บทที่ 542 มาเลยข้าจะขยี้ให้เละ! (ปลาย)
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งบริเวณเงียบกริบ……
ชายสวมชุดผ้ากระสอบทำทีปัดฝุ่นออกจากมือ ขณะสายตาชำเลืองมองผู้อาวุโสที่ยืนนิ่งงันอยู่อีกด้าน “ดูท่าสำนักชางเจี้ยนกำลังขาดแคลนยอดฝีมือสินะ? หรือว่าที่นี่มีแต่พวกสวะอยู่เต็มไปหมด?” ……
ผู้อาวุโสเขม้นมองคนสวมชุดผ้ากระสอบอย่างครุ่นคิด ขณะนี้เขาตระหนักดีแล้วว่าที่ผ่านมาตนประมาทฝีมือชายหนุ่มเกินไป!
คนที่อยู่เบื้องหน้า มิใช่ธรรมดาเสียแล้ว!
ฝ่ายอาวุโสหันไปมองบนยอดเขาชางเจี้ยน ขณะต่อมาเขาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาทางคนสวมชุดผ้ากระสอบและพูดว่า “เจ้าคอยอยู่ที่นี่ ขอเวลาสักครึ่งชั่วยามจะได้ไหม?”
“ตกลง” คนตอบๆ เสียงทุ้มลึก
ผู้อาวุโสจึงหันหลังกลับและออกคำสั่งกับศิษย์สำนักชางเจี้ยน “ศิษย์ทุกคนจงฟังห้ามใครต่อสู้ประลองโดยที่ข้าไม่อนุญาต”
ว่าแล้วเขาจัดการเรียกกระบี่เหินขึ้นสู่ท้องฟ้า
ฝ่ายคนสวมชุดผ้ากระสอบนั่งลงหลับตาทำสมาธิเติมพลังให้จิตวิญญาณของตนเอง!
ยามนี้ภายในโถงใหญ่ มีคนอยู่สามคน ฉางเสวี้ยน เจ้าสำนักเฉินเป่ยฮั่นและหลี่ฮั่นคนผู้นี้มีตำแหน่งเป็นหน่วยข่าวกรองของสำนักชางเจี้ยน
ฉางเสวี้ยนหันไปทางหลี่ฮั่น “เจ้าสืบได้หรือยังว่าตัวตนที่แท้จริงของเจ้าคนนั้นเป็นใคร?”
หลี่ฮั่นสั่นศีรษะ “ยังไม่มีเบาะแส”
คนถามสีหน้าหมองไปทันที “เยี่ยฉวนไปอยู่เสียที่ไหน?”
หลี่ฮั่นสั่นศีรษะ “หลังจากที่คนคนนี้ออกจากสำนักเหมันตอุดร ไม่มีใครได้ข่าวคราวอีกเลย ราวกับอยู่ดีๆ กลายเป็นไอระเหยหายไปจากโลกเสียอย่างนั้น! ข้าได้ข่าวจากสำนักผู้ตรวจการเขตแดนว่าเมืองอวิ๋นคงและกองกำลังต่างออกตามหาเพื่อให้รู้ว่าตอนนี้เขาไปอยู่ที่ไหน!”
ฉางเสวี้ยนขมวดคิ้วด้วยฉงนในใจ “กระทั่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนยังหาไม่พบงั้นหรือ?”
หลี่ฮั่นผงกศีรษะ “ความเป็นมาของเขายังเป็นปริศนา อีกทั้งฝีมือไม่ธรรมดา”
หลังจากเงียบกันไปทุกฝ่าย ฉางเสวี้ยนมองไปทางเฉินเป่ยฮั่นเหมือนจะขอความเห็น
ฝ่ายหลังส่ายหน้า “สำนักชางเจี้ยนอยู่เงียบๆ มานานเต็มที จนบางคนคิดว่าใครอยากจะกลั่นแกล้งกันก็ได้”
เขาหยุดนิดหนึ่งหันไปถามหลี่ฮั่นว่า “กว่าหนานข่งจะกลับต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไร?”
