บทที่ 492 คุกเข่าลง! (ปลาย)
……
ณ หุบเขาหว่านชิว……
……
กลุ่มคนสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผี ซึ่งถอนกำลังถอยร่นมาถึงบริเวณหุบเขาหว่านชิว……
..
บนเรือเหาะ คูหมิงสวีและจี้เหยียนหนูกำลังยืนประจันหน้าอยู่กับบุคคลผู้หนึ่ง เบื้องหน้าคนทั้งสองคือผู้ทรงเกียรติลู่
ผู้ทรงเกียรติลู่เหลือบมองคนทั้งสองไล่เรียงทีละใบหน้า “ข้าละสงสัยเหลือเกิน เจ้าเยี่ยฉวนมันพูดอีท่าไหน ทำให้พวกเจ้าเปลี่ยนใจกลับไปจนได้!”
คูหมิงสวีตอบยิ้มๆ “ผู้ทรงเกียรติลู่ เยี่ยฉวนไม่ใช่คนที่จะกำจัดได้ง่าย สำนักมารอสูรจึงไม่อยากทำอะไรให้เกิดเป็นการยั่วโมโหคนผู้นั้นอีกแล้ว”
อีกฝ่ายหันไปจ้องหน้าคนพูดและนิ่งงันไป ครู่หนึ่งจึงพูดว่า “เจ้าทั้งสองฟังให้ดี ใครก็ตามที่สนับสนุนเยี่ยฉวนอาจมิใช่ธรรมดาจริงๆ ถ้าเช่นนั้นเอาอย่างนี้ไหม? สำนักผู้ตรวจการเขตแดนของข้าจะรับหน้าที่จัดการกับคนที่อยู่เบื้องหลังรวมทั้งเจ้าเยี่ยฉวนนั่นเอง ในระหว่างนั้นพวกเจ้าสองสำนักมารอาจกลับเข้าไปแผ่นดินชิง ทีนี้พวกเจ้าอยากจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
เมื่อได้ฟังแล้วคูหมิงสวีและจี้เหยียนหนูหันไปสบตากัน ในที่สุดเป็นคูหมิงสวีหันกลับมาถามผู้ทรงเกียรติลู่ว่า “เพราะเหตุใด?”
ฝ่ายที่ถูกถามตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องถามหาเหตุผล เจ้าสำนักคูขอเพียงพวกเจ้าทั้งสองเข้าใจเอาไว้ว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนของข้าจะจัดการกับเยี่ยฉวนและกลุ่มอำนาจที่คอยสนับสนุนเขาเท่านั้น เป็นอันว่าพวกเจ้าทั้งคู่ไม่ต้องปะทะกับเยี่ยฉวน ถึงยังไงแผ่นดินชิงก็กว้างขวางมากพอ มิใช่หรือ?”
คนทั้งสองกำลังถูกโน้มน้าว
เสียงของผู้ตรวจการเขตแดนดังต่อมาอีกว่า “สองสำนักมารของพวกเจ้าทั้งสอง เคยพลาดโอกาสที่แผ่นดินฉางหลานมาแล้ว ถ้าพลาดที่แผ่นดินชิงอีกครั้ง……”
“ตกลง!” จี้เหยียนหนูตอบทันที
ผู้ทรงเกียรติลู่มองไปยังคูหมิงสวี ซึ่งฝ่ายหลังนิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนจะพยักหน้า “ได้! อย่างไรก็ตามสำนักมารอสูรของเราจะไม่เป็นศัตรูกับเยี่ยฉวน”
คนตรงข้ามพึมพำเสียงต่ำลึก “แล้วแต่พวกเจ้า”
หลังจากนั้นผู้พูดหันหลังให้และหายวับไป
ต่อจากนั้นยังไม่ทันไร สำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีจึงเปลี่ยนทิศทางวนกลับไปแผ่นดินชิง
บนเรือเหาะลำเดิม จี้เหยียนหนูหันหน้าไปพูดกับคนยืนข้างๆ “พี่คู ท่านรู้จักคนที่อยู่เบื้องหลังเยี่ยฉวนงั้นหรือ?”
คูหมิงสวีตอบเสียงเบา “รู้บ้าง”
“ค่อนข้างแข็งแกร่งสินะ?” หญิงสาวถามมาอีก
อีกฝ่ายฝืนยิ้ม “ถ้าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง……อย่างแต่แข็งแกร่งต้องบอกว่ายิ่งกว่าแข็งแกร่งต่างหาก! อีกไม่นานนักพวกเราก็จะถึงแผ่นดินชิงแล้ว จำไว้ว่าพวกเราจะไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเยี่ยฉวน ถึงยังไงแผ่นดินชิงทั้งกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยแหล่งวัตถุดิบ ไม่จำเป็นจะต้องไปทำให้เยี่ยฉวนขุ่นเคืองใจ!”
.
