บทที่ 671 กฎแห่งเต๋า! (ต้น)
เยี่ยฉวนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ด้วยความรู้สึกในหัวหนักอึ้งประหนึ่งศีรษะอัดแน่นไปด้วยแร่ตะกั่ว!
ขณะนั้นเหมือนเขาคิดอะไรได้จึงทรุดนั่งลงบนพื้นทันที บัดนี้เยี่ยฉวนนั่งอยู่ท่ามกลางแอ่งลาวาโดยมีแสงสีฟ้าแผ่กระจายอยู่รอบตัว ซึ่งแสงฟ้านั้นเองที่สกัดลาวาร้อนมิให้เข้าถึงตัวเขาได้
ยอดยุทธ์ชั้นที่สองให้ความช่วยเหลือ!
ทันใดนั้นเสียงของยอดยุทธ์ที่ชั้นสองดังก้องขึ้นว่า “ระวังหน่อย สถานที่นี้ไม่ธรรมดา!”
เยี่ยฉวนถามออกไปว่า “ที่นี่คือที่ไหนขอรับ?”
ยอดยุทธ์ที่ชั้นสองบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “ใต้หอคอยเพลิงอินทนิล มีสถานที่ลับแลไม่มีใครรู้จัก เจ้าอย่าได้สงสัยให้มากนักเลย”
สถานที่ลับแล!
ชายหนุ่มพึมพำเสียงเบาพลางขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด จังหวะนั้นเองได้เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นในบริเวณไม่ไกลจากที่เจ้าตัวนั่งอยู่
“พรางตัวเสีย!” ยอดยุทธ์ที่ชั้นสองส่งเสียงบอกทันที
ได้ฟังดังนั้น เยี่ยฉวนรีบผลักพลังชี่โกลาหลอำพรางตนเองอย่างเร่งด่วน
เพียงไม่นานนั้นเองปรากฏร่างสองร่างที่มีเปลวเพลิงลุกโชนออกมาไม่ไกลนัก ร่างที่มีเปลวไฟทั้งสองหันมองไปทางซ้ายทีขวาทีและไม่พบเห็นสิ่งผิดปกติ ขณะต่อมาตัวประหลาดทั้งคู่จึงถอยกลับไป
เยี่ยฉวนกระซิบเสียงแผ่วถามในใจ “นั่นมันตัวอะไร?”
เสียงยอดยุทธ์ที่ชั้นสองตอบกลับว่า “พวกมันคือพรายอัคคี เป็นสิ่งพิเศษที่สร้างจากหินร้อนหลอมละลาย จึงทำให้พวกมันอยู่ในลาวาที่เดือดระอุได้”
ชายหนุ่มนิ่งฟังขณะมองไปยังในทิศทางที่ร่างทั้งสองหายลับไปไม่นาน เขาทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเคลื่อนที่ต่อไป!
แม้อีกใจจะอยากตามไปดูให้แน่ชัด หากสัญชาตญาณบางอย่างเตือนสติตนเองว่าข้างหน้ามีอันตรายใหญ่หลวง อยู่ให้ห่างไว้จะดีกว่า!
ความสงสัยอาจทำให้คนตายได้!
ชายหนุ่มตั้งท่าขยับจะออกจากที่นั่น พลันเสียงในหัวดังขึ้นว่า “ไปทางนั้น!”
เสียงพูดนั้นไม่ใช่เสียงของยอดยุทธ์ที่ชั้นสอง!
เสียงนั้นเป็นเสียงของยอดยุทธ์ที่ชั้นสี่!
“ทำไมหรือ?” เยี่ยฉวนเอ่ยถาม
สตรีลึกลับกล่าวเรียบๆ “กฎแห่งเต๋า!”
กฎแห่งเต๋า!
