บทที่ 804 : อาหยาง! (ปลาย)
ไกลออกไป ขณะที่เยี่ยฉวนยังคงถอยร่นไปอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากถอยไปไกลนับหลายร้อยจั้ง จึงพบว่าช่องอากาศรอบตัวพลันแยกออกจากกันทันที ในตอนนั้นพลังงานสสารมืดจำนวนมากกำลังพุ่งมาทางตนอย่างรวดเร็ว!
เยี่ยฉวนหยุดนิ่ง พลันยกเท้าข้างขวากระทืบลงไปบนพื้น จากนั้นกฎเต๋าแห่งสุญญากาศเริ่มกลั่นตัวแล้วปรากฏออกยังบริเวณกึ่งกลางระหว่างหัวคิ้ว ขณะต่อมาบังเกิดเสียงเยี่ยฉวนออกคำสั่งเบาๆ “ปิด!”
จากนั้นไม่นาน รอยแยกแตกร้าวของช่องอากาศรอบตัวพลันปิดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
คนฝ่ายตรงข้ามเมื่อเห็นดังนั้น พลันนิ่วหน้าเล็กน้อย ขณะที่เยี่ยฉวนวูบเข้ามาอยู่ต่อหน้าต่อตา จนจอประสาทตาของชายแปลกหน้าหดเข้าหากัน ทว่าเขาเลือกที่จะไม่ตอบโต้อย่างทรหด แล้วพึมพำออกไปว่า “เคลื่อนย้ายจิต!”
ว่าแล้วร่างแปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่าง ก่อนจะหายวับไป
ชายหนุ่มขมวดคิ้วครู่หนึ่ง ในตอนนั้นเอง ที่ไม่อาจสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของฝ่ายตรงข้าม พลันสีหน้าของเยี่ยฉวนเปลี่ยนวูบ พร้อมกับหมุนตัวกลับหลังหันแล้วตวัดกระบี่ฟาดออกไป กระบี่ยังมิทันฟาดสู่เป้าหมายจู่ๆ ปรากฏฝ่ามือปริศนากระแทกปึงเข้าที่อกของเขาอย่างถนัดถนี่
ตูม!
ร่างของเยี่ยฉวนผงะหงายไปอย่างรุนแรง ขณะที่ลำแสงแห่งกระบี่พุ่งเข้ามาเบื้องหน้า
อัตราเร็วขั้นสุด!
ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าหลบเลี่ยงไม่พ้นแน่ จึงเอาดวงวิญญาณสลัดหลุดออกจากกายเนื้อโดยพลัน ขณะนั้น มีฝ่ามือปริศนากระแทกเข้ากับกายเนื้อพอดี ทว่าเยี่ยฉวนตวัดกระบี่ฟาดกลับอย่างแรง
ฉับ!
แขนข้างนั้นของชายแปลกหน้าขาดกระเด็น!
ห่างไปหลายร้อยจั้ง ชายแปลกหน้าวูบมาปรากฏแก่สายตา สีหน้าเผือดซีดแทบปราศจากสีซับโลหิต
ไกลออกไปฟากตรงข้าม ดวงวิญญาณของเยี่ยฉวนทะยานกลับคืนสู่กายเนื้อ ทันทีที่ดวงวิญญาณกลับคืน ชายหนุ่มถึงกับสำลักโลหิตออกจากปากพรวดหนึ่ง สายตาเหลือบมองตรงไปยังชายแปลกหน้า สิ่งที่ประจักษ์แก่ตน ศัตรูมีความปราดเปรียวว่องไวมากจริงๆ เขาหมายใจให้กระบี่พุ่งเข้าสู่เป้าหมายที่ศีรษะของมัน โชคร้ายที่ศัตรูว่องไวนักกระบี่จึงทำได้เพียงตัดแขนมันเท่านั้น!
ณ สถานที่แห่งหนึ่งบนกำแพงเมือง สตรีบนนั้นจ้องมองเยี่ยฉวนด้วยสายตาครุ่นคิดพิจารณา ขณะกล่าวออกมาว่า “แยกร่างกายเนื้อและดวงวิญญาณ……น่าสนใจดีนี่!”