ภายในสถานศึกษาฉางหลาน
เยี่ยฉวนนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงด้านข้างมีทัวป้าเหยียน ในมือของหญิงสาวถือชามรังนกตุ๋นขณะกำลังป้อนให้เยี่ยฉวน
ชายหนุ่มฉวยจับมือของนางไว้มั่น ทำให้อีกฝ่ายถึงกับมือสั่นน้อยๆ หากมิได้พยายามดึงกลับแต่อย่างใด
เยี่ยฉวนเหยียดยิ้มมุมปาก “ท่าทางเจ้าคงไม่เคยป้อนอาหารให้ผู้ชายสินะ?”
ฝ่ายสตรีตอบเสียงเบา “เจ้าเป็นคนที่สอง!”
คนที่สอง?
เยี่ยฉวนชะงักนิ่งงันไปนิดหนึ่ง รู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
พลันทัวป้าเหยียนขยายความให้ว่า “ผู้ชายคนแรกคือพี่ชายของข้า!”
เยี่ยฉวน “……”
รักษาอาการบาดเจ็บ!
จากนั้นเยี่ยฉวนเริ่มเยียวยาอาการบาดเจ็บของตนเอง หลังจากที่กินสมุนไพรตันเถียนจื้อหยวน อาการบาดเจ็บก็เริ่มดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยามอาการของเขาก็เกือบหายเป็นปลิดทิ้ง
ภายหลังจากฟื้นคืนพลัง เยี่ยฉวนจึงเริ่มเข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำ
ขณะเข้าไปยืนเขาแหงนหน้ามองไปทางขึ้นชั้นสองของหอคอย พลันเสียงประหลาดดังก้องขึ้นภายในโสตประสาท “กลั่นกรองกฎเต๋าแห่งกระบี่!”
เสียงนั้นนุ่มนวลนัก แจ่มชัดนัก ทว่าเยือกเย็นนักเช่นกัน
กฎเต๋าแห่งกระบี่?
เยี่ยฉวนขมวดคิ้วนิ่วหน้า “กฎเต๋าแห่งกระบี่เป็นยังไง?”
ขณะนั้นจู่ๆ ตรงกลางระหว่างหัวคิ้วของเขา ปรากฏตัวหนังสือคำหนึ่งอ่านว่า ‘ปฐพี’
กฎแห่งเต๋า!
ทันทีที่ยอดยุทธ์บนชั้นสองปรากฏ กฎแห่งเต๋าก็ได้กลับคืนมาด้วย
เยี่ยฉวนรำพึงเสียงแผ่ว “หมายความว่า ท่านบอกให้ใช้กฎเต๋ากลั่นกรองให้ออกมาเป็นทักษะกระบี่งั้นหรือ?”
เสียงปริศนาสวนกลับมาว่า “จะไปรู้ได้ไง!”
ให้ตายเถอะ!
ชายหนุ่มหุบปากเงียบ เขาทำให้ยอดยุทธ์ขุ่นเคืองเสียแล้ว? อะไรจะขี้ยัวะปานนี้!
ช่างโชคไม่ดีเอาเสียเลย ที่มาคราวนี้ยอดยุทธ์เปลี่ยนมาใช้การสื่อสารโดยคำพูดแทนกระดาษเสียแล้วสิ!
เมื่อเยี่ยฉวนขยับจะอ้าปากพูด เสียงปริศนาดังขึ้นอีก “รวบรวมพลังปฐพี ใช้กฎแห่งเต๋าเป็นรอง กลั่นกรองกฎเต๋าแห่งกระบี่……สตรีลึกลับได้สั่งเอาไว้ก่อนที่นางจะจากไป”
สตรีลึกลับ!
เพียงได้ยินชื่อเยี่ยฉวนก็ดีใจขึ้นเป็นกอง เขารีบเอ่ยถามเสียงเร็ว “ท่านหมายความว่าพี่สาวเซียนกระบี่สั่งให้ข้าใช้กฎเต๋ากลั่นกรองทักษะกระบี่ใช่ไหมขอรับ?”
“ไม่รู้!”
เยี่ยฉวนหุบปากแทบไม่ทัน “……”
ชายหนุ่มเลิกล้มความคิดที่จะสอบถามยอดยุทธ์ชั้นสองอีกต่อไป ยอดยุทธ์คนนี้ท่าทางเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจแน่เลย! ขณะที่ในใจเริ่มรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
กฎแห่งเต๋า!
เขาไม่ค่อยกระจ่างในความหมายของสิ่งนี้นัก ทว่าเคยได้สัมผัสมาบ้างอีกทั้งยังเคยเห็นพลังความแข็งแกร่งของกฎแห่งเต๋ามาแล้ว!
ถ้าเขากลั่นกรองทักษะกระบี่โดยใช้กฎแห่งปฐพี ก็น่าจะส่งผลให้เกิดพลังมหาศาล……
ทันใดนั้นเสียงจากยอดยุทธ์ชั้นสองดังขึ้นอีก “เร่งตามหากฎแห่งเต๋าที่สอง ถ้าเจ้าไม่ไป ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!”
เยี่ยฉวนหน้าเหยพลางอึ้งไป เขากำลังจะเอ่ยปากอยู่พอดีพลันเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นภายในใจ
บัดนี้ความรู้สึกอัศจรรย์ใจเพิ่มขึ้นทีละน้อย!