เยี่ยฉวนนิ่งงัน
เขารู้แล้วว่าถ้าสิ่งที่ถูกกักไว้ในหอคอยประสงค์ที่จะออกมาสู่ภายนอก มีอยู่สองทางด้วยกัน ทางแรกคือทำลายผนึกยันต์เสียและทางที่สองตามหากฎแห่งเต๋าเพื่อปลดพันธนาการ
สตรีปริศนาบนชั้นที่สี่เองก็เคยอยากให้เขาตายเสียด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็จะทำให้หอคอยแห่งเรือนจำแตกออกจากกันและนางจะออกสู่ภายนอกได้! ถึงกระนั้นท่าทีของนางในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าได้เลือกหนทางที่สอง
เยี่ยฉวนสั่นหน้าดิก “อันตรายเกินไป!”
คนตอบเสียงแผ่วราวกระซิบตอบกลับว่า “ถ้าเจ้าไปทางนั้น ข้าจะใช้กฎเต๋าที่สองช่วยเจ้ากลั่นกระบี่ไงล่ะ”
ชายหนุ่มพูดเสียงจริงจัง “ข้านำกลับไปให้ยอดยุทธ์ชั้นสองช่วยก็ได้!”
สตรีปริศนาบอกเบาๆ ว่า “ถึงแม้ว่านางจะช่วยเจ้าได้ ในเวลานี้สถานการณ์ของนางเองก็ไม่สู้ดีและคงจะไม่วางมือจากเรื่องยุ่งๆ ของตัวเองมาช่วยเจ้าแน่”
เยี่ยฉวนได้แต่เงียบ
ฝ่ายนั้นจึงกล่าวต่อไปว่า “อีกอย่างข้าสามารถคืนสภาพกายเนื้อให้แก่อาจารย์ของเจ้าได้นะจะบอกให้”
เยี่ยฉวนได้ยินดังนั้นก็ดูท่าว่าคล้อยตามทีเดียว
ฟื้นสภาพกายเนื้อให้แก่เยว่ฉี!
พลันมีเสียงพูดของสตรีลึกลับขึ้นอีกครั้งว่า “ถ้าเจ้านำกฎแห่งเต๋ากลับมาได้ ตัวเจ้าเองก็ได้ประโยชน์ไปด้วย เอาล่ะถ้าเจ้าไม่อยากทำจริงๆ ก็ช่างเถอะ!”
ชายหนุ่มนิ่งคิดชั่วครู่จากนั้นจึงกล่าวกับอีกฝ่ายว่า “ข้าไม่อาจรับปากท่านได้ว่าจะสามารถนำกฎแห่งเต๋าของยอดยุทธ์ที่ชั้นสี่กลับมาได้นะขอรับ”
เสียงตอบกลับมาว่า “ถ้าเจ้าพยายามอย่างเต็มที่แล้วต่อให้เจ้าไม่ได้นำกลับมาในเวลานี้ ข้าก็จะรักษาสัญญา!”
เยี่ยฉวนพยักหน้าหงึกๆ “ตกลงข้าจะพยายามอย่างเต็มที่!”
จากนั้นเขาจึงค่อยๆ ย่องอย่างเงียบกริบจวบจนลับหายไป
ในสถานที่ลับแล เยี่ยฉวนต้องใช้ความระมัดระวังขั้นสุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่ากฎแห่งเต๋าอยู่ในละแวกนี้!
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขาทำให้เข้าใจว่า ที่ใดมีกฎแห่งเต๋าที่นั่นย่อมมีอุปสรรค
ขณะที่เท้าก้าวออกไปฉับพลันนั้นเองชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งสุดตัว ด้วยเบื้องหน้าเป็นบริเวณที่มีหินหลอมละลาย หากแต่ในนั้นกลับเต็มไปด้วยผลึกอัญมณีเพลิงอินทนิล!
ผลึกอัญมณีเพลิงอินทนิลที่อยู่ที่นั่นมีขนาดใหญ่มาก อีกทั้งเปี่ยมด้วยพลังงานมหาศาลสุดมหัศจรรย์!
เยี่ยฉวนหน้าบานด้วยความดีใจและรีบจัดการเก็บอัญมณีเพลิงอินทนิลที่พบเห็นด้วยความรวดเร็ว เป็นเหตุให้ตอนนี้อัญมณีเพลิงอินทนิลที่เก็บมาได้ร่วม 10,000 ชิ้น!
