่กล้าเปิดเผยตัวออกสู่โลกภายนอก
จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ในแผ่นดินชิงเริ่มกลับคืนสู่ความมั่นคง ทว่า พลังชี่จิตวิญญาณก็ยังคงลดลงอย่างช้าๆ เหมือนเช่นเคย
ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ
เยี่ยฉวนนั่งขัดสมาธิบนพื้นหอคอย โดยมีวงแหวนสัมภาระแขวนลอยอยู่กลางอากาศเบื้องหน้า
ภายในบรรจุสิ่งล้ำค่าซึ่งชายหนุ่มได้รับมาเมื่อสองวันก่อน ประกอบด้วยสุดยอดศิลาจิตวิญญาณหกร้อยล้านชิ้น รวมกับของเดิมที่มีอยู่แล้วเจ็ดร้อยล้าน เท่ากับเวลานี้เขามีอยู่ทั้งสิ้นหนึ่งพันสามร้อยล้านชิ้น ถ้าจ้าวหอชั้นห้าประมูลขายของทั้งหมดที่เยี่ยฉวนเคยมอบให้ คาดว่าน่าจะได้สุดยอดศิลาจิตวิญญาณอีกอย่างน้อยๆ หลายพันล้านชิ้น!
ฐานะของเยี่ยฉวนในเวลานี้จัดว่าร่ำรวยกว่ากองกำลังระดับสองแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่ทีเดียว! รวยมาก!
เขาเก็บวงแหวนสัมภาระชิ้นนั้นเข้าที่แล้ว จึงเริ่มฝึกฝนต่อไป
ตอนนี้เยี่ยฉวนมิได้ฝึกฝนทักษะกระบี่หรือศึกษาให้ถ่องแท้ในกฎกระบี่แห่งเต๋า ทว่าเป็นการถ่องแท้ในการฝึกฝนพลัง
ขั้นพลังผนึกยุทธ์!
โดยเป้าหมายในการฝึกฝนของเยี่ยฉวนคือขั้นผนึกยุทธ์ ซึ่งการจะบรรลุความสำเร็จได้นั้นมิได้ด้วยการสูบกลืนกระบี่เพียงอย่างเดียว ภายหลังจากสำเร็จขั้นผสานเทพ ความเข้าใจอย่างถ่องแท้เป็นปัจจัยนำไปสู่ขั้นพลังขั้นใหม่ อย่างไรก็ตามเขาต้องสูบกลืนกระบี่โดยเป็นวิธีที่จำเป็นต้องใช้ควบคู่กันไป
เยี่ยฉวนไม่ค่อยเป็นกังวลเรื่องกระบี่เท่าใดนัก ด้วยเวลานี้มีกระบี่มากพอแล้วหนำซ้ำในจำนวนนี้เป็นกระบี่ขั้นสวรรค์ถึงสองเล่ม!
อีกทั้งความเข้าใจอย่างถ่องแท้……ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาอีกต่อไป เพราะเวลานี้เยี่ยฉวนสำเร็จเป็นราชันย์กระบี่จึงย่อมต้องมีความเข้าใจในกฏแห่งจักรวาลเป็นอย่างดี กล่าวได้ว่าที่ต้องการมีเพียงแค่เวลาเท่านั้น!
พลังแห่งจักรวาล!
เยี่ยฉวนยังปราศจากความเข้าใจและต้องศึกษาเกี่ยวกับพลังจักรวาลอย่างลึกซึ้ง อย่างไรก็ตามการสำเร็จเป็นราชันย์กระบี่ และมีโอกาสใช้พลังจักรวาล ย่อมหมายความว่าเขาได้สัมผัสที่จุดเริ่มต้นแล้ว
ชายหนุ่มนั่งหลับตาและกำลังระมัดระวังในการใช้ความรู้สึกสัมผัสสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบด้าน
ตั้งสมาธิจิตแน่วแน่ ไม่วอกแวกต่อสิ่งเร้า!
