บทที่ 707 น้องข้าอยู่ที่ไหน? (ปลาย)
คนที่ยืนประจันหน้ากับชายหนุ่ม แววตาของชายชราค่อยแปรเปลี่ยนเย็นเยียบเช่นเดียวกัน ทั้งพรสวรรค์และสมรรถนะในการต่อสู้ที่แสดงให้เห็นของเยี่ยฉวนได้ทำให้เขาเกิดความลังเลอยู่บ้างอย่างเห็นได้ชัด
ในขณะนั้นเขาไม่ได้กลัวชายหนุ่มตรงหน้า!
ทว่าเป็นความเยาว์วัยของฝ่ายนั้น!
อีกฝ่ายยังอายุไม่เท่าไร!
ชายชราแบมือข้างขวายื่นมา พลันที่บนฝ่ามือปรากฏโซ่สีดำสนิทเผยออกมาอย่างเงียบเชียบ ขณะต่อมานั้นเองโซ่เส้นนั้นพุ่งวาบฝ่าช่องอากาศและจู่โจมเข้าใส่เยี่ยฉวนโดยตรง
อีกฝ่ายแทนที่จะถอยหลังกลับพุ่งตัวเข้าไป เท้าขยับก้าวพร้อมในมือกระชากกระบี่และตวัดฟันฉับลงตรงหน้า
ตูม!
แรงระเบิดเกิดเสียงดังสนั่นอย่างน่าตระหนกตกใจและเยี่ยฉวนถูกพลังผลักจนล่าถอยไปครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่โซ่สีดำทะมึนได้ต้านคมกระบี่ของเยี่ยฉวนไว้ได้อย่างทรหดอดทน! เวลาเดียวกันมีกระแสพลังสีดำมืดพุ่งเข้าใส่คนหมายกัดกร่อนทำลายร่างของเขาในทันที
“ระวังตัว พลังชี่มรณะ!”
ตอนนั้นเองมีเสียงเตือนขึ้นในหัวเป็นยอดยุทธ์ที่ชั้นสองร้องบอก!
พลังชี่มรณะ!
ชายหนุ่มรวบรวมสติเร่งกระตุ้นพลังชี่โกลาหลทันที ในทันทีที่ปรากฏพลังชี่โกลาหลส่งให้โซ่ตรวนดำทะมึนละเหยหายไปในอากาศจนหมดสิ้น
เยี่ยฉวนชะงักหยุดนิ่งด้วยในระยะห่างออกไปชายชรากำลังจ้องตรงมา “เจ้าสามารถปัดป้องพลังชี่มรณะของข้าได้จริงๆ!”
ชายหนุ่มไม่ตอบโต้ เขาพุ่งตัวกระโจนขึ้นสู่อากาศและทะยานตรงเข้าไปหาชายชราอีกครั้ง
ต่อสู้กับยอดฝีมือขั้นพลังสูงสุด!
เมื่อเห็นเช่นนั้นชายชราเขม้นมองด้วยสายตาแรงกล้า “มา แสดงให้ข้าดูสิว่าเจ้ามีพรสวรรค์อย่างไร!”
ว่าแล้ว เขายกเท้าข้างขวาและกดลงบนพื้นเบาๆ
ตูม!
ฉับพลันนั้นชั้นอากาศบนท้องฟ้าบังเกิดการสั่นไหว พลันพลังมหาศาลม้วนบิดเป็นเกลียวประดุจกระแสคลื่นก่อนจะพุ่งเข้าหาเยี่ยฉวน
คนที่อยู่พื้นที่โดยรอบไม่สามารถมองเห็นตำแหน่งแห่งที่ของชายหนุ่มอย่างถนัดชัดเจน ด้วยช่องอากาศที่อยู่โดยรอบเยี่ยฉวนเกิดการพร่าเลือนบิดเบี้ยวไปหมด!
เยี่ยฉวนนั้นได้ตระหนักถึงพลังสุญญากาศที่ล้อมรอบตัวตน จะว่าไปเขาเองก็ตกตะลึงและไม่กล้ากระทำอย่างฉาบฉวย จึงเร่งรุดกระตุ้นพลังกฎเต๋าแห่งสุญญากาศ ขณะนั้นเขากระทืบฝ่าเท้าขวาลงไปพร้อมกับตะโกนสุดเสียง “ทำลาย!”