“อย่างมากไม่เกินครึ่งชั่วยามขอรับ” หลี่ฮั่นตอบเสียงเคร่งขรึม
ฝ่ายที่ได้ฟังคำตอบแล้วพยักหน้า ขณะต่อมาราวกับเฉินเป่ยฮั่นจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดกับคนตรงหน้าอีกครั้ง “ส่งข่าวซางเยว่บอกให้เขากลับมาที่สำนักเดี๋ยวนี้ด้วย!”
ซางเยว่!
ทันทีที่ได้ยินคนที่ถูกเอ่ยถึง ฉางเสวี้ยนและหลี่ฮั่นถึงกับตกตะลึง
บนยอดเขาอวิ่นเจี้ยน
ในเวลาเที่ยงวัน เป็นช่วงที่เยี่ยฉวนหยุดพักจากการฝึกฝนวิชาบ่มเพาะพลังควบคุมกระบี่ ด้วยกำลังง่วนอยู่กับโต๊ะอาหาร
ภายในหอโถง เยี่ยฉวนและเยว่ฉีนั่งเผชิญหน้าซึ่งกัน
เยว่ฉีนั้นค่อนข้างเงียบ ทว่าเยี่ยฉวนพูดเป็นต่อยหอย ในเวลากินข้าวชายหนุ่มมักมีเรื่องมาคุยเยอะแยะมากมาย ซึ่งบางครั้งสตรีก็ให้คำตอบบ้าง หากบางครั้งนางตอบเพียง ‘อืม’ เท่านั้น
ครั้งนี้ขณะที่ต่างฝ่ายต่างกินอาหารจนเกือบเสร็จแล้ว พลันเยว่ฉีถามขึ้นว่า “ดูเหมือนเจ้าเคยบอกว่าชื่อจริงคือเยี่ยฉวนใช่ไหม?”
คนถูกถามชะงักไปนิดหนึ่ง จึงตอบพลางพยักหน้า “ขอรับ”
สตรีเงยหน้าขึ้นมองคนนั่งตรงข้ามและพูดว่า “เวลานี้มีคนคนหนึ่งมาที่เชิงเขา บอกว่าตัวเองชื่อเยี่ยฉวน อีกทั้งบอกด้วยว่าจะท้าประลองกับศิษย์สำนักชางเจี้ยนทุกคน”
เยี่ยฉวน!?
เยี่ยฉวนตะลึงงัน……
สีหน้าค่อยแปรเปลี่ยนเคร่งขรึมลงทีละน้อย มีคนปลอมตัวเป็นตัวเขาอีกแล้ว!
สำนักผู้ตรวจการเขตแดน!
เขาไม่เคยนึกเฉลียวใจมาก่อนว่า สำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะทำถึงเพียงนี้!
หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มวางตะเกียบกระแทกลงบนโต๊ะ “อาจารย์เยว่ ข้าขอไปดูหน้าเจ้าคนที่มาอาละวาดและกล้าท้าประลองกับสำนักชางเจี้ยนสักหน่อยขอรับ!”
พูดจบเจ้าตัวผุดลุกพรวดและเดินดุ่มๆ ออกจากหอโถงไป
ขณะที่เยี่ยฉวนเดินออกจากประตูไปนั้น เสียงเยว่ฉีร้องบอกไล่หลังมาจากด้านใน “อย่าประลองกับเขาเป็นอันขาด คนผู้นั้นพลังแกร่งกล้ามาก!”
ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาออกวิ่งมุ่งหน้าลงไปยังตีนเขาชางเจี้ยนอย่างรวดเร็ว
คนที่มองตามหลังจากด้านในหอโถง เยว่ฉีรำพึงกับต้วเองเสียงแผ่วเบา “เยี่ยฉวนหรือ? โด่งดังไม่ใช่เล่น.”