พลันต่อมากระบี่เล่มหนึ่งปรากฏออกต่อหน้า ทันใดนั้นแรงผลักดันแห่งกระบี่ค่อยๆ ไหลซึมออกจากกระบี่ ซึ่งก็คือแรงผลักดันแห่งจักรวาลที่เยี่ยฉวนเคยใช้มาก่อน เขาจึงเน้นหนักในการรับรู้สัมผัสพลังจักรวาลเป็นหลัก ส่วนกระบี่เป็นรอง
หลังจากนั้นเยี่ยฉวนจึงเริ่มต้นสัมผัส
แม้พลังจักรวาลจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ทว่าสามารถสัมผัสได้ด้วยจิต ส่วนการจะฉกฉวยความได้เปรียบทำได้อย่างไร และการใช้รวมถึงควบคุมพลังจักรวาลนั้นยังเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ต้องแก้ไข
และถ้าเยี่ยฉวนสามารถควบคุมพลังจักรวาล ย่อมสามารถสำเร็จขั้นผนึกยุทธ์ระดับแท้จริงได้!
เป้าหมายในเวลานี้คือการสำเร็จผนึกยุทธ์ระดับแท้จริง!
เวลาภายในหอคอยผ่านไปอย่างช้าช้า……
.
เส้นทางสายไหมแผ่นดินชิง
ในขณะนั้นคนกลุ่มใหญ่ทะยานผ่านภูเขาสูงลูกแล้วลูกเล่า คนเหล่านี้คือเหล่าจอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่หลบหนีออกจากแผ่นดินชิง
พวกเขาทั้งหมดถูกเยี่ยฉวนและเหลียนว่านลี่ขับไล่จนไม่อาจทนอยู่ในแผ่นดินชิงได้ต่อไป โดยเฉพาะชายหนุ่มเยี่ยฉวนแห่งสถานศึกษาฉางหลาน คนผู้นี้ไล่สังหารจอมยุทธ์พวกเขาทั้งหลายเป็นว่าเล่น
พวกเขาจำต้องหลบหนี!
ถึงกระนั้นเมื่อตอนที่พวกเขาข้ามไปถึงยังเส้นทางสายไหมสู่แผ่นดินชิง ชายชราคนหนึ่งพลันปรากฏตัวออกขวางหน้าทุกคน
คนผู้หนึ่งเดินเข้าไปจนใกล้ชายชราคนดังกล่าว แววตาหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดขณะร้องถาม “เจ้าเป็นใคร?”
คนถูกถามไม่ตอบในทันที พลางกวาดสายตามองกลุ่มคนในบริเวณไล่เรียงทุกใบหน้า “พวกเจ้าจะกลับไปดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งที่สภาพนี้งั้นหรือ?”
ชายคนตรงหน้าสั่นศีรษะอย่างหมดหวัง “ถ้าไม่กลับจะให้ทำยังไง? พวกเราไม่มีปัญญาจะต่อสู้กับเยี่ยฉวนและขุนศึกเต๋าฉางหลานได้เลย!”
สายตาของชายชราจ้องเขม็งมองตรงมายังคนพูด “พวกเจ้าอยากแก้แค้นไหมเล่า?”
คนหนุ่มตรงหน้าขมวดคิ้วมองดูด้วยความสงสัย “หมายความว่ายังไง?”
อีกฝ่ายพูดเสียงเบาราวกระซิบ “ข้าคืออาวุโสแห่งสำนักมารอสูร ที่มานี่เพื่อจะบอกกับพวกเจ้าว่าอีกไม่กี่วันสำนักมารอสูรของข้าจะมาถึงแผ่นดินชิง เมื่อถึงตอนนั้นเราจะได้ครอบครองแผ่นดินชิงทั้งหมด ส่วนไอ้เยี่ยฉวน.ก็ฆ่ามันเสีย!”
สำนักมารอสูร!
เมื่อได้ยินชื่อของสำนักนี้ พลันเรียกเสียงฮือฮาให้ดังขึ้นในบริเวณทันที
สำนักมารอสูร เป็นกองกำลังอันดับต้นอย่างแท้จริงแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์!
