บทที่ 670 วิถีเพลิงอินทนิล! (ปลาย)
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน ด้วยขณะนั้นพลังปณิธานกระบี่ที่กระจายล้อมรอบตนเองเริ่มสึกกร่อนและร่อยหรอลง!
จนเขาไม่สามารถไปต่อได้อีก!
เยี่ยฉวนเกิดความกระตือรือร้นที่จะเดินต่อไปด้วยยิ่งลึกเท่าไรยิ่งเก็บอัญมณีเพลิงอินทนิลได้มากเท่านั้น ทำให้ตอนนี้เข้าเก็บอัญมณีเพลิงอินทนิลมาได้แล้วเกือบพันชิ้น
ถึงกระนั้นเขาก็รู้ตัวดียิ่งกว่าอะไรว่าไม่สามารถไปต่อได้อีกแล้ว ด้วยหากไฟพิษแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายเมื่อใด ตนนั่นแหละที่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน!
ไฟพิษ?
เยี่ยฉวนนิ่งขึง สีหน้าตกตะลึงในทันใด!
ไฟพิษงั้นหรือ?
ตัวเขาเองไม่มีพลังชี่โกลาหลหรืออย่างไร?
ฉับพลันนั้นชายหนุ่มหวนนึกถึงพลังชี่โกลาหลขึ้นได้!
ขณะกำลังลังเลอยู่นั้น พลันต่อมาชายหนุ่มเผยฝ่ามือออกทั้งสองข้างออกพร้อมผลักไปข้างหน้า จึงปรากฏเส้นแสงแห่งพลังชี่โกลาหลในฝ่ามือ เมื่อบังเกิดกระแสพลังได้ส่งผลให้ไฟพิษที่ล้อมเข้ามากลุ้มรุมอยู่โดยรอบ ตัวพลันถอยออกห่างไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักไฟพิษที่บริเวณโดยรอบได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย!
เมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเยี่ยฉวนถึงกับสีหน้าปลาบปลื้มยินดีอย่างเห็นได้ชัด ที่แท้พลังชี่โกลาหลก็เป็นศัตรูของไอพิษที่ไม่สามารถเอาชนะได้!
และด้วยความที่มีพลังชี่โกลาหลนี่เอง เยี่ยฉวนจึงไม่ต้องลังเลใจอีกต่อไปและมุ่งหน้าลึกลงไป เวลานี้เขาทำเวลาได้ดีมากในขณะเดียวกันผลึกอัญมณีเพลิงอินทนิลที่อยู่บนผนังอุโมงค์ทั้งสองฟากฝั่งได้ถูกเขาเก็บไปจนเกลี้ยง
ตอนนี้ได้ของล้ำค่าเต็มเพียบ!
ชายหนุ่มเร่งมือเก็บเร็วขึ้นทุกขณะ ราวชั่วยามหนึ่งให้หลังเขาก็ได้อัญมณีเพลิงอินทนิลถึง 3,000 ชิ้น ซึ่งเทียบเท่าอัญมณีเพชรน้ำค้าง 3 แสนชิ้นเลยทีเดียว!
และยิ่งเขาเดินลึกลงไปทุกทีๆ ยิ่งพบอัญมณีเพลิงอินทนิลมากขึ้นเรื่อยๆ!