เขาเคยคิดอยู่เสมอว่ายอดยุทธ์ชั้นสองหนีออกจากหอคอยเพื่อหาความสำราญภายนอก! ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะเข้าใจแล้วว่าที่แท้มิได้ออกไปเที่ยวเล่นเพื่อความสนุก ทว่าไปช่วยเยี่ยฉวนตามหากฎแห่งเต๋า!
เวลานี้ชายหนุ่มรู้แล้วว่ายอดยุทธ์ชั้นสองไปที่แห่งหนใด
ขณะต่อมาเยี่ยฉวนกำลังจะละออกจากหอคอยแห่งเรือนจำ พลันบนหอคอยชั้นสองเกิดเสียงครางลากยาวดังสนั่น
เมื่อออกมาภายนอกเยี่ยฉวนหันไปพูดอย่างรวดเร็วว่า “ท่านยอดยุทธ์ขอรับ ข้ามีเรื่องต้องสะสางแล้วจะรีบกลับมา เอาละเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ข้าจะกลับเข้าไปก่อนก็ได้……”
เมื่อพูดจบจึงเข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำทันที
ราวครึ่งชั่วยามถัดมาเขาจึงละออกจากหอคอยแห่งเรือนจำ
เยี่ยฉวนกลับออกมาภายนอกจึงพบว่าลู่จิ้วเก๋อและคนอื่นมาอยู่กันพร้อมหน้า
ชายหนุ่มยิ้มๆ ขณะบอกกับทุกคน “ไป ออกไปดูกัน!”
หลังจากที่เขาพร้อมด้วยลู่จิ้วเก๋อและคนอื่นๆ ขึ้นไปถึงยอดเขา จากตรงนั้นสามารถมองเห็นยังบริเวณพื้นราบและคนที่พื้นราบก็สามารถมองขึ้นมาเห็นได้ด้วย
ทันทีที่เห็นเยี่ยฉวน กลุ่มคนที่อยู่ด้านล่างเริ่มตะโกนเอะอะโวยวายอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง
“เยี่ยฉวนออกไปให้พ้น ออกไปจากแคว้นเจียง!”
“เยี่ยฉวนออกไปจากแผ่นดินชิงเลย ออกไป……”
“สถานศึกษาฉางหลาน ออกไปให้พ้นแผ่นดินชิง……”
“ตัวซวยของแผ่นดินชิง ออกไปเลย……”
เสียงอื้ออึงจนน่าตกใจ ดังก้องทะลุท้องฟ้า
ไม่เพียงคนที่อยู่บริเวณเชิงหุบเขาที่ตั้งของสถานศึกษาฉางหลานเท่านั้น ทว่าด้านนอกเขตเมืองหลวงก็มีผู้คนมากมายมารวมตัวกันอย่างเนืองแน่นไปหมด
คนที่มาด้วยจุดมุ่งหมายเพียงประการเดียว คือเรียกร้องให้เยี่ยฉวนออกไปจากแผ่นดินชิง
บนยอดเขาสูง โม่อวิ๋นฉีตะโกนขึ้นด้วยความโมโห “หุบปากซะที ไอ้พวกงี่เง่า ถ้าไม่ใช่เพราะหัวโขมยพี่เยี่ยช่วยไว้ ป่านนี้พวกเจ้าคงถูกเชือดตายหมดทั้งเมืองแล้ว! มีสมองคิดกันบ้างไหม?”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเขา มีหรือสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีจะพากันมาที่นี่? สำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะหมายหัวแผ่นดินชิงได้อย่างไร? ทั้งหมดเป็นเพราะเยี่ยฉวนคนเดียว! เพราะเยี่ยฉวนเป็นต้นเหตุ!”
“เยี่ยฉวนมันเฮงซวย ถ้าไม่มีมันพวกผู้ฝึกยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็คงไม่มารุกล้ำแผ่นดินชิงอย่างนี้!”
“พวกเราไม่อยากให้มันมาปกป้องคุ้มครองพวกเราอีกแล้ว รีบไล่มันไปให้พ้นๆ เสียที……”
“.”
บนภูเขา โม่อวิ๋นฉียืนหายใจฟืดฟาดด้วยความโกรธที่อัดแน่นในอกแทบจะระเบิด! เขาขยับจะตอบโต้พวกข้างล่างอยู่แล้วแต่เผอิญว่าเยี่ยฉวนส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามปรามไว้เสียก่อน พลางพูดยิ้มๆ ว่า “ในเมื่อพวกเขาอยากให้ข้าไป ข้าเป็นทั้ง……ผู้เยี่ยมยุทธ์แห่งแคว้นเยี่ย เป็นทั้งอาจารย์ใหญ่เยี่ย……ในเมื่อพวกเขาไม่ต้องการ ว่าข้าเป็นตัวซวยของแผ่นดินชิง……ดีละเมื่อเป็นความต้องการของพวกเจ้าข้าก็จะไป ประกาศคำสั่งข้า สถานศึกษาฉางหลานจะย้ายออกทันที”
“.”