กองกำลังอย่างสถานศึกษาฉางมู่ ดินแดนอันธการ หรือแม้แต่สำนักเหมันตอุดรยังไม่อาจเทียบเคียง
ในบริเวณลานกว้างคนกลุ่มใหญ่มีท่าทีตื่นตัว ถ้าสำนักมารอสูรเข้ามาในแผ่นดินชิง หมายความว่าพวกมันจะเอาชนะเยี่ยฉวนรวมทั้งเหลียนว่านลี่ได้แน่
สังเกตเห็นว่าคนอื่นเริ่มตื่นตัว ชายชรารีบพูดเสริมขึ้นทันที “ท่านบุรุษและสตรีทั้งหลาย แผ่นดินชิงไม่ควรเป็นของเยี่ยฉวนแต่ต้องเป็นของเรา ยิ่งไปกว่านั้นพวกเจ้าไม่เคยบาดหมางเป็นศัตรูกับคนผู้นั้นมาก่อน แต่มันบังอาจมาเป็นก้างขวางคอ ขัดขวางความร่ำรวย หรือสังหารกระทั่งญาติของพวกเจ้า ยังจะไว้ชีวิตมันงั้นหรือ? นอกจากนั้นเยี่ยฉวนผู้นี้เป็นคนที่มีชื่ออยู่ในหมายจับของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน สังหารมันเสมือนช่วยผดุงความยุติธรรมให้โลกใบนี้ยังไงล่ะ!”
บุรุษคนที่อยู่เบื้องหน้าพูดเสียงแหบห้าว “แต่ขุนศึกเต๋าฉางหลานนั่น……”
อีกฝ่ายเหยียดมุมปากยิ้มน้อยๆ “อย่าห่วง สำนักมารอสูรของข้าจะเด็ดหัวมันเอง”
ว่าแล้วก็กวาดสายตาเหลือบมองใบหน้าทุกคนที่อยู่รอบๆ
ในตอนนั้นเองเสียงใครคนหนึ่งตะโกนออกมาจากกลุ่ม “ในเมื่อสำนักมารอสูรออกหน้าสู้แล้วอย่างนี้ พวกเราจะต้องกลัวอะไร? ทุกคนมาร่วมมือกัน สังหารเยี่ยฉวนลบล้างความอัปยศเถอะ!”
สิ้นเสียงพูดคนเริ่มแสดงออกถึงความตื่นตัวกระเหี้ยนกระหือรืออีกครั้ง ไม่นานก็พากันร้องตะโกนดังสอดประสานเป็นเสียงเดียว
“ฆ่าเยี่ยฉวน ล้างบางแผ่นดินชิง……”
“.”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาที่ทุกคนแสดงออก ชายชราลอบยิ้มด้วยความพอใจ จากนั้นจึงยกมือขึ้นก่อนลดต่ำลง การกระทำนั้นส่งผลให้เสียงตะโกนดังอื้ออึงเมื่อครู่พลันเงียบกริบทันที
สายตาของคนชรามองตรงไปยังกลุ่มคน “พวกเจ้าช่วยกันเรียกให้ทุกคนมารวมตัวกัน จากนั้นเราจะบุกเข้าแผ่นดินชิงและไปสังหารเยี่ยฉวนด้วยกัน!”
“ตกลง!”
ในบรรดาคนทั้งหมด หลายคนตอบรับทันที ต่อมาทุกคนก็พากันแยกย้ายไป……
ในการนี้ผู้คนมากมายพากันมุ่งหน้ามารวมตัวที่หุบเขาหว่านชิว ด้วยจอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทุกคนต่างช่วยกันกระจายข่าวจากปากต่อปาก!
เพียงไม่กี่วันที่หุบเขาหว่านชิวมีผู้คนนับหมื่นมาร่วมตัวกัน ส่วนใหญ่มีขั้นพลังผสานเทพ! แต่มีจำนวนไม่น้อยที่ขั้นพลังผนึกยุทธ์และมีควบยุทธ์สะท้านภพกว่าสิบคนทีเดียว!
ในเวลาเดียวกันเหนือน่านฟ้า เรือเหาะยักษ์จำนวนเกือบร้อยลำ มุ่งหน้าเข้าสู่แผ่นดินชิง……
สำนักมารอสูร!
สำนักมารภูตผี!
.
ภายในสถานศึกษาฉางหลาน
ในหอคอยแห่งเรือนจำ เยี่ยฉวนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ทันใดนั้นเขาหยิบกระบี่แท้จริงระดับสูงออกมาก่อนผลักเข้าสู่ร่างกายบริเวณหน้าอก
ตู้ม!
พลันลมหายใจพุ่งพรวดออกจากร่าง……