หลังจากนั้นครู่เดียวที่กลางแสกหน้าพลันกฎเต๋าแห่งสุญญากาศเกิดการสั่นน้อยๆ ต่อมาพลังงานแห่งสุญญากาศที่ล้อมรอบหายวับไปจนสิ้นไร้ร่องรอย ในเวลานั้นท้องฟ้าก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ
ชายชรามองตรงมายังเยี่ยฉวนที่ตรงกันข้าม ขณะเห็นได้ชัดว่าจอประสาทตาของเขาหดเล็กแคบนิดเดียวแววตาบอกว่าไม่อยากเชื่อต่อสิ่งที่เกิดขึ้น “เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร……เจ้า……”
จู่ๆ ชายหนุ่มหายวับไปจากจุดที่ยืนอยู่อย่างฉับพลัน และเกือบจะในเวลาเดียวกันแสงกระบี่ตวัดฟาดลงมาเหนือศีรษะของชายชรา
เยี่ยฉวนกระหน่ำซ้ำด้วยความเร็วขั้นสุด!
คนตรงหน้าบดมุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียมพร้อมกันนั้นก็สะบัดแขนเสื้อกว้างโบกไปหนึ่งครั้ง
ตูม!
แรงระเบิดส่งให้เกิดเสียงดังกัมปนาท ร่างของเยี่ยฉวนผงะหงายถอยรวดเดียวไกลเกิน 300 จั้ง
ชายชราไม่ได้จู่โจมอีก สายตาจ้องแน่วมายังชายหนุ่ม “เจ้าทำได้อย่างไร?”
บัดนี้เยี่ยฉวนแทบไม่ต้องใช้ความพยายามในการปะทะพลังแห่งสุญญากาศของตนเอง ซึ่งน่าตกใจสำหรับเขาไม่น้อย
ด้วยถึงแม้ว่าคนขั้นพลังทลายสุญตาอาจควบคุมพลังแห่งสุญญากาศได้ก็ตาม หากมิใช่ว่าทุกคนที่มีขั้นพลังเท่ากันจะสามารถควบคุมสุญญากาศได้เหมือนเช่นที่ตนเพิ่งสำแดงเมื่อครู่
อย่างไรก็ตามชายหนุ่มคนนั้นแทบไม่ต้องใช้ความพยายามในการปะทะพลังแห่งสุญญากาศของเขาเลย
ไม่ธรรมดา!
ที่นั่นไกลออกไปเยี่ยฉวนหยุดยืนนิ่ง
ตอนนี้ในด้านความแข็งแกร่งของเขานั้น โดยทั่วไปแล้วเขาไม่มีทางตอบโต้คนที่มีพลังขั้นสูงสุดได้อย่างสิ้นเชิง ชายชราที่อยู่ตรงหน้ามีขั้นพลังแกร่งกล้าพอกับองค์เหนือหัวแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเลยก็ว่าได้
โดยปกติคงไม่อาจเอาชนะได้!
ถึงกระนั้นก็เถอะ ต่อให้เอาชนะไม่ได้เขาก็จะสู้ให้ถึงที่สุด!
เยี่ยฉวนถามเข้าไปในจิตสำนึกของตัวเอง “ยอดยุทธ์ชั้นที่สองขอรับ ช่วยข้าสักครั้งได้ไหม? ได้โปรดเถิด!”
เวลานี้เขาไม่อยากเสียเวลาไปกับคนเหล่านี้มากนักด้วยน้องได้ถูกพวกมันจับตัวไปแล้ว การจะกำจัดคนพวกนี้ให้พ้นทางมิใช่กระทำได้โดยง่ายเสียด้วย
เงียบเสียงไปชั่วครู่ จากนั้นจึงมีเสียงของยอดยุทธ์ที่ชั้นสองตอบกลับว่า “ก็ได้! แต่ข้าช่วยเจ้าได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ข้ายังไม่ฟื้นคืนพลังเต็มที่คงช่วยไม่ได้มากนัก”
ได้ฟังดังนั้น เยี่ยฉวนจึงกล่าวตอบหนักแน่น “ขอบคุณขอรับ!”