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่เยี่ยฉวนจะเดินลึกลงไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเดิน ชั่วยามครึ่งเศษต่อมาขณะที่ชายหนุ่มกำลังก้มลงเก็บอัญมณีเพลิงอินทนิลอย่างเพลิดเพลิน ทันใดนั้นเขาก็เป็นอันต้องหยุดชะงักเมื่อมองตรงไปข้างหน้าแล้วพบว่ามีบุรุษสวมชุดขาวยืนจังก้าอยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก
ชายแปลกหน้าอายุราวยี่สิบเศษ สวมชุดขาวทั้งชุดที่เอวเหน็บฝักกระบี่แบนกว้างซึ่งมีความยาวกว่าปกติไว้ข้างหนึ่ง
ชายสวมชุดขาวยืนอยู่เงียบๆ ไม่พูดไม่จา มือข้างซ้ายกุมด้ามกระบี่มั่น
เยี่ยฉวนสังเกตเห็นได้ทันทีว่าชายสวมชุดขาวกำลังต้านกระแสแห่งไฟพิษ
แสงแห่งกระบี่แบนกว้าง
รอบกายของชายคนดังกล่าวมีประกายแสงกระบี่แบนกว้างเบาบางกระจายออกมา แสงสว่างจากกระบี่แบนกว้างนั่นเองที่ต้านทานไฟพิษอย่างแข็งแกร่ง
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เยี่ยฉวนถึงกับหน้าหมองลงเล็กน้อย
คนตรงหน้ากำลังใช้ไฟพิษฝึกบ่มเพาะพลังชี่!
และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นชายคนตรงหน้ามายังที่นี่ได้ด้วยการใช้พลังแสงจากกระบี่แบนกว้างนั่นเอง!
พลังแข็งแกร่งจริงๆ!
ทันใดนั้นชายสวมชุดขาวหมุนตัวกลับหลังและหันมาเห็นคนที่อยู่ข้างหลัง เมื่อเห็นเยี่ยฉวนสีหน้าบ่งชัดว่าออกจะแปลกใจระคนตกใจไม่น้อย แววตาฉงนฉงายขณะร้องถามมาว่า “ท่านเป็นใคร?”
ชายหนุ่มบิดมุมปกยกยิ้ม “ข้าชื่อเยี่ยฉวน!”
หนุ่มชุดขาวสั่นศีรษะพลางนิ่วหน้า “ข้าไม่เคยได้ยินชื่อของท่านมาก่อน!”
เยี่ยฉวนจำตอบให้ว่า “ข้าเพิ่งเข้าเป็นศิษย์ที่สาขาใน!”
อีกฝ่ายจึงพยักหน้า จากนั้นก็เห็นได้ชัดว่าเขาชำเลืองมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “ท่านลงมาถึงที่นี่ได้ยังไง?”
ฝ่ายที่ถูกถามไม่ตอบทันทีหากแบมือยื่นออกไปพลันกระบี่เล่มหนึ่งปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ
“ผู้ฝึกกระบี่งั้นหรือ?” ชายสวมชุดขาวถามอีก
ครานี้เยี่ยฉวนพยักหน้าพร้อมตอบว่า “ใช่แล้ว”
จากนั้นเขาจึงมุ่งหน้าเดินตรงมาด้วยทำทางไม่อนาทรร้อนใจแม้แต่น้อย
อีกฝ่ายเมื่อเห็นเช่นนั้น ชายสวมชุดขาวมองดูด้วยความประหลาดใจปนทึ่ง “นี่พี่เยี่ย ทำไมดูท่าท่านสบายอกสบายใจเสียเหลือเกิน? ไม่กลัวไฟพิษเลยหรือยังไง?
เยี่ยฉวนหยุดเดินและตอบกลับพร้อมรอยยิ้มว่า “มันก็แค่ไฟพิษ ไยต้องกลัว? ท่านยังต้องฝึกฝนอีกมาก!”
ชายสวมชุดขาวพึมพำเสียงอ่อย “พี่เยี่ยพูดถูก ท่านแข็งแกร่งจริงๆ……น่านับถือ”
ชายหนุ่มจึงถามไปว่า “ข้าขอทราบชื่อของท่านได้ไหม?”
คนสวมชุดขาวรีบบอก “ข้าชื่อหมิงคุน”
เยี่ยฉวนจึงว่า “ยินดีที่ได้พบพี่หมิงคุน ข้าขอตัวก่อน”
ว่าแล้วจึงมุ่งหน้าเดินตรงไป
คนข้างหลังมองตามกระทั่งเยี่ยฉวนลับหายไปจากสายตา หมิงคุนสีหน้าหมองลงไปทันที “คนผู้นั้นกล้าแกร่งนัก..”