ถ้านำไปแลกเป็นอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วง เห็นทีจะได้อัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงนับล้านชิ้นเลยทีเดียว!
ขณะต่อมาจู่ๆ ชายหนุ่มหยุดชะงักกึก ในบริเวณที่เต็มไปด้วยหินหลอมละลาย ที่นั่นเขาเห็นเมืองอยู่เมืองหนึ่ง
เมืองท่ามกลางหินหลอมละลาย!
เยี่ยฉวนแอบย่องเข้าไปในบริเวณนั้นอย่างเงียบเชียบ เมื่อเข้าไปถึงยังหน้าประตูเมืองจึงสังเกตเห็นอักษรอยู่สองสามตัวปรากฏเหนือซุ้มประตู……แดนเวหาอัคคี
แดนเวหาอัคคี?
ชายหนุ่มนิ่งงันไปชั่วครู่ก่อนจะเดินผ่านเข้าไปในช่องประตูเมือง ภายในเมืองมีสภาพรกร้างและบางครั้งก็พบร่างเปลวไฟลุกโชนเดินร่อนเร่ไปเรื่อย
เยี่ยฉวนเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความข้องใจอย่างยิ่ง ไม่นานต่อมาจึงมาถึงยังคฤหาสน์แห่งหนึ่งที่ด้านหน้ามีร่างเปลวไฟสองตนยืนเฝ้าอารักขาอยู่เงียบๆ
เท่าที่เห็นเขารู้ได้ทันทีว่าขั้นพลังของร่างเปลวไฟถึงขั้นทลายสุญตาทั้งคู่
เยี่ยฉวนลังเลอยู่กับที่เล็กน้อยจากนั้นจึงตัดสินใจดอดเข้าสู่ภายในคฤหาสน์
ในตัวอาคารว่างเปล่าและออกจะกว้างขวางใหญ่โตอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มหยุดอยู่กับที่ขณะมองตรงไปยังบริเวณเบื้องหน้า สตรีสาวน้อยนางหนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่พื้นคะเนอายุราวสิบหกสิบเจ็ดเห็นจะได้ สวมชุดยาวซึ่งกลั่นเปลวเพลิงโชติช่วงออกมาทั่วตัว หญิงสาวหลับตาทำสมาธินิ่งอยู่อย่างนั้นและไม่ปรากฏกระแสลมหายใจแผ่กระจายสู่ภายนอกแม้แต่น้อย
เยี่ยฉวนลอบพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนจึงพบว่าหญิงสาวเป็นคนหนึ่งที่มีเค้าโครงใบหน้างดงาม คิ้วเรียวเล็กดุจกิ่งหลิว ผิวหน้าเรียบเนียน จมูกโด่งเป็นสัน!
ความงามที่เห็นไม่ได้ด้อยไปกว่าสตรีคนใดที่เขาเคยพบพานมาก่อนเลย
ชายหนุ่มเดินตรงไปยังร่างที่นั่งนิ่งอยู่บนพื้น แม้ว่าเส้นผมของนางดูเหมือนมีเปลวไฟแลบเลียให้รู้สึกอัศจรรย์ใจเช่นนั้น
เขาเอ่ยเบาๆ ในใจว่า “ยอดยุทธ์ชั้นสี่……”
“กฎแห่งเต๋าอยู่ที่นาง!” สตรีลึกลับบนชั้นที่สี่สวนตอบกลับทันที
เยี่ยฉวนสะดุ้งโหยง ก่อนจะละล่ำละลักถามว่า “นางงั้นหรือขอรับ?
สตรีลึกลับส่งเสียงมาว่า “สังหารนางแล้วเจ้าค่อยนำกฎแห่งเต๋าออกมา”
สังหาร?
เยี่ยฉวนเหลือบมองสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้าพลางขมวดคิ้ว
สตรีลึกลับบนชั้นที่สี่เอ่ยเสียงเข้ม “มัวรออะไรอยู่?”
ชายหนุ่มส่ายหน้า “ข้าจะไม่ฆ่านาง!”