จากนั้นจึงเบนหน้าไปมองตู๋กูอวี้ที่อยู่ด้านล่าง ขณะต่อมาปรากฏเป็นแสงแห่งกระบี่พุ่งตรงเข้าหาตู๋กูอวี้ทันที อีกฝ่ายซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ตู่กู้อวี้เมื่อเห็นเข้าเท่านั้นพลันสีหน้าเปลี่ยนเป็นเผือดซีดพร้อมกับขยับถอยหลังอย่างรวดเร็วเป็นระนาว ชายชราอีกคนขณะเตรียมที่จะออกปะทะ
ฉับพลันนั้นเบื้องหน้าของชายชราบังเกิดร่างเงาพร่าเลือนวูบไหว!
ยอดยุทธ์ที่ชั้นสอง!
ภาพของยอดยุทธ์ที่ชั้นสองปรากฏออกสู่สายตา ชายชราชะงักนิ่งงันขณะร้องถามออกไป “เจ้าเป็นใคร?”
จังหวะนั้นยอดยุทธ์ที่ชั้นสองยกอุ้งเท้าพร้อมตวัดกรงเล็บขวาออกไป
ตูม!
ร่างของชายชรากระเด็นหวือไปทันทีและตกลงบนพื้นห่างออกไปนับหลายร้อยจั้ง!
คนที่เห็นเช่นนั้นเบิกตาโพลงด้วยความประหลาดใจ
ที่ด้านล่าง เยี่ยฉวนปรากฏกายเบื้องหน้าหน้าตู๋กูอวี้ซึ่งขณะนั้นเป็นร่างวิญญาณไปแล้ว อีกทั้งหมดปัญญาที่จะปกป้องตนเอง
ฉัวะ!
ท่ามกลางสายตาของผู้ที่เฝ้าดู ชายหนุ่มจ้วงแทงดวงวิญญาณของตู๋กูอวี้ด้วยพลังฟาดหนึ่งกระบี่ ครู่ต่อมาดวงวิญญาณของชายชราค่อยกลับกลายพร่าเลือนทีละน้อย
ตู๋กูอวี้เขม้นมองเยี่ยฉวนพร้อมกับส่งเสียงคำรามราวสัตว์ป่าดุร้าย “เยี่ยฉวน อีกไม่นานเจ้าจะต้องลงนรกไปด้วยกัน! เจ้า…”
คนฟังแสยะมุมปากเผยรอยยิ้มน่าเกลียดน่ากลัว “ลงนรกงั้นหรือ? ไม่ต้องกลัวว่าจะเหงาหรอกนะ ข้าจะส่งคนตระกูลตู๋กูทุกคนลงนรกไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเอง!”
ว่าแล้วเขาตวัดกระบี่ฟาดสะพายแล่ง
ฉับ!
ฉับพลันต่อมาดวงวิญญาณของชายชราตู๋กูอวี้หายวับไปในอากาศอย่างรวดเร็ว
เมื่อกำจัดตู๋กูอวี้เสร็จ เยี่ยฉวนหันหลังกลับและมองตรงไปยังกลุ่มคนกว่ายี่สิบที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก พลันนั้นเองชายหนุ่มพุ่งตัวทะยานเข้าหากลุ่มคนตรงหน้า
“ฆ่ามัน!”
ขณะเดียวกันคนกลุ่มใหญ่ก็ทะยานเข้าหาเยี่ยฉวนด้วยเช่นกัน
ฝ่ายที่อยู่บนกำแพงเมือง ชายชราที่ยืนถัดจากมู่ชิงหมิงเอ่ยเสียงเคร่งขึ้นมาว่า “เราต้องยับยั้งเข้าไม่ให้ทำเช่นนั้น ถ้าเขาฆ่าคนพวกนี้ มีหวังตระกูลตู๋กูจะต้องใช้สถานศึกษาเต๋าอี้เป็นที่ระบายความแค้นเป็นแน่!”
มู่ชิงหมิงมองไปยังเยี่ยฉวนด้วยสายตาครุ่นคิด ชายชรามีท่าทีลังเลก่อนส่งเสียงออกไปว่า “หยุดก่อน!”