ขณะที่พูดนั้นประกายตาของเขาค่อยฉายความมั่นใจ จากนั้นจึงเดินมุ่งไปข้างหน้าทว่าช้าลงกว่าเดิม……
ห่างออกไปเยี่ยฉวนเก็บผลึกอัญมณีเพลิงอินทนิลพร้อมกับเท้าก้าวเดินไปเรื่อยๆ ยิ่งลึกเข้าไปยิ่งปรากฏไฟพิษหนาแน่นขึ้นทุกทีๆ บรรยากาศช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกินกระทั่งชายหนุ่มเองยังอดหวั่นในใจไม่ได้ ถ้าไม่มีพลังชี่โกลาหลเขาคงถูกไฟพิษโจมตีเพียงชั่วพริบตาเป็นแน่!
อย่าว่าแต่เขาเลย ต่อให้ยอดฝีมือระดับขั้นพลังจุดกำเนิดลงมาที่นี่ก็คงขาดอากาศหายใจตายภายในพริบตาแรกที่สูดดมมันเข้าไป!
ชายหนุ่มคิดพลางสืบเท้าก้าวต่อไป ยิ่งลึกเข้าไปเท่าไร ยิ่งพบอัญมณีเพลิงอินทนิลมากขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้น อีกทั้งคุณภาพยังเยี่ยมยอดมากขึ้นอีกด้วย
ถึงแม้ตนจะมีพลังชี่โกลาหลทว่าเยี่ยฉวนก็ไม่กล้าผลีผลาม ด้วยยิ่งมุ่งหน้าลึกเข้าไป เขายิ่งรู้สึกว่าสถานที่นี้ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย บางทีหัวหน้าผู้อาวุโสและคนอื่นในสถานศึกษาอาจยังไม่เคยเข้ามาในสถานที่ลึกลับอย่างนี้ก็เป็นได้
เกือบครึ่งชั่วยามต่อมาเยี่ยฉวนมาถึงยังสถานที่แห่งหนึ่ง เบื้องหน้าชายหนุ่มปรากฏแอ่งน้ำไม่ไกลออกไปเท่าใดนัก ตรงกลางมีหินลาวาเดือดจนพ่นฟองอากาศปุดๆ ให้เห็น ทว่าตรงนั้นกลับมีผลึกอัญมณีเพลิงอินทนิลอยู่จำนวนหนึ่ง อัญมณีแต่ละชิ้นมีขนาดใหญ่พอๆ กับผลแตงโมทีเดียว
ชายหนุ่มยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นมีเสียงพึมพำแผ่วเบา “ยอดยุทธ์ชั้นที่สองขอรับ ตรงนั้นมีอันตรายหรือไม่?”
พลันมีเสียงแหบพร่าของยอดยุทธ์ที่ชั้นสองกลับมาว่า “ถ้าอยากจะรู้ ก็ลองเข้าไป”
เยี่ยฉวนหุบปากลงทันที ไร้สาระ! ถ้าลองแล้วเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ!
หลังจากนั้นไม่ว่าเขาจะเพียรถามอะไรไป ยอดยุทธ์ที่ชั้นสองไม่เคยตอบกลับมาอีกเลย
ในที่สุดแล้วชายหนุ่มเองก็จนปัญญาจำต้องพึ่งพาการตัดสินใจของตัวเองอย่างเคย เขาจึงเลือกที่จะเดินเลี่ยงทว่าเมื่อเขาสาวเท้าออกห่างเพียงไม่กี่ก้าว พลันเกิดแรงสั่นสะเทือนมาจากบริเวณแอ่งน้ำ ทันใดนั้นแอ่งน้ำประหลาดส่งพลังอะไรอย่างหนึ่งพยายามที่จะดึงร่างของเขาเข้าไปหามัน
ในตอนนั้นเอง อาหลิงน้อยส่งเสียงเอะอะดังขึ้นในหัวของเยี่ยฉวนว่า “มันอันตรายนะ……”
“ไม่บอกข้าเสียแต่เนิ่นๆ ล่ะ……”
ชายหนุ่มโอดครวญ
“เจ้าไม่ได้ถามข้านี่นา……”
“…”