ท่านไป่รับคำ “จริงแท้”
ชายแปลกหน้าจ้องเขม็งไปยังเยี่ยฉวน ขณะที่แววตาเต็มเปี่ยมด้วยความภาคภูมิ ต่างคนต่างนิ่งไปชั่วขณะ มือซ้ายค่อยๆ ขยับกำเข้าหาตัวทันใดนั้นเอง “หมัดดินระเบิด!”
ต่อมามีเงาดำวูบปรากฏตรงหน้าเยี่ยฉวน พร้อมกันนั้นที่ชายผลักหมัดชกออกไป!
‘ชกออกไป’
ตูม!
เบื้องหน้าเยี่ยฉวนบังเกิดช่องอากาศแตกร้าว!
พลังรุนแรงน่าสะพรึงกลัวนัก!
ชายหนุ่มเองถึงกับตะลึง ไม่กล้าประมาทฝีมือของชายตรงหน้า จึงรีบชักกระบี่ออกมาทันที!
‘ออกกระบี่ชี้ชะตา!’
ว่าแล้วจึงเงื้อกระบี่ขึ้นฟาดลงตรงหน้า
ตูม!
ร่างเยี่ยฉวนทะยานถอยอย่างต่อเนื่องไปไกลหลายร้อยจั้ง ทว่ายังมิทันยั้งหยุดแต่อย่างใด พลันชายแปลกหน้าเข้ามาประชิดอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว โดยไม่รีรอกระแทกหมัดใส่ไม่ยั้ง!
ด้วยความรุนแรงของพลังหมัดดังกล่าว ทำให้ช่องอากาศรอบตัวชายหนุ่มปริแตกร้าวรานโยงยาวดุจใยแมงมุม!
ไม่มีที่ให้ถอยหนีอีกต่อไป!
เยี่ยฉวนไม่คิดที่จะถอยอยู่แล้ว ศัตรูตรงหน้ามีความรวดเร็วว่องไวกว่าตนมาก ถ้าถอยจะตกเป็นฝ่ายตั้งรับที่ถูกกระทำอยู่ร่ำไป เพราะฉะนั้นชายหนุ่มจึงเลือกสู้กับศัตรูต่อไปอย่างทรหดอดทน!
เขาตวัดกระบี่แล้วฟาดออกไป ทว่าทันทีที่คมกระบี่สัมผัสกับกำปั้นของอีกฝ่าย พลันดวงวิญญาณแยกออกจากกายเนื้อ! เมื่อเห็นเช่นนั้นชายแปลกหน้าหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับดึงหมัดกลับทันที ในตอนนั้น ปลายกระบี่พุ่งเข้าหาจุดกึ่งกลางหว่างคิ้วเจ้านั่นแล้ว!
กระบี่ยาวกว่ากำปั้น!
ถ้าเขาไม่ดึงกำปั้นกลับ อาจระเบิดกายเนื้อของเยี่ยฉวนได้ในหนึ่งหมัด ทว่าเยี่ยฉวนเองใช้กระบี่แทงเข้าที่แสกหน้าของอีกฝ่ายได้เหมือนกัน
เขาไม่เลือกต่อสู้กับเยี่ยฉวนโดยตรง เพราะคงไม่เกิดผลแต่อย่างใด ตนไม่ได้ฝึกฝนการบ่มเพาะพลังชี่เป็นหลักเหมือนอีกฝ่าย ถ้าปล่อยให้กระบี่เยี่ยฉวนแทงเข้าที่กึ่งกลางแสกหน้า มีหวังตายอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าเยี่ยฉวนอาจจะสูญเสียกายเนื้อเป็นแน่!
ชายแปลกหน้าดึงหมัดกลับแล้วใช้ป้องกันกระบี่
ตูม!