จากนั้นจึงหันกลับไปกินข้าวด้วยทีท่าเป็นปกติ
ครู่ต่อมาเยี่ยฉวนก็มาถึงเชิงเขา ขณะที่มีคนไม่ต่ำกว่าสองร้อยในเวลานั้น คนที่มารวมตัวทั้งหมดล้วนเป็นศิษย์ชางเจี้ยน
ไม่ห่างจากกลุ่มคนนัก เยี่ยฉวนมองไปก็พบเจ้าคนสวมชุดผ้ากระสอบ
เมื่อเห็นชายคนนั้น พลันความโกรธพลุ่งขึ้นทันควันดังนั้นเยี่ยฉวนจึงไม่รอช้า พุ่งเข้าหาคนสวมชุดผ้ากระสอบทันที ความรวดเร็วยิ่งยวดปานสายฟ้าฟาดและทะยานออกไปเบื้องหน้าผู้เป็นเป้าหมาย จากนั้นเขาได้เรียกกระบี่ท่ามกลางสายตาของทุกคน ชายหนุ่มแทงสวนออกไปอย่างรุนแรง!
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
พลังที่ถูกผลักออกครานี้รุนแรงนักดุจแรงระเบิดของภูเขาไฟก็ไม่ปาน อำนาจแห่งพลังแผ่ซ่านออกไป
เมื่อความรู้สึกสัมผัสได้ถึงพลังงาน ชายสวมชุดผ้ากระสอบเปิดเปลือกตาขึ้นทันควัน ซึ่งเผยร่องรอยความเคร่งขรึมเจือในแววตาให้เห็นเบาบาง ขณะนั้นชายคนสวมชุดผ้ากระสอบเตะเท้าข้างขวาพร้อมส่งแรงผลักออกเพียงเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็ผลักฝ่ามือพุ่งปราดไปด้านหน้า เผยรูปสัญลักษณ์บางอย่างบนฝ่ามือ ฉับพลันนั้นได้ปรากฏระลอกคลื่นน่าประหลาดกระจายออกจากสัญลักษณ์บนฝ่ามือ!
เปรี้ยง!
ในทันทีสองพลังเคลื่อนเข้าปะทะกัน ทั้งสองพลันแตกกระจายออกทันที สองฝ่ายต่างคนต่างถอยกรูดลากยาว เป็นระยะทางนับสิบชุ่น!
พื้นดินเบื้องหน้าระหว่างทั้งสองเกิดหลุมลึกขนาดใหญ่!
หลุมลึกดังกล่าวเป็นผลจากการปะทะของสองพลัง!
ยามนี้ทุกคนที่เห็นได้แต่มองดูด้วยความตกตะลึง จากนั้นทุกสายตาได้หันกลับไปมองเยี่ยฉวน เขาเป็นใคร?
เยี่ยฉวนเพิ่งเข้ามาเป็นศิษย์ของสำนักชางเจี้ยน ส่วนใหญ่ชายหนุ่มจะอยู่บนยอดเขาอวิ่นเจี้ยนและแทบจะไม่ลงจากยอดเขาเลย ฉะนั้นนอกจากไป๋หลี่อวิ๋นและกู่เยว่ ศิษย์ชางเจี้ยนคนอื่นไม่มีใครรู้จักเขาอีก!
ฟากตรงกันข้าม ขายสวมชุดผ้ากระสอบจ้องเยี่ยฉวนด้วยสายตาแน่วนิ่ง “เจ้าเป็นใคร?”
“ไอ้ฉิบ*!”
ชายหนุ่มลืมตัวสบถออกไปดังๆ ด้วยความโกรธสุดขีด “อะไรนักหนาวะ! กล้าดียังจึงปลอมตัวเป็นขะ.กล้าดียังไงบุกเข้ามาหาเรื่องถึงที่สำนักชางเจี้ยน? มาเลยวันนี้ข้าจะขยี้เจ้าให้เละ!”
คนไม่พูดเปล่า กำชับด้ามกระบี่ขณะทะยานเข้าหาชายคนเป้าหมาย
เวลานั้นศิษย์ชางเจี้ยนคนหนึ่งขณะกำลังตกตะลึงพรึงเพริด พลันพึมพำเสียงสั่น “นี่.นี่ศิษย์พี่.ท่าจะไม่ได้การเสียแล้ว.”