แรงปะทะจากกระบี่ ส่งให้ร่างของชายแปลกหน้าผงะหงายถอยกรูดไปอย่างไม่เป็นท่า
บนขอบกำแพงเมือง สตรีที่เฝ้าจับตาดูอยู่นั้นถึงกับสั่นศีรษะ “เจ้าคนแปลกหน้ามันแพ้แล้ว! น่าเสียดายคัมภีร์อาถรรพ์บรรพกาลนั่นเสียจริง!”
ท่านไป่มองดูเหตุการณ์ เป็นการยากสำหรับเยี่ยฉวนที่จะกลับคืนดวงวิญญาณเข้าสู่กายเนื้อแล้วทะยานเข้าไปปรากฏต่อหน้าชายแปลกหน้า เพื่อฟาดกระบี่ซ้ำอีกครั้ง หลังจากที่ฝ่ายตรงข้ามล่าถอยไปเพราะพลังฟาดกระบี่ในครั้งแรก
ชายแปลกหน้ายกแขนขึ้นสกัดพลังกระบี่อีกครา
ตูม!
อีกคนถอยหลังไปทันที ทว่าต่อมาเยี่ยฉวนปรากฏขึ้นประจันหน้าอีกครั้ง ครานี้ชายหนุ่มตวัดกระบี่ฟาดออกไปแรง เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของชายแปลกหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ขณะกำลังจะปัดป้อง ที่ด้านหลังพลันบังเกิดลำแสงแห่งกระบี่พุ่งวาบเข้ามา
ฉึก!
แสงกระบี่พุ่งทะลุจุดกึ่งกลางหว่างคิ้วชายแปลกหน้าอย่างถนัดถนี่!
ชายแปลกหน้าสะดุ้งเฮือกตัวแข็งทื่อ!
ชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าชายคนนั้น ฝ่ายหลังเขม้นมองเยี่ยฉวนด้วยแววตากร้าว “ฟาดกระบี่ลวง ทว่าโต้กลับด้วยกระบี่บิน!”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “ถูกต้อง!”
จากนั้นเขาสะบัดกระบี่และตวัดฟันในแนวขนานกับเส้นขอบฟ้า
ฉัวะ!
ศีรษะของคนที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามขาดกระเด็น โลหิตแดงฉานพวยพุ่งดุจน้ำพุ่งทะลักออกทางปลายท่อ
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมที่ยืนอยู่บนกำแพงได้ไม่น้อย
เยี่ยฉวนฉวยเอาวงแหวนสัมภาระบนนิ้วมือของชายแปลกหน้าขึ้นมา ภายในวงแหวนปรากฏตำราโบราณหนาหนักเล่มหนึ่ง บนปกหุ้มห่อตำราโบราณจารึกด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ ‘คัมภีร์อาถรรพ์บรรพกาล!’
ชายหนุ่มเก็บวงแหวนสัมภาระเสียแล้วผละจากไป
เมื่อเห็นเช่นนั้น ทำให้หลายคนบนกำแพงถึงกับตะลึงงัน พลันจ้านจุนรีบรุดออกไปขวางทางเยี่ยฉวนไว้ “พี่เยี่ย จะรีบไปไหน?”
คนถูกถามบิดมุมปากยิ้ม “พวกมันโผล่กันมาไม่ขาดสายแน่ ข้าชักขี้เกียจรอเสียแล้ว! ต่อไปนี้จะเป็นฝ่ายออกตามหาพวกมันบ้าง!”
จ้านจุนหน้าเหวอ พลันนิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะยกนิ้วโป้งให้คนตรงหน้า “ร้ายกาจ!”
เยี่ยฉวนยิ้มน้อยๆ แล้วเลี่ยงออกไป ทว่าครู่เดียวชายหนุ่มเดินย้อนกลับมา
จ้านจุนมองด้วยความงุนงงพลางถามว่า “พี่เยี่ย มีอะไร?”
ชายหนุ่มสีหน้าเคร่งขรึมขณะตอบว่า “ข้าลืมไปว่าควรรักษาอาการบาดเจ็บให้หายเสียก่อน เอาไว้หายดีแล้วข้าค่อยออกไปแล้วกัน!
คนตรงข้ามนิ่งอึ้ง…
